เมื่อเจ้าชายสิทธัตถะได้ปฐมฌาน

เมื่อ เจ้าชายสิทธัตถะ ได้ปฐมฌาน ขณะ เจ้าชายสิทธัตถะ เจริญพระชนมายุได้ 7 พรรษา ราชสำนักกบิลพัสดุ์จัดพิธีพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญเพื่อสร้างขวัญกำลังใจแก่พสกนิกร แล้วเป็นการสร้างความอุดมสมบูรณ์ให้เกิดขึ้นแก่พืชพันธุ์ธัญญาหารของกรุงกบิลพัสดุ์ ในวันงานพระราชพิธีพระเจ้าสุทโธทนะพาเจ้าชายสิทธัตถะไปร่วมด้วย  โดยโปรดให้เจ้าชายประทับใต้ต้นชมพูพฤกษ์ (ต้นหว้า) เพื่อทรงรอพระเจ้าสุทโธทนะทรงแรกนาขวัญ ที่ทุ่งนานอกกรุงกบิลพัสดุ์ตามพระราชประเพณี ระหว่างนั้นพระพี่เลี้ยงและองครักษ์ไปดูพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญกันหมด ปล่อยให้เจ้าชายประทับอยู่เพียงพระองค์เดียว เจ้าชายสิทธัตถะทรงทำสมาธิด้วยความสงบจนได้ปฐมฌาน     ทำไมเจ้าชายสิทธัตถะได้ปฐมฌาน ? ฌาน คือ การเพ่งอารมณ์จนเป็นสมาธิที่แน่วแน่ สังเกตจากเหตุการณ์ที่เจ้าชายสิทธัตถะทรงได้ปฐมฌาน พระองค์สามารถได้ปฐมฌานในขณะที่ประทับเป็นช่วงที่เงียบสงบไร้ผู้คน ทำให้พระองค์มุ่งแต่การจดจ่อทำสมาธิ พอพระองค์ทรงได้ปฐมฌานสิ่งที่ปรากฏขึ้น พระวรกายทรงลอยเหนือที่ประทับ หลังจากเสร็จพระราชพิธี พระเจ้าสุทโธทนะดำเนินมาหาเจ้าชายที่ต้นหว้า ทรงเห็นพระโอรสลอยอยู่กลางอากาศ และเงาของต้นหว้าไม่ยอมหันเหไปตามแสงของดวงอาทิตย์ ทรงพนมพระกรขึ้นอีกครั้งเป็นครั้งที่สอง (ครั้งแรกทรงพนมพระกรขึ้น ในเหตุการณ์อัศจรรย์ที่พระโอรสน้อยลอยอยู่เหนือชฎาหนังเสือของพระกาฬเทวินดาบส) การสำเร็จปฐมฌานของเจ้าชายสิทธัตถะหรือพระพุทธเจ้านั้น กลายเป็นข้อน่าสงสัยเหมือนกันว่า พระองค์ทรงได้ปฐมฌานเองโดยไม่ได้ร่ำเรียน พระองค์ทรงได้ด้วยพระองค์เอง คงเป็นเพราะพระบารมีที่พระองค์ทรงสะสมมาในอดีตพระชาติ บางพระชาติทรงเป็นฤษีบำเพ็ญพรต จึงอาจมีความเป็นไปได้ว่า การสำเร็จฌานขั้นแรก (ปฐมฌาน) ของพระองค์ อาจเป็นผลมาจากสิ่งที่ทรงกระทำสมาธิสะสมามาตั้งแต่อดีตพระชาติ   ข้อมูลจาก สำนักงานศาลยุติธรรม และ 84000.org ภาพจาก 84000.org […]

