จะตามหาความเชี่ยวชาญเฉพาะทางของตนเองเจอได้อย่างไร 

จะตามหา ความเชี่ยวชาญ เฉพาะทางของตนเองเจอได้อย่างไร สิ่งที่ต้องทำเป็นอันดับแรกคือ กำหนดว่าจะทำอะไรให้กลายเป็น ความเชี่ยวชาญ เฉพาะทางของตน น่ากลัวว่าคงมีหลายคนที่สับสนมากใช่ไหม ผมคิดว่าเงื่อนไขในการเลือกมีหลายข้อ เช่น 1. เลือกความถนัดที่ตอนนี้ได้สะสมประสบการณ์มามากพอแล้ว  ไม่ถึงกับจะให้เลือกความถนัดที่มีประสบการณ์ในการทำงานจริงพอสมควรมากกว่าความถนัดที่ไม่มีประสบการณ์ในการปฏิบัติเลย และก็ไม่ได้หมายความว่ามีเงื่อนไขตายตัว ถ้าไม่มีความสุขกับความถนัดที่มีประสบการณ์มาจนถึงตอนนี้และไม่คิดว่าจะทำให้มันเป็นความถนัดที่เชี่ยวชาญเฉพาะทางได้ ผมคิดว่าลองหาอย่างอื่นและนับหนึ่งใหม่ตั้งแต่ต้นก็ได้ ในกรณีนั้นขึ้นอยู่กับการเปลี่ยนแปลงภายในของบริษัทเป็นเงื่อนไขสำคัญว่าจะมีตำแหน่งที่สามารถใช้ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านนั้นให้เกิดประโยชน์เต็มที่ (สามารถเรียนรู้) หรือไม่ถ้าจินตนาการภาพสถานที่ที่จะสะสมประสบการณ์ในการปฏิบัติจริงไม่ได้หนทางไปสู่ความเชี่ยวชาญเฉพาะทางก็จะสูงชันขึ้นพอสมควร   2. เข้าใจความต้องการของสังคมอย่างชัดเจนว่า ความเชี่ยวชาญนี้มีแนวโน้มที่จะมีคุณค่าในบริษัทหรือไม่  เนื่องจากเป็นความเชี่ยวชาญเฉพาะทางที่จะเป็นประโยชน์ในการทำงานจึงจำเป็นต้องมองเห็นปลายทางในสายตา (โอกาส) ที่จะได้ใช้ประโยชน์จากนี้เป็นต้นไป การลองคิดดูว่าความเชี่ยวชาญเฉพาะทางที่จำเป็นต่อบริษัทของคุณและสิ่งที่ภายในบริษัทมีบุคลากรไม่เพียงพอคืออะไร ก็คงจะดีให้ความสนใจแก่งานที่ต้องจ้างคนจากภายนอกเข้ามากลางคันเพราะบุคลากรภายในบริษัทมีไม่เพียงพอ 3. เลือกความเชี่ยวชาญเฉพาะทางที่สามารถทำได้บางระดับในเวลาอันสั้นเมื่อเทียบกับการทำงานอื่น ๆ การจะรับเงินในฐานะมืออาชีพต้องไปให้ถึงระดับที่เหมาะสม ดังนั้นควรพยายามเต็มที่ที่จะหลีกเลี่ยงความเชี่ยวชาญเฉพาะทางที่ต้องใช้เวลาตั้ง 10 ปี หรือ 20 ปีกว่าจะมีคุณสมบัติครบถ้วนสมบูรณ์นำหน้าคนอื่น ลองมองหาด้วยมุมมองว่าสิ่งที่สามารถสร้างผลสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ที่สุดโดยใช้ความพยายามน้อยที่สุดคืออะไร   4. จินตนาการภาพตัวเองที่กำลังทำงานเฉพาะทางนั้นอย่างมีความสุข  เพราะมีหน้าที่ที่เหมาะสมกับแต่ละคน จึงไม่ควรเลือกสาขาที่ไม่ค่อยเหมาะกับตนเอง คนที่ไม่ถนัดตัวเลขและไม่ชอบงานละเอียดกองพะเนินเทินทึก แม้ตั้งเป้าว่าจะเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านบัญชีก็ไปได้ไม่ราบรื่น ควรถือโอกาสนี้ลองเข้ารับการตรวจสอบความเหมาะสมกับงาน   ที่มา : ทิ้งคนเก่าที่ไม่เก่ง มาเป็นคนใหม่ที่เจ๋งกว่า โดย ยูคิโอะ โอคุโบะ […]

