“รู้” ใจ…ได้งาน – ศรันย์ ไมตรีเวช (ดังตฤณ)

สำหรับผมที่เป็น นักเขียน การคิดงานออกและเขียนได้อย่างลื่นไหลสามารถทำให้ผมดีใจได้Œไม่ต่างจากการถูกลอตเตอรี่รางวัลที่หนึ่ง ความดีใจที่พูดถึงนี้มักเกิดขึ้นสองแบบ แบบแรก ทำให้ตัวเองเกิดความรู้สึกสนุก กระตือรือร้น เหมือนมีพลังงานคอยผลักดันให้ร่างกายอยากเคลื่อนไหวไปทำงานให้บรรลุเป้าหมาย แบบที่สอง เกิดขึ้นในยามที่มีความคิดต่อเนื่อง ไหลลื่น ไม่ติดขัด อย่างเช่น เมื่อคืนทำงานค้างไว้ถึงตรงไหน วันนี้จะนึกออกและสามารถเขียนต่อได้สบาย ๆ ยิ่งถ้ามีไอเดียที่หลากหลายผุดขึ้นมาทะลวงส่วนเนื้อหาที่ยังติดขัด ยิ่งทำให้เกิดอาการกระหยิ่มใจ หากเป็นสมัยก่อนที่ยังไม่เคยได้ปฏิบัติธรรม ผมก็คงจะยึดติดกับความดีใจนั้นและบังคับตัวเองให้ทำงานต่อไปไม่มีหยุดตามประสาคนบ้างาน แต่การได้เจริญสติ ดูใจตัวเองเป็นประจำทำให้พบว่า ครั้งใดที่ขีดความดีใจเกินลิมิตปกติไป จิตของผมจะมีสัญญาณเตือนให้กลับไปดูรูปอารมณ์ของเจ้าความดีใจที่พุ่งขึ้นสูงแล้วค่อย ๆ แผ่วลง…ดังนั้นพอเราไม่ปล่อยใจไปกับ “ความดีใจ” ที่เกิดขึ้น อาการนั้นก็จะเป็นเหมือนกับลมหายใจ คือแค่เข้ามาและออกไป มีบางครั้งเหมือนกันที่ความดีใจนั้นทำให้ตัวจิตลิงโลดขึ้นมาแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัว…พอไม่รู้ตัว จิตก็จะเกิดการ “ยึด”…ยึดว่าครั้งหน้าจะมีความสุขจากการคิดงานเช่นนี้อีก…หรือครั้งหน้าไอเดียจะแล่นปรู๊ดปร๊าดเหมือนครั้งนี้ ดังนั้นวิธีให้การต้อนรับตัวจิตนี้คือ ให้รู้สึกว่าความดีใจหรือความสุขนี้ “ไม่เที่ยง” โดยการยอมรับว่า การมีอยู่ของความสุข มองเห็นความสุขนั้น และตระหนักรู้ว่า ความสุขนั้นจะคงอยู่…เป็นแค่ไฟไหม้ฟางที่สุดท้ายไฟจะค่อย ๆ มอดดับไป หากเรามีสติในช่วงเวลาทำงาน เราจะพบว่าไม่มีใครทำงานตลอดเวลา จะต้องมีช่วงพัก และช่วงพักนี่แหละคือนาทีทองในการดูลมหายใจและอารมณ์ที่ตกค้างจากสิ่งอื่นหรือคนอื่น เช่น พูดกับคนที่เรามีปฏิกิริยาทางใจอย่างไร ทำงานนี้เราเห็นจิตเป็นอย่างไร ซึ่งถือเป็นการพักกายและสมองไปในตัว   Secret Box อาการของใจที่เปš็นอุปสรรคต‹่อเสŒ้นทางเจริญสติคือการไม่‹ยอมรับความจริง […]

วันที่ฝึกสติเป็น วันแห่งความสุข โดย พระเมธีวชิโรดม (ว.วชิรเมธี)

วันที่ฝึกสติเป็น วันแห่งความสุข โดย พระเมธีวชิโรดม (ว.วชิรเมธี) ถ้าเราฝึกสติได้แล้ว อาตมาภาพรับรองได้ว่า ทุก ๆ วันที่เราตื่นนอนขึ้นมาจนหัวถึงหมอนในตอนค่ำเป็น วันแห่งความสุข อาตมาภาพหวังว่าเราทุกคนมีหนทางพ้นจากความทุกข์ มีบางคนว่า วันจันทร์วินาศ เพราะว่าเป็นวันแรกของสัปดาห์ วันอังคารวอดวาย วันพุทธหายนะ วันพฤหัสบดีร่อแร่ วันศุกร์นี่เดชะบุญ รอดไปได้อีกอาทิตย์หนึ่ง เสาร์อาทิตย์นอน ก็เป็นเช่นนี้แหละมนุษย์เรา อาตมาภาพปรารถนาให้ทุกวันเป็นวันแห่งสติ เป็นวันแห่งความสุข พระพุทธเจ้าบอกว่า “สติมโต สุเว เสยโย” “คนมีสติดีขึ้นทุกวัน ” ดังนั้นเราต้องฝึกสติ เพราะฉะนั้นลงมือเลยนะ     ต่อไปนี้ลองนั่งตามสะดวก หากนั่งขัดสมาธิก็นั่งต่อไป ถ้าไม่ได้ก็พับเพียบ การนั่งขัดสมาธิก็เอาเท้าขวาทับซ้าย มือขวาทับมือซ้าย ตั้งกายให้ตรง แล้วก็หลับตา หลับตานั้นให้หลับพอดี อย่าให้สนิทมากจนปวดตา มือก็วางไว้ให้พอดี อย่าถึงกับเกร็ง วิธีทำสมาธิเบื้องต้น วิธีแรก ให้เอาสติของเราไปจับอยู่ที่ลมหายใจเข้าออก หายใจช้า ๆ หายใจเข้ากำหนดว่า “พุท” หายใจออกกำหนดว่า “โธ” แล้วตามดูลมหายใจ […]

