อานิสงส์จากการปฏิบัติธรรมมีจริง

อานิสงส์จากการ ปฏิบัติธรรม มีจริง แม้วันเวลาจะล่วงเลยมาแล้วถึง 17 ปี แต่ผมยังจำเหตุการณ์ในวันนั้นได้ดี  (ปฏิบัติธรรม) เช้าวันนั้นผมตื่นนอนประมาณ 6.00 น. รู้สึกแขนขวาชา ความคิดแรกคือ ผมคงจะนอนทับแขนนาน พอลุกจากที่นอนก็หยิบแปรงมาหวีผม ปรากฏว่าแขนขวาไม่มีแรง จึงเดินลงมาชั้นล่างเพื่อถอยรถออกจากบ้าน (บ้านเป็นตึกแถว) พอเหยียบคันเร่ง รถพุ่งออกจากบ้านอย่างแรงจนเกือบชนประตูเพื่อนบ้านฝั่งตรงข้าม เนื่องจากขาขวาเหยียบคันเร่งแล้วไม่ยอมถอน ผมลงจากรถแบบงง ๆ เอ…เราเป็นอะไรนี่ เช้านี้รู้สึกแปลก ๆ รีบไปนอนพักบนโซฟาในห้องรับแขก พอสาย ๆ เริ่มพูดไม่ค่อยได้ ลิ้นแข็ง แขนและขาไม่มีแรง มึนศีรษะเล็กน้อย เห็นท่าจะไม่ค่อยดี ผมจึงรีบนั่งแท็กซี่ไปหาหมอ (ไม่กล้าขับรถเอง) พอถึงโรงพยาบาล หมอตรวจอาการแล้วรีบให้ยา พร้อมกับบอกว่าผมเป็นอัมพฤกษ์ ผมใจหายวูบ เป็นไปได้อย่างไร ผมเพิ่งจะอายุ 43 ปีเอง ความคิดสับสนไปหมด หลังจากนั้นหมอเอาผมเข้าตรวจด้วยเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ ผลปรากฏว่ามีเส้นเลือดตีบในสมอง หมอบอกว่า ถ้าผมมาช้าอีกสองสามชั่วโมงเส้นเลือดในสมองที่ตีบอาจแตกได้ โอกาสเสี่ยงที่จะเป็นอัมพาตก็จะค่อนข้างสูง เจ็ดวันที่อยู่โรงพยาบาล ผมนอนรับยาละลายลิ่มเลือดผ่านทางสายน้ำเกลือ ต้องให้ภรรยาคอยป้อนอาหารและน้ำ ระหว่างอยู่โรงพยาบาล หมอมาตรวจอาการเพิ่มเติม […]

อานิสงส์แห่งการพิจารณากายคตาสติ

อานิสงส์แห่งการพิจารณากายคตาสติ การเจริญกัมมัฏฐานนั้น หากผู้ปฏิบัติปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอย่อมได้ผลอันวิเศษ ดังที่ปรากฎในอรรถกถา ขุททกนิกาย ขุททกปฐะ อาการ ๓๒ ในพรรณนาทวัตติงสาการ พรรณนาการสัมพันธ์แห่งบท ดังความว่า “กรรมฐาน คือกายคตาสตินี้ใด ที่พวกเดียรถีย์ทั้งปวง ไม่เคยให้เป็นไปแล้วนอกพุทธกาล เพื่อความบริสุทธิ์แห่งอาสยญาณ และเพื่อจิตตภาวนาของกุลบุตรผู้มีประโยชน์อันบริสุทธิ์ด้วยสิกขาบท ๑๐ อย่างนี้ ผู้ดำรงอยู่ในศีล     พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงสรรเสริญไว้โดยอาการเป็นอันมากในพระสูตรนั้น ๆ อย่างนี้ว่า “ดูก่อนภิกษุทั้หลาย ธรรมอย่างหนึ่ง ภิกษุเจริญทำให้มาแล้ว เป็นไปพื่อสังเวคะ (ความสลดใจ) ใหญ่เป็นไปพื่ออรรถะ (ประโยชน์) ใหญ่ เป็นไปเพื่อโยคักเขมะ (ความเกษมจากโยคะ) ใหญ่ เป็นไปเพื่อสติสัมปชัญญะ (ความระลึกรู้ตัว) ใหญ่ เป็นไปเพื่อได้ญาณทัสสนะ (ความรู้เห็น) เป็นไปเพื่อทิฏฐธรรมสุขวิหาร (อยู่เป็นสุขในปัจจุบัน) เป็นไปเพื่อทำให้แจ้งวิชชาวิมุตติและผลธรรมอย่างหนึ่ง คือกายคตาสติ     “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุเหล่าใดไม่บริโภคกายคตาสติ ภิกษุหล่านั้นชื่อว่าไม่บริโภคอมตะ ภิกษุเหล่าใดบริโภคกายคตาสติ ภิกษุเหล่านั้นชื่อว่าบริโภคอมตะ ภิกษุเหล่าใดไม่บริโภคกายคตาสติ ชื่อว่าไม่ได้บริโภคอมตะ ภิกษุที่บริโภคกายคตาสติ […]

