อิทธิบาท 4 : ทางแห่งความสำเร็จในการทำงานอย่างเป็นสุข โดย สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป.อ.ปยุตฺโต)

อิทธิบาท 4 : ทางแห่งความสำเร็จในการทำงานอย่างเป็นสุข โดย สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป.อ.ปยุตฺโต) นอกจากการที่จะมีความไม่สันโดษ และสันโดษที่ถูกต้องแล้ว เพราะฉันทะทำให้ใจมาอยู่กับงาน สิ่งที่ทำ สิ่งที่เป็นเป้าหมายทำให้เกิดจิตฝักใฝ่อย่างที่ว่ามาเมื่อกี้ เมื่อใจฝักใฝ่ก็ทำงานด้วยความแน่วแน่จริงจัง สภาพที่จิตแน่วแน่อยู่กับสิ่งที่กระทำนั้น เราเรียกว่าเป็น “สมาธิ” เพราะฉะนั้น ฉันทะก็นำไปสู่สมาธิ สมาธิในการทำงานเกิดได้ด้วยการมีฉันทะ เมื่อมีสมาธิและใจก็รักงานนั้น ทำงานด้วยใจรัก ใจก็เป็นสุข ใจเป็นสมาธิ สมาธิก็ทำให้เป็นสุขเพราะจิตใจสงบแน่วแน่ เมื่อทำจิตใจเป็นสมาธิ สมาธิก็ทำให้เป็นสุขเพราะจิตใจสงบแน่วแน่ ตั้งใจจริงจัง ใจรักงานนั้น ตั้งใจทำเต็มที่ มีความเพียรพยายาม ผลสำเร็จของงานก็เป็นผลสำเร็จที่ดี เรียกว่านำไปสู่ “ความเป็นเลิศ” ของงานนั้น หมายความว่า งานนั้นจะสำเร็จผลอย่างดีเลิศ อันนี้ก็เลยพันกันไปหมด เพราะฉะนั้น พระพุทธเจ้าจึงตรัสว่า ฉันทะเป็นคุณธรรมอย่างหนึ่งในอิทธิบาท 4 คือธรรมที่เป็นเครื่องให้ถึงความสำเร็จ หรือเรียกง่าย ๆ ว่า “ทางแห่งความสำเร็จ”       เมื่อพูดมาถึงอิทธิบาทแล้ว ก็จะต้องโยงไปถึงคุณธรรมข้ออื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องด้วย เพราะอิทธิบาท 4 […]

ไขข้อสงสัยเรื่องมารดลใจพระอานนท์ได้อย่างไร

ไขข้อสงสัยเรื่อง มารดลใจ พระอานนท์ได้อย่างไร มารดลใจ พระอานนท์ไม่ให้อาราธนาพระพุทธเจ้าให้ประทับอยู่สืบต่อไป ทั้งที่พระพุทธเจ้าตรัสถึง 3 ครั้งว่า ผู้ใดเจริญอิทธิบาท 4 ย่อมอยู่ได้ตลอดกัลป์ หรือเกินกัลป์ก็ได้ เพื่อประโยชน์สุขของโลกทั้ง 3 เหตุการณ์ในตอนนั้นกลายเป็นข้อสงสัยของชาวพุทธสืบมาจนถึงปัจจุบัน มารดลใจพระอานนท์ได้อย่างไร     ย้อนเวลากลับไปในวันนั้น ต้องย้อนเวลากลับไปในเหตุการณ์นั้นผ่านพระสูตรที่มีชื่อว่า “ภูมิจาลสูตร” พระสูตรเล่าว่า ครั้งพระผู้มีพระภาคเจ้าประทับ ณ กูฏาคารศาลา ป่ามหาวัน ใกล้เมืองเวสาลี พระพุทธเจ้าทรงให้พระอานนท์ถือผ้านิสีทนะตามพระองค์ไปยังปาวาลเจดีย์เพื่อพักผ่อน พระอานนท์ปูผ้านิสีทนะให้พระพุทธเจ้าประทับ เมื่อพระองค์ประทับแล้วตรัสกับพระอานนท์ว่า “ผู้ใดผู้หนึ่งเจริญทำให้มากซึ่งอิทธิบาท 4 ทำให้เป็นดุจยาน ทำให้เป็นที่ตั้ง ให้มั่นคง สั่งสม ปรารภดีแล้ว ผู้นั้นหวังอยู่ พึงดำรงอยู่ได้กัลป์หนึ่ง หรือเกินกว่ากัลป์ “ (ศึกษาเพิ่มเติมได้ที่ >>> ถ้าอยากอายุยืนขึ้น ควรทำอย่างไร ? เรื่องเล่าจากพระไตรปิฎก เมื่อพระพุทธเจ้าตรัสถึงเรื่องอายุยืนกับพระอานนท์)     พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงพระรัศมีให้เรืองรอง พระอานนท์กลับนิ่งเฉย แม้พระองค์จะตรัสประโยคนั้นถึง 3 ครั้ง พระอานนท์ก็ไม่เข้าพระทัย […]

