เรือนจำในความรู้สึก : ความในใจของคนสำนึกผิดและพร้อมกลับตัว

สิ่งที่ผมได้รับจาก เรือนจำ แตกต่างกับสิ่งที่ผมเข้าใจเหลือเกิน เมื่อตอนยังใช้ชีวิตอิสระอยู่ข้างนอก ผมเคยคิดเสมอว่าเรือนจำมิใช่ที่กักขังนักโทษเท่านั้น แต่ยังเป็นที่รวมบรรดาสิ่งชั่วร้ายต่าง ๆ ด้วย ผมคิดถึงภาพการทรมานที่ทารุณโหดร้ายและคนที่พ้นโทษออกมาจากเรือนจำก็จะเป็นคนไม่ดี ไม่น่าคบหาสมาคมด้วย ในความรู้สึก “ผมกลัวที่จะเป็นนักโทษ” และ “นักโทษก็เป็นคนที่น่ากลัว” แล้วอะไรเป็นสาเหตุจูงใจสำหรับผมในการกระทำความผิด คำถามนี้เป็นปัญหาที่น่าสนใจยิ่ง หลายคนพูดเสมอว่า การกระทำความผิดมักเป็นที่ตัวบุคคลเสียมากกว่า แต่หลายคนเคยสงสัยบ้างไหมว่า เหตุใดเขาเหล่านั้นจึงกระทำความผิดลงไปทั้ง ๆ ที่รู้ว่าสิ่งที่ทำนั้นไม่ถูกต้อง ผมเติบโตจากหมู่บ้านเล็ก ๆ ในชนบท ทุกวันที่เดินออกจากบ้านมักจะผ่านกลุ่มวัยรุ่นที่จับกลุ่มกันอยู่ทั่วไปในหมู่บ้าน การกระทำของพวกเขาเหล่านั้นเป็นสิ่งคุ้นตาผมตั้งแต่เล็กจนโต ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการพนัน ค้ายาเสพติด หรือรวมกลุ่มกันดมกาว ภาพเหล่านี้ผมเห็นอยู่ทุกวันจนเป็นเรื่องธรรมดาไปเสียแล้ว เพราะพวกเขาเหล่านั้นบางส่วนก็เป็นเพื่อน เป็นญาติ เป็นคนคุ้นเคย หลายครั้งที่ผมเคยดูต้นทาง คอยดูตำรวจให้พวกเขา ผมเติบโตมากับวงจรยาเสพติดตั้งแต่เด็ก ๆ จนชาชิน จึงมองไม่เห็นว่าการค้ายามันผิดตรงไหน ในเมื่อคนในหมู่บ้านแทบทุกหลังคาเรือนก็ทำกันทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนบ้าน ร้านขายของชำ วินมอเตอร์ไซค์ ในหมู่บ้าน 80 เปอร์เซ็นต์ในสังคมที่ผมโตมาก็ขายยาเสพติดกันทั้งนั้น แม้กระทั่งบ้านผมก็ไม่เว้น ตอนผมอายุ 9 ขวบก็เริ่มช่วยเหลือครอบครัวด้วยการดูต้นทางบ้าง เอายาไปส่งให้ลูกค้าบ้าง หรือแม้กระทั่งเดินขายยาในหมู่บ้านก็เคยทำ ตั้งแต่เล็กจนโต ผมไม่เคยสงสัยในการกระทำของตัวเอง […]