อานิสงส์แห่งการบูชา พระธาตุพระปัจเจกพุทธเจ้า

อานิสงส์แห่งการบูชา พระธาตุพระปัจเจกพุทธเจ้า ครั้งหนึ่งพระพุทธเจ้าเสด็จกรุงเวสาลี เพื่อสร้างความสุขสงบให้เกิดขึ้นในดินแดนนั้น พุทธานุภาพได้บังเกิดขึ้น ทำให้ชนทั้งหลายที่พบเห็นต่างสงสัยในปาฏิหาริย์ที่เกิดขึ้นนี้ พระพุทธเจ้าได้ตรัสว่า เป็นเพราะอานิสงส์แห่งการบูชา พระธาตุพระปัจเจกพุทธเจ้า ที่พระองค์สร้างไว้ในอดีตชาติ หลังจากพระพุทธเจ้าได้แสดงรัตนสูตร และโปรดให้พระอานนท์ประพรมน้ำพระพุทธมนต์ไปทั่วกรุงเวสาลี ทำให้อมนุษย์ที่เข้ามาในกรุงเวสาลีพากันหนีออกไปจนหมด ทำให้กรุงเวสาลีกลับมาสงบสุขอีกครั้งด้วยพุทธบารมี ในขณะที่พระพุทธเจ้าพร้อมด้วยพระภิกษุบิณฑบาตอยู่ในกรุงเวสาลี ปรากฏว่าเทพพรหมบนท้องฟ้า พญานาคในแม่น้ำคงคาต่างสักการะพระองค์ด้วยดอกไม้ ทิวธง และฉัตรอย่างตระการตา พระราชาทั้งหลายต่างเกลี่ยผืนทรายให้เรียบเสมอกัน และตกแต่งพื้นทรายนั้นด้วยดอกไม้นานาพันธุ์ ชนทั้งหลายคิดว่านี่คือพุทธานุภาพของพระพุทธเจ้า แต่พระองค์กลับตรัสว่า เป็นอานิสงส์ที่พระองค์ได้ทำไว้ในอดีตชาติ ครั้งอดีตนานมาในเมืองตักกศิลา พระองค์เสวยพระชาติเป็นพราหมณ์ผู้หนึ่งมีชื่อว่า “สังขะ” นิยมเรียกกันว่า “สังขพราหมณ์” มีบุตรชายเป็นหนุ่มรูปงาม มีชื่อนามไพเราะว่า “สุสิมะ” ใครต่างเรียกหนุ่มน้อยคนนี้ว่า “สุสิมมาณพ” เมื่อสุสิมมาณพอายุได้ 16 ปี ก็ขออนุญาตบิดาไปเรียนมนต์ที่กรุงพาราณสี บิดาจึงแนะนำให้บุตรชายไปเรียนกับสหายเก่าของตน จากนั้นหนุ่มน้อยก็ออกเดินทางไปสู่สำนักแห่งสหายของบิดาที่กรุงพาราณสี เจ้าสำนักรับมาณพน้อยไว้ทันทีเพราะเป็นลูกชายของสหายเก่าแก่ เจ้าสำนักถ่ายทอดวิชามนต์จนหมดไส้หมดพุงแก่ แต่หนุ่มน้อยกลับยังอยากเรียนรู้อีก เจ้าสำนักจึงแนะนำให้ไปเรียนกับเหล่าฤษีในป่าอิสิปตนมฤคทายวัน แต่ทว่าในป่าแห่งนั้นมีพระปัจเจกพุทธเจ้าประทับอยู่ ชายหนุ่มไม่ทราบจึงฝากตนเป็นศิษย์กับพระปัจเจกพุทธเจ้า ปรากฏว่าพระปัจเจกพุทธเจ้าได้บวชให้กับมาณพ ไม่นานนักมาณพก็ตรัสรู้เป็นพระปัจเจกพุทธเจ้า ต่อมาก็ดับขันธปรินิพพาน ชาวเมืองพาราณสีนำพระธาตุของพระปัจเจกพุทธเจ้าประดิษฐานไว้ในพระเจดีย์ สังขพราหมณ์เห็นว่าบุตรชายหายไปนานมากแล้ว ไม่กลับมาบ้านเลย จึงเดินทางมาตามหากรุงพาราณสี จึงถามผู้คนไปทั่วว่ามีใครรู้จักบุตรของตนบ้างไหม ชาวเมืองรู้จักมาณพน้อยผู้นี้ดี […]