เทคนิคแก้อาการ ” คิดงานไม่ออก ” แต่อยากให้งานออกมาดี

คิดงานไม่ออก ! หลายงานรุมเร้าจนทำให้รู้สึกว่าต้องทำงานแข่งกับเวลา จนเกิดความรู้สึกกดดันตัวเอง ทำให้เกิดภาวะ อาการสมองตัน สมองตื้อ เราจะมีวิธีจัดการกับปัญหาเหล่านี้ยังไงกันนะ หลายคนที่กำลังนั่งก้มหน้ากลุ้มกันอยู่กับการ คิดงานไม่ออก  ไม่รู้จะจัดการกับงานที่กองอยู่ยังไง เคลียไม่ได้ทั้งความคิดและการจัดการตารางงาน อยากให้งานเสร็จทันเดดไลน์แต่มีประสิทธิภาพ วันนี้เรามีเทคนิคเล็กๆ มาฝากทุกคนกันค่ะ ทำเช็คลิสต์งานเพื่อเรียงลำดับความสำคัญของงาน การวางแผนที่ดีมีชัยไปกว่าครึ่งค่ะ ถึงงานจะเร่งด่วนแค่ไหนเราก็จำเป็นต้องมีการแบ่งเวลาที่ดีว่างานไหนจะต้องส่งก่อนส่งหลัง เรียงลำดับความสำคัญแล้วค่อยเคลียร์ให้เสร็จไปทีละงาน คิดทีละงาน จะช่วยให้เรามีจุดโฟกัสที่แคบลง ทำเสร็จแล้วจะช่วยให้รู้สึกเหมือนยกภูเขาออกไปจากอกทีละลูกๆ ค่ะ เรียนรู้ขีดจำกัดและความสามารถของตัวเอง การที่เรารู้จักตัวเองก่อนเป็นเรื่องที่ดีที่สุด ดูว่าเราสบายใจที่จะทำงานแบบไหน อัดแน่นบีบคั้นตัวเองเกินไปก็ไม่ได้ ถ้าคิดงานไม่ออกจริงๆ ลองหาจุดที่ตัวเองสบายใจที่จะคิด แล้วรู้สึกไม่กดดัน จะทำให้ประสิทธิภาพของงานออกมาดีขึ้นค่ะ ใช้เทคโนโลยีช่วยหาข้อมูล ยิ่งดูมาก ยิ่งต่อยอดความคิดมาก สิ่งที่เราคิดก็เหมือนเมล็ดถั่ว อาจจะตั้งต้นด้วยความคิดอันน้อยนิดของเรา แต่ก็สามารถพัฒนาความคิดจนกลายเป็นต้นไม้ใหญ่ได้ การขยันหาข้อมูลใหม่ๆ ก็เหมือนการรดน้ำ อินเตอร์เน็ตจึงมีประโยชน์ที่จะช่วยให้เราเห็นได้มากขึ้น เพราะเป็นเหมือนแหล่งการเรียนรู้ขนาดใหญ่ สามารถทำให้เราเกิดไอเดียต่อยอดทางความคิดได้ เพียงแค่ลองเสิร์ชหาไปเรื่อย ก็อาจจะเจอสิ่งที่เราตามหาอยู่ก็ได้ การรู้จักถามในสิ่งที่ไม่รู้ ไม่ได้เสียหายอะไร การปรึกษาจากคนที่เคยทำงานมาก่อน ช่วยให้เราได้แนวทางมาปรับใช้กับงานที่เราเจอได้ บางคนไม่กล้าที่จะเอ่ยปากถาม ทำให้เกิดความเครียดอยู่ภายในใจ ยิ่งทำให้รู้สึกกดดันตัวเอง คิดไม่ออกว่าควรทำยังไงดี แก้ปัญหายังไง การพูดคุยหรือถามความเห็นจึงเป็นอีกตัวช่วยหนึ่งที่สามารถทำให้คุณได้ข้อมูลและความคิดที่แตกต่างออกไปจากของตัวเอง พักสายตาจากสิ่งที่ทำสักพัก […]

