ปัญหาแย่ๆ แก้ได้ด้วย “ทางสายกลาง”

คำว่า ทางสายกลาง เป็นคำที่เราคุ้นหูกันเป็นอย่างดี และมักจะเข้าใจว่า ทางสายกลางก็คือการประพฤติปฏิบัติที่เป็นกลางๆ ไม่มากไปไม่น้อยไป

ไม่มีปัญหาใดที่แก้ไขไม่ได้ ปลดล็อคใจโดยพระอาจารย์นวลจันทร์ กิตติปัญโญ

ไม่มีปัญหาใดที่แก้ไขไม่ได้ ปลดล็อคใจโดยพระอาจารย์นวลจันทร์ กิตติปัญโญ ” ไม่มีปัญหาใดที่แก้ไขไม่ได้ ” คำพูดนี้ของพระอาจารย์นวลจันทร์ กิตติปัญโญอาจชวนให้สงสัยไม่มากก็น้อย แต่จะจริงหรือที่ไม่มีปัญหาใดที่แก้ไขไม่ได้ มีสาเหตุหรือสมุทัยแล้วนั้น การแก้ปัญหา เราก็ไปดูจากปัญหาแต่ละอย่างว่ามีสาเหตุมาจากอะไร ถ้าเรายังทําอย่างนั้นต่อไป ปัญหาก็ต้องเกิด ตัวทุกข์ก็เกิด ถ้ารู้ว่าสาเหตุคืออะไร แต่ยังทําเหมือนเดิม ปัญหาก็เกิดเหมือนเดิมแต่ครั้งนี้ไม่ทุกข์แล้ว เพราะรู้อยู่ว่าที่เกิดปัญหานั้นเนื่องจากละจากสาเหตุไม่ได้ อย่างเช่น ถ้ายังเลิกสูบบุหรี่ไม่ได้ เลิกเหล้าไม่ได้รู้ทั้งรู้ว่าไม่ดี พอเป็นโรคอะไรที่เกิดจากสาเหตุนี้ เขาก็ยอมรับได้ เพราะเกิดจากตัวเขาเอง อย่างน้อยก็เป็นนิโรธทางใจ คือดับฉับพลันเด็ดขาด เพราะรู้ว่าอะไรเป็นสาเหตุของปัญหาแล้ว ถ้าเป็นความรู้สึกที่ไม่พึงประสงค์ ไม่อยากได้ ไม่อยากให้เกิดปัญหาหรือเจอปัญหา มีทางเลือกเพียงอย่างเดียวเท่านั้นคือ การละ หรือการไม่ทําอย่างเดิม เป็นการละสมุทัยละจากสาเหตุ ปัญหาก็ไม่เกิดทุกข์ก็ไม่มี แม้เราจะมีปัญหามากมาย แต่ปัญหาที่ใหญ่ที่สุด หนัก ที่สุดคือการเวียนเกิดเวียนตาย การท่องเที่ยวในสังสารวัฏเกิดในภพน้อยภพใหญ่ ภพแล้วภพเล่า ร้อยชาติแสนชาติการเวียนว่ายตายเกิดเป็นปัญหาหลัก เป็นภัยใหญ่ พอเราเกิดมาก็ต้องเจอกับสิ่งต่างๆมากมายในโลก เดี๋ยวก็เจอโลกธรรม8 ได้ลาภเสื่อมลาภ ได้ยศเสื่อมยศ นินทาสรรเสริญ สุขและทุกข์ เป็นของคู่กัน เราเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งไม่ได้ เพราะมันเป็นของคู่โลก การเวียนว่ายตายเกิดย่อมทําให้เราต้องมาถาม-ตอบปัญหากันไม่รู้จบ เรื่องชีวิต […]

สูตรแก้ ปัญหา ครอบจักรวาล! โดยคุณพศิน อินทรวงค์

สูตรแก้ ปัญหา ครอบจักรวาล! โดยคุณพศิน อินทรวงค์ ธรรมชาติของ ปัญหา ในโลก จะประกอบไปด้วยสองส่วนหลัก ๆ คือ ปัญหาภายใน และ ปัญหาภายนอก ผู้มีจิตอริยชนควรมีสติมองปัญหาให้ทะลุ ควรจับปัญหาทั้งสองส่วนแยกออกจากกันให้ชัดเจน เพื่อนำไปสู่การสะสางปัญหาที่มีประสิทธิภาพและถูกต้องตรงธรรม   ปัญหาภายนอก ให้วิเคราะห์ตามความเป็นจริงว่า เรากำลังมีสถานการณ์อะไร กับใคร ที่ไหน เมื่อไหร่ วิธีแก้ไข ให้แก้ไปตามเหตุปัจจัยที่เหมาะสม โดยย้อนกลับมามองที่ความบกพร่องของตนเองก่อน แล้วตั้งต้นว่า เราจะแก้ไขความผิดพลาดของตนก่อนเป็นอันดับแรก จากนั้นจึงค่อยแก้ที่คู่กรณี หาทางเจรจาในเวลาที่เหมาะสม ระลึกอยู่เสมอว่า การเจรจานี้เป็นไปเพื่อสะสางปัญหา มิใช่เพิ่มพูนปัญหา ในด้านสถานการณ์ต่าง ๆ ก็เช่นกัน เมื่อคิดจะแก้ไข ให้ทำอย่างเป็นระบบ เป็นขั้นเป็นตอน มองเป้าหมายให้ทะลุ ว่าอะไรคือเป้าหมายของการแก้ไขปัญหาที่แท้จริง จากนั้นจึงค่อย ๆ คลีคลายออกมาเป็นกรรมวิธีดำเนินการที่ชัดเจน แก้ไขอย่างไร ที่ไหน เมื่อไหร่ ใช้เวลากี่วัน พร้อมด้วยวิธีประเมิณผลที่จับต้องได้ สิ่งทั้งหลายเหล่านี้ต้องทำด้วยจิตที่ขาวสะอาด ใช้วาจาสุภาพเรียบร้อย ไม่เอารัดเอาเปรียบ ไม่เบียดเบียนผู้อื่น เป็นไปด้วยลักษณะของผู้ทรงคุณธรรมที่มีทั้งความรับผิดชอบต่อตนเอง ผู้อื่น […]

keyboard_arrow_up