ล้มเหลว บ่อยเท่าไหร่ เราก็ยิ่งรู้จักและเข้าใจตัวเองมากขึ้นเท่านั้น

ล้มเหลว บ่อยเท่าไหร่ เราก็ยิ่งรู้จักและเข้าใจตัวเองมากขึ้นเท่านั้น ล้มเหลว บ่อยเท่าไหร่ เราก็ยิ่งค้นพบ “ความถนัด” ของตัวเองมากขึ้นเท่านั้น ใครที่ได้ฟังคำพูดประโยคนี้ อาจจะรู้สึกสงสัยว่า จริงเหรอ? ความล้มเหลวบ่อยๆ นี่มีแต่จะสร้างความรู้สึกทุกข์ใจ ไม่สบายใจเท่านั้นหรือเปล่า การล้มเหลวบ่อยๆ นั้นมีข้อดีแฝงอยู่ด้วยเหรอ หากคุณกำลังลังเลสงสัยถึงข้อดีของ “ความล้มเหลว” นี่คือบทความที่คุณไม่ควรพลาดค่ะ!   ::: ต้องล้มเหลวให้ครบ 40 ครั้ง จึงจะเข้าใจตัวเอง ::: หากคุณคือคนหนึ่งที่ ล้มเหลว จนรู้สึกเหนื่อยล้า ผิดหวัง ขาดความเชื่อมั่นในตัวเอง อยากให้คุณได้ลองพูดคุยกับคุณชิระ แอน นักจิตวิทยาการให้บริการปรึกษา (Counseling Psychologist) แห่งญี่ปุ่นที่กล่าวว่า คนเราต้องล้มเหลวให้ถึง 40 ครั้งเสียก่อน หรือ ที่เรียกว่า  “Magic40” เราจึงจะค้นพบความถนัดของตัวเอง คุณชิระ กล่าวว่า ถ้าล้มเหลวถึง 40 ครั้ง แล้วยังไม่สำเร็จอีก ถึงจะทราบว่า มันไม่ใช่เส้นทางของเรา เราควรเปลี่ยนไปเดินเส้นทางสายใหม่ เพราะหนทางสู่ความสำเร็จไม่ใช่เส้นตรงอันราบเรียบ แต่ขึ้นๆ […]

รู้จักยอมรับ “ ความโง่ ” ของตัวเราเอง

รู้จักยอมรับ “ ความโง่ ” ของตัวเราเอง โสกราตีส (Socrates) นักปรัชญาสมัยกรีกโบราณ กล่าวถึง “การตระหนักถึง ความไม่รู้” เอาไว้ว่า “ข้าพเจ้าไม่รู้อะไรเลย สิ่งเดียวที่ข้าพเจ้าไม่รู้อะไรเลย” เพราะการยอมรับ หรือตระหนักว่าตัวเรา “ไม่รู้” หรือ ตัวเรามี “ ความโง่ ” อยู่ เป็นการกระทำที่กล้าหาญ และมีผลดีต่อตัวเราเอง   ความไม่รู้ไม่ใช่สิ่งที่น่าอาย เหตุแรกแรก เพราะทุกคนต่างเริ่มต้นจาก “ความไม่รู้” ด้วยกันทั้งนั้น เหตุผลที่สอง คือ ไม่ว่าเราจะเรียนรู้มากแค่ไหน ก็ไม่มีทางหลุดพ้นจากกรอบของ “ความไม่รู้” ได้ ต่อให้เป็นคนแก่งระดับดอกเตอร์ เขาก็รู้เพียงศาสตร์แขนงที่ตัวเองวิจัย แต่ไม่อาจเข้าใจในเรื่องอื่นที่นอกเหนือจากแขนงที่ตัวเองวิจัยได้ ดังนั้นสิ่งที่เราไม่รู้บนโลกนี้จึงมีมากมาย ไม่มีที่สิ้นสุด ต่อให้เราจะคิดว่า เรารู้เรื่องนี้เป็นอย่างดีแล้ว  วันหนึ่ง ความรู้นั้นก็อาจจะล้าสมัย หรือ เปลี่ยนแปลงไปได้ เพราะฉะนั้น การไม่รู้จึงไม่ใช่เรื่องแปลก หรือ เรื่องที่น่าอายเลย   อย่ากลัวที่จะยอมรับว่าตัวเรา “ไม่รู้” […]