อานิสงส์แห่งการทำบุญกับพระอาพาธ

อานิสงส์แห่งการ ทำบุญกับพระอาพาธ พระพุทธเจ้าได้ตรัสถึงอานิสงส์แห่งการ ทำบุญกับพระอาพาธ นี้ไว้ในตอนที่พระองค์ทรงดูแลพระอาพาธรูปหนึ่งว่า ครั้งหนึ่งขณะที่พระพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ พระเชตวันวิหาร พระองค์ได้เสด็จไปตามเสนาสนะ อันเป็นที่พักอาศัยของพระภิกษุทั้งหลายพร้อมกับพระอานนท์ พระองค์ทอดพระเนตรเห็นพระภิกษุรูปหนึ่งนอนจมกองอุจจาระของตนอย่างน่าเวทนา พระองค์มีพระเมตตาต่อสรรพสัตว์อย่างเอ่อล้น พระองค์ตรัสถามพระภิกษุรูปนั้นว่า “เธออาพาธเป็นโรคอะไรหรือ” “ข้าพเจ้าอาพาธเป็นโรคท้องร่วง พระเจ้าข้า” พระภิกษุอาพาธตอบ “เธอมีใครพยาบาลดูแลเธอบ้างไหม” พระพุทธเจ้าทรงถามกลับ “ไม่มีเลยพระเจ้าข้า” พระพุทธเจ้าทรงถามต่อว่า “เพราะอะไร จึงไม่มีใครดูแลและพยาบาลเธอ” “เพราะข้าพเจ้าไม่เคยอุปการะพระรูปใดเลยในอารามแห่งนี้ จึงไม่มีพระรูปใดดูแลและพยาบาลข้าพเจ้า พระเจ้าข้า” เมื่อเป็นเช่นนี้ พระพุทธเจ้าตรัสต่อพระอานนท์ว่า “อานนท์ เธอไปตักน้ำมา เราจะสรงน้ำให้ภิกษุรูปนี้”     พระอานนท์น้อมรับพระพุทธบัญชา แล้วตักน้ำมาถวายพระพุทธเจ้า พระองค์รดน้ำลงบนร่างของพระภิกษุที่อาพาธ พระอานนท์เป็นผู้ขัดสีผิวให้พระภิกษุ จากนั้นพระพุทธเจ้าและพระอานนท์ประคับประคองร่างของพระภิกษุวางบนเตียง จากนั้นพระพุทธเจ้าทรงเรียกประชุมพระภิกษุถึงเรื่องพระภิกษุที่อาพาธเป็นโรคท้องร่วง  โดยพระองค์ตรัสว่า “ดูก่อน ภิกษุทั้งหลาย พวกเธอไม่มีครอบครัว แล้วใครจะคอยดูแลและพยาบาลพวกเธอ ถ้าพวกเธอไม่พยาบาลและดูแลกันเอง ภิกษุทั้งหลาย ผู้ใดจะพึงอุปัฏฐากเรา ผู้นั้นพึงพยาบาลภิกษุที่อาพาธด้วย ถ้าพวกเธอมีพระอุปัชฌายะ พระอาจารย์ และภิกษุร่วมพระอุปัชฌายะและร่วมพระอาจารย์เดียวกัน พวกเธอพึงดูแลพวกเขาไปตลอดชีวิต หรือจนกว่าจะหายจากโรค หากไม่กระทำถือว่าอาบัติทุกกฎ” พระพุทธเจ้าทรงตั้งบัญญัตินี้ขึ้นมาเพื่อให้พระภิกษุได้ช่วยเหลือและดูแลกันและกัน […]

