“มังคุด” ราชินีผลไม้เพื่อสุขภาพ

ภายใต้เปลือกหนาสีม่วงอมน้ำตาลของผลไม้นาม “มังคุด” มีเรื่องเล่าว่าครั้งหนึ่งสมเด็จพระราชินีนาถวิกตอเรียแห่งราชวงศ์อังกฤษ เคยรับสั่งว่า จะพระราชทานตำแหน่งอัศวินหรือเงิน 100 ปอนด์ แก่คนที่สามารถนำผลมังคุดสดมาถวายพระนางได้ จริงเท็จอย่างไรไม่มีผู้ใดทราบ แต่ที่แน่ ๆ มังคุด คือผลไม้ที่คนไทยอวยยศความอร่อยให้เป็น “ราชินีแห่งผลไม้ทั้งปวง” ไม่นานมานี้มีข่าวจากสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) ว่าปีนี้ผลผลิตมังคุดจากภาคตะวันออกมีมากกว่าปีที่ผ่านมา อาจส่งผลให้ราคามังคุดตกต่ำได้ ซึ่งผลผลิตจะออกมามากที่สุดในช่วงเดือนพฤษภาคมนี้ ฟังแล้วก็ปลุกพลังไทยช่วยไทยในใจขึ้นมา อยากชวนคุณไปอุดหนุนมังคุด ช่วยเหลือเกษตรกรกันสักหน่อย และเพื่อให้การกินมังคุดลึกซึ้งยิ่งขึ้น จึงขอนำแง่มุมต่าง ๆ ของมังคุดมาฝากกัน เปลือกมังคุดเป็นยา เปลือกมังคุดมีรสฝาดจากสารแทนนิน รสฝาดนี้เป็นสิ่งบ่งชี้ สรรพคุณยาตามศาสตร์แพทย์แผนไทยคือ ฤทธิ์สมานบาดแผลและรักษาอาการท้องผูก เปลือกมังคุดจึงเป็นหนึ่งในสมุนไพรในงานสาธารณสุขมูลฐานที่นำไปใช้รักษาอาการท้องร่วง ท้องเสี่ยเรื้อรัง หรือโรคบิด โดยนำเปลือกมังคุดแห้งครึ่งผล มาย่างไฟให้เกรียมแล้วฝนกับน้ำปูนใสประมาณครึ่งแก้ว หรือบดเป็นผงแล้วละลายน้ำชาวข้าวหรือน้ำต้มสุก ดื่มทุก 2 ชั่วโมง นอกจากนี้แพทย์พื้นบ้านยังใช้เปลือกมังคุดแห้งฝนกับน้ำปูนใสเพื่อใช้ทารักษาแผลเรื้อรังในผู้ป่วยเบาหวานอีกด้วยแต่ก็มีข้อควรระวังคือ ไม่ควรทายาจากผิวมังคุดบริเวณใกล้ดวงตา หรือทาบนเนื้อเยื่ออ่อน ๆ เพราะอาจก่อให้เกิดการระคายเคืองได้ และควรล้างทำความสะอาดให้ดีก่อนนำไปตากทำยา เพื่อขจัดสารเคมีตกค้าง แพทย์แผนจีนยังมีตำรับยาที่ใช้รักษาแผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวก โดยนำเปลือกมังคุดแห้งบดผงมาผสมกับน้ำมันถั่วลิสงแล้วทาบริเวณที่เป็นแผลอีกด้วย ปัจจุบันมีการนำเปลือกมังคุดมาใช้ในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางรักษาสิว ผลิตภัณฑ์ลดกลิ่นปาก ยาสมานแผลในช่องปาก และรักษาโรคปริทันต์ เพราะมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระและต้านเชื้อแบคทีเรียบางชนิดซึ่งเป็นสาเหตุของปัญหาดังกล่าว […]

keyboard_arrow_up