ขจัดความคิดฟุ้งซ่านด้วยการฝึกสติเพียงแค่ 10 วินาที

ขจัดความคิดฟุ้งซ่านด้วยการ ฝึกสติ เพียงแค่ 10 วินาที  การทำสมาธิต่อเนื่อง 10 วินาที จะทำให้ความคิดฟุ้งซ่านหายไป และปลุกความตื่นตัวขึ้นมา โดยพื้นฐานแล้วไม่ต่างจากการ ฝึกสติ ในเวลา 10 วินาที นั่นคือ เลือกบริเวณที่เราจะทำความรู้สึกถึง และรู้สึกถึงมันในขณะปัจจุบัน ขอยกตัวอย่างการเคลื่อนไหวของท้องมาอธิบาย ขั้นตอนที่ 1 ประกาศเริ่มต้นจะทำ  ประกาศว่า “จากนี้ไปจะฝึกสมาธิ” การประกาศจะเพิ่มพลังในการรู้สึกตัว และเพิ่มพลังสมาธิด้วย     ขั้นตอนที่ 2 รู้สึก  รู้สึกถึงการเคลื่อนไหวของท้องที่เป็นไปตามจังหวะของการหายใจ รู้สึกถึงอาการที่ท้อง “พอง” และ “ยุบ” ถ้าหากเรามีสมาธิดี ความคิดฟุ้งซ่านจะลดลงไปในชั่วขณะหนึ่ง ในระหว่างนั้นให้เรารู้สึกแบบนั้นต่อไปเรื่อย ๆ สักพัก สมาธิที่เกิดขึ้นมาเมื่อสักครู่จะค่อย ๆ หายไป การมีสติรู้สึกตัวก็จะเริ่มน้อยลง แล้วในที่สุดความคิดฟุ้งซ่านก็จะเข้ามาแทนที่ เมื่อรู้สึกถึงความคิดฟุ้งซ่านแล้วก็ตั้งชื่อให้มันว่า “ความคิดฟุ้งซ่าน” แล้วนำความคิดนี้ไป “แยกเก็บเป็นส่วนๆ” และหยุดคิด จากนั้นให้กลับไปมุ่งความสนใจไปที่ท้อง และให้รู้สึกถึงการเคลื่อนไหวอีกครั้ง การแยกความคิดเก็บเป็นส่วน ๆ […]

ชีวิตดีขึ้นด้วยการฝึกสติ ขจัดพลังด้านลบด้วยปัจจุบันขณะ

ชีวิตดีขึ้นด้วย การฝึกสติ ขจัดพลังด้านลบด้วยปัจจุบันขณะ การฝึกสติ คือ การรู้สึกตัวอยู่กับปัจจุบันขณะ “ที่นี่ เดี๋ยวนี้” ตามที่เป็นจริง ไม่ปล่อยจิตใจให้เสียเวลาเปล่า และฟุ้งซ่านไปกับเรื่องสมมติในหัว ซึ่งมักเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นในอดีต หรืออนาคต การรู้สึกตัวในช่วงเวลานี้ คือเดี๋ยวนี้ และรู้โลกตามความเป็นจริง คือที่นี่ ดังนั้นการใช้ชีวิตอยู่กับ “ที่นี่และเดี๋ยวนี้” ก็คือการฝึกสติ คำตรงข้ามกับคำว่า “ฝึกสติ” คือคำว่า “ภาวะไร้สติ” ซึ่งใกล้เคียงกันมากจนคนเข้าใจผิด ผมขอให้คำว่า ฝึกสติในโหมดขับเคลื่อนอัตโนมัติ ขณะที่จิตใจเราห่างจาก “ที่นี่ เดี๋ยวนี้” และในหัวมีแต่เรื่องสมมติ ก็มีความเสี่ยงที่จะโดนครอบงำจากความรู้สึกด้านลบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนที่งานยุ่ง แบกรับความกดดัน และกำลังรู้สึกเครียด ใจของเราจะรู้สึกด้านลบได้ง่าย ๆ ช่วงเวลาที่ใจกำลังขับเคลื่อนด้วยโหมดอัตโนมัติ คือ ทำอย่างไร้สตินั้น หากเรากลับมาอยู่กับ “ที่นี่ เดี๋ยวนี้” หรืออยู่ในสภาวะที่มีสติได้แล้ว ความรู้สึกด้านลบก็จะได้รับการเยียวยา ผลก็คือเราจะมีสมาธิกับงานที่สำคัญได้อย่างมีประสิทธิภาพ     จิตของพวกเราจะได้รับอิทธิพลจากสิ่งรอบตัวและเปลี่ยนแปลงไปเรื่อย ๆ แม้ว่าเรากำลังทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วยพลังสมาธิที่ยอดเยี่ยมก็ตาม แต่โทรศัพท์เพียงสายเดียวก็อาจทำลายสมาธินั้นลงได้ เพราะหากมีการร้องเรียนจากลูกค้า หรือได้รับการแจ้งว่าคนในครอบครัวป่วยหนัก คงจะมีไม่กี่คนที่จะคงสภาพจิตใจให้เป็นปกติได้ตลอด […]

คลายเครียดจากการทำงานด้วยการเจริญสติ หนทางที่ปรับตนเองให้เป็นกุศล

คลายเครียดจากการทำงาน ด้วยการเจริญสติ หนทางที่ปรับตนเองให้เป็นกุศล ถ้าสถานที่ที่สร้างความเครียดให้เราเป็นสถานที่ทำงานก็ควรหากิจกรรมที่จะพาเราออกไปจากความเครียดนั้น ลองหันมาเจริญสติกันดูบ้างก็ไม่เลวเลยค่ะ การเจริญสติใคร ๆ ก็ทำได้ ไม่จำเป็นที่หาสถานที่ให้วุ่นวายนัก เจริญสติแค่เวลาสั้น ๆ ก็ช่วยให้คุณ คลายเครียดจากการทำงาน ได้แล้ว ที่อยากให้ทุกคนลองทำคือ การเจริญสติ หรือการทำสมาธิ เวลาเราโกรธใคร หรืออยากกำจัดคนนั้นทิ้งเสีย เช่น เพื่อนร่วมงาน การทำสมาธิเป็นการปฏิบัติธรรมที่ง่ายที่สุด เป็นทางสายกลาง และไม่มีภาวะแทรกซ้อน เราจะจดจ่ออยู่กับการเฝ้าดู สังเกตความคิดและความรู้สึก รวมไปถึงการกำหนดจิตด้วยการหายใจเข้าและออก มันช่วยให้เราใจสงบนิ่ง และมีความผ่อนคลาย ถ้าไม่มีเวลาทำสมาธินาน ๆ ตามที่ตั้งใจไว้ ก็ลองหันมาสังเกตตัวเราเองก็ไม่เลวเหมือนกันนะคะ พิจารณาการก้าวย่างของขา การแกว่งแขน การกระพริบตา หรือการกระตุ้นของกล้ามเนื้อตามบริเวณต่าง ๆ ของร่างกาย เป็นต้น หรือกิจวัตรอื่นในชีวิตประจำวันก็ทำได้ เช่น การสักแต่ว่ารู้ ขณะที่กำลังล้างมืออยู่ก็รู้ว่าล้างมือ หรือสำหรับผู้ที่ชอบออกกำลังกายเพื่อคลายเครียด สามารถนำวิธีการเจริญสติมาใช้กับการออกกำลังกายได้ (สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการวิ่งลองศึกษาการเจริญสติไปพร้อมกับการวิ่งได้ที่นี่ค่ะ >>> มา วิ่งสมาธิ กันเถอะ เพื่อการมีสติและสุขภาพที่ดี) ถามว่าการที่เราเครียดกับงานมา การเจริญสติจะช่วยให้งานของเราเสร็จราวกับปาฏิหาริย์เลยไหม คงต้องขอตอบว่า […]