อานิสงส์ของศีล โดย ดร.สนอง วรอุไร

ด้วยเหตุนี้ผู้หวังความก้าวหน้าในทางธรรม หวังที่จะปฏิบัติธรรมแล้วให้มีจิตตั้งมั่นเป็นสมาธิต้องทำตัวเองให้มีศีลคุมใจให้ได้ก่อน ความตั้งมั่นเป็นสมาธิของจิตจึงจะเกิดขึ้น ดังนั้นศีลจึงเป็นสิ่งที่ควรค่าแก่การแสวงหาไว้เป็นที่สุด เพราะสีเลนะโภคะสัมปทา จะมีทรัพย์ได้ต้องทำตัวเองให้เป็นผู้มีศีล มิใช่ทำตัวเองเพียงแค่รู้ศีล ยกตัวอย่างผู้ที่ยังนิยมการดื่มสุรา เครื่องดองของเมา เมื่อใดงดการดื่มสุราได้ ทรัพย์จะยังคงถูกเก็บอยู่ในกระเป๋าสตางค์ ไม่ต้องใช้จ่ายไปกับการหาสุรามาดื่ม  เพราะนอกจากไม่เสียทรัพย์แล้ว ยังทำให้ร่างกายมีสุขภาพดีขึ้นอีกด้วย เรื่องนี้เป็นสิ่งที่เห็นได้ง่าย คนมีศีลไม่อดอยากไม่ยากจนทำให้มีมนุษย์สมบัติงอกงามขึ้น วัดใดสำนักใดที่เจ้าอาวาสประพฤติวินัยได้ถูกตรง นั่นคือเจ้าอาวาสมีศีล เจ้าสำนักมีศีล สำนักนั้นมีลาภสักการะสมบูรณ์บริบูรณ์ พระอาจารย์จวน กุลเชษโฐ ตอนที่ท่านตัดสินใจขึ้นไปปฏิบัติธรรมอยู่บนภูเขาที่มีชื่อว่า ภูทอก อยู่ในเขตจังหวัดสกลนคร ภูทอกเป็นที่กันดารขึ้นลงได้ยากลำบาก ไม่มีอาหารบริโภคขบฉัน ญาติโยมที่เป็นฆราวาสท้วงติง ไม่ให้ท่านขึ้นไปปฏิบัติธรรมอยู่บนนั้น พระใจเด็ดเมื่อตัดสินใจแน่วแน่แล้ว จึงได้พูดกับสหธรรมิกที่เป็นนักบวชที่คอยติดตามท่านว่า ใครยอมอดตายได้ให้ตามท่านขึ้นไป ใครที่ไม่กลัวอดตายไม่ต้องตามไป แต่ด้วยพระอาจารย์จวน เป็นผู้ประพฤติตรงตามธรรมวินัยคือมีศีลมีธรรมคุ้มครองใจ ผลปรากฏว่าคณะธุดงค์ที่ติดตามท่านไม่เคยขาดแคลนในเรื่องของอาหาร ในฐานะฆราวาสให้ดูท่านเป็นครูเอาเป็นตัวอย่าง แล้วพิสูจน์สัจจธรรมดูสิว่าเป็นจริงไหม สีเลนะ สุคติง ยันติ จะไปสู่สุคติได้จะต้องเป็นผู้มีศีลสถิตอยู่ในใจ คนที่ทุศีลตายแล้วต้องลงไปเกิดเป็นสัตว์ในอบายภูมิ เป็นสถานที่มีแต่ความเสื่อม ความเดือดร้อน คนที่ประพฤติศีลไม่ครบ ตายแล้วปิดโอกาสไปเกิดในสุคติภพ คนที่มีความโลภครองใจ ตายแล้วมีโอกาสไปเกิดอยู่ในภพที่เป็นเปรต คนที่มีความโกรธสิงสถิตอยู่ในใจ ตายแล้วมีโอกาสลงไปเกิดเป็นสัตว์อยู่ในนรก คนที่จิตวิญญาณยังหลง (โมหะ) อยู่ตายแล้วมีโอกาสไปเกิดเป็นสัตว์อยู่ในภพเดรัจฉาน ยิ่งศึกษาเล่าเรียนวิชาการทางโลกมาก […]