อเล็กซ์ เรนเดลล์ อยากให้คนไทยให้โอกาสนักโทษ อย่าตัดสินเขาที่อดีต

อเล็กซ์ เรนเดลล์ อยากให้คนไทยให้โอกาสนักโทษ อย่าตัดสินเขาที่อดีต อเล็กซ์ เรนเดลล์ หรืออเล็กซ์-อเล็กซานเดอร์ เรนเดลล์จัดทริปเยี่ยมนักโทษหญิงและชายที่เรือนจำจังหวัดระยอง มอบความสุขและกำลังใจด้วยมินิคอนเสิร์ตที่จัดร่วมกับกัลยาณมิตรทั้งในและนอกวงการบันเทิง เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2562 ที่ผ่านมา อเล็กซ์ เรนเดลล์พร้อมด้วยเพื่อน พี่น้อง คนสนิท เดินทางไปเยี่ยมเยือนนักโทษที่เรือนจำจังหวัดระยอง โดยอเล็กซ์โพสต์ภาพบรรยากาศในแดนนักโทษหญิงในวันนั้นพร้อมข้อความว่า         อเล็กซ์กลับมาที่เรือนจำแห่งนี้เป็นครั้งที่สอง ครั้งนี้ไม่มีเวลาเตรียมตัวเท่าไหร่นัก เพราะงานล้นมือมาก อเล็กซ์เคยให้สัญญากับผู้ต้องขังที่นี่ไว้ว่าจะกลับมาเยี่ยมอีก ดาราหนุ่มรับรู้ได้ถึงการรอคอยของคนที่นั่น ถึงเขาจะเคยมาที่เรือนจำแห่งนี้ไม่กี่ชั่วโมงก็ตาม อเล็กซ์มองว่ากิจกรรมนี้สามารถเปลี่ยนแปลงจิตใจของคนกลุ่มนี้ซึ่งอยู่ภายในกำแพงสูง ๆ พวกเขาต้องห่างไกลจากโลกภายนอก และครอบครัว น่าจะทรมาน ไม่มีอะไรคุ้มเลยถ้าทำผิดกฎหมาย อเล็กซ์บอกอีกว่าไม่มีอะไรตัดสินได้ว่าพวกเขาไม่ใช่คนไม่ดีและคนไร้ค่า สำหรับเขาแล้วพวกเขาคือคนที่มีค่า เพราะนักโทษก็เป็นมนุษย์ มีหัวใจเหมือนเราทุกคน มนุษย์ทุกคนต้องการเป็นคนที่มีค่า และต้องการกำลังใจ สิ่งนี้คือสัจธรรม หวังว่ากลุ่มของอเล็กซ์ได้สร้างคุณค่าและกำลังใจให้กับผู้ต้องขังทุกคน อเล็กซ์ทิ้งท้ายว่าเราไม่ลืมกันนะ พบกันใหม่แน่นอน เรือนจำแดนหญิง จังหวัดระยอง     หลังจากนั้นไม่นาน อเล็กซ์ เรนเดล ก็โพสต์ภาพถ่ายบรรยายกาศในเรือนจำแดนนักโทษชาย และข้อความว่า […]