เคล็ดลับสู่ความสำเร็จของ Google พัฒนาบุคลากรด้วยการเจริญสติ

เคล็ดลับสู่ความสำเร็จของ Google พัฒนาบุคลากรด้วยการเจริญสติ ซีเคร็ตนำเรื่องดี ๆ น่าสนใจมาจาก Wai Thanawat ‘s Blog ซึ่งได้มีโอกาสไปอบรมโปรแกรม Google Launchpad Accelerator ซึ่งทำให้เราเห็นว่า Google ให้ความสำคัญกับ การพัฒนาบุคลากรด้วยการเจริญสติ Wai Thanawat ‘s Blog แชร์ประสบการณ์ตอนไปเข้าร่วมโปรแกรม Google Launchpad Accelerator ของ Google สำนักงานซานฟรานซิสโก  ซึ่งเป็นกิจกรรมเจริญสติที่ Google จัดมาแล้วร่วม 10 ปี ให้กับพนักงานของเขาทั่วโลก     เป็นที่ทราบกันดีว่า Google บริษัทที่ให้บริการการสืบค้นออนไลน์ที่ก่อตั้งโดย แลร์รี เพจ และ เซอร์เกย์ บริน ตั้งแต่พวกเขายังเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด โดยเริ่มทำเป็นเว็บไซค์ขึ้นมาก่อน จนกระทั่งปี 2541 ได้ก่อตั้งเป็นบริษัทขึ้นในโรงรถของเพื่อนที่เมนโลพาร์ก รัฐแคลิฟอร์เนีย จนค่อย ๆ พัฒนากลายเป็นบริษัทเว็บไซค์ออนไลน์ที่ใหญ่โตและเป็นที่รู้จักจนถึงปัจจุบันนี้   […]

ออกกำลังกายอย่างมีสติ : เมื่อสามารถเจริญสติได้ในขณะทำสิ่งที่ชอบ

ออกกำลังกายอย่างมีสติ : เมื่อสามารถเจริญสติได้ในขณะทำสิ่งที่ชอบ จะมีอะไรดีไปกว่าการที่สามารถเจริญสติได้ในขณะทำในสิ่งที่เราชอบ ซีเคร็ตหวังว่าบทความเรื่องนี้ที่นำเนื้อส่วนหนึ่งของหนังสือธรรมะที่มีความเป็นวัยรุ่นเล่มนี้ “ฝึกให้สงบ เปลี่ยนความเครียดให้เป็นความสงบสุข” จะช่วยให้เกิดสติขึ้นได้ในชีวิตประจำวัน ลองมา ออกกำลังกายอย่างมีสติ กันค่ะ คุณออกกำลังกายอย่างไร ไม่ต่อเนื่อง กระตือรือร้นเกินไป สามารถแข่งขันได้ หรือไม่ออกกำลังเลย  ถ้าคุณไม่ได้ออกกำลังกายเป็นประจำ ก็ควรจะเริ่มต้นได้แล้ว เพราะการออกกำลังกายจะช่วยสร้างช่วงเวลาแห่งความสงบสุขให้คุณได้ในระหว่างวัน นี่คือวิธีที่ดีเยี่ยมซึ่งช่วยคลายความตึงเครียดของกล้ามเนื้อ และช่วยปรับสมาธิ ซึ่งก่อให้เกิดความสงบในแต่ละวันได้มากที่สุด ทั้งนี้ทางเลือกในการออกกำลังกายอาจไม่สำคัญเท่ากับวิธีออกกำลังกาย ข่าวดีคือ คุณไม่จำเป็นต้องเลือกออกกำลังแบบโยคะ หรือไทชิแทนการเล่นกีฬาที่ชอบ แต่คุณสามารถฝึกความสงบด้วยการอยู่กับปัจจุบันในขณะที่ออกกำลังกาย     ความใส่ใจ โยคะและการออกกำลังกายที่เป็นศาสตร์เฉพาะทาง (Esoteric Exercise) มักจะเน้นความรู้สึกตัวแม้กระทั่งก่อนที่จะเริ่มเคลื่อนไหว ดังนั้นคุณจึงตระหนักถึงความรู้สึกตัว ซึ่งเป็นการรับรู้ภายในถึงสิ่งที่คุณต้องการให้การกระทำบรรลุผล นี่คือกระบวนการตั้งสติลงมือทำโดยมีภาพผลลัพท์ที่ชัดเจนอยู่ในใจว่าอยากให้ออกมาเป็นเช่นไร แล้วลงมือทำสิ่งที่จำเป็นเพื่อให้บรรลุผลสำเร็จ ในการทำเช่นนี้ คุณต้องทำใจให้ว่างจากทุกสิ่งเหลือเพียงจุดที่มุ่งเน้น โดยสนใจแต่สิ่งที่ต้องการทำและวิธีที่จะทำ แจ๊ค นิคลอส แชมเปี้ยนกอล์ฟมืออาชีพกล่าวว่า “ผมไม่เคยตีลูกกอล์ฟโดยไม่มีภาพที่ชัดเจนในหัว แม้กระทั่งในการฝึก เริ่มแรกผมเห็นลูกกอล์ฟไปอยู่ในจุดที่ต้องการ ลูกกอล์ฟสีขาวสวยวางสูงเด่นอยู่บนสนามหญ้าสีเขียวชอุ่ม แล้วภาพนั้นก็เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ผมเห็นลูกกอล์ฟเคลื่อนไปที่นั่น เห็นเส้นทาง ทิศทางการหมุน และรูปทรง เห็นแม้กระทั่งลีลาที่ลูกลงหลุม แล้วภาพก็ค่อย […]