อานิสงส์แห่งการระลึกถึงพระพุทธเจ้าด้วยการเปล่ง “นะโม พุทธัสสะ”

อานิสงส์แห่งการระลึกถึงพระพุทธเจ้า ด้วยการเปล่ง “นะโม พุทธัสสะ” พุทธานุสสติ หรือการระลึกถึงพระผู้มีพระภาคเจ้า ถือเป็นหนึ่งในพระกรรมฐานที่เรียกกันว่า “อนุสสติ” อานิสงส์แห่งการระลึกถึงพระพุทธเจ้า ได้เกิดขึ้นกับเด็กชายชาวราชคฤห์คนหนึ่ง ทำให้เด็กน้อยตนนี้รอดพ้นมาจากภัยอันตรายของภูต ผี ปีศาจ โดยเรื่องมี่อยู่ว่า ครั้งพระผู้มีพระภาคเจ้าประทับ ณ พระเวฬุวัน ในกรุงราชคฤห์ นายทารุสากฏิกะเป็นอุบาสกผู้เลื่อมใสในพระพุทธศาสนา จึงพลอยทำให้ภรรยาและลูกชายซึ่งยังเด็กน้อยเลื่อมใสและนับถือพระพุทธคุณเป็นสรณะไปด้วย เขามีอาชีพเลี้ยงวัว มักจะพาวัวออกไปหาหญ้ากินนอกประตูเมืองกรุงราชคฤห์ ใกล้บริเวณป่าช้าอยู่เสมอ ภรรยาและลูกชายก็อยู่ในเรือนภายในประตูเมือง ภรรยาได้ปล่อยให้ลูกชายไปเล่นกับเด็กข้างบ้าน ซึ่งครอบครัวของเด็กคนนี้นับถือนิครนถ์ ขณะที่เด็กชายทั้งสองกำลังทอดขลุบ (การละเล่นประเภทหนึ่ง) ลูกชายของนายทารุสากฏิกะเป็นฝ่ายทอด ขณะที่กำลังทอดขลุบ เด็กน้อยได้เปล่ง “นะโม พุทธัสสะ” ปรากฎว่าตานั้นทอดขลุบชนะ พอเป็นฝ่ายเด็กข้างบ้านทอดขลุบ เขาก็เปล่งว่า “นะโม อรหัตานัง” ผลออกมาว่าทอดขลุบแพ้ลูกชายนายทารุสากฏิกะ เด็กน้อยสังเกตได้ว่าทุกครั้งที่เพื่อนเปล่งคำว่า “นะโม พุทธัสสะ” ในตานั้นจะทอดขลุบชนะ ตนจึงเปลี่ยนมาเปล่งตามอย่างเพื่อนบ้างปรากฏว่าเล่นชนะเช่นกัน กลายเป็นว่าเด็กคนนั้นพอจะชนะขึ้นมาบ้าง แต่แล้วการเจริญพุทธานุสสติได้หยั่งรากลงในจิตใจของเด็กน้อยผู้เป็นเพื่อนเสียแล้ว ลูกชายของนายทารุสากฏิกะมักเปล่ง “นะโม พุทธัสสะ” อยู่บ่อยครั้งจนเป็นนิสัย ซึ่งแต่ละครั้งก็มีจิตระลึกถึงพระพุทธเจ้าอยู่เสมอ จนกระทั่งวันหนึ่งนายทารุสากฏิกะพาวัวไปกินหญ้านอกประตูเมือง แล้วพาลูกชายไปด้วยโดยให้เด็กน้อยนั่งอยู่บนเกวียน วัวก็กินหญ้าไปเรื่อย แต่ครั้งนี้นานกว่าทุกครั้ง […]

