พระนางมัลลิกาเทวี พระราชเทวีผู้เรียนธรรมะโดยเคารพ

พระนางมัลลิกาเทวี พระราชเทวีผู้เรียนธรรมะโดยเคารพ พระนางมัลลิกาเทวี เป็นหญิงชาวบ้านที่ได้ถวายขนมถั่วแด่พระบรมศาสดา แล้วพระองค์ตรัสต่อพระอานนท์ว่า “กุลธิดานางนี้จะได้เป็นพระมเหสี” ไม่นานนักพระเจ้าปเสนทิโกศลได้พบรักกับกุลธิดานางนี้ และสถาปนาไว้ในตำแหน่งพระมเหสี กุลธิดานางนี้ยึดมั่นในพระรัตนตรัย ประกอบทานกุศลอยู่เนืองนิจ แม้สุขสบายได้เป็นพระมเหสีพระราชาผู้ยิ่งใหญ่ในชมพูทวีปก็ไม่ละทิ้งการทำทานทำกุศล กุลธิดาแห่งนายมาลาการนางหนึ่งมีชื่อว่า “มัลลิกา” (มัลลิกา แปลว่า ดอกมะลิ) มีความเลื่อมใสในพระพุทธศาสนาตั้งแต่เด็ก เพราะบิดามักพานางไปฟังธรรมของพระผู้มีพระภาคเจ้าอยู่บ่อยครั้ง พลอยให้กุลธิดานางนี้ได้เป็นพระอริยบุคคลตั้งแต่เยาว์วัย (สำเร็จโสดาปัตติผล) นางมัลลิกาได้ถวายขนมแด่พระบรมศาสดา พระองค์แย้มพระสรวล พระอานนท์จึงทูลถามว่า “พระองค์ทรงหัวเราะด้วยเหตุใด” พระองค์ตรัสตอบว่า “กุลธิดานางนี้จะได้เป็นพระอัครมเหสีแห่งพระราชา” หลังนั้นนางมัลลิกากำลังเก็บดอกไม้ให้บิดาอยู่นั้น นางได้ร้องเพลงไปด้วย ชายรุ่นราวคราวกับบิดาปรากฏกายขึ้น เขาได้ชมเพลงของกุลธิดา และชื่นชมเสียงของนาง แต่หญิงสาวกลับไม่พอใจที่มีคนมาแอบเพลงเธอร้องเพลง ชายนิรนามจึงทำการขอโทษเธอจนเธอพอใจ เขาบอกว่าเขาเหนื่อยล้ามากจึงพาม้าที่ตนขี่มาพักอยู่ใต้ร่มไม้ของต้นไม้ในสวนแห่งนี้ ทั้งสองได้สนทนากันไม่เท่าไรนางมัลลิกากลับรู้สึกอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูก และชายนิรนามก็จากนางไป     หลายวันต่อมา ทางราชสำนักส่งคนมาเชิญนางมัลลิกาเข้าเฝ้าพระเจ้าปเสนทิโกศล พระราชาผู้อยู่เบื้องหน้าของนางมัลลิกาคือชายนิรนามผู้นั้นนั่นเอง และพระองค์ได้สถาปนานางเป็นพระมเหสี ในอรรถกถาเล่าถึงบทบาทของพระนางมัลลิกาเทวีที่คอยเป็นที่ปรึกษาของพระสวามี และเป็นผู้ที่จะโน้มน้าวพระสวามีเข้าสู่เส้นทางแห่งพุทธธรรมเสมอ เช่น ครั้งหนึ่งพระเจ้าปเสนทิโกศลทรงฝันประหลาดต่อเนื่องกันถึง 16 เรื่อง พระองค์ให้ปุโรหิตพยากรณ์ความฝัน ปรากฏว่าพระราชาต้องประกอบพิธีบูชายัญเพื่อเป็นการแก้จากร้ายให้กลายเป็นดี พระนางมัลลิกาเทวีทรงทราบว่าการพิธีบูชายัญจะทำให้พระสวามีต้องมีรับสั่งฆ่าสัตว์ เดี๋ยวพระสวามีจะเป็นบาปจึงได้แนะนำให้พระองค์เข้าเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้าเพื่อทูลถามถึงเรื่องความฝันประหลาดนี้แทน (สามารถศึกษาเรื่องพระสุบินของพระเจ้าปเสนทิโกศลเพิ่มเติมได้ที่ >>> อรรถกถามหาสุบินชาดก) […]

