เบื่องาน! อยู่ใช่ไหม ลองมาปลุกไฟในตัวเราให้ลุกโชนกันดีกว่า

เบื่องาน! อยู่ใช่ไหม ลองมาปลุกไฟในตัวเราให้ลุกโชนกันดีกว่า การทำงานมันก็ต้องมีความเหนื่อย ความล้า ความเยอะจนพาลให้เรากลายเป็นคน เบื่องาน และหมดไฟ เป็นธรรมดา แต่สุดท้ายยังไงเราก็ต้องกลับมาทำงานนั้นอยู่ดี เพราะจะให้เลิก ลาออก หรือเดินถอยออกไปมันก็คงทำไม่ได้ ก็ต้องทำงานหาเงินเลี้ยงตัวเองและหาเงินไปเปย์สิ่งที่อยากได้นี่นา วันนี้ GL เลยนำวิธีปลุกไฟให้กลับมาลุกโชนเพื่อให้เราสามารถกลับมาสู้งานได้อีกครั้งมาฝากกัน 1.ปรับอารมณ์และความรู้สึกก่อนเริ่มงาน ก่อนเริ่มงานทุกครั้งให้เราลองนั่งหลับตาทำสมาธิและปรับอารมณ์ให้อยู่ในโหมดทำงานด้วยการนึกถึงสิ่งต่างๆ ที่ต้องทำในวันนี้ แล้วคิดว่าจะทำอย่างไรให้สำเร็จ เมื่อทำสำเร็จแล้วก็จะได้รับความชื่นชม พร้อมกับผลตอบแทนตามที่คาดหวังไว้ พูดง่ายๆ ก็คือให้นึกถึงความสำเร็จของการทำงานเพื่อสร้างแรงจูงใจให้ตัวเองนั่นแหละ 2.เริ่มทำงานไม่ยาก หรืองานที่ไม่ค่อยชอบก่อน หากเราเริ่มทำงานจากงานที่ไม่ชอบหรือที่มีปัญหาเยอะๆ ก่อน เมื่อเราสามารถผ่านด่านนั้นไปได้แล้ว เราก็จะรู้สึกว่างานอื่นๆ หรืองานที่ถนัดนั้นง่าย สบาย และราบรื่น ยิ่งกว่านั้นก็คือการจบวันทำงานด้วยความสนุกเพราะได้ทำงานที่เราชอบก่อนเลิกงาน ลองเปรียบเทียบดูว่า หากต้องมานั่งทำงานที่ไม่ชอบช่วงใกล้เลิกงานเราก็คงรู้สึกเบื่อและพาลไม่อยากมาทำงานในวันพรุ่งนี้เช้า 3.คุยกับคนมีไฟ ขอกำลังใจจากคนรอบข้าง เกือบทุกปัญหาที่เกิดขึ้นในโลกนี้ย่อมมีคนเคยประสบหรือผ่านมันมาแล้วทั้งนั้น หากเราเจอปัญหาอะไรก็ลองหันไปปรึกษาคนที่อยู่รอบกายหรือคนที่มีความสามารถซึ่งน่าจะช่วยชี้ทางและช่วยแนะนำให้เราผ่านปัญหาที่พบเจอไปได้ อย่าเพิ่งคิดไปเองว่าเราคงผ่านมันไปไม่ได้แน่ๆ นอกจากนี้การคุยและการอยู่กับคนมีไฟก็จะช่วยให้ไฟเราติดขึ้นมาได้ด้วยเช่นกัน 4.มูเตลูสร้างความมั่นใจ บางทีการหมดไฟก็อาจเกิดจากการขาดความมั่นใจในตัวเอง เลยอยากให้ลองหันไปพึ่งพาโชคลาภ เครื่องราง หรือของนำโชคดูบ้างเผื่อจะสร้างความมั่นใจให้เราได้ อาจลองเริ่มต้นง่ายๆ ด้วยการแต่งกายตามสีมงคลประจำวัน 5.ลาพักร้อน อยู่กับงานมากเกินไปก็หมดไฟได้เหมือนกัน ลองหาวันหยุดพักผ่อนยาวๆ หลบไปพักกาย พักใจ […]