เรียนรู้จากความผิดพลาด ข้อแตกต่างระหว่างคนทำงานเร็ว กับ คนทำงานช้า

เรียนรู้จากความผิดพลาด ข้อแตกต่างระหว่างคนทำงานเร็ว กับ คนทำงานช้า “ความผิดพลาด”ไม่ว่าใครก็น่าจะเคยพบเจอ แต่คนแต่ละคนต่างก็มีวิธีการรับมือกับความผิดพลาด และ เรียนรู้จากความผิดพลาด ที่แตกต่างกันไป เชื่อหรือไม่ว่า การรับมือกับความผิดพลาดของแต่ละคน ส่งผลต่อประสิทธิภาพในการทำงานของเราด้วย จึงเกิดเป็นความแตกต่างระหว่างคนที่ “ทำงานเร็ว” กับ คนที่ “ทำงานช้า” คนทำงานเร็วเปลี่ยนความผิดพลาดเป็นบทเรียน คนทำงานช้ามัวแต่กังวลและหวาดกลัว ความผิดพลาด คือ ขั้นตอนแห่งการลองผิดลองถูกที่ตามมาด้วยผลสำเร็จ หากเราลองใช้วิธีไหนแล้วไม่ได้ผล แสดงว่าวิธีนั้นเป็นวิธีที่ไม่เหมาะสม ควรเปลี่ยนไปใช้วิธีอื่นที่เหมาะสมกว่า และมีประสิทธิภาพดีกว่า ในการแข่งขันกีฬา จะมีการวิเคราะห์กลยุทธ์การเล่น ทั้งของฝ่านตนเองและฝ่ายตรงข้ามอยู่ตลอดเวลา เพื่อที่ตะสามารถปรับเปลี่ยนวิธีการเล่นเพื่อรับมือ และเปิดศึกรุกไปยังฝ่ายตรงข้ามจนสามารถเอาชนะในที่สุดได้ การทำงานก็เช่นเดียวกัน หากเรามองให้ดี การผิดพลาดนั้น แท้จริงคือ “การคาดการณ์พลาด” ซึ่งจะนำไปสู่ “โอกาสในการมองเห็นปัญหาให้ชัดเจนขึ้น” เมื่อแรกเริ่มที่เราลองทำอะไรสักอย่าง เราคาดหวังผลลัพธ์เอาไว้ในใจ แต่เมื่อทำออกมาจริงๆ กลับพบว่าผลลัพธ์ไม่เป็นไปตามที่คาดหวังไว้ นี่คือโอกาสที่เราจะได้ตรวจสอบว่า “เหตุใดผลลัพธ์จึงต่างไปจากที่เราคิด และ คราวหน้าเราต้องทำอย่างไร จึงจะป็นไปตามที่คาดการณ์” ดังนั้น ความผิดพลาดแต่ละครั้งจึงเป็นโอกาสให้เราได้เก่งขึ้นเรื่อยๆ เมื่อคิดได้ดังนี้ เราก็ไม่ตำเป็นต้องกลัวความผิดพลาดจนเกินไป และไม่จำเป็นต้องคิดมากเมื่อเผชิญกับความผิดพลาด คนที่ทำงานช้าจะไม่สามารถยอมรับวงจรนี้ได้ แต่ตะรู้สึกตื่นตระหนก โดยไม่พิจารณาให้ลึกซึ้งว่า คราวหน้าควรทำอย่างไร หรือ […]

keyboard_arrow_up