วิบากกรรมของเปรตปากเท่ารูเข็ม

วิบากกรรมของ เปรตปากเท่ารูเข็ม เปรตปากเท่ารูเข็ม เป็นเปรตชนิดหนึ่งที่ชาวพุทธคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี และเวลาพูดถึงเปรตทีไร ก็จะเห็นเป็นภาพของเปรตที่มีปากเท่ารูเข็มทุกที ทั้งทีในคัมภีร์เปตวัตถุ มีเรื่องราวของเปรตอยู่หลายชนิด ไม่ว่าจะเปรตหน้าหมู (สุกรเปรต) (สามารถศึกษาเรื่องนี้เพิ่มเติมได้ที่ >>> สุกรเปรต วิบากกรรมของผู้ยุยงให้คนอื่นแตกแยก) เปรตที่มีวิมานอยู่ (เวมานิกเปรต) เป็นต้น ซึ่งการที่เปรตมีลักษณะที่แตกต่างกันออกไปเป็นเพราะผลกรรมที่ทำไว้ แต่ครั้งนี้ซีเคร็ตขอนำเรื่องราวและวิบากกรรมของเปรตปากเท่ารูเข็มมาเล่าสู่กันฟังจากเรื่องสานุวาสีเถรเปตวัตถุในคัมภีร์เปตวัตถุ ในสมัยพุทธกาลมีพระเถระรูปหนึ่งชื่อว่า “พระโปฏฐปาทเถระ” เป็นพระภิกษุที่มีวัตรปฏิบัติที่ดีทั้งกายและใจ แต่น่าเศร้าที่บิดามารดา และพี่ชายของท่านเป็นคนบาป ไม่ยอมทำบุญสุนทาน ในตอนนี้ได้ตายลงแล้วไปชดใช้กรรมเป็นเปรตที่มีช่องปากเท่ารูเข็ม ร่างกายซูบผอม และไม่มีเสื้อผ้าอาภรณ์ปกปิดร่างกาย ได้รับทุกขเวทนาอย่างหนัก รวมทั้งญาติทั้งหลายของพระเถระด้วย     ครั้งหนึ่งเปรตพี่ชายได้แสดงตนต่อพระโปฏฐปาทเถระอยู่ในท่านั่งคุกเข่าและพนมมือ พระเถระไม่ใส่ใจจึงเดินเลยเปรตตนนี้ไป เปรตพี่ชายไม่ยอมลดละ จึงเข้าแสดงตนต่อพระเถระอีกครั้งและได้บอกกล่าวว่าตนคือพี่ชายของพระเถระ และเล่าถึงความทุกข์ยากของตนกับพ่อแม่รวมทั้งญาติทั้งหลายให้พระน้องชายฟัง และขอร้องให้พระเถระช่วยเหลืออุทิศส่วนบุญให้ พระโปฏฐปาทเถระทราบว่าการทำทานนั้นจะได้ผลานิสงส์มหาศาล จึงขออาหารจากพระเถระรูปอื่นทั้งหมด 12 รูป เพื่อนำอาหารเหล่านั้นไปมอบให้พระภิกษุที่มาจากทิศทั้ง 4 เป็นสังฆทาน จากนั้นพระเถระได้อุทิศส่วนบุญและแผ่เมตตาให้แก่บิดามารดาและพี่ชาย หลังจากอุทิศนั้น อาหารรสเลิศได้เกิดขึ้นกับเปรตทั้งสาม เปรตพี่ชายกลับมีผิวพรรณผ่องใสขึ้นและมีความสุข แต่ว่าเปรตทั้งสามยังไม่มีเสื้อผ้าอาภรณ์สวมใส่ พระเถระจึงรวบรวมเศษผ้าแล้วนำมาย้อมและตัดเย็บเป็นจีวรถวายให้กับพระภิกษุที่มาจากทิศทั้ง 4  อานิสงส์นี้ได้ส่งผลให้เปรตทั้งสามมีเสื้อผ้าอาภรณ์สวมใส่ แต่เปรตเหล่านั้นก็ยังไม่มีที่พักอาศัย พระเถระได้สร้างกุฎิขึ้นและถวายให้พระภิกษุที่มาจากทิศทั้ง […]