เรือนจำเคนยาใช้การเจริญสติ ช่วยลดความรุนแรงและเชื่อมสัมพันธ์ผู้คุมกับผู้ต้องขัง

เรือนจำเคนยาใช้ การเจริญสติ ช่วยลดความรุนแรงและเชื่อมสัมพันธ์ผู้คุมกับผู้ต้องขัง การเจริญสติ กำลังแพร่หลายทั่วโลก ไม่เว้นแม้แต่เรือนจำ ไนวาชาจีเค (Naivasha GK) ซึ่งเป็นเรือนจำความมั่นคงสูงที่ใหญ่ที่สุดของเคนยา ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของกรุงไนโรบี กำลังใช้โปรแกรมอบรมการเจริญสติ เพื่อจัดการกับความรุนแรง และดึงผู้คุมกับผู้ต้องขังให้มาใกล้ชิดกันมากขึ้น ในเรือนจำแห่งนี้มีความตึงเครียดสูงมาก เนื่องจากแออัดไปด้วยผู้ต้องขังมากกว่า 2,000 คน ที่กำลังชดใช้โทษติดคุกตลอดชีวิตหรือรอวันประหารชีวิต ที่นี่รู้จักกันดีว่าเป็นสถานที่บ่มเพาะความรุนแรง อุปกรณ์เครื่องใช้ก็เก่าเก็บมีมาตั้งแต่ยุคอาณานิคม จำนวนผู้ต้องขังแออัดล้นเกิน 100% ดังนั้นสถานการณ์จึงทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ อย่างไม่หยุดหย่อน มีรายงานความขัดแย้งถึงขั้นทำร้ายร่างกายกันมาตลอด ระหว่างพัศดี ผู้คุม และผู้ต้องขัง ซึ่งนำไปสู่ความกดดันและสิ้นหวัง ดังนั้นจึงมีความพยายามที่จะกำจัดความตึงเครียดและปรับปรุงบรรยากาศให้ดีขึ้น ซึ่งทางเรือนจำได้หาวิธีมาจัดการกับปัญหานี้ นั่นคือ การเจริญสติ ดอกเตอร์อินมาคูลาดา อะดาร์เวส-โยร์โน อาจารย์จากมหาวิทยาลัยเอ็กเซเตอร์ของอังกฤษ ได้แนะนำโปรแกรมเจริญสติให้แก่ฝ่ายบริหารของเรือนจำ เพื่อนำไปปรับปรุงวัฒนธรรมของเรือนจำให้ดีขึ้น โดยการสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้ต้องขังหันมาสนใจการเจริญสติ ผู้คุมที่ผ่านการอบรมมาเป็นพิเศษจะเป็นผู้นำการอบรม และจะเป็นผู้กระตุ้นผู้ต้องขังกับผู้คุมด้วยกันให้มาร่วมแบ่งปันความหวาดกลัวและความอ่อนแอในจิตใจ เพื่อเป็นสะพานเชื่อมโยงถึงกัน ผู้ต้องขังโทษจำคุกตลอดชีวิตคนหนึ่งบอกว่า ระหว่างตัวเขากับผู้คุมเปรียบเหมือนนรกกับสวรรค์ ไม่มีทางบรรจบกันได้ แม้แต่มองตากันก็ยังไม่ได้ด้วยซ้ำ โปรแกรมเจริญสติช่วยให้เขาได้เรียนรู้การปล่อยวางความเจ็บปวด ความหวาดกลัว และอารมณ์ด้านลบต่าง ๆ อย่างค่อยเป็นค่อยไป ณ วันนี้เขามองผู้คุมเป็นเสมือนพี่น้อง […]

เหตุเกิดเพราะอยากช่วยชาติ สนทนาธรรมกับ พระอาจารย์มานพ อุปสโม

มีคำกล่าวว่า “การเมืองเป็นเรื่องของทุกคน” แล้วคนธรรมดาๆ ที่ยามว่างนอกจากจะชอบเข้าวัดแล้วยังชอบเข้าคอร์ส (ปฏิบัติธรรม) อย่างชาว Secret ล่ะ จะสามารถทำอะไรเพื่อชาติบ้านเมืองได้บ้าง… เราควรจะต้องเลือกสีเลือกข้างหรือจะอยู่แบบไร้สังกัดต่อไป ช่วยชาติ พระอาจารย์คะ ในฐานะที่เป็นคนธรรมดาๆ เราจะทำอะไรเพื่อชาติบ้านเมืองได้บ้างคะ ถ้าพูดถึงชาติบ้านเมือง “ความสามัคคี” ต้องมาก่อน ที่จริงสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับประเทศชาติคือประชาชน ถ้าประชาชนมีความสุข ประเทศก็แข็งแรงและเข้มแข็ง ถ้าประชาชนมีความทุกข์ ประเทศก็สั่นคลอนอ่อนแอ เพราะฉะนั้นการช่วยชาติวิธีหนึ่งก็คือ การทำให้ตัวเองมีความสุขและสามัคคีกัน ซึ่งการที่บุคคลจะมีความสุขได้นั้นต้องเริ่มต้นด้วยการปฏิบัติธรรม ปฏิบัติธรรมในที่นี้ หมายถึงการเจริญสติเหรอคะ อันนั้นก็ใช่ แต่เราควรหาโอกาสนั่งสมาธิ ดูกายดูจิตเป็นประจำด้วย การนั่งสมาธิคือการทำจิตให้นิ่ง อาจเริ่มจากการสวดมนต์ไหว้พระ แผ่เมตตาก็ได้ ความสามัคคีปรองดองเป็นสิ่งที่คนในชาติทุกคนต้องร่วมกันสร้าง ซึ่งเดี๋ยวนี้อาจสร้างยากกว่าสมัยก่อน ถ้าเป็นเมื่อก่อนการทะเลาะเบาะแว้งมักเป็นเรื่องของตัวบุคคล มีผู้นำไม่กี่คนที่แตกแยก แต่ทุกวันนี้เหตุปัจจัยของบ้านเมืองต่างออกไป ผู้นำที่มีความคิดไม่ลงรอยกัน ต่างฝ่ายต่างพยายามดึงประชาชนมาเป็นฐานเสียง ใช้จำนวนประชาชนในการต่อรองเรียกร้องผลประโยชน์ คนในสังคมจึงแตกแยกกันมาก เพราะฉะนั้นในฐานะประชาชน ขอเพียงเรารับผิดชอบหน้าที่ของตนให้ดี และรักษาความเป็นกลางให้มากๆ ไม่เข้าข้างนั้น ออกข้างนี้ ไม่เข้าไปแก่งแย่งอะไรกับใครทั้งสิ้น สักวันผู้ที่ขัดแย้งกันก็ต้องล้มหายตายจากไป แล้วความมั่นคงของชาติก็จะกลับมาเหมือนเดิม แต่คนที่เขายอมตัวไปเป็นฐานเสียงของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง เขาก็มั่นใจแล้วว่าสิ่งที่เขาทำคือสิ่งที่ถูกต้องนี่คะ คนเลือกเขาก็เลือกตามที่ใจชอบ ซึ่งเลือกแล้วอาจจะไม่สุขก็ได้หรือสิ่งที่คิดว่าถูกอาจไม่ถูกก็ได้ มันไม่แน่นอนและไม่ใช่สุขที่แท้จริง […]