4 ขั้นตอนปลุกใจ เมื่อต้องเผชิญกับ “ภาวะหมดไฟ” และเบื่องาน

4 ขั้นตอนปลุกใจ เมื่อต้องเผชิญกับ “ภาวะหมดไฟ” และเบื่องาน เมื่อเราทำงานมาสักพักหนึ่งจนเกิดความเคยชินกับมัน ความรู้สึกต่อมานั้นก็คือความเบื่อหน่ายกับการที่ต้องทำงานเดิมๆ ซ้ำๆ ไม่มีอะไรแปลกใหม่ หรือบางคนทำงานหนักจนเกินไปจนเกิดความเครียดสะสมจนมี “ภาวะหมดไฟ” ในการทำงาน ไม่รู้ว่าทำไปเพื่ออะไร ตรงกับเป้าหมายที่เคยวางไว้หรือเปล่า หากใครกำลังเป็นแบบที่ว่านี้อยู่ GL อยากให้ลองมาดู 4 ขั้นตอนนี้ไว้ เพราะว่าจะช่วยเพิ่มกำลังใจและปลุกพลังให้เรามีไฟในการทำงานอีกครั้ง และยังช่วยให้เรารู้เป้าหมายว่าทำมันไปเพื่ออะไร 1.ทบทวนเป้าหมาย ลองตั้งคำถามและหาคำตอบพร้อมทบทวนกับตัวเองว่าเราตัดสินใจเข้ามาทำงานนี้เพราะอะไร คาดหวังอะไรจากงานนี้บ้าง เช่น เงินเดือน สวัสดิการ สังคม เพื่อนร่วมงาน สภาพแวดล้อม ความมั่นคง การเติบโต ความรู้ ประสบการณ์ คอนเนคชั่น ฯลฯ แล้วลองหันกลับมามองตัวเราในปัจจุบันว่า เราได้รับสิ่งตอบแทนอย่างที่หวังเอาไว้มากน้อยแค่ไหน มีเป้าหมายอะไรอีกบ้างที่เรายังต้องการก้าวไปให้ถึง 2.จุดไฟขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อทบทวนตัวเองจนรู้เป้าหมาย ก็ถึงเวลาหาวิธีก้าวไปให้ถึงสิ่งที่คาดหวังเอาไว้ หาว่าต้องพัฒนาตนเองอย่างไร ศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมในด้านไหนถึงจะเพิ่มศักยภาพและความสามารถของตัวเองจนส่งผลให้เกิดผลสำเร็จ จากนั้นก็ให้ลงมือทำมันอย่างเต็มที่ แต่เมื่อไหร่ที่รู้สึกเหนื่อยเกินไปก็ให้หยุดพัก อย่าฝืนตัวเอง 3.ก้าวออกจากพื้นที่ปลอดภัย หากพยายามเต็มที่แล้วและรู้สึกว่าสิ่งที่กำลังทำอยู่นั้นมันยังไม่ใช่ ตอบโจทย์ที่เราต้องการไม่ได้ ก็คงถึงเวลาที่ต้องก้าวออกไปจาก Comfort Zone ลองออกไปหาความท้าทายใหม่ๆ เพราะหากว่าเรายังทำแบบเดิม […]