กินอาหารที่เขาถวายพระภิกษุตายไปเป็นเปรต

กินอาหารที่เขาถวายพระภิกษุ ตายไปเป็นเปรต สมัยอดีตพระพุทธเจ้าพระองค์หนึ่งมีพระนามว่า “พระผุสสพุทธเจ้า” กรรมกร 3 คนในสมัยนั้นได้ลักข้าวยาคูและอาหารต่างๆ ของผู้ที่ตั้งใจจะใส่บาตรพระภิกษุ เพื่อนำให้บุตรของพวกตนกินคลายความหิว แต่พวกตนกลับกินเสียเอง ทำให้พระภิกษุไม่มีอาหารฉัน เมื่อกรรมกรทั้ง 3 ตายไปเป็นเปรต เสพความหิวโหยอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ครั้งถึงสมัยพระกกุสันธพุทธเจ้า พวกเปรตได้เข้าเฝ้าและทูลถามพระองค์ว่าพวกตนจะกินอาหารได้เมื่อไร พระพุทธเจ้าทรงตอบว่า “พวกท่านยังไม่สามารถกินอาหารได้ในสมัยของเรา ในกาลข้างหน้าพระโกนาคมนพุทธเจ้าได้อุบัติขึ้นบนโลก ขอให้พวกท่านทูลถามจากพระองค์เถิด”  ครั้งถึงสมัยพระโกนาคมนพุทธเจ้าตรัสรู้เป็นพระบรมศาสดา เหล่าเปรตพากันเข้าเฝ้าและทูลถามเรื่องเดิม พระองค์ตรัสตอบว่า “พวกท่านยังไม่สามารถกินอาหารได้ในสมัยของเรา ในกาลข้างหน้าพระกัสสปพุทธเจ้าได้อุบัติขึ้นบนโลก ขอให้พวกท่านทูลถามจากพระองค์เถิด” พอถึงสมัยของพระกัสสปพุทธเจ้าแล้ว เหล่าเปรตพากันเข้าเฝ้าพระองค์และทูลถามเรื่องเดิมอีกครั้ง พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า “พวกท่านยังไม่สามารถกินอาหารได้ในสมัยของเรา แต่หลังจากสมัยของเราล่วงไปอันเป็นสมัยของพระสมณโคดมพุทธเจ้า ญาติของพวกท่านจะเกิดเป็นพระราชามีนามว่า “พิมพิสาร” และเขาจะถวายทานแด่พระพุทธเจ้าพระองค์นั้น ตอนนั้นพวกท่านถึงจะกินอาหารได้” หลังจากนั้นเหล่าเปรตตั้งตารอคอยการกลับชาติมาเกิดของญาติผู้นั้น จนกระทั่งพระสมณโคดมพุทธเจ้าได้อุบัติขึ้นบนโลก เมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้าเสด็จมายังกรุงราชคฤห์ พระเจ้าพิมพิสารได้ถวายทานอย่างยิ่งใหญ่แด่พระพุทธองค์และพระสาวกทั้งหลาย พร้อมทั้งถวายสวนไผ่ (พระเวฬุวัน) เป็นอารามแด่พระพุทธเจ้าและพระสาวกพำนัก ปรากฏว่าในค่ำคืนนั้นพระองค์ได้สดับเสียงประหลาดอันน่ากลัว     วันต่อไปพระเจ้าพิมพิสารเสด็จเข้าเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้ายังพระเวฬุวัน และทูลถามเรื่องเสียงประหลาด พระองค์ตรัสตอบว่า “เมื่อสมัยอดีตพระพุทธเจ้ามีพระนามว่า “พระผุสสพุทธเจ้า” ญาติของท่านในชาตินั้นได้ลักกินอาหารที่คนตั้งใจถวายพระภิกษุ เมื่อตายไปได้เกิดเป็นเปรต และได้รับความทุกข์ทรมานเพราะความหิวโหย เที่ยวเข้าเฝ้าทูลถามพระพุทธเจ้าในอดีตมาหลายพระองค์ว่าเมื่อไรพวกข้าพเจ้าจะกินอาหารได้ […]

วิธีทำบุญให้เปรต เกิดเป็นเทวดา จากเปรตพระญาติพระเจ้าพิมพิสารสู่เปรตแม่พระสารีบุตร – Secret