อานิสงส์ของการเจริญสติ โดย ท่านว.วชิรเมธี

อานิสงส์ของการเจริญสติ คืออะไร แท้ที่จริงเราทุกคนสามารถที่จะเป็นบุคคลที่สงบนิ่งได้ แต่เพราะไม่เคยได้รับการฝึก เราจึงไม่เคยรู้ว่าเราก็เป็นคนหนึ่งที่นิ่งได้เหมือนกัน 

“ดื่มปัจจุบัน…สำคัญที่สุด” เรียนรู้วิธีดื่มชาให้พบธรรม โดย ท่านว.วชิรเมธี

การดื่มชา ถือเป็นพิธีที่ศักดิ์สิทธิ์ เพราะเขาดื่มอย่างมีสติ ไม่ใช่ดื่มไปคุยไป ไม่ใช่ดื่มไปคิดไป นี่คือ วิธีดื่มชาให้พบธรรม ที่ท่าน ว.วชิรเมธี แนะนำ

Dhamma Daily : หากเราเจริญสติได้เป็นอย่างดีแล้วจะมีโอกาสเป็น โรคอัลไซเมอร์ตอนชรา หรือไม่

Dhamma Daily : หากเราเจริญสติได้เป็นอย่างดีแล้วจะมีโอกาสเป็น โรคอัลไซเมอร์ตอนชรา หรือไม่ ถาม:  หากเราเจริญสติได้เป็นอย่างดีแล้วจะมีโอกาสเป็น โรคอัลไซเมอร์ตอนชรา หรือไม่ ตอบ: โรคอัลไซเมอร์คือโรคสมองฝ่อ ทำให้เราหลงลืม…ทีนี้สติสัมปชัญญะที่เราฝึกมีจุดมุ่งหมายคือ จะทำให้เราไม่หลงลืมในการระลึกถึงความรู้สึกแต่ละความรู้สึกของตัวเราเอง คือ ถ้าเราเจริญสติสัมปชัญญะทันความรู้สึกแล้ว เราจะไม่หลงลืมการตามดูตามรู้ความรู้สึก ส่วนลืมที่เป็นสมมุติบัญญัติ เช่น การลืมชื่อลืมหน้า อาจลืมได้ แต่ในเรื่องการลืมใส่ใจในปัจจุบันธรรมที่ปรากฏจะไม่ลืม อย่างพระอรหันต์เองท่านก็ไม่หลงลืม หลงลืมในที่นี้ไม่ใช่แบบที่เราหลงลืม ไม่ใช่ว่าพระอรหันต์ท่านต้องจำชื่อเราให้ได้ทั้งหมด อย่างวันนี้นิมนต์พระอรหันต์มาแสดงธรรมที่นี่ แล้วทุกคนมารายงานตัวว่าดิฉัน / ผมชื่อนี้ รายงานชื่อทุกๆ คนพร้อมกัน 100 คน ท่านจำไม่ได้ เพราะการจำเป็นเรื่องของสัญญาแต่ท่านไม่หลงลืมใส่ใจในปัจจุบันธรรมที่ปรากฏ คือถ้าใส่ใจทันท่านจะเห็นความเป็นจริงแล้วกิเลสไม่เกิด หากใส่ใจไม่ทัน จิตจะไปติดกับสมมุติบัญญัติ อนุพยัญชนะ เกิดการปรุงแต่งแล้วเกิดกิเลส ถ้าพระอรหันต์ต้องจำทุกอย่างได้ทั้งหมด ในการทำสังคายนาครั้งแรกที่ถ้ำสัตบรรณคูหา ทำไมต้องห้ามพระอรหันต์บางจำพวกเข้าประชุม มติของพระมหากัสสปะและคณะสงฆ์กล่าวว่า เราจะสังคายนาหลังพระพุทธเจ้าปรินิพพานไปแล้ว 3 เดือน โดยพระที่จะเข้าสังคายนาต้องมีอภิญญาจิต1 พระอรหันต์ธรรมดาไม่เอา เพราะพระอรหันต์ธรรมดาไม่มีจิตพิเศษในการจำ ปัจจุบันเราถ่ายทอดข้อมูลลงซีดี แต่สมัยก่อนใช้วิธีการถ่ายทอดข้อมูลจากบุคคลหนึ่งไปยังอีกคนหนึ่ง ในครั้งนั้นจึงใช้จิตพิเศษของพระอรหันต์มาเป็นฮาร์ดดิสก์ในการจดจำข้อมูลแทน…ทีนี้พอแต่ละคนจำพระไตรปิฎกได้แล้วก็ตั้งตนเป็นอาจารย์สอนลูกศิษย์ ลูกศิษย์ก็จะถ่ายทอดและท่องจำกันมาเรื่อยๆสืบเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน   […]