หนทางพระพุทธเจ้า หนทางของมหาบุรุษ

หนทาง พระพุทธเจ้า หนทางของ มหาบุรุษ ขึ้นชื่อว่า“ชีวิต”การเดินทางสู่จุดหมายปลายทางย่อมไม่มีวันราบเรียบเป็นเส้นตรง และยิ่งเป็นการเดินทางสู่เป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ด้วยแล้ว หนทางของ มหาบุรุษ นามว่า“เจ้าชายสิทธัตถะ”ก็เช่นเดียวกัน ก่อนที่พระองค์จะทรงสั่งสมพระบารมีจนตรัสรู้เป็น พระพุทธเจ้า นามว่า“สมณโคดม”นั้น หนทางของพระองค์ต้องปูลาดด้วยความพากเพียรพยายามอย่างถึงที่สุด ในอดีตชาติก่อนหน้าพระพุทธเจ้าของเรานั้นมีพระพุทธเจ้ามาบังเกิดขึ้นแล้วหลายพระองค์ หนึ่งในนั้นมีพระพุทธเจ้าองค์หนึ่งนามว่า“พระทีปังกร”  หลังจากที่พระทีปังกรครองผ้าไตรบำเพ็ญเพียรจนบรรลุสัมโพธิญาณแล้ว พระองค์ทรงเทศนาสั่งสอนธรรมแก่ชาวโลก ด้วยความเมตตาโลกมนุษย์ที่เคยวิบัติอัตคัดกลับคืนเป็นปกติสุขได้ ก็ด้วยพระบารมีของพระองค์ ก้าวย่างที่สำคัญก้าวหนึ่งของ“พระสมณโคดม”หรือพระพุทธเจ้าของเราเกิดขึ้นในพุทธสมัยของพระทีปังกรนี้เอง เมื่อครั้งที่พระพุทธเจ้าของเราเสวยพระชาติเป็นสุเมธดาบสดาบส ผู้นี้ได้มีโอกาสแสดงศรัทธาอันยิ่งใหญ่ต่อพระทีปังกรพุทธเจ้า “ขออาราธนาพระผู้มีพระภาคเจ้าพร้อมด้วยพระสาวกทั้งหลาย ทรงพระดำเนินเหยียบไปบนกายข้าพระองค์ ที่จักทอดเป็นสะพานนี้อย่าได้ทรงย่างพระบาทหลีกหนีลงลุยเลนเหลวนี้เลย” นี่คือคำอธิษฐานของสุเมธดาบสเพื่อให้พระทีปังกร พุทธเจ้าทรงพระดำเนินเหยียบย่างบนร่างของท่าน เมื่อเห็นว่าหนทางเสด็จพระดำเนินของพระทีปังกรนั้นถูกคั่นขวางด้วยเลนตม สุเมธดาบสทอดกายเป็นสะพานอย่างมั่นคงเพื่อให้พระทีปังกรและพระสาวกเหยียบย่างข้ามไป โดยมิให้พระบาทของพระพุทธองค์ต้องแปดเปื้อนโคลนตม เหตุการณ์ครั้งนั้นพระทีปังกรได้มีพุทธทำนายไว้ว่าในอนาคตสุเมธดาบสจะตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า ทรงพระนามว่า“สมเด็จพระศรีศากยมุนีโคดมบรมครู”ซึ่งก็คือพระพุทธเจ้าของเราพระองค์นี้นั่นเอง พระพุทธเจ้าของเราต้องเดินทางไกลหลายอสงไขย กว่าจะถึงซึ่งจุดหมายแห่งชีวิต?คือการตรัสรู้สู่นิพพาน หลุดพ้นจากการเวียนว่ายตายเกิด แม้พระองค์จะยุติการเดินทางไปสองพันห้าร้อยกว่าปีแล้ว แต่หลักธรรมคำสอนที่พระองค์ทรงค้นพบยังคงดำรงอยู่ เป็นหมุดหมายให้แก่ศาสนิกชนชาวพุทธที่ยังคงต้องเดินเวียนวนไปบนเส้นทางของชีวิตอย่างไม่เสื่อมคลาย  เรื่อง อิสระพร บวรเกิด Photo by Mattia Faloretti on Unsplash บทความน่าสนใจ เรื่องเล่าวันพระพุทธเจ้าลอยถาดลงในแม่น้ำก่อนตรัสรู้ บทความเตือนสติ จากท่าน ว.วชิรเมธี พระพุทธเจ้าผู้ทลาย ชนชั้นวรรณะ 3 […]

keyboard_arrow_up