วิธีทำบุญให้เปรต เกิดเป็นเทวดา จากเปรตพระญาติพระเจ้าพิมพิสารสู่เปรตแม่พระสารีบุตร – Secret เปรต หรือ “เปต” หมายถึงอมนุษย์ประเภทหนึ่ง อาศัยอยู่ในภูมิที่เรียกว่า “เปตวิสัย” เปรตบางจำพวกอาศัยปะปนกับมนุษย์ เกิดจากจิตที่มี “โลภะ” คือเป็นคนโลภ ขี้ตระหนี่ ไม่ยอมทำทาน ตายแล้วไปเกิดเป็นเปรต วิธีทำบุญให้เปรต ในคัมภีร์เปตวัตถุเล่าว่า ครั้งเหล่าพระญาติของพระเจ้าพิมพิสารขัดขวางการทำทานของพระโพธิสัตว์เมื่อหลายกัปกัลป์มาแล้ว เมื่อสิ้นบุญจึงเกิดเป็นเปรตกันทั้งหมด ได้รับความทุกขเวทนา เสพความหิวโหย กระหายน้ำ และเหน็บหนาวอยู่เป็นนิจ เมื่อเปรตญาติพระเจ้าพิมพิสารทราบว่า พระเจ้าพิมพิสารจะสร้างบุญใหญ่ ยกสวนเวฬุวัน (สวนไผ่) ให้เป็นที่ประทับของพระพุทธเจ้า จึงส่งเสียงร้องครวญยามค่ำคืนให้พระราชาได้ยิน หวังว่าพระองค์จะทรงระลึกถึงพวกตนบ้าง พระเจ้าพิมพิสารสงสัยว่าเสียงประหลาดนี้มาจากไหน จึงเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าเพื่อทูลถามเรื่องนี้ พระพุทธเจ้าทรงตอบว่าเป็นเสียงเปรตพระญาติของพระองค์ และตรัสเล่าถึงวิบากกรรมที่บรรดาพระญาติเกิดเป็นเปรต จะพ้นจากการเป็นเปรตได้ ญาติของเปรตต้องทำบุญและอุทิศบุญให้     เมื่อพระพิมพิสารตั้งพระทัยถวายสวนไผ่ให้เป็นอารามในพระพุทธศาสนา จึงถวายทานแด่พระพุทธเจ้าและพระสาวก อานิสงส์แห่งการถวายจีวร ส่งผลให้เปรตพระญาติมีเสื้อผ้าอาภรณ์สวมใส่ อานิสงส์แห่งการถวายน้ำแด่พระพุทธเจ้าและพระสาวก ช่วยดับความกระหายที่ทนมานานหลายกัปกัลป์ อานิสงส์แห่งการถวายภัตตาหารแด่พระพุทธเจ้าและพระสาวก ได้กำจัดความหิวโหยไปสิ้น จากเปรตกลายเป็นเทวดา พากันไปเสวยผลบุญกุศลบนสรวงสวรรค์ ด้วยอำนาจบุญที่พระเจ้าพิมพิสารอุทิศให้ เรื่องนี้สะท้อนให้เห็นว่า การทำบุญสามารถเปลี่ยนสถานะจากเปรตเป็นเทวดาได้ ด้วยการที่ญาติอุทิศผลบุญให้ […]

เข้าใจความหมายของคำว่า “ภูมิ” ผ่านไตรภูมิพระร่วง

เข้าใจความหมายของคำว่า “ภูมิ” ผ่าน ไตรภูมิพระร่วง น้อยคนนักที่จะไม่รู้จักวรรณคดีไทยน้ำเอกอย่างเรื่อง ” ไตรภูมิพระร่วง ” เป็นพระนิพนธ์แห่งพระยาลิไท มีพระประสงค์เพื่อเทศนาโปรดพระราชมารดา และศึกษาพระอภิธรรม ซึ่งพระอภิธรรม หรืออภิธรรมปิฎกเป็นหนึ่งในคัมภีร์พระพุทธศาสนาที่เรียกว่า พระไตรปิฎก (พระวินัยปิฎก พระสุตตันตปิฎก และพระอภิธรรมปิฎก) ไตรภูมิไม่ใช่เรื่องโลกมนุษย์ นรก และสวรรค์ ไตรภูมิพระร่วง หรืออีกชื่อหนึ่งว่า เตภูมิกถา เต และ ไตร แปลว่า สาม เหมือนกัน แต่ เต เป็นคำบาลี ส่วน ไตร เป็นคำสันสกฤต จะสังเกตว่าเรามีศัพท์สันสกฤตใช้ในงานเขียนทางพระพุทธศาสนาหลายคำ เช่น ธรรม หรือที่นิยมอ่านว่า “ธรรมะ” เป็นสันสกฤต แต่คำว่าธรรมในบาลี เขียนเป็น “ธัมม” เป็นต้น คงเพราะความไพเราะในการเขียนและอ่านจึงนิยมเรียกว่า “ไตรภูมิ” แทน “เตภูมิ”และพบว่าเป็นพระนิพนธ์พระมหากษัตริย์สมัยสุโขทัย จึงเรียกว่าต่อท้ายด้วยว่า “พระร่วง” ซึ่งเป็นคำเรียกพระมหากษัตริย์ในสมัยนั้น คนส่วนมากเข้าใจว่า วรรณคดีไทยเรื่องนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับนรกและสวรรค์ ซึ่งถ้าอิงตามชื่อของวรรณคดีจะพบว่าไม่ได้อิงหรือเน้นแต่เรื่องของโลก […]