อย่าวู่วาม! “ลาออกจากงาน” ต้องใจเย็นๆ ตั้งสติและคิดให้รอบคอบ

อย่าวู่วาม! “ลาออกจากงาน” ต้องใจเย็นๆ ตั้งสติและคิดให้รอบคอบ เมื่อต้องทำงานอยู่ในสถานที่แห่งเดิม งานแบบเดิมๆ ที่ขาดความท้าทาย เชื่อว่าหลายคนคงเคยมีความรู้สึก “เบื่องาน” เข้ามาในหัว รู้สึกกลัววันจันทร์จนไม่อยากให้วันหยุดเสาร์-อาทิตย์ผ่านไป และแน่นอนว่าถ้าเกิดความรู้สึกเบื่องานขึ้นมาเมื่อไหร่ ความรู้ขั้นถัดไปก็คือ “อยากลาออก” ซึ่งเหตุผลที่ต้องการลาออกของแต่ละคนก็ต่างกันไป บางคนอาจออกไปหาประสบการณ์ใหม่ บางคนอาจตัดสินใจออกไปเพราะแค่อารมณ์เบื่อ ไม่รู้ว่าลาออกไปจะทำอะไรต่อ สำหรับคนที่ลาออกด้วยเหตุผลแรกเมื่อฟังก็ยังพอเข้าใจ ว่าอยากไปทำงานที่ใหม่เพราะอยากท้าทาย อยากพัฒนาตัวเอง และจะตัดสินใจลาออกเมื่อได้งานที่ใหม่แล้ว แต่ว่าเหตุผลที่สองก็คือการลาออกเพราะเบื่อ อาจสะท้อนว่าเรายังไม่เหมาะที่จะลาออกไปในช่วงนี้ และยิ่งในสถานการณ์โควิด-19 ที่คาดเดาอะไรไม่ได้ นั้นถือว่ายังไม่เหมาะสม อย่างไรก็ตาม GL อยากให้ทุกคนที่อยากลาออกไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็แล้วแต่ ได้ลองตั้ง 3 คำถามนี้ถามกับตัวเองดูก่อน อย่างน้อยก็จะช่วยหาเหตุผลและตรวจสอบว่าคุณพร้อมที่จะลาออกหรือไม่ในตอนนี้ 1.ทำไมถึงอยากลาออก คำถามนี้เป็นคำถามยอดฮิตที่จะต้องเจอจากคนรอบข้างอยู่แล้วแหละ แต่เวลาที่เราตอบคนอื่นออกไป อาจจะเป็นคำตอบที่ไม่ตรงกับใจตัวเองนัก ดังนั้นให้ลองตั้งคำถามนี้กับตัวเอง และตอบตัวเองด้วยความจริงใจ จะได้รู้สาเหตุที่แท้จริง อย่างเช่น – เรื่องงาน มันน่าเบื่อไป ก็ลองเสนอไอเดียหรือโปรเจ็คใหม่ๆ ให้หัวหน้า แล้วลองลุยกันสักตั้ง – เรื่องเงิน งานที่ทำอยู่มันคุ้มกับเงินไหม ถ้าไม่เราจะหาที่ใหม่แล้วเรียกเท่าไหร่ดี หรือจะอยู่ที่เดิมแล้วทำงานเสริม ก็เป็นตัวเลือกที่ไม่เลวนะ – […]

Burnout syndrome ในคนวัยทำงาน อยากลาออก เบื่องาน หมดไฟ จะรับมือยังไงดี?

Burnout syndrome เบื่องาน หมดไฟ รับมือกับอาการนี้ในที่ทำงานยังไงดี? รู้สึกเบื่องาน หมดไฟ อยากลาออก อย่าเพิ่งนิ่งนอนใจ เพราะนี่อาจเป็นสัญญาณเสี่ยงที่บ่งบอกว่าเรากำลังเป็น Burnout syndrome หลายๆ คน ในวัยทำงานที่เริ่มทำงานมาได้ระยะหนึ่งแล้ว อาจจะเริ่มพบว่าคนรอบๆ ตัว หรือแม้แต่ตัวเองนั้นมีอาการเบื่อหน่ายและขาดแรงบันดาลใจในการทำงาน ซึ่งส่งผลให้การทำงานนั้นไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร จนกระทั่งส่งผลให้รู้สึกไม่กระตือรือร้นอยากทำงาน หรือทำงานแบบปล่อยปละไปวันๆ เอาแต่คอยมองนาฬิกานับเวลาเลิกงานอยู่ตลอด นอกจากไม่เป็นผลดีต่อตำแหน่งหน้าที่การงานของตัวเองแล้ว ยังส่งผลต่อการงานโดยรวมของกลุ่ม แผนก บริษัททั้งหมดก็เป็นได้ Burnout Syndromeหรือ “อาการหมดไฟในวัยทำงาน” อาการนี้อาจเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มอาการ Burnout Syndromeหรือ “อาการหมดไฟในวัยทำงาน” ซึ่งพบได้ทั่วไปในกลุ่มคนทำงานอายุตั้งแต่ 30 – 35 ปี เป็นต้นไป และยังมีแนวโน้มที่กลุ่มผู้ป่วยจะมีอายุลดลงเรื่อยๆ อาการของผู้ป่วยกลุ่มนี้มักมีอาการหมดแรงจูงใจหรือความกระตือรือร้นในการทำงาน เช่น รู้สึกว่างานที่ทำอยู่น่าเบื่อหรือซ้ำซาก หรือ ไม่ท้าทายเสียแล้ว ทำให้ผู้ป่วยมักมีความคิดอยากลางาน ลาออก หรืออยากเปลี่ยนงานขึ้นมาโดยที่ไม่ได้มีปัญหาอื่นใดในที่ทำงานเลย แต่อย่าเพิ่งคิดว่าเรามีหนึ่งในอาการนี้ต้องเป็น BurnoutSyndrome แน่เลย ขอตอบว่าไม่เสมอไป บางครั้งก็เป็นเพียงความขี้เกียจส่วนตัวเฉยๆ ดังนั้นก็อย่าเหมารวมกันนะ ถ้าอย่างนั้น […]