มาติกมาตา อุบาสิกาผู้บรรลุธรรมก่อนพระภิกษุ

มาติกมาตา อุบาสิกา ผู้บรรลุธรรมก่อนพระภิกษุ อุบาสิกา หมายถึงผู้หญิงผู้เข้าใกล้พระรัตนตรัย ซึ่งอุบาสิกาคนแรกในพระพุทธศาสนาคือนางสุชาดา บุตรีเศรษฐีผู้ถวายข้าวมธุปายาสแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า (ศึกษาเรื่องราวของนางสุชาดาได้ที่ >>> นางสุชาดา : อุบาสิกาคนแรกในพระพุทธศาสนา) เรื่องที่นำมาฝากต่อไปนี้เป็นเรื่องราวของอุบาสิกานางหนึ่งในสมัยพุทธกาล ซึ่งสำเร็จมรรคและผลอย่างรวดเร็ว ลองมาหาคำตอบคลายข้อสงสัยนี้กันว่า อุบาสิกานางนี้บรรลุธรรมได้ด้วยวิธีไหน ครั้งพระบรมศาสดาประทับอยู่ ณ พระเชตวัน ในกรุงสาวัตถี ได้ทรงปรารถเรื่องอุบาสิกาบรรลุธรรม เพื่อให้เป็นเรื่องที่สร้างแรงบันดาลใจให้แก่พระภิกษุทั้งหลายในพระเชตวัน โดยเรื่องมีอยู่ว่า ครั้งหนึ่งมีพระภิกษุ 60 รูปเดินทางไปยังหมู่บ้านแห่งหนึ่งในแคว้นโกศล ในอรรถกถา ธรรมบท ระบุชื่อของหมู่บ้านแห่งนี้ว่า “มาติกคาม” เพื่อหาสถานที่จำพรรษาเป็นเวลา 3 เดือน และใช้สถานที่นั้นปฏิบัติกรรมฐานที่พระพุทธองค์ทรงสั่งสอนด้วย พระภิกษุทั้ง 60 รูป เมื่อมาถึงมาติกคาม ได้รับการต้อนรับจากอุบาสิกาที่มีชื่อว่า “มาติกมาตา” (ชื่อเดียวกับหมู่บ้านเลย  ดีไม่ดีหมู่บ้านแห่งนี้อาจเรียกตามชื่อของอุบาสิกาท่านนี้ก็เป็นได้ เพราะมาติกคามมีความหมายว่า บ้าน หรือ  หมู่บ้านของนางมาติกะนั่นเอง) นางมาติกมาตาเลื่อมใสในพระพุทธศาสนามาก นิมนต์ให้พระภิกษุจำพรรษาอยู่ที่วิหารในหมู่บ้านแห่งนี้ นางรับอาสาจัดเตรียมสถานที่ รวมทั้งเป็นผู้เตรียมอาหารและเครื่องดื่มต่าง ๆ ไว้รับรอง รุ่งเช้าก็เตรียมอาหารสำหรับใส่บาตรไว้ใส่บาตรพระภิกษุทั้ง  60 รูป […]