เปรตหลวงพ่อขำ – เมื่อพระกลายเป็นเปรต เรื่องเล่าโดย หลวงพ่อจรัญ ฐิตธมฺโม

หลวงพ่อจรัญ ฐิตธมฺโม เล่าเรื่อง – ต่อไปนี้จะชี้แจงเรื่องกฎแห่งกรรมว่าพระเป็นเปรตได้อย่างไร เมื่อ พ.ศ. 2517 อาตมาได้รับอาราธนาจากพระครูสุวัฒน์คณาภิบาล เจ้าคณะอำเภอศรีสำโรง จังหวัดสุโขทัย ไปในงานมหาพุทธาภิเษก เพื่อรวบรวมจตุปัจจัยสร้างอุโบสถ และปลุกเสกประชาชนที่วัดโพธาราม อำเภอศรีสำโรง จังหวัดสุโขทัย เมื่ออาตมาไปถึง มีคณาจารย์จากภาคเหนือ ภาคอีสานนั่งกันอยู่หลายองค์ โยมคนหนึ่งจำชื่อไม่ได้แน่ชัด อยู่บ้านเหนือวัดโพธาราม มีอาชีพทางทำนากับทำไร่ยาสูบ อายุประมาณ 60 ปีเศษ ได้มาคุยถึงยารักษาโรคบ้าว่า รักษาโรคบ้ามาเยอะทั้งสาวแก่แม่มายหลายคน หายทั้งนั้นเลือดทำพิษก็รักษาหาย วิตกจริตก็หาย อาตมานึกในใจว่าเดี๋ยวต้องขอจดตำราจากโยมคนนี้ให้ได้ พอเขาว่างกันแล้วอาตมาก็เรียกโยมคนนี้มาคุย อาตมาถามว่า “โยม ที่โยมคุยว่ารักษาโรคบ้าหายมาหลายคนแล้วนั้น โยมเป็นหมอหรือเปล่า” เขาตอบว่า “โอ ผมไม่ได้เป็นหมอหรอก แต่พ่อผมเป็นหมอโบราณ ผมเรียนมาจากพ่อไว้เล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้รักษาใคร” อาตมาถามว่า “ทำไมโยมถึงมีชื่อเสียงรักษาโรคบ้าได้” โยมคนนั้นเล่าว่า “ผมได้ตำราจากผีพระมาเข้าฝัน ผีพระมาบอกยาแก้โรคบ้าเป็นพระจากจังหวัดสิงห์บุรี” อาตมาขอจดตำรายา โยมก็บอกว่า “ผมอยากให้จังเลย ไปให้ทานต่อ แต่นี่ยาพระผีบอก คงห้าม บอกไปแล้วคงไม่ขลัง ผมก็ถือคำโบราณอย่างนี้ ท่านอยากได้ […]

โอปปาติกะ คืออะไร ทำไมบางคนจึงเห็น ทำไมบางคนจึงไม่เห็น

โอปปาติกะ คืออะไร ทำไมบางคนจึงเห็นทำไมบางคนจึงไม่เห็น โอปปาติกะ คืออะไร และมีกี่ประเภท ทำไมบางคนจึงเห็นและทำไมบางคนจึงไม่เห็น เหตุผลที่โอปปาติกะจะปรากฏตัวและไม่ปรากฏตัว มีดังนี้   โอปปาติกะคืออะไร มีกี่ประเภท จากในพระไตรปิฎก โอปปาติกะ เป็นสิ่งมีชีวิตรูปแบบหนึ่งที่พอเกิดแล้วโตทันที ไม่ต้องอยู่ในครรภ์ เช่น มนุษย์หรือสัตว์บางประเภท หรืออยู่ในไข่ เช่น เป็ด ไก่ หรืออยู่ในสิ่งสกปรกต่างๆ เช่น หนอน สิ่งมีชีวิตเช่นนี้มีลักษณะเป็นกายทิพย์ ปกติแล้วจะมองไม่เห็นด้วยตามนุษย์ แบ่งออกเป็น 4 ประเภท คือ เทวดา สัตว์นรก มนุษย์บางจำพวก และเปรต   เทวดา เทวดา คือโอปปาติกะ ที่อยู่ในภพที่มีความสุขมากกว่าความทุกข์ เรียกว่า สุคติ หรือก็คือ ฝ่ายบุญ ซึ่งน่าจะรวมถึงรูปพรหมและอรูปพรหมด้วย โดยทั่วไป เทวดาก็คืออดีตมนุษย์ที่ทำความดีมามากกว่าความชั่ว เน้นไปที่ด้านให้ทานและรักษาศีลอยู่เป็นประจำ เมื่อสิ้นชีวิตแล้วกำลังบุญจึงดึงดูดให้ไปเกิดเป็นเทวดาชั้นต่างๆ ตามแต่กำลังบุญของตน รูปพรหม ได้แก่ อดีตมนุษย์ที่บำเพ็ญความดีทั้งทาน ศีล และภาวนาเป็นประจำ […]