เคล็ดลับแก้อาการ ” เบื่องาน เบื่อออฟฟิศ “

เชื่อว่ามีคนจำนวนไม่น้อยที่รู้สึก เบื่องาน แต่มีน้อยคนนักที่กล้าปฏิเสธว่าเวลาส่วนใหญ่ในชีวิตไม่ใช่การทำงาน เพราะ “งานคือเงิน เงินคืองาน บันดาลสุข”

เบื่องานทำไงดี เพิ่มพลังง่ายๆภายใน 10 นาที

เบื่องานทำไงดี เพิ่มพลังง่ายๆภายใน 10 นาที  เบื่องานทำไงดี ในแต่ละวันของการทำงานก็ต้องมีบ้างใช่ไหมคะที่รู้สึกแบบนี้ หรือบางทีพลังการทำงานก็หมดลงไปด้วย ถ้าอย่างงั้นเราลองมาดูวิธีเพิ่มพลังง่ายๆในการทำงานภายใน 10 นาที ว่ามีอะไรบ้าง  1  เขียน 3 สิ่งที่คุณอยากขอบคุณ  หากเรามองย้อนกลับไปในอดีต ย่อมมีผู้คนมากมายที่มีส่วนร่วมในความสำเร็จในชีวิตของเรา ไม่ว่าจะเป็นพ่อ แม่ เพื่อนฝูงคนรัก หรือแม้กระทั่งศัตรู และปัจจัยอื่น ๆที่เป็นเสมือนแรงผลักดันให้เราก้าวมาถึงวันนี้จากงานวิจัยของมหาวิทยาลัยไมแอมี ประเทศสหรัฐอเมริกา พบว่า ผู้ที่เขียนบันทึกถึงสิ่งที่ตนรู้สึกอยากขอบคุณเป็นประจำทุกวันมักทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ กระตือรือร้นมุ่งมั่น และมีพลังงานในการทำงานมากกว่าคนทั่วไป ทั้งยังเป็นคนที่มองโลกในแง่ดีและมีความสุขมากกว่าด้วย 2 จัดโต๊ะทำงาน การจัดโต๊ะทำงานให้เป็นระเบียบเรียบร้อยอยู่เสมอนับเป็นวิธีเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานได้อีกวิธีหนึ่ง เพราะการจัดโต๊ะจะทำให้พื้นที่ทำงานดูสะอาดตา เพิ่มพื้นที่ในการใช้สอย เพิ่มความสะดวกในการหยิบใช้อุปกรณ์ต่าง ๆ ทั้งยังช่วยเพิ่มความรู้สึกอยากทำงานอีกด้วย 3 พูดคุยกับเพื่อนร่วมงาน การเก็บตัวเงียบ ไม่พูดคุยกับเพื่อนร่วมงาน นอกจากทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างคุณและเพื่อนร่วมงานย่ำแย่แล้ว ยังส่งผลให้ประสิทธิภาพในการทำงานลดลงอีกด้วย เพราะการที่คุณไม่สนทนากับเพื่อนร่วมงานเท่ากับปิดหูปิดตาตนเองจากความคิดเห็นและคำแนะนำต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อการทำงานของคุณ ดังนั้นการรักษาสัมพันธภาพกับเพื่อนร่วมงานจึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม 4 เขียนเป้าหมายสูงสุดในแต่ละวัน การเขียนเป้าหมายสูงสุดในการทำงานในแต่ละวัน ช่วยทำให้เป้าหมายที่เลือนรางอยู่ในความคิดกลายเป็นเรื่องที่เป็นรูปธรรมและชัดเจนมากยิ่งขึ้น การกระทำดังกล่าวช่วยให้มีแรงบันดาลใจและกระตือรือร้นในการทำงานมากยิ่งขึ้น ซึ่งส่งผลดีต่องานที่ทำนั่นเอง 5 จดรายการสิ่งที่ต้องทำ ในแต่ละวันบางคนอาจมีเรื่องต้องทำนับสิบอย่าง งานบางอย่างต้องทำให้สำเร็จลุล่วงภายในวันนั้น ขณะที่งานบางอย่างสามารถผัดผ่อนไปทำในวันถัดไปได้ เพราะฉะนั้นการเขียนสิ่งที่ต้องทำในแต่ละวัน โดยจัดเรียงลำดับความสำคัญจากมากไปน้อย จะช่วยให้ชีวิตเป็นระบบระเบียบมากยิ่งขึ้นและทำงานเสร็จภายในกรอบระยะเวลาที่กำหนด แถมยังทำให้มีเวลาพักผ่อนเพิ่มมากขึ้นอีกด้วย 6 อ่านคำคมหรือเรื่องราวสร้างแรงบันดาลใจ การอ่านคำคมหรือเรื่องราวสร้างแรงบันดาลใจจากบุคคลที่ประสบความสำเร็จ สามารถช่วยเพิ่มพูนประสิทธิภาพในการทำงานได้ เพราะเรื่องราวดังกล่าวช่วยจุดประกายในการทำงาน ทั้งยังช่วยปรับทัศนคติและมุมมองให้เป็นไปในแง่บวกมากยิ่งขึ้น นอกจากนั้นเราอาจได้แนวคิดและวิธีปฏิบัติดี ๆ จากบุคคลที่ประสบความสำเร็จเหล่านี้ด้วย   เรื่องโดย : อิศรา ราชตราชู Secret Magazine (Thailand) Photo by NordWood Themes on Unsplash บทความที่น่าสนใจ ขอใบสั่งยา รักษาอาการ  เบื่อ  กับ ดร.สนอง วรอุไร เบื่องาน หมดไฟในการทำงาน ปลุกพลังในตัวคุณได้ง่ายๆ 5 ขั้นตอน Dhamma Daily […]

