เมื่อเราโตขึ้นเราจะเข้าใจว่า “การมีเพื่อนเยอะไม่สำคัญเท่ากับการมีเพื่อนดี”

“อันเพื่อนดีมีหนึ่งถึงจะน้อย ดีกว่าร้อยเพื่อนคิดริษยา เหมือนเกลือดีมีน้อยด้อยราคา ยังดีกว่าน้ำเค็มเต็มทะเล” วันนี้ขอยกเอาคำสอนของท่านพุทธทาสภิกขุ ที่เป็นบทกลอนสอนใจเรื่องเกี่ยวกับ “เพื่อน” ขึ้นมาพูดสักหน่อยนะคะ เพราะด้วยสถานการณ์และผู้คนที่เราต้องพบเจอในแต่ละวัน หรือแม้แต่ปัญหาที่ผ่านเข้ามาในชีวิตทำให้เรากลับมานั่งคิดทบทวนว่า เวลาเรามีเรื่องทุกข์ใจ หรือเศร้าใจ มีใครบ้างที่เหลืออยู่กับเราในเวลานั้น และเขาคนนั้นแม้จะเป็นเพียงคนคนเดียวที่เหลืออยู่ก็ขอให้จงดีใจเอาไว้เถอะค่ะ ว่านั่นแหละคุณได้เจอเพื่อนแท้แล้ว แม้จะมีจำนวนไม่มาก แต่เค้าคือเพื่อน “คุณภาพ” ที่แท้จริของคุณ ทุกวันนี้ด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่ทันสมัยขึ้นทำให้คนเรามีการสื่อสารกันง่ายมากขึ้น คนเราจึงมีเพื่อนมากมายในสังคมออนไลน์อย่างเฟสบุคเป็นร้อย บางคนนี่มีเพื่อนเป็นพันๆ คน แต่เอาเข้าจริงๆ เราก็จะคุยหรือมีปฏิสัมพันธ์อยู่ด้วยเพียงแค่ไม่กี่คนเท่านั้น ในโลกออนไลน์หากเราพอใจที่จะให้เพื่อนคนไหนอยู่ในชีวิตเราก็แค่เก็บเขาเอาไว้ หรือหากไม่พอใจใครก็แค่ลบหรือบล็อคออกไปจากเฟสบุคก็เท่านั้น แต่ในชีวิตจริงเรามีเพื่อนที่พูดคุยด้วยได้ทุกเรื่องสักกี่คน เรามีคนที่รับฟังปัญหาที่เราเจอมีกี่คน เคยลองนั่งคิดกันบ้างหรือเปล่า ถึงเวลาแล้วค่ะที่เราจะคัดเลือกเพื่อนที่รู้ใจเอาไว้ข้างกายแบบเพื่อนคุณภาพ  แม้ว่าคัดออกมาแล้วจะเหลือจำนวนน้อยมากเพียงไม่กี่คน หรือบางคนอาจจะเหลือแค่คนเดียว แต่จงดีใจเถอะว่าคุณเป็นหนึ่งในคนที่โชคดีเพราะที่เหลือเพื่อนน้อยๆ นั่นแหละ แต่เค้าคือเพื่อนแท้ค่ะ เวลาที่คนเรามีปัญหา หรือมีเรื่องอยากระบายให้ใครสักคนฟัง เชื่อหรือไม่คะว่าเรามักต้องการเพียงแค่คนคนเดียวเท่านั้นที่รับฟัง ฉะนั้นวันนี้เรามาดูกันดีกว่าค่ะว่าข้อดีของการมีเพื่อนน้อย แต่เป็นเพื่อนคุณภาพนั้นมีอะไรบ้าง แล้วไปดูว่าเมื่อเราเจอคนคนนั้นแล้ว เราควรรักษาเค้าเอาไว้อย่างไร >> เชื่อเถอะว่าเพื่อนยิ่งเยอะ ยิ่งมากปัญหา << เมื่อตอนที่เรายังเป็นเด็ก หรือเมื่อสมัยยังเป็นวัยรุ่น เราจะมีความรู้สึกว่าถ้าไปไหนแล้วได้ไปกันเป็นกลุ่ม เป็นแก๊งค์ใหญ่ๆ คนเยอะๆ มันช่างเป็นอะไรที่สนุกสนานเหลือเกิน ยิ่งคนเยอะยิ่งมันส์สุดๆ แต่เมื่อเราโตขึ้นด้วยภาระหน้าที่ที่ทุกคนต้องมี […]

เชื่อมั้ยว่า…การ “คบเพื่อน” เป็นสิ่งสำคัญมากในการดำรงชีวิต!