เจริญสติดีอย่างไร ทำไมเราต้องฝึกเจริญสติ

เจริญสติดีอย่างไร ทำไมเราต้องฝึกเจริญสติ ทำไมเราต้องฝึกเจริญสติ การเจริญสติทำให้เรารู้สึกตัวมากขึ้น มีสติในการทำสิ่งต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น เรียนหนังสือ ทำงาน ขับรถ ฯลฯ ทำให้เห็นความจริงแท้ของโลกตามความเป็นจริง ไม่ตกอยู่ในความคิดเพ้อฝัน   ทำไมเราจึงต้องเจริญสติ   คนเรามีปัญหาชีวิต ความทุกข์ ความเดือดร้อน ก็เพราะขาดสติ เหตุเพราะขาดสติ ทำให้คิดฟุ้งซ่านและคิดปรุงแต่ง ไหลไปตามอารมณ์ต่าง ๆ นานา   เมื่อจิตใจไหลและปรุงแต่งไปตามอารมณ์ ก็จะเกิดความหลงผิด ความหลงผิดหรืออวิชชานี้เอง เป็นสาเหตุสำคัญที่สร้างความทุกข์ ความเดือดร้อน และความวุ่นวายต่าง ๆ นานัปการ   เมื่อมีสติก็จะเป็นผู้ตื่นอยู่เสมอ ตื่นจากความปรุงแต่งนึกคิดในอารมณ์ทั้งหลาย ไม่หลับใหลไปกับความหวง ห่วง มีเยื่อใย อาลัยอาวรณ์ ไม่มีที่สิ้นสุด   หลายคนประสบความสำเร็จในชีวิตก็เพราะ “สติ” เมื่อมีสติก็จะเกิดทั้ง “สมาธิ” และ “ปัญญา” เมื่อมีสติ สมาธิ ปัญญา ก็จะเกิด “ปฏิภาณ” “ไหวพริบ” “วิสัยทัศน์” […]