เรือนจำเคนยาใช้การเจริญสติ ช่วยลดความรุนแรงและเชื่อมสัมพันธ์ผู้คุมกับผู้ต้องขัง

เรือนจำเคนยาใช้ การเจริญสติ ช่วยลดความรุนแรงและเชื่อมสัมพันธ์ผู้คุมกับผู้ต้องขัง การเจริญสติ กำลังแพร่หลายทั่วโลก ไม่เว้นแม้แต่เรือนจำ ไนวาชาจีเค (Naivasha GK) ซึ่งเป็นเรือนจำความมั่นคงสูงที่ใหญ่ที่สุดของเคนยา ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของกรุงไนโรบี กำลังใช้โปรแกรมอบรมการเจริญสติ เพื่อจัดการกับความรุนแรง และดึงผู้คุมกับผู้ต้องขังให้มาใกล้ชิดกันมากขึ้น ในเรือนจำแห่งนี้มีความตึงเครียดสูงมาก เนื่องจากแออัดไปด้วยผู้ต้องขังมากกว่า 2,000 คน ที่กำลังชดใช้โทษติดคุกตลอดชีวิตหรือรอวันประหารชีวิต ที่นี่รู้จักกันดีว่าเป็นสถานที่บ่มเพาะความรุนแรง อุปกรณ์เครื่องใช้ก็เก่าเก็บมีมาตั้งแต่ยุคอาณานิคม จำนวนผู้ต้องขังแออัดล้นเกิน 100% ดังนั้นสถานการณ์จึงทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ อย่างไม่หยุดหย่อน มีรายงานความขัดแย้งถึงขั้นทำร้ายร่างกายกันมาตลอด ระหว่างพัศดี ผู้คุม และผู้ต้องขัง ซึ่งนำไปสู่ความกดดันและสิ้นหวัง ดังนั้นจึงมีความพยายามที่จะกำจัดความตึงเครียดและปรับปรุงบรรยากาศให้ดีขึ้น ซึ่งทางเรือนจำได้หาวิธีมาจัดการกับปัญหานี้ นั่นคือ การเจริญสติ ดอกเตอร์อินมาคูลาดา อะดาร์เวส-โยร์โน อาจารย์จากมหาวิทยาลัยเอ็กเซเตอร์ของอังกฤษ ได้แนะนำโปรแกรมเจริญสติให้แก่ฝ่ายบริหารของเรือนจำ เพื่อนำไปปรับปรุงวัฒนธรรมของเรือนจำให้ดีขึ้น โดยการสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้ต้องขังหันมาสนใจการเจริญสติ ผู้คุมที่ผ่านการอบรมมาเป็นพิเศษจะเป็นผู้นำการอบรม และจะเป็นผู้กระตุ้นผู้ต้องขังกับผู้คุมด้วยกันให้มาร่วมแบ่งปันความหวาดกลัวและความอ่อนแอในจิตใจ เพื่อเป็นสะพานเชื่อมโยงถึงกัน ผู้ต้องขังโทษจำคุกตลอดชีวิตคนหนึ่งบอกว่า ระหว่างตัวเขากับผู้คุมเปรียบเหมือนนรกกับสวรรค์ ไม่มีทางบรรจบกันได้ แม้แต่มองตากันก็ยังไม่ได้ด้วยซ้ำ โปรแกรมเจริญสติช่วยให้เขาได้เรียนรู้การปล่อยวางความเจ็บปวด ความหวาดกลัว และอารมณ์ด้านลบต่าง ๆ อย่างค่อยเป็นค่อยไป ณ วันนี้เขามองผู้คุมเป็นเสมือนพี่น้อง […]

สวนสัตว์ใน เรือนจำ ช่วยกล่อมเกลาจิตใจนักโทษ

สวนสัตว์ใน เรือนจำ ช่วยกล่อมเกลาจิตใจนักโทษ จีนน์ เซแลนเดอร ์ (Jeanne Selander) ไม่เคยทำงานใน เรือนจำ มาก่อน เธอเข้ามารับหน้าที่เป็นผู้ควบคุมดูแลฟาร์มสัตว์ของสำนักงานนายอำเภอ มอนโรเคาน์ตี รัฐฟลอริดา สหรัฐอเมริกา เมื่อ 12 ปีก่อน ฟาร์มหรือสวนสัตว์แห่งนี้ก่อตั้งขึ้นในปี 1994 หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจเห็นฝูงเป็ดต้องสูญเสียสมาชิกเพราะถูกรถที่ผ่านไปมาทับซะแบน จึงต้อนฝูงเป็ดไปหาบ้านใหม่ บังเอิญช่วงนั้นมีการปรับปรุงอาคารเรือนจำโดยยกให้สูงขึ้นเพื่อหนีน้ำ ทำให้เหลือพื้นที่ว่างใต้ตึก จึงเกิดไอเดียใช้พื้นที่ดังกล่าวมาทำเป็นสถานที่รับดูแลสัตว์ที่ถูกทอดทิ้ง เมื่อเวลาผ่านไปจำนวนสัตว์ก็เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ จนตอนนี้กลายเป็นสวนสัตว์ย่อม ๆ ไปแล้ว แต่กว่าจะมาเป็นแบบนี้ได้ก็ต้องต่อสู้กันมาพอสมควร เพราะในสมัยนั้นสถานที่ยังไม่ได้มาตรฐาน อาจถูกสั่งปิดได้ทุกเมื่อ แต่จีนน์ก็บอกกับนายอำเภอว่า ขอให้เธอรับผิดชอบดูแลทั้งหมด และเธอจะพัฒนาให้ดีกว่าเดิม สิบปีผ่านไปสวนสัตว์มีสัตว์เพิ่มจำนวนมากขึ้นถึง 150 ตัว มีสัตว์หลากหลายมากมาย เช่น สลอธ ลีเมอร์ คิงคาจู งูและสัตว์เลื้อยคลานหายาก กระต่าย เป็ด ห่าน หมู ม้าแคระ นก และอื่น ๆ อีกมาก เจ้าหน้าที่ของสวนสัตว์คือนักโทษ […]