เป็นธรรมดาที่การใช้ชีวิตบนโลกนี้เราไม่สามารถอยู่เพียงตัวคนเดียวได้ นับตั้งแต่เกิดมา นอกจากพ่อ แม่ ญาติพี่น้องและครูบาอาจารย์แล้ว” เพื่อน” รอบกายก็เป็นอีกกลุ่มบุคคลที่ใกล้ชิดกับเราเสมอมา ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนสมัยวัยเรียน เพื่อนสมัยทำงาน เพื่อนในสนามกีฬา หรือแม้แต่เพื่อนในสังคมออนไลน์ …หลายคนได้ดีเพราะการเลือกคบเพื่อนที่ดี ในขณะที่หลายคนอีกเช่นกันที่ต่างเสียหาย วอดวาย ถึงกับสิ้นอนาคตเพียงเพราะคบเพื่อนไม่ดี พาไปหาสิ่งผิดในชีวิตก็มีเช่นกัน มีบางคนถึงขั้นเชื่อเพื่อนมากกว่าพ่อแม่ มากกว่าเชื่อครูบาอาจารย์ซะอีก มีอะไรก็เล่าให้เพื่อนฟังหมด แต่กับพ่อแม่ไม่กล้าที่จะบอกอะไรเหตุผลหนึ่งก็ที่พอเข้าใจได้นั้นก็เพราะเป็นธรรมดาที่เมื่อพ่อแม่เห็นว่าสิ่งนั้นไม่ดี ท่านก็จะคอยห้าม แต่พอเป็นเพื่อนกันมักจะไม่ค่อยห้ามปราม คอยเห็นดีเห็นงามไปด้วย โดยที่บางครั้งขาดการตรึกตรองถึงผลที่จะตามมา ดังนั้นจึงพูดได้ว่าการเลือกคบเพื่อนจึงเป็นสิ่งที่สำคัญมากในการดำรงชีวิต คบเพื่อนดี เป็นศรีแก่ตัว คบเพื่อนชั่วพาล้มเหลวนั่นเองค่ะ ทีนี้เราลองมาดูกันซิว่า เพื่อนประเภทใดที่ไม่ควรคบหาและควรออกห่างเป็นอย่างยิ่ง อาทิ >> เพื่อนที่คอยจะเอาเปรียบอยู่ตลอดเวลา << เพื่อนประเภทนี้มักจะเห็นแก่ตัว รับแต่ชอบไม่รับผิดร่วมกัน เห็นแก่ได้ มีอะไรก็แย่งตัดหน้าคว้าไปซะก่อน หรือแม้แต่เพื่อนที่เห็นแก่กินชวนไปไหนถ้าเราเลี้ยงก็จะไป แต่ถ้าต้องหารกันเมื่อไรละก็จะอิดออด เบี้ยว ชิ่งหนีซะเลย เพื่อนแบบนี้เชื่อมั้ยคะว่าเราไม่มีทางหนีพ้น มีอยู่ทุกที่โดยเฉพาะในที่ทำงาน หากพบเจอก็เลี่ยงๆ เข้าไว้จะดีกว่า แต่หากไม่สามารถเลี่ยงได้ก็ถือซะว่าเรากำลังฝึกการทำความเข้าในมนุษย์ว่า นี่คือสิ่งไม่ดีที่ไม่ควรทำ >> เพื่อนชอบเม้าท์มอย << เพื่อนแบบนี้สามารถนินทาได้ทุกเวลา สามารถตีไข่ใส่ความว่าร้ายคนอื่นหรือเป็นเจ้ากรมข่าวลือ เพื่อนแบบนี้มีเยอะมากค่ะ เผลอๆ […]