มองฝรั่งหยั่งถึง สังคมไทย – ว.วชิรเมธี

มองฝรั่งหยั่งถึง สังคมไทย – ว.วชิรเมธี ตลอดเวลากว่าห้าปีมานี้ ผู้เขียนได้รับอาราธนาให้เดินทางไปเผยแผ่พระพุทธศาสนายังสหรัฐอเมริกาและภาคพื้นยุโรปอย่างต่อเนื่อง บางครั้งเดินทางอยู่ในต่างประเทศยาวนานถึง 6 เดือนต่อปีมีบางคนถามว่า การพระศาสนาในต่างแดนเป็นอย่างไร เท่าที่สังเกตโดยส่วนตัวในรอบยี่สิบปีมานี้ กระแสความสนใจในพุทธศาสนาของชาวตะวันตกพุ่งขึ้นสูงอย่างต่อเนื่อง ทั้งยังมีแนวโน้มว่าจะสูงอยู่อย่างนี้ต่อไปอีกหลายปี บางทีการที่ชาวตะวันตกสนใจในพระพุทธศาสนามากอย่างนี้อาจไม่ใช่แฟชั่น แต่อาจเป็นอาการสะท้อนความจริงบางอย่าง ความจริงที่ว่านี้ก็คือ อาการขาดความสุขทางจิตวิญญาณ อันเป็นผลสืบเนื่องมาจากการติดตันของอารยธรรมวัตถุนิยมที่เจริญเติบโตอย่างต่อเนื่องมาจนถึงขีดสุด ครั้นวัตถุพรั่งพร้อม ชีวิตสะดวกสบายในทางกายภาพหมดแล้ว แต่กลับพบความจริงว่า ในใจยังว่างโหวง เป็นเหตุให้เกิดการแสวงหาแก่นแท้ทางจิตใจ หรือแสวงหาบ้านที่แท้จริงของชาวตะวันตก เมื่อมองไปทั่วทิศานุทิศแล้ว ภูมิปัญญาตะวันออกดูเหมือนจะมีเสน่ห์เย้ายวนใจสำหรับชาวตะวันตกมากที่สุดในยามนี้ เสน่ห์ที่่ว่านี้ประกอบด้วย 1. วัฒนธรรมประเพณี 2. ภูมิปัญญา 3. ภูมิธรรม วัฒนธรรมประเพณี เป็นเรื่องเปลือกผิวของชีวิต เช่นอาหารการกิน (เวลานี้อาหารไทยกลายเป็นอาหารหลักของหลายๆประเทศ ในอังกฤษ สวิตเซอร์แลนด์ หรือสหรัฐอเมริกาอาหารไทยขึ้นชื่อลือชามาก ใครเปิดร้านอาหารไทย ถ้าบริหารจัดการให้ดีแล้ว มีโอกาสรอดมากกว่าร่วง) เสื้อผ้าอาภรณ์ดนตรี ศิลปะ ธรรมชาติ วิถีชีวิต เป็นต้น ภูมิปัญญา เป็นเรื่องเกี่ยวกับศาสตร์ต่างๆ เช่น ภูมิปัญญาจีน ภูมิปัญญาอินเดีย ภูมิปัญญาทิเบต (โดยเฉพาะทิเบตเป็นที่รู้จักมากที่สุด) เล่าจื๊อ ขงจื๊อ คัมภีร์เต๋าเต็กเก็งหรือภควัทคีตา เป็นที่สนใจทั่วไปในหมู่ฝรั่งนักแสวงหาชาวตะวันตก ภูมิธรรม เป็นเรื่องเกี่ยวกับศาสนาตะวันออก เช่น พุทธศาสนานิกายเซนที่โด่งดังตั้งแต่ยุคบุปผาชนหรือยุคฮิปปี้ (ช่วงสงครามเวียดนาม) ที่นำไปสู่สหรัฐอเมริกา โดย ดี.ที. ซุซุกิล่าสุดกลับมาเป็นที่สนใจอีกครั้งหนึ่งหลังจากสตีฟ จ๊อบส์ อดีตซีอีโอแอปเปิล เปิดเผยรสนิยมการใช้ชีวิตและการออกแบบนวัตกรรมว่า ล้วนได้รับอิทธิพลมาจากพุทธศาสนานิกายเซนหริกฤษณะ มหาฤ าษี กูรู (เช่น โอโช) และพุทธศาสนาแบบวัชรญาณ โดยการนำขององค์ทะไลลามะ การเจริญสติแบบหมู่บ้านพลัม โดยการนำของท่านติช นัท ฮันห์ และพุทธศาสนาแบบเถรวาทแท้ โดยการนำของหลวงพ่อชา สุภัทโท และศิษยานุศิษย์ชาวตะวันตก นอกจากนั้นก็มีศูนย์วิปัสสนาของอาจารย์โกเอ็นก้าที่กระจายไปทั่วโลก ในส่วนของศูนย์วิปัสสนานั้น เดี๋ยวนี้พบว่าวิปัสสนาจารย์ที่เป็นคฤหัสถ์มีมากมายกระจายกันอยู่ทั่วไปทั้งในอเมริกาและยุโรป นอกจากภูมิธรรมจะมาจากแหล่งทางศาสนธรรมโดยตรงแล้ว ปัจจุบันนี้ก็ยังมีีที่มาจากการประยุกต์พุทธธรรมเข้ากับศาสตร์สมัยใหม่ เช่น การเจริญสติกับจิตวิทยา การเจริญสติกับการศึกษา การเจริญสติกับการดูแลสุขภาพ ฯลฯ ดารา บุคคลสาธารณะ ทีมฟุตบอล นักการเมืองหลายคนหันมาสนใจพุทธศาสนาและปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตของตนตามแนวทางแห่งพุทธธรรมเป็นการใหญ่ ถามว่า นอกจากความอิ่มตัวทางวัตถุแล้ว มีอะไรเป็นปัจจัยร่วมให้ชาวตะวันตกหันมาสนใจพุทธธรรมและภูมิปัญญาตะวันออก คำตอบประการหนึ่งซึ่งผู้เขียนมองเห็นก็คือ เพราะโลกตะวันตกกำลังวิกฤติ เมื่อหาทางออกในบ้านตัวเองไม่พบ ก็ต้องมองออกไปนอกบ้านนอกจากนั้นแล้ว ภูมิปัญญาตะวันออกหลายอย่างมีลักษณะ “มององค์รวม” (เช่น เต๋า พุทธ) เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เน้นความกลมกลืนกับธรรมชาติมากกว่ามุ่งพิชิตธรรมชาติยอมรับความแตกต่างหลากหลายของผู้คน มุ่งสันติ เน้นการดูแลกายและใจในลักษณะองค์รวมของชีวิตมากกว่าการมองชีวิตแยกส่วนแบบกลไก ฯลฯ เหล่านี้คือด้านที่ขาดหายไปในภูมิปัญญาตะวันตก ครั้นหาสิ่งเหล่านี้พบในโลกตะวันออก พวกเขาก็จึงรีบสมาทานความเป็นตะวันออกกันยกใหญ่ ผลงานชื่อ จุดเปลี่ยนแห่งศตวรรษ และ เต๋าแห่งฟิสิกส์ ที่เขียนโดยนักฟิสิกส์ชาวออสเตรีย คือตัวอย่างหนึ่งของการมองหาภูมิปัญญาจากตะวันออกเพื่อเยียวยาตะวันตกที่ได้รับการต้อนรับอย่างกว้างขวาง ในส่วนของพุทธศาสนาเองนั้น จุดเด่นที่ชาวตะวันตกสนใจ นอกจากการเป็นศาสนาที่ไม่เสียเวลาถกเถียงเรื่องสถานภาพของพระเจ้า การไม่มีประวัติของการทำสงครามศาสนา จุดเน้นที่สำคัญก็คือ การเป็นศาสนาแห่งปัญญาที่มีลักษณะสอดคล้องกับวิทยาศาสตร์ที่เน้นความมีเหตุผล การมีลักษณะเป็นประจักษ-นิยม (พิสูจน์ได้ ท้าทายได้ ทดสอบด้วยตัวเองได้ อยู่เหนือกาล-เวลา) และแก้ปัญหาชีวิตได้จริง โดยเฉพาะการเจริญวิปัสสนากรรมฐาน ที่เมื่อชาวตะวันตกหันมาปฏิบัติตามแล้วก็แก้ปัญหาชีวิตได้จริงๆ จนเห็นผลประจักษ์ด้วยตนเอง ประโยชน์ที่เห็นด้วยตาในชีวิตนี้ หรือในปัจจุบันนี้ เหล่านี้เอง ทำให้พุทธศาสนากลายเป็นศาสนาที่เนื้อหอมที่สุดในตะวันตกเวลานี้ พุทธศาสนากำลังขึ้นสู่ยุคทองของความรุ่งโรจน์ในฝั่งตะวันตกอย่างน่ายินดี แต่เมื่อมองย้อนกลับมาในประเทศไทยแล้ว บางทีก็อดเป็นห่วงไม่ได้ ประเทศไทยที่คนไทยชอบอ้างว่าเป็นเมืองพุทธนั้น กลับมากไปด้วยความรุนแรง ความโลภ ความโกรธ ความหลงในยศ ทรัพย์อำนาจ มากด้วยหมอผี มากด้วยไสยศาสตร์ ทั้งเป็นไสย-ศาสตร์ที่ไม่ต้องมิดเม้นอีกต่อไป เพราะในเวลานี้ผีทั้งหลายสามารถมาปรากฏตัวในรายการทีวีสดๆ เข้าทรงเข้าสิงกันเห็นๆโดยที่ไม่มีหน่วยงานไหนออกมาติงมาเตือน หมอดูหมอเดาก็ทำท่าว่าจะมีบทบาทยิ่งกว่าปัญญาชนนักวิชาการ เพราะเกลื่อนบ้านเกลื่อนจอกันไปหมดในเวลานี้ นอกจากนั้นแล้วเครื่องรางของขลังก็แผ่คลุมแก่นพุทธศาสน์เสียจนยากจะแหวกออกมาให้เห็นเนื้อแท้แห่งคำสอนของพระพุทธองค์ ชาวพุทธไทยจะยังเป็น “กบเฒ่านั่งเฝ้ากอบัว” อยู่อย่างนี้ไปอีกนานเท่าไรก็ไม่รู้ ของดีแท้ๆ ที่กำลังบูมอยู่ในเมืองฝรั่งนั้นมีอยู่แล้วอย่างสมบูรณ์ในบ้านเมืองของเราเอง แต่ทำอย่างไรหนอเราถึงจะมองเห็น ทำอย่างไรหนอ เราถึงจะ “ตื่น” ขึ้นมาตระหนักรู้ ทำอย่างไรหนอ วัฒนธรรมแห่งการ “เจริญสติ” จะกลายเป็นวัฒนธรรมกระแสหลักแทนวัฒนธรรมแห่งการคอร์รัปชันที่แผ่คลุมไปทั่วทุกวงการ    photo by nuttanart on pixabay Secret Magazine (Thailand) บทความน่าสนใจ อานิสงส์ของการเจริญสติ โดย ท่านว.วชิรเมธี

โรงเรียนในบัลติมอร์ใช้วิธีลง “โทษ” ด้วย “ ธรรม ”

