การเจริญสติและศิลปะแห่งการอยู่กับปัจจุบัน

การเจริญสติ และศิลปะแห่งการอยู่กับปัจจุบัน เมื่อสติเราตั้งมั่นอยู่กับประสบการณ์ในช่วงเวลาปัจจุบัน ด้วยใจที่เปิดกว้างและปราศจากอคติ ภาวะที่เกิดขึ้นอาจเรียกได้ว่าเป็น การเจริญสติ ตามธรรมชาติแล้วจิตของเรามักใช้เวลาอยู่กับอดีตหรืออนาคตเสียเป็นส่วนใหญ่ ดังนั้น การเจริญสติจึงจำต้องใช้ความตั้งใจ เราต้องดึงสติให้อยู่ในสภาวะปัจจุบันอย่างรอบคอบ ความแตกต่างของสภาวะจิตในช่วงเวลานี้อาจเทียบได้กับความแตกต่างระหว่างการตื่นรู้กับการทำด้วยความเคยชิน ซึ่งการฝึกเจริญสติส่วนใหญ่จะเกี่ยวข้องกับการสังเกตว่าเรากระทำสิ่งต่าง ๆ ด้วยความเคยชินบ่อยแค่ไหน และตื่นรู้ที่จะดึงสติกลับมาอยู่กับปัจจุบันได้อย่างไร การเจริญสติจึงไม่มีการฝึกที่ตายตัว แต่เป็นหนทางที่เราจะตื่นรู้ถึงกระบวนการอันรุ่มรวย ลี้ลับ และไม่มีจุดสิ้นสุดของชีวิต   ประโยชน์ที่ได้คืออะไร สภาวะแห่งการเจริญสติอาจยากที่จะอธิบายออกมาเป็นคำพูด และไม่มีตัวช่วยอื่นนอกจากการได้มีประสบการณ์นี้ด้วยตัวเอง อย่างไรก็ดี ผู้ที่ได้รับการฝึกฝนจะสังเกตได้ถึงความรู้สึกปล่อยวาง และการเปิดประสาทสัมผัสที่เกิดจากการมีสติที่มั่นคงขึ้น การเจริญสติยังช่วยให้เรารู้จักกับนิสัยและแบบแผนของระบบความคิดของเราซึ่งจะช่วยให้เรารู้จักควบคุม หรือสร้างทางเลือกให้กับตัวเอง แทนที่จะติดอยู่ในการกระทำตามนิสัยเดิม ๆ หรือแบบแผนความคิดเดิม ๆ ที่อาจก่อให้เกิดความเครียดหรือแบบแผนความคิดเดิม ๆ ที่อาจก่อให้เกิดความเครียด หรือความกังวลใจได้ หลายคนที่ฝึกยังพบว่า ร่างกายเกิดความเข้มแข็งจากภายใน ความสงบ และความสัมพันธ์กับผู้อื่นมีพัฒนาการดีขึ้น มีผลวิจัยในปัจจุบันที่กล่าวถึงการฝึกเจริญสติและประโยชน์ที่ได้รับ ไม่ว่าจะเป็นการลดความเครียด ความกังวล สภาวะซึมเศร้ารวมถึงการพัฒนาสุขภาพและความสมบูรณ์ของร่างกายและจิตใจ   การเจริญสติมีที่มาอย่างไร การฝึกเจริญสติมีประวัติย้อนกลับไปหลายพันปี นอกจากการมีรากฐานที่เกี่ยวโยงกับศาสนาพุทธแล้ว การเจริญสติยังปรากฏในศาสนาและความเชื่อทางจิตวิญญาณแขนงอื่น ๆ อีกมากมาย ล่าสุดกระแสความสนใจการเจริญสติปะทุขึ้นอย่างแพร่หลายในฐานะการฝึกฝนที่ไม่เชื่อมโยงเข้ากับศาสนา มีหนังสิอและคอร์สอบรมเรื่องการเจริญสติมากมาย ซึ่งล้วนแต่มีประโยชน์ นอกเหนือจากสิ่งที่อยู่ในหนังสือเล่มนี้ […]

keyboard_arrow_up