“ นิทานข้ามกำแพง ” หนังสือนิทานจากฝีมือผู้ต้องขัง สู่หัวใจของเด็กทั่วประเทศ

“ นิทานข้ามกำแพง ” หนังสือนิทานจากฝีมือผู้ต้องขัง สู่หัวใจของเด็กทั่วประเทศ – หากบอกว่าผู้ต้องขังในเรือนจำกลางบางขวางสามารถวาดเขียนนิทานสำหรับเด็กได้ คุณจะเชื่อไหม หลายคนไม่เชื่อว่าพวกเขาจะทำได้ (แม้แต่ตัวพวกเขาเองก็แทบไม่เชื่อ) แต่หนังสือนิทานเหล่านี้คือผลงานของผู้ต้องขังจากเรือนจำกลางบางขวาง

บทเรียนชีวิตหลังกำแพงคุก ตอน ประชดชีวิตจนติดคุก

หลายปีที่ผ่านมานิตยสาร Secret ได้รับจดหมาย น.ช. (นักโทษชาย) และ น.ญ. (นักโทษหญิง) จากเรือนจำต่าง ๆ ทั่วประเทศอยู่บ่อยครั้ง (คุก) ทำให้รู้ว่าความผิดพลาดที่เกิดขึ้นในชีวิตของแต่ละคนนั้นไม่อาจนำมาตัดสินความดีความเลวในตัวเขาได้เลย บางคนพลั้งพลาดเพราะอารมณ์ชั่ววูบ บางคนทำเรื่องเลวร้ายเพราะขาดปัญญาที่จะรู้ดีรู้ชั่ว และอีกหลายคนที่ถูกคนใกล้ตัวหลอกให้ร่วมกระทำความผิดโดยไม่รู้ตัว  การใช้ชีวิตในฐานะ “ผู้ต้องขัง” อยู่ในห้องสี่เหลี่ยมแคบ ๆ ที่เรียกว่า “คุก” ได้ให้บทเรียนอะไรแก่พวกเขาบ้าง คนนอกคุกอย่างเราควรจะเปิดใจรับฟังและเรียนรู้ เพื่อสอนใจตัวเองว่าอย่าใช้ชีวิตด้วยความประมาท จะได้ไม่พลาดพลั้งเช่นเดียวกับพวกเขา   บทเรียนที่ 2 ประชดชีวิตจนติดคุก ใครเลยจะคิดว่าความดื้อดึงอวดดีจะนำพาความเดือดร้อนมาสู่ชีวิตถึงขนาดติดคุกติดตะราง แต่ชีวิตของ “มะลิ”(นามสมมติ) เป็นเช่นนั้น เริ่มต้นด้วยความดื้อแบบเด็ก ๆ อวดดี ไม่มีเหตุผล เอาแต่ใจตัวเอง หลงใหลใฝ่ฝันกับแสงสีชอบความสะดวกสบาย และหลงอบายมุขต่าง ๆ มะลิเกิดในครอบครัวชาวนาจังหวัดศรีสะเกษที่มีฐานะปานกลาง พ่อรักและตามใจเธอมาก แม่จึงต้องพยายามแบ่งปันความรักไปให้กับพี่ ๆ น้อง ๆ จนเธอรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจว่าแม่ไม่รัก และพยายามทำทุกอย่างเพื่อเรียกร้องความสนใจจากแม่ แต่ยังไม่ทันที่จะได้ใช้คำว่านางสาว มะลิก็ตั้งท้องและคลอดลูก โดยที่พ่อของลูกยังไม่ทันมาทำพิธีสู่ขอ เธอโกรธมากที่เขาไม่มีปัญญาหาเงินมาจัดงานแต่งงานให้ตามที่ประกาศไว้ทั่วหมู่บ้าน เมื่อลูกอายุได้ 4 เดือน เธอจึงทิ้งลูกไว้กับพ่อแม่ และจากไปพร้อมกับความคิดที่ว่า “ถ้าไม่ได้ผู้ชายที่ดีกว่านี้ ก็จะไม่มีวันกลับมาที่หมู่บ้านนี้อีก!” หลังจากที่หนีออกจากบ้านแล้ว มะลิก็ไปทำงานเป็นเด็กเสิร์ฟอยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่ พร้อมความหวังว่า “ต้องมีสามีรวย ๆ และมีครอบครัวที่อบอุ่นให้ได้” แล้ววันหนึ่งฝันของเธอก็เป็นจริง เพียงแต่ว่าผู้ชายที่หล่อ รวย และนิสัยดีของเธอคนนี้มีภรรยาแล้วเท่านั้น แต่ด้วยความมุ่งมั่นประการเดียวคือ “หาสามีรวยให้ได้” ทำให้มะลิคิดเข้าข้างตัวเองว่า ต่างคนต่างอยู่ บ้านใหญ่ก็ส่วนบ้านใหญ่ เราไม่ได้ไปสร้างความเดือดร้อนให้ “แบ่งกันกิน แบ่งกันใช้ ไม่เห็นจะเป็นอะไร” เมื่อสามีไปทำพิธีสู่ขอตามประเพณี โดยที่ญาติพี่น้องไม่รู้ว่าเขามีครอบครัวแล้ว ทั้งคู่ก็ใช้ชีวิตคู่กันอย่างมีความสุข สามีตามใจมะลิทุกอย่าง เธอทำหน้าที่เป็นภรรยาพาร์ตไทม์อยู่กับเขาช่วงวันจันทร์ถึงศุกร์ และใช้จ่ายเงินที่เขาให้อย่างฟุ่มเฟือย เธอไล่ซื้อความสุขจากทุกที่ ไม่ว่าจะเป็นในห้าง ในผับ ในบาร์ หรือร้านคาราโอเกะ ที่สำคัญ สามียังใจดีเปิดร้านสนุกเกอร์ให้เธออีกด้วย แต่ผ่านไปได้ 5 ปีร้านก็เจ๊ง และแล้ววันที่วิมานพังทลายก็มาถึง เมื่อมีผู้หวังดีแต่ประสงค์ร้ายพาบ้านใหญ่มาเยี่ยมมะลิถึงที่บ้าน นับจากวันนั้นเป็นต้นมา สามีสุดที่รักก็ไม่ย่างกรายมาหาเธออีกเลย มีก็แต่เพียงส่งเสียเลี้ยงดูเธอและลูกที่เกิดกับเขาเท่านั้น “ครั้งนั้นดิฉันเสียใจมาก ดื่มเหล้าเมามายไม่เว้นแต่ละวันและคิดว่า ‘เมื่อหาผู้ชายดี ๆ มาเป็นสามีไม่ได้ คอยดู จะหาสามีที่เลวที่สุด…ให้สะใจไปเลย’” แล้วเธอก็ได้สามีที่เลวสมใจจริง ๆ ! เพราะเขาติดยาและพาเพื่อนที่เสพยาบ้ามาเสพกันที่บ้าน แถมยังชักชวนให้เธอเสพด้วย “ตอนนั้นดิฉันแอบเสพยาทั้ง ๆ ที่ลูกชายคนโตจากสามีคนแรกและลูกสาวคนเล็กก็อยู่ด้วย” ในที่สุดมะลิก็ถูกจับในข้อหามียาบ้าในครอบครอง 9 เม็ดและต้องโทษจำคุกเป็นเวลา 3 ปี 4 เดือน 25 วัน เธอจดจำวันเวลาอันแสนมืดมนที่อยู่ภายในคุกได้อย่างชัดเจน จนกระทั่งเธอรู้สึกเหมือนได้ชีวิตใหม่อีกครั้ง เมื่อมี “โครงการอบรมธรรมะให้แก่ผู้ต้องขัง” มะลิมองเห็นความผิดของตัวเองและมุ่งมั่นที่จะปฏิบัติธรรมอย่างจริงจัง เพราะกลัวว่าบาปกรรมที่ได้ทำมาในอดีตจะตามทัน เธอรู้แล้วว่าสิ่งที่ทำลงไปให้ผลเช่นไร เธอแย่งสามีเขามา แต่แล้วแม้สามีของตัวเองจะเลวแสนเลว