โรงเรียนในบัลติมอร์ใช้วิธีลง “โทษ” ด้วย “ ธรรม ” โรงเรียนแห่งหนึ่งในบัลติมอร์ใช้ ธรรม มาเปลี่ยนวิธีทำโทษเด็ก ๆ ที่ไม่อยู่ในระเบียบวินัยหรือเกเรจากการกักบริเวณไว้ในห้อง เป็นการส่งเข้าห้องเจริญสติเพื่อฝึกสมาธิแทน ตามปกติโรงเรียนในสหรัฐอเมริกาจะใช้วิธีลงโทษนักเรียนด้วยการสั่งพักการเรียน หรือกักบริเวณไว้ในห้องรวมกัน โดยมีจุดประสงค์ให้เด็กได้ใช้เวลาคิดทบทวนการกระทำของตัวเอง แต่ดูเหมือนจะไม่ค่อยได้ผล เพราะเด็ก ๆ ก็จะนั่งมองเพดาน หรือมองเหม่ออย่างไร้จุดหมายด้วยความเบื่อหน่าย บางคนก็แอบคุยกันโดยไม่ให้ครูจับได้ เพราะห้ามคุยกัน หรือบางคนก็แกล้งทำเป็นอ่านหนังสือ แต่จริง ๆ แค่ฆ่าเวลาเท่านั้น ซึ่งเด็ก ๆ ส่วนใหญ่บอกว่า เป็นมาตรการที่งี่เง่าและน่าเบื่อมาก ดังนั้นโรงเรียนประถม Robert W. Coleman Elementary School ในบัลติมอร์ จึงสร้างความแตกต่าง เปลี่ยนวิธีลงโทษซะใหม่ด้วยการส่งนักเรียนเข้าห้องเจริญสติ ซึ่งห้องนี้จะไม่เหมือนห้องกักบริเวณที่ไม่มีหน้าต่าง ห้องเจริญสติจะมีการตบแต่ง เช่น มีโคมไฟ เบาะรองนั่ง เมื่อเข้าห้องเจริญสติ เด็ก ๆ จะถูกสอนให้ทำสมาธิโดยการดูลมหายใจ ให้หายใจเข้า หายใจออกลึก ๆ ซึ่งช่วยให้นักเรียนจอมดื้อจอมซนทั้งหลายรู้สึกผ่อนคลายลง สงบขึ้น รวมถึงช่วยให้พวกเขาจัดการกับอารมณ์โกรธหรือความวิตกกังวลของตนเองได้ดีขึ้นอีกด้วย นอกจากนั้นยังมีการให้เด็ก […]

เจ้าชายแฮร์รี่ทรงสนับสนุนให้ ฝึกเจริญสติ ในกองทัพ

เจ้าชายแฮร์รี่ทรงสนับสนุนให้ ฝึกเจริญสติ ในกองทัพ การ ฝึกเจริญสติ จะช่วยให้ทำงานได้ผลดี ตัดสินใจในเรื่องต่าง ๆ ได้ไม่ผิดพลาด หากมีสติรู้สึกตัวอยู่ตลอดเวลา จะช่วยไม่ให้เราหลงกับอารมณ์หรือความคิด เพราะสติทำให้เรารู้เท่าทัน รู้จักป้องกันและแก้ทุกข์ที่จะเกิดขึ้น สติจึงมีความสำคัญในชีวิตประจำวันมาก ซึ่งแม้แต่เจ้าชายแฮร์รี่แห่งราชวงศ์อังกฤษก็ทรงมองเห็น และทรงสนับสนุนให้มีการฝึกเจริญสติในกองทัพ ด้วยเหตุนี้ทำให้ต้นปีที่ผ่านมา จึงมีคณะนายทหารและข้าราชการในกระทรวงกลาโหมอังกฤษกว่า 150 คน ไปเข้าคลาสฝึกเจริญสติในกรุงลอนดอน 1 วัน ซึ่งจัดขึ้นเป็นพิเศษเพื่อการนี้โดยเฉพาะ และเป็นไปตามแนวคิดของเจ้าชายแฮรี่และคณะนายทหารชั้นผู้ใหญ่จากกระทรวงกลาโหมอังกฤษ ที่ต้องการรณรงค์ชักชวนให้สมาชิกในกองทัพพัฒนาความมีสติโดยใช้การฝึกสมาธิตามแนวทางของพระพุทธศาสนา หลายคนอาจจะคิดว่า คงมีทหารในกองทัพอังกฤษที่นับถือศาสนาพุทธอยู่ไม่มากนัก แต่ความจริงแล้วปัจจุบันมีนายทหารประมาณ 4,000 นายประกาศตนเป็นพุทธมามกะและปฏิบัติสมาธิภาวนาเป็นประจำ เพื่อเป็นการฝึกจิตให้มั่นคง ช่วยลดความเครียดในชีวิตประจำวันทั้งเรื่องงานและเรื่องส่วนตัว ซึ่งก่อนหน้านี้กระทรวงกลาโหมเล็งเห็นความสำคัญ จนถึงกับมีการประชุมถกกันถึงเรื่องที่ว่า การเจริญสติสามารถช่วยกองทัพได้อย่างไร อย่างไรก็ตาม คงต้องยกความดีให้เจ้าชายแฮร์รี่ที่ทรงเป็นตัวตั้งตัวตีมาตั้งแต่ปีที่แล้ว โดยทรงผลักดันให้มีเรื่องของสุขภาพจิต ใส่ไว้ในการฝึกฝนนายทหารแห่งกองทัพอังกฤษ ทรงเห็นว่า นายทหารเป็น “ทรัพย์สินอันสูงค่า” ของกองทัพ สมควรได้รับการตอบแทนในเรื่องของจิตใจด้วย เพื่อให้สามารถแสดงศักยภาพในการทำงานได้ดีเยี่ยม ทั้งในสำนักงานและในสนามรบ เจ้าชายแฮร์รี่ซึ่งเคยทรงรับใช้ชาติอยู่ในกองทัพอากาศนาน 10 ปี ทรงกล่าวในงานเปิดตัวโครงการสุขภาพจิตนี้ว่า ในช่วงที่พระองค์รับราชการอยู่นั้น การฝึกฝนต่าง ๆ ช่วยให้ร่างกายนายทหารแข็งแกร่งบึกบึน […]

“อย่าละเลยการอบรมเจริญสติ รู้เท่าทันกาย วาจา และใจ” สมเด็จพระสังฆราช ประทานคติธรรมวันวิสาขบูชา 2561

เนื่องในเทศกาล วันวิสาขบูชา พุทธศักราช 2561 เจ้าพระคุณ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ประทานพระคติธรรม มีความว่า…

9 วิธีเจริญสติในออฟฟิศ …รู้อย่างนี้ทำไปนานแล้ว!

ซีเคร็ตชวนผู้อ่านมาฝึกเทคนิค เจริญสติในออฟฟิศ เมื่อสติกลับคืนมา ปัญญาที่จะสร้างสรรค์งานให้มีคุณภาพก็จะตามมาทันทีโดยไม่ต้องสงสัย

keyboard_arrow_up