เบื่องาน หมดไฟในการทำงาน ปลุกพลังในตัวคุณได้ง่ายๆ 5 ขั้นตอน

เทคนิคการทำงานอย่างมีความสุข สำหรับคน เบื่องาน ไม่อยากไปทำงาน ” เบื่องาน จังเลย วันนี้ไม่อยากไปทำงานเลย” คุณเคยรู้สึกอย่างนี้ในตอนเช้าก่อนไปทำงานบ้างไหมคะ เมื่อรู้สึกอย่างนี้แล้ว การทำงานของคุณตลอดทั้งวันนั้นก็จะแสนน่าเบื่อหน่าย และไม่มีความสุขเอาเสียเลย มาเปลี่ยนวันทำงานที่แสนน่าเบื่อให้กลายเป็นวันทำงานที่มีความสุขด้วยเทคนิคปลุกพลัง จุดไฟในตัวคุณ   ::: ทบทวนเป้าหมายในการทำงานของตนเอง ::: ลองทบทวนกับตัวคุณเอง ว่าในวันแรกที่เราสมัครงานนี้ มาสอบสัมภาษณ์ และตัดสินใจทำงานนี้ เราคาดหวังหรือต้องการอะไรจากการทำงานนี้บ้าง เช่น เงินเดือน สวัสดิการ สังคม เพื่อนร่วมงาน สภาพแวดล้อม ความมั่นคง ความเติบโต ความรู้ ประสบการณ์ คอนเนคชั่น ฯลฯ ลองมองย้อนไปในวันนั้น แล้วหันกลับมามองดูตัวเราในวันนี้ ว่าตั้งแต่ทำงานนี้มา เราได้รับสิ่งที่เราคาดหวังเอาไว้มากน้อยแค่ไหน เมื่อคุณมองเห็นเป้าหมายที่ต้องการแล้ว คุณก็จะมีจุดหมายในการมุ่งไปสู่ความสำเร็จที่ต้องการนั้น   ::: หาไม้ขีดไฟให้เจอ แล้วจุดไฟในตัวคุณด้วยตัวเอง ::: หลังจากที่เรามองเห็นเป้าหมายที่ต้องการแล้ว ก็ถึงเวลาหา “วิธี” เพื่อก้าวไปให้ถึงสิ่งที่เราคาดหวังเอาไว้ เช่น ต้องพัฒนาตนเองอย่างไร ต้องศึกษาหาความรูั้ด้านไหนเพิ่มเติมเพื่อพัฒนาศักยภาพและความสามารถในการทำงานของตนเองให้มากยิ่งขึ้น ต้องสร้างผลงานเพิ่มขึ้นมากแค่ไหนเพื่อให้สามารถเติบโตก้าวหน้าในการทำงาน ต้องขยันมากขึ้นแค่ไหนเพื่อให้ได้รับประสบการณ์มากขึ้นอย่างที่ต้องการ […]