ก็โดนผู้หญิงคนอื่นแย่งไปเหมือนกัน เคยด่าว่าแม่ ตอนนี้ก็โดนผู้ต้องขังคนอื่นด่าว่าเธอด้วยถ้อยคำรุนแรงไม่แพ้กัน ยิ่งชีวิตในคุกขมขื่นเพียงไร มะลิก็ยิ่งเห็นความผิดของตัวเองมากขึ้นเท่านั้น วันไหนที่ทำผิด ผู้คุมหรือที่เรียกกันว่า “แม่นาย” ก็จะเรียกมาตำหนิด้วยการให้เข้าแถวเรียงเดี่ยวหรือสองแถว จากนั้นแม่นายก็จะเปิดฉากอบรมสั่งสอนด้วยคำพูดที่แสบ ๆ คัน ๆ บางครั้งก็ใช้วาจาที่รุนแรงเพื่อให้หลาบจำ…มะลิรู้สึกเข็ดขยาดกับโทษทัณฑ์ทั้งหลายที่ได้รับ และตั้งใจไว้ว่า หากพ้นโทษเมื่อไรเธอจะกลับตัวกลับใจเป็นคนดี และจะหันหลังให้กับคุกตะรางอย่างสิ้นเชิง หลังออกจากคุก มะลิก็บวชเป็นแม่ชี และไม่นานก็สึกออกมาเพื่อเลี้ยงดูลูกสาว เธอหาเลี้ยงตัวเองด้วยการทำอาชีพที่ได้รับการฝึกมาจากเรือนจำ มะลิได้รับบทเรียนแล้วว่า การใช้ชีวิตโดยให้อารมณ์เป็นใหญ่นั้นส่งผลเสียต่ออนาคตของเธอมากมายเพียงใด ทุกวันนี้มะลิจึงครองตัวอยู่ในศีลแปด พยายามใช้ชีวิตอย่างมีสติ คิดใหม่ ทำใหม่ ทั้งกาย วาจา และใจ มองเห็นคุณค่าชีวิตของตัวเอง ไม่ดูถูกตัวเอง และไม่ใช้ชีวิตตามแรงประชดอีกต่อไป ทั้งหมดนี้คือบทเรียนชีวิตที่ถ่ายทอดจากปากของอดีตผู้ต้องขัง ที่ปัจจุบันกลับตัวกลับใจเป็นคนดีของสังคม แม้ว่าจะดูเหมือนโชคร้ายที่พวกเขาต้องติดคุก แต่ถ้ามองในแง่ดี หากไม่ได้เข้าไปอยู่ในห้องสี่เหลี่ยมแคบ ๆ นั้น บางทีชีวิตทั้งชีวิตของพวกเขาอาจไม่ได้รู้จักธรรมะและอาจจะมืดมนไปตลอดกาลก็เป็นได้ ตรงกันข้ามกับคนที่อยู่นอกคุกอย่างพวกเรา แม้จะได้รับอิสรภาพมากมาย แต่หลายคนกลับใส่โซ่ตรวนทางใจให้กับตัวเองด้วยการผูกตัวเองไว้กับอดีตอันขมขื่น ไม่ว่าจะเป็นความเจ็บปวดจากความรัก ความชัง ความเคียดแค้น ความอาฆาตพยาบาท ฯลฯ ชีวิตของเขาเหล่านี้จึงเป็นอุทาหรณ์ให้เราหันกลับมามองชีวิตของตัวเองและใช้ชีวิตด้วยความไม่ประมาท เพื่อจะได้หนีห่างให้ไกลจากคุก…ไม่ว่าจะเป็นคุกทางกายหรือทางใจก็ตาม    คลิก! เพื่ออ่านบทเรียนชีวิตหลังกำแพงคุก ตอนที่ 1 เสียงสะอื้นของมือปืนรับจ้าง   ที่มา  นิตยสาร Secret Photo by Takeshi Charly from Pexels Secret Magazine (Thailand) บทความน่าสนใจ บทเรียนชีวิต หลังกำแพงคุก ตอน เสียงสะอื้นของมือปืนรับจ้าง […]

keyboard_arrow_up