นางสุชาดา : อุบาสิกาคนแรกในพระพุทธศาสนา

นางสุชาดา : อุบาสิกาคนแรกในพระพุทธศาสนา นางสุชาดา สตรีผู้ถวายอาหารมื้อแรกแด่พระพุทธเจ้า โดยที่นางเองก็ไม่รู้ว่าบุรุษผู้นี้คือพระพุทธเจ้า นางเป็นอุบาสิกาที่พระพุทธเจ้าทรงยกย่องให้เป็นเอตทัคคะ ผู้เป็นเลิศในการเข้าถึงสรณะเป็นคนแรก     เหตุที่ทำให้นางสุชาดาเป็นอุบาสิกาคนแรก นางสุชาดานับว่าเป็นผู้หญิงคนแรกที่มีโอกาสได้ถวายอาหารแด่พระพุทธเจ้าก่อนตรัสรู้ จึงกลายเป็นผู้ที่เข้าใกล้สรณะ (ที่พึ่ง) ก่อนอุบาสิกาคนอื่น ทำไมนางสุชาดาจึงได้รับโอกาสที่พิเศษนี้ ในอรรถกถาอุบาสิกาที่กล่าวถึงเรื่องของอุบาสิกา 10 นาง กล่าวถึงสาเหตุที่นางสุชาดาได้สิทธิ์เป็นผู้ถวายอาหารมื้อแรกแด่พระพุทธเจ้าว่า ครั้งสมัยพระพุทธเจ้าพระองค์หนึ่งนามว่า “พระปทุมตตรพุทธเจ้า” มีสตรีนางหนึ่งเกิดในตระกูลเศรษฐีแห่งนครหังสาวดี นางมีโอกาสฟังธรรมจากพระพุทธเจ้า แล้วได้เห็นพระพุทธเจ้าประทานตำแหน่งเอตทัคคะแก่สตรีนางหนึ่ง ให้เป็นผู้เข้าถึงสรณะเป็นคนแรกก่อนอุบาสิกาทั้งหลาย นางปรารถนาจะตำแหน่งเอตทัคคะนี้ หลังจากนั้นนางก็เวียนว่ายตายเกิดระหว่างโลกมนุษย์และสวรรค์เป็นเวลาถึงแสนกัป จนกระทั่งมาถึงสมัยของพระสมณโคดมพุทธเจ้า นางเกิดเป็นนางสุชาดา ธิดาของเศรษฐีมีนามว่า “เสนียเศรษฐี”   ธิดาเศรษฐีบนบานต้นไทร พอถึงคราวเจริญวัยเป็นสาวงาม นางจึงบนบานต่อต้นไทร เพื่อขอสามีที่มีฐานะเสมอกัน และให้บุตรคนแรกเป็นผู้ชาย หากได้ตามที่นางขอจะพลีกรรมถวายรุกขเทวดา ครั้งพระพุทธเจ้าเสด็จมาประทับใต้ต้นไทรนี้ นางปุณณทาสี สาวใช้ของนางสุชาดาผ่านมาเห็นพอดีก็เข้าใจว่าพระพุทธเจ้าเป็นรุกขเทวดาที่สถิตในต้นไทร ออกมาปรากฏกายให้เห็น นางจึงรีบไปหานางสุชาดาผู้เป็นนายหญิง นางสุชาดาซึ่งกำลังเตรียมทำข้าวมธุปายาสเพื่อถวายรุกขเทวดาอยู่พอดี เมื่อทราบว่ารุกขเทวดาปรากฏกายแล้ว นางรู้สึกปีติและเชื่อว่ารุกขเทวดาปรากฏออกมารอรับเครื่องบูชาจากนางอย่างแน่นอน     คลิกเลข 2 ด้านล่าง เพื่ออ่านหน้าถัดไป >>>

นางสุปปิยา สตรีผู้มีสัจจะและศรัทธาอันยิ่งใหญ่

นางสุปปิยา และสามี มีความเลื่อมใสศรัทธาในพระพุทธศาสนาอย่างแรงกล้า หนึ่งในกิจวัตรประจำวันของทั้งสองคือ การเดินทางไปถวายภัตตาหารแด่ภิกษุสงฆ์

keyboard_arrow_up