8 ประโยคติดปากที่ต่อให้สนิทกันแค่ไหนก็ไม่ควรพูดกับเพื่อน

แม้จะเป็นเพื่อนสนิทกันแค่ไหน คุยเม้าท์มอยกันทุกวันทุกเวลา แต่สุดท้ายแล้วทุกคนล้วนต้องการพื้นที่ส่วนตัวเสมอและต้องการเก็บเรื่องบางอย่างไว้ในใจไม่อยากจะบอกใคร เรื่องบางเรื่องเราอาจจะคิดว่าเป็นเรื่องธรรมดาๆ ที่น่าจะเม้าท์กันได้ หลายคนอาจคิดว่า เพื่อนกันก็ไม่เห็นต้องปิดบังกันเลย เพื่อนกันก็ต้องคุยกันได้ทุกเรื่องสิ เพื่อนกันต้องพูดตรงๆ กันได้สิ  แต่กลายเป็นว่า ยิ่งพูดยิ่งทะเลาะกันจนถึงขั้นเลิกคบกันเลยก็มี นั่นอาจเป็นเพราะคำพูดติดปากแย่ๆ  8 ประโยคต่อไปนี้   8 ประโยคที่ไม่ควรพูดกับเพื่อน เห็นไหม ฉันบอกแล้ว! ประโยคนี้เรามักได้ยินบ่อยๆ เมื่อเวลาเราทำอะไรบางอย่างที่ตรงข้ามกับคำแนะนำจากคนอื่นแล้วดันล้มเหลวขึ้นมา เราอาจบอกได้ว่าประโยคนี้เป็นหนึ่งในประโยคที่ทำให้คนฟังเสียใจมากกว่าการดุ การตำหนิเสียอีก เพราะเป็นประโยคที่ทำให้คนฟังรู้สึกผิดกับตัวเอง รู้สึกแย่กับตัวเอง เป็นการซ้ำเติมในสิ่งที่ผิดพลาดไปแล้ว และไม่มีประโยชน์ ไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้นมา ประโยคนี้ เป็นประโยคที่ไม่ควรพูดกับเพื่อน แม้เราจะรู้สึกว่า เห็นไหม ฉันบอกแล้ว แต่เธอไม่ยอมทำตามที่ฉันบอก  เชื่อไหมว่า เพื่อนน่ะรู้ตัวเองดีอยู่แล้วว่าเขาได้ทำผิดพลาดไปแล้ว ที่กลับมาหาเราไม่ได้อยากให้เรามาตอกย้ำซ้ำเติม แต่อยากกลับมาขอคำแนะนำอีกครั้งยังไงล่ะ ถ้าอยากเป็นเพื่อนที่ดี ก็ควรพูดให้กำลังใจเพื่อนดีกว่า  ไม่เป็นไรนะ ใครๆ ก็พลาดกันได้ มาเริ่มกันใหม่เถอะ  เห็นไหม ดีกว่าตั้งเยอะ!   ทำไมเธอถึงเลือกอันนี้ล่ะ ฉันไม่ชอบเลย ไม่ว่าเพื่อนจะเลือกอะไร  จะเสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า งาน อาหาร […]

เพื่อนหรืองูพิษ  10 วิธีเช็คให้ดีๆ ว่า ‘เพื่อนคนนี้’ ควรคบต่อไหม?

อีกหนึ่งมิตรภาพความรักที่ยิ่งใหญ่ ไม่แพ้มิตรภาพใดๆ ก็คือ มิตรภาพแห่งความเป็นเพื่อน  ลองคิดดูว่า คนที่ไม่ใช่ครอบครัวเดียวกัน หรือมีสายเลือดเดียวกัน แต่กลับมารักกันเข้าใจกันได้ คือสิ่งมหศัจรรย์มากๆ เลยนะว่าไหม ถ้าใครมีเพื่อนที่อยู่ด้วยแล้วมีความสุข  ไม่รู้สึกเหงา นั่นหมายความว่าคุณโชคดีแล้วที่ได้เจอเพื่อนดีๆ แต่ถ้าใครที่มีเพื่อนแล้วรู้สึกแปลกๆ ยังลังเลที่จะเปิดใจด้วย จะเป็นเพื่อนต่อไปดีไหมนะ ยังสับสนว่าตกลงเพื่อนคนนี้จะไปต่อหรือจะห่างๆ ดี ถ้าอย่างนั้นลองมาสังเกตเพื่อนรอบๆ ตัวเราดูกันเลยด้วย 10 วิธีที่จะช่วยบอกได้ว่า นี่เพื่อนแท้หรืองูพิษที่คุณควรหนีไปไกลๆ   10 วิธีดูว่านี่เพื่อนแท้หรืองูพิษ แอบคุยกับแฟนเรา แฟนเพื่อนก็เหมือนแฟนเราหรอ?  ไม่ใช่แล้ว!  แฟนของเราก็คือคนที่เรารัก ถ้าเพื่อนเราจะรักแฟนเราด้วยมันก็ดีกว่าเกลียด แต่ก็ควรรักและหวังดีในฐานะมนุษย์คนหนึ่งเท่านั้น ถ้าเราแนะนำแฟนของเราให้เพื่อนรู้จักแล้ว เขาอาจจะเป็นเพื่อนแอดไลน์กันก็จริง แต่ถ้าเขาแอบไปคุยกันโดยไม่บอกเรา หรือแอบไปนัดเจอกันโดยเราไม่รู้ แบบนี้เทไปทั้งคู่เลยดีกว่า งูพิษก็ควรคบกับงูพิษ! คำแนะนำเมื่ออยากคุยกับแฟนเพื่อน : อยากคุยกับแฟนเราก็ถามเราก็ได้  หรือถามกันต่อหน้าเวลาที่อยู่ด้วยกันกับเราดีกว่า แต่ถ้ามีธุรจริงๆ เราก็ไม่ว่าหรอกนะ แต่อย่างน้อยก็บอกกันหน่อย ไม่ได้ระแวงนะ แต่เพื่อนกันก็ไม่ควรทำให้อีกฝ่ายไม่สบายใจหรอก ถูกไหม?   ยืมเงินเราแล้วไม่คืน ยืมแล้วคืนก็ไม่เป็นไร ยืมแล้วเงียบไปนี่สิน่ากลัว  ยิ่งเป็นเพื่อนกันยิ่งไม่ควรยืมเงินกันเลยนะ หากเพื่อนคนนี้ชอบยืมเงินเรา ให้เราออกเงินให้ก่อนบ่อยๆ […]