วิบากกรรมของโจรเผาวัด

วิบากกรรมของ โจรเผาวัด พระมหาโมคคัลลานะยิ้มขึ้น พระลักขณะสงสัยว่า พระมหาโมคคัลลานะยิ้มเพราะเหตุใด พระพุทธเจ้าจึงตรัสตอบว่า เพราะพระโมคคัลลานะเห็น อชครเปรต ผีเปรต โจรเผาวัด เพื่อคลายความสงสัยในรอยยิ้มแห่งพระอรหันต์ พระมหาโมคคัลลานะผู้มีทิพยจักษุ เห็น เปรตที่มีไฟลุกท่วมตัว เป็นเพราะวิบากกรรมจากครั้งก่อนที่สร้างไว้ในสมัยของอดีตพระพุทธเจ้ามีพระนามว่า “พระกัสสปพุทธเจ้า” กาลครั้งสมัยอดีตพระพุทธเจ้าพระองค์หนึ่งมีพระนามว่า “พระกัสสปพุทธเจ้า” มี เศรษฐีใจบุญ อยู่คนหนึ่งนามว่า “สุมงคล”  ท่านมีจิตเลื่อมใสในพระศาสนาของพระกัสสปพุทธเจ้าเป็นอย่างมาก สร้างวัดให้พระพุทธองค์และพระสาวกพำนักอย่างใหญ่โต วันหนึ่งขณะที่โจรคนหนึ่งกำลังหลับใต้พุ่มไม้ด้วยความเหน็ดเหนื่อย หลังจากเดินทางมาหลายวัน เศรษฐีผ่านมาเห็นเท้าของโจรเปื้อนโคลนตมจึงทักไป “เท้าเปื้อนดินโคลนขนาดนี้ สงสัยจะไปเที่ยวมาซิท่า” โจรได้ยินดังนั้นก็เกิดความไม่พอใจ เก็บเอามาคิดมาแค้น จนคิดจะทำทุกอย่างที่เป็นของเศรษฐีให้พินาศไป โจรทราบว่า เศรษฐีได้สร้างวัดอย่างใหญ่โตถวายพระกัสสปพุทธเจ้า โจรคิดว่าวัดแห่งนี้คือของรักของตรึงใจเศรษฐี จึงลอบเผาวัด แต่โชคที่พระภิกษุยังไม่กลับมาจากการบิณฑบาต ส่วนพระพุทธเจ้าทรงไปพำนักยังวัดอื่น จึงไม่มีใครได้รับอันตรายจากอัคคีภัยครั้งนี้ เศรษฐีมาถึงวัดที่ไฟกำลังลุกโชติช่วง โจรซึ่งค่อยสังเกตการณ์อยู่คิดว่า ต้องได้เห็นเศรษฐีดิ้นทุรนทุราย เพราะวัดอันเป็นของรักได้ถูกไฟไหม้ จนไม่เหลือชิ้นดีไปเสียแล้ว แต่แล้ว…..   “ ไฟไหม้ก็ไหม้ไป ข้าจะได้สร้างวัด บูรณะวัดขึ้นมาใหม่ ครั้งนี้ข้าจะทำให้ใหญ่กว่าเดิม ”   โจรถึงกับอึ้งอ้าปากค้าง ทำอะไรไม่ถูก […]

สุกรเปรต วิบากกรรมของผู้ยุยงให้คนอื่นแตกแยก

ผลจากการยุยงให้พระเถระผู้ทรงศีลต้องผิดใจกัน ทำให้พระธรรมกถึกต้องชดใช้ผลกรรมในอเวจีมหานรกหนึ่งพุทธันดร มีร่างกายเป็น สุกรเปรต

keyboard_arrow_up