โต๊ะทำงานที่โล่งสบายตาคือ เคล็ดลับสู่ความสำเร็จ ในการทำงาน ที่คนส่วนใหญ่มองข้าม  

โต๊ะทำงานที่โล่งสบายตาคือ เคล็ดลับสู่ความสำเร็จ ที่คนส่วนใหญ่มองข้าม ใครจะคาดคิดว่า การจัดโต๊ะทำงานให้โล่งสบายตา เป็นอีกหนึ่ง เคล็ดลับสู่ความสำเร็จ ที่ได้ผลจริง ลองใส่ใจกับสิ่งที่เรามองข้ามกันเสียหน่อย กับเคล็ดลับการจัดโต๊ะทำงานอย่างไรให้การทำงานประสบความสำเร็จ     ความคิดที่ว่า ตกแต่งโต๊ะทำงานด้วยสิ่งของที่ชอบ หลายคนอาจชอบให้มีเครื่องเขียนเยอะ ๆ อยู่บนโต๊ะทำงาน เช่น ปากกาน้ำหมึก ปากกาสีเมจิหลากสีสัน ปากกาเน้นข้อความ การเขียนงานด้วยปากกาสีสันต่าง ๆ เป็นความสุขอย่างหนึ่งของคนรักเครื่องเขียน โพสต์อิทสีสันต่าง ๆ ทำให้โต๊ะทำงานของคุณดูน่ารัก ยิ่งเขียนข้อความให้กำลังใจด้วยแล้ว ยิ่งโซคูลไปอีก รูปถ่ายวิวทิวทัศน์ และของฝากจากสถานที่เคยไปเที่ยวมา จัดวางไว้เพื่อระลึกถึงความทรงจำดี ๆ ทำให้นึกถึงช่วงเวลาเก่า ๆ เช่น ของชิ้นนี้ได้มาตอนไปเที่ยวกับคนพิเศษ ของชิ้นนี้ได้มาตอนที่ไปเที่ยวกับกลุ่มเพื่อนสมัยม.ปลาย ของชิ้นนี้ซื้อมาตอนไปเที่ยวต่างประเทศครั้งแรก เป็นต้น แต่เคยลองสังเกตบ้างไหมว่า การทำงานอยู่ท่ามกลางข้าวของจำนวนมาก ส่งผลให้เราไม่ค่อนตัว หยิบจับอะไรก็ยาก เวลาเคร่งเครียดจากงาน การชมสิ่งของที่ชอบ อาศัยมันเป็นที่พักใจ ช่วยให้เราออกจากความเครียดได้ก็จริงอยู่ แต่พอจับจ้องมันไปนาน ๆ กลับกลายเป็นว่าทำให้เราเสียเวลา แทนที่จะมีสติจดจ่ออยู่กับงานที่ทำให้ลุล่วง     เชื่อว่าหลายคนตัดสินยากใจที่จะกำจัดสิ่งของบนโต๊ะออกไป […]

กฎ 10 นาที ที่น่าลองทำ แล้วชีวิตคุณจะเปลี่ยนไปดั่งฝัน

กฎ 10 นาที ที่น่าลองทำ แล้วชีวิตคุณจะเปลี่ยนไปดั่งฝัน จะมีอะไรดีไปกว่า การใช้เวลาสั้น ๆ แค่ 10 นาที ต่อวัน เท่านั้น แล้วทำให้ชีวิตของคุณเปลี่ยน มาทำความรู้จักและนำไปใช้กันเถอะค่ะ กับ กฎ 10 นาที หลายคนมีความคิดอยู่ในหัวเสมอว่า จะพัฒนาตนเอง ให้เก่ง ให้ดีขึ้น อย่างนั้น อย่างนี้ เช่น ฉันจะมีกล้ามหน้าท้องที่สวยงามสำหรับอวดในช่วงฤดูร้อน ฉันจะเขียนงานให้เก่งและสมูทขึ้น ฉันจะทำงานให้ไวและมีประสิทธิภาพ ฉันจะพรีเซ็นต์งานเจ้านายและลูกค้าให้ดีขึ้น สุดท้ายก็ไปไม่ถึงดวงดาวเพราะ “ขอพักไว้ก่อน” “ยังหาเวลาไม่ได้” มนุษย์เงินเดือนทำงานเต็มวัน ตั้งแต่เช้าจนค่ำ ได้หยุดพักแค่ 2 วัน ก็อยากพักผ่อนให้เต็มที่ ตามจริงแล้วมนุษย์ไม่ได้ต้องการพักผ่อนตลอดทั้งวันขนาดนั้น หากมีความต้องการขนาดนั้น คงไม่มีการพาออกไปเที่ยว หรือนัดพบปะเพื่อนฝูง งานปาร์ตี้ บลา ๆๆๆๆ ความรู้สึกนี้ยิ่งทำให้ถอยห่างจากความประสบความสำเร็จไปทุกที ๆ ขอเพียงแค่ 10 นาที เท่านั้น คิดว่าไม่น่ามากหรือน้อยเกินไป     […]

7 นิสัยยอดแย่ ที่ทำให้ “ดาวรุ่ง” ต้องกลายเป็น “ดาวร่วง”

นิสัยยอดแย่ เหล่านี้ เมื่อรู้แล้วต้องรีบ “กำจัด” ซีเคร็ตจะนำความลับที่สกัดกั้น คุณไว้มาบอกให้รู้  และเมื่อรู้แล้วก็จงเปลี่ยนแปลงตัวเองเสียแต่วันนี้ 

keyboard_arrow_up