10 สิ่งที่ควรทำเพื่อเตรียมตัวก่อน ลาออกจากงาน

เตรียมตัวให้พร้อมก่อน ลาออกจากงาน  หากคุณตัดสินใจ ลาออกจากงาน แล้ว Goodlifeupdate มีข้อแนะนำดีๆ สำหรับคนที่กำลังเตรียมลาออก เพื่อให้คุณลาออกได้อย่างราบรื่นสบายใจ ไม่ฉุกละหุก หรือหลงลืมทำเอกสารใดตกหล่นหายไป   ::: ลงทะเบียนคนว่างงาน ::: ระบบขึ้นทะเบียนและรายงานตัวผู้ประกันตนกรณีว่างงาน เป็นระบบที่ให้บริการแก่คนหางานที่เป็นผู้ประกันตน กรณีว่างงานจากการถูกเลิกจ้างหรือลาออกจากงาน คนหางานที่จะได้รับสิทธิผู้ประกันตนกรณีว่างงาน จะต้องเป็นผู้ที่จ่ายเงินสมทบไม่น้อยกว่า 6 เดือน ภายในระยะเวลา 15 เดือนก่อนการว่างงาน หากคุณลาออกจากงานประจำแล้วไม่ได้เริ่มงานประจำต่อทันที คุณสามารถตรวจสอบคุณสมบัติผู้ว่างงานของตนเองดูก่อน หากคุณมีคุณสมบัติครบถ้วน สามารถลงทะเบียนคนว่างงานทางอินเทอร์เน็ตได้ทาง เว็บไซต์กรมการจัดหางาน เพื่อขอรับเงินทดแทนระหว่างว่างงาน ซึ่งเงินทดแทนจำนวนนี้ก็ได้รับแบ่งมาจากเงินประกันสังคมซึ่งเราจ่ายในทุกๆ เดือนนั่นเองค่ะ   ::: ตรวจสอบสิทธิประกันสังคม ::: ก่อนที่จะลาออกจากงาน คุณควรตรวจสอบสิทธิประกันสังคมของตนเองให้ชัดเจน หากคุณเริ่มงานใหม่หลังจากที่ลาออกจากที่ทำงานเดิมทันที คุณสามารถจ่ายประกันสังคมโดยหักจากเงินเดือนในแต่ละเดือนต่อไปได้เลยอย่างต่อเนื่อง แต่หากคุณลาออกจากงานแล้วไม่ได้เริ่มงานประจำต่อทันที คุณสามารถจ่ายเงินประกันสังคมต่อได้เอง โดยสามารถตรวจสอบสิทธิประกันสังคมและศึกษาวิธีการประกันตนเองได้ที่ สำนักงานประกันสังคม   ::: กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ::: บางบริษัท บางองค์กรจะมี กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เพื่อส่งเสริมให้พนักงานหรือบุคลากรเก็บออมเงิน หากคุณลาออกจากงานประจำแล้วไม่ได้เริ่มงานประจำที่ใหม่ทันทีหรือที่ทำงานใหม่ไม่มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพให้ คุณสามารถลาออกจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ และรับเงินเต็มจำนวนพร้อมเงินสมทบจากบริษัทและผลกำไรจากการลงทุนกลับคืนมาได้ แต่ถ้าหากที่ทำงานใหม่ของคุณมีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ คุณสามารถเก็บออมเงินในกองทุนต่อจากกองทุนเดิมได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่จำเป็นต้องลาออกจากกองทุนเพื่อมาเปิดกองทุนใหม่ในที่ทำงานใหม่ คุณสามารถทำความรู้จักกับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพได้ที่ เว็บไซต์ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย […]

keyboard_arrow_up