3 สุขที่สุดในชีวิตของพระเอกตลอดกาล – เคน ธีรเดช วงศ์พัวพันธ์

3 สุขที่สุดในชีวิตของพระเอกตลอดกาล – เคน ธีรเดช วงศ์พัวพันธ์ ช่วงนี้ เคน ธีรเดช วงศ์พัวพันธ์ มีผลงานละครและภาพยนตร์ออกมาอย่างต่อเนื่อง เช่น “The Pool” หรือ “นรก 6 เมตร” พระเอกต้องต่อสู้กับจระเข้ซีจีที่สมจริง จนหนังเรื่องนี้กลายเป็นกระแสภายในชั่วข้ามคืนทั้งในไทยและต่างประเทศ ถึงแม้วันเวลาจผ่านไปแต่เขาก็ยังคงความหล่อไม่สร่าง กับล่าสุดรับบทพระเอกจอแก้วกับละครเรื่อง “มีเพียงรัก”     กว่า เคน ธีรเดช วงศ์พัวพันธ์ จะได้เป็นพระเอกจนเป็นที่จดจำในบทบาทที่ผู้ชมประทับใจ เช่น ลุง วิศวกรรมหนุ่มที่หล่อทะลุแป้งจากภาพยนตร์เรื่อง รถไฟฟ้ามาหานะเธอ หรือ ราเชนท์ ตากล้องหนุ่มขี้เล่นและมีเสน่ห์จากละครเรื่องอุ้มรัก ยังมีผลงานอีกหลายเรื่องที่ทำให้เราสัมผัสได้ว่า เขาคือพระเอกตลอดกาล เรามาดูกันดีว่า เคน ธีรเดช วงศ์พัวพันธ์ มีแนวคิดเรื่องความสุขอย่างไรบ้าง     สุขจากการคิดบวก  เริ่มแรกผมไม่ได้เข้าวงการเพราะรักการแสดง แต่เข้ามาเพราะว่าเราอยากกอบโกย (หัวเราะ) อยากทำสิ่งนี้เพื่อนำเงินไปทำอีกสิ่งหนึ่งที่เราฝันไว้ แต่เมื่อทำงานแล้ว สิ่งที่ทำให้หนีไปไม่ได้ก็คือ เสียงตอบรับ ทั้งที่สมัยก่อนสื่อน้อยมาก แต่ก็ยังได้ยินคนพูดว่า พระเอกคนนี้ห่วย หน้าตาก็ไม่ได้หล่อมากยังเล่นไม่ดีอีก เล่นก็แข็ง เป็นช่วงที่เรายังออกจากตรงนั้นไม่ได้ สิ่งที่คนพูดในแง่ลบ มันกลับเปลี่ยนเป็นพลังบวก ผมถามตัวเองว่าทำไมจึงเป็นแบบนี้ แล้วย้อนมองตัวเอง ผมไม่ชอบแสดงออก ไม่ชอบให้ใครบังคับ แต่อาชีพนี้ตรงกันข้ามกับสิ่งที่ผมเป็น พอกลับมาทบทวนว่าที่เราทำได้ไม่ดี เพราะว่าเราไม่ได้ใส่ใจกับมันหรือเปล่า จึงเปลี่ยนทัศนคติตัวเอง ลองทำด้วยความเชื่อว่า เราจะทำให้ดีและเปลี่ยนทัศนคติของคนที่พูดถึงเรา กลายเป็นความท้าทายมากกว่าท้อแท้ หลังจากนั้นผมตั้งใจมากขึ้น และได้เจอคนดี ๆ ที่ให้โอกาสเรา ผมใช้เวลามากพอสมควีรกว่าจะผ่านจุดที่เปลี่ยนความคิดคนได้ มีคนยอมรับเราในวงกว้างมากขึ้น ผมว่าสุดท้ายแล้วธรรมชาติของคนต้องการการยอมรับ ไม่ต้องเป็นนักแสดงก็ได้     สุขส่วนตัว ทุกวันนี้ผมให้ความสำคัญกับครอบครัวเป็นอันดับแรก ความสุขของผมคือการที่ครอบครัวมีความสุข ได้อยู่และใช้เวลากับครอบครัว ดูแลสุขภาพ ตอนนี้งานไม่ใช่อันดับแรกสำหรับผม แต่ก็สำคัญ เราเคยมีช่วงเวลาที่สับสน อยากเลิก ไม่อยากทำงาน แต่ถึงวันนี้ผมไม่มีความรู้สึกนั้นแล้ว เพราะเราโตขึ้นด้วย เข้าใจอะไรหลายอย่างมากขึ้น อาจทำงานน้อยลง เลือกงานมากขึ้น แต่เมื่อทำอะไรก็อยากทำสิ่งนี้ให้ดีที่สุด แล้วเราก็จะมีความสุขกับมัน ปัจจุบันผมมีความสุขในฐานะนักแสดง และทำสิ่งที่เคยฝันเป็นงานอดิเรก ผมชอบถ่ายรูป ชอบไปเที่ยว ชอบเดินทาง ผมก็ให้ความสำคัญกับมัน แบ่งเวลาชัดเจน ผมไม่ขอออกไปไหนเวลาทำงาน แต่ต้องมีเวลาหยุดทำงานเป็นเดือน เพื่ออุทิศให้สิ่งที่ผมชอบ เรื่องเที่ยวเป็นเรื่องใหญ่มากของผมและครอบครัว (หัวเราะ)     สุขของชีวิต ทุกวันนี้ผมพยายามรู้เท่าทันความคิดของตัวเองอ่านหนังสือธรรมะแล้วเข้าใจ แต่ยังทำได้ยาก อยากสงบลองนั่งสมาธิ พอปิดตานั่งปุ๊บเรื่องในหัวเยอะกว่าเดิมอีก ก็เป็นปรกติของคน พระก็เป็น เพราะความคิดหรือจิตต้องเคลื่อนไหวไปตามธรรมชาติ เมื่อมีอะไรมากระทบก็เปลี่ยนแล้ว หนึ่งนาทีเป็นแบบนี้ ห้านาทีเป็นอีกอย่าง วันนี้อารมณ์ดีเกิดมีอะไรมากระทบก็กลายเป็นอารมณ์เสีย พระท่านบอกว่าไม่ต้องตกใจ ธรรมชาติของมนุษย์ก็เป็นแบบนี้ แค่ให้รู้ว่าสิ่งนี้กำลังเข้ามา […]

keyboard_arrow_up