จงเลือกคบเพื่อน ที่คอยเปลี่ยนให้เรา “เป็นคนดีขึ้น”

เราทุกคนต่างล้วนก็ต้องมีเพื่อนด้วยกันทั้งนั้น มีคนเข้ามาในชีวิตเรามากมาย มีทั้งดีและไม่ดี บางคนก็เรียกว่าแค่คนรู้จัก เพราะเมื่อเรายิ่งโตขึ้นเราจะยิ่งเห็นชัดว่ามีเพื่อนที่จริงใจกับเราน้อยลงไปเรื่อยๆ บางคนอาจบอกว่าฉันอยู่คนเดียวได้โดยไม่จำเป็นต้องมีเพื่อนก็ได้ ซึ่งอาจจะใช่ แต่เอาจริงๆ ทุกคนก็คงอยากมีใครสักคนที่คอยรับฟังยามเรามีเรื่องไม่สบายใจ คอยให้คำปรึกษาเวลาต้องการ ดังนั้น เพื่อนถือเป็นสิ่งสำคัญอย่างหนึ่งในชีวิตอีกสิ่งหนึ่งเลย บางคนชีวิตจะสำเร็จหรือไม่ขึ้นอยู่กับการคบเพื่อนเลยนะคะ ถ้าจะพูดให้เห็นภาพก็คือเพื่อนดีเหมือนมีคนช่วยรดน้ำ พรวนดินให้พลังใจในตัวเราเติบโตงอกงามขึ้น นำเราไปสู่ความสุขความสำเร็จนั่นเอง เมื่อเพื่อนเป็นหนึ่งปัจจัยสำคัญมากในชีวิตเรา วันนี้เราเลยมีคำแนะนำให้ทุกคนในเรื่องของการคบเพื่อน ใช่แค่เพื่อนแบบไหนที่ควรคบ แต่จะพูดถึงว่าเพื่อนแบบไหนที่มีแล้ โอ้โห! ชีวิตเราดีขึ้น เจริญขึ้นด้วยไม่ใช่แค่ดีเฉยๆ เท่านั้นค่ะ >> จริงใจในการวิจารณ์ เป็นกระจกสะท้อนตัวเรา ทำให้เราได้มองเห็นตัวเองอีกมุม >> เวลาที่เราต้องการคนที่คอยให้คำปรึกษา จะมีเพื่อนที่คอยแนะนำแบบไม่เกรงใจ เพราะถ้าเป็นเพื่อนกันย่อมต้องรับฟังคำวิจารณ์ของเพื่อนได้ แต่ก็ต้องดูด้วยว่าคำวิจารณ์นั้นอยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริงหรือเปล่า เพื่อนที่ไม่ได้คล้อยตามไปกับเราในทุกเรื่อง เช่น เวลาเราด่าหัวหน้าให้ฟังก็จะไม่ได้ด่าผสมด้วย แต่จะบอกว่า เหตุผลอะไรที่ทำให้เจ้านายทำแบบนี้กับเรา เราควรแก้ไขยังไงให้เจ้านายรัก ดีกว่าจะเม้าท์ไปด้วยถ้าแบบนั้นเราก็แค่ได้ระบายอารมณ์ แต่ชีวิตไม่ได้ดีขึ้นเลยจริงมั้ยคะ คนที่เป็นเพื่อนกันจริงๆ เค้าจะไม่เข้าข้างเพื่อนเมื่อทำผิดค่ะ ต้องรู้จักบอก เตือน ตำหนิ เวลาเราทำผิด เป็นเหมือนกระจกสะท้อนให้เราเห็นตัวเองในอีกมุม สังเกตง่ายๆ ก็คือเมื่อคุยกับเพื่อนคนนั้แล้วเรามีความคิดที่ดีขึ้นหรือเปล่าแค่นั้นเอง จำไว้ว่าเพื่อนที่ดีต้องไม่ใช่แค่มีไหล่ให้ซบ แต่บางทีก็ต้องคอยตบให้ตื่นด้วยค่ะ >> เพื่อนที่ไม่หยุดพัฒนาตัวเอง ยิ่งเขาสูงขึ้น […]

keyboard_arrow_up