ถ้าอยากอายุยืนขึ้น ควรทำอย่างไร ? เรื่องเล่าจากพระไตรปิฎก เมื่อพระพุทธเจ้าตรัสถึงเรื่องอายุยืนกับพระอานนท์

ถ้าอยาก อายุยืนขึ้น ควรทำอย่างไร ? เรื่องเล่าจากพระไตรปิฎก เมื่อพระพุทธเจ้าตรัสถึงเรื่องอายุยืนกับพระอานนท์   แม้ว่า…พระสัมมาสัมพุทธเจ้าของเราจะเป็นผู้มีพระชนม์ชีพที่สั้นที่สุด เมื่อเปรียบกับพระชนมายุของพระพุทธเจ้าที่เคยตรัสรู้มาแล้วในอดีตก็ตาม แต่ในพระไตรปิฎกกลับปรากฏคำตรัสถึงการมีอายุยืนไว้อย่างน่าสนใจ เราอาจปฏิบัติตามคำตรัสของพระองค์เพื่อพัฒนาในมี อายุยืนขึ้น มหาปรินิพพานสูตรกล่าวถึงพระพุทธเจ้าตรัสต่อพระอานนท์ว่า “ดูก่อนอานนท์ ใครก็ตามที่เจริญอิทธิบาท 4 ทำให้มาก จนชำนาญว่าประหนึ่งเป็นยาน ว่าประหนึ่งเป็นวัตถุที่ตั้ง อย่างต่อเนื่อง  ผู้นั้นย่อมมีอายุยืนอยู่ได้ตลอดกัป หรือเกินกว่ากัป ดูก่อนอานนท์ ตถาคตเจริญอิทธิบาท 4 ได้จนชำนาญ แล้วได้ทำให้ประหนึ่งว่าเป็นยาน ทำให้ประหนึ่งว่าเป็นวัตถุที่ตั้งแล้ว ทำเช่นนี้เนือง ๆ  อบรม และปรารภด้วยดี โดยชอบแล้ว ดูก่อนอานนท์ ตถาคตนั้น เมื่อปรารถนา ก็พึงดำรง (ชนม์ชีพ) อยู่ได้ตลอดกัป หรือเกินกว่ากัปก็ได้” คำตรัสนี้เกิดในเหตุการณ์ที่พระพุทธเจ้าจะเสด็จไปยังปาวาลเจดีย์ โดยทรงให้พระอานนท์ถืออาสนะ (ที่รองนั่ง) ไปด้วย ครั้งนั้นพระองค์ตรัสต่อพระอานนท์ถึงเรื่อง ผู้ทรงอิทธิบาท 4 จนชำนาญอยู่ตลอด ผู้นั้นจะมีอายุยืนเป็น 100 ๆ ปี (กัป เท่ากับ 120 […]

keyboard_arrow_up