ผลของการเจริญสติที่ถูกต้อง โดย หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ

ผลของการเจริญสติที่ถูกต้อง โดย หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ ก. ผลคือสะอาด ดังนั้น การทำบุญให้ทานรักษาศีล การทำสมถกรรมฐานและการเจริญวิปัสสนา ต่างก็เป็นการกระทำเพื่อเอามาทำลายกิเลส คือ ความโลภความโกรธความหลง การทำลายกิเลสได้นี่แหละคือตัวบุญแท้ ๆ เป็นยอดบุญ ถ้าเป็นสวรรค์ก็เป็นสวรรค์แท้ ๆ เป็นแก่นของสวรรค์ เป็นยอดแท้ของสวรรค์ ถ้าเทียบกับพระนิพพานก็เป็นพระนิพพานแท้ เป็นแก่นเป็นยอดของนิพพาน ความหมดไปของกิเลส ก็คือ สะอาด นิพพานแปลว่าความดับเย็นลง คือเราไม่ร้อนอกร้อนใจเพราะกิเลสดับเย็นลง ถ้าขณะนี้เราไม่มีความทุกข์มันก็เป็นนิพพานในขณะนี้เอง เมื่อเรามีนิพพานในขณะนี้แล้ว ก็ต้องได้ไปนิพพานแน่ ๆ เราควรจะรู้จักสวรรค์ที่ในใจของเรา ความไม่มีทุกข์นั่นแหละเป็นสวรรค์คือจิตใจเราร่าเริงเบิกบาน เราดูจิตดูใจเราอยู่มันเป็นเมืองสวรรค์ เมื่อเรามีสวรรค์อยู่ที่ใจอย่างนี้แล้ว พอตายไปจะได้ไปเกิดเมืองสวรรค์อย่างไม่ต้องสงสัย ข. ผลคือสว่าง หากใครไม่รู้จักเมืองสวรรค์ ก็ไม่สามารถไปเมืองสวรรค์ได้หรอก ตัวอย่างเช่น ในบ้านของเรามีไฟฟ้า เราอยากได้แสงสว่างแต่เอามือไปจับที่หลอดไฟแสงไฟก็จะไม่มี เมื่อเราได้เรียนรู้ว่าจะเปิดไฟต้องเปิดที่สวิตช์ไฟ เราก็ไปเปิดสวิตช์ ไฟก็ไปสว่างอยู่ที่หลอด นี่ก็เหมือนกัน วิธีที่จะจัดการกับความโลภความโกรธความหลงนั้น เราไม่ต้องไปคิดหาว่าความโกรธความโลภความหลงอยู่ที่ไหน เราเพียงกลับเข้ามาดูจิตดูใจของเราก็จะทำลายความโกรธความโลภความหลงได้เอง พระพุทธเจ้าตรัสไว้แล้วว่า พระองค์ตรัสรู้ได้โดยการบำเพ็ญทางจิต เราก็ต้องมาดูจิตดูใจของเรา การดูจิตใจนี้แหละ เป็นการเปิดไฟฟ้าโดยจับที่สวิตช์ไฟฟ้า เมื่อเราทำบ่อย […]

อานิสงส์การสวดภาวนายอดพระกัณฑ์ไตรปิฎก

อานิสงส์การสวดภาวนายอดพระกัณฑ์ไตรปิฎก ยอดพระกัณฑ์ไตรปิฎก เป็นพุทธมนต์อันศักดิ์สิทธิ์ไว้สำหรับสวดภาวนาทุกเช้าค่ำ เพื่อความสวัสดีเป็นสิริมงคลแก่ผู้สาธยาย อันเป็นบ่อเกิด มหาเตชัง มีเดชมาก มหานุภารัง มีอานุภาพมาก และมีลาภยศ สุขสรรเสริญ ปราศจากทุกข์โศกโรคภัย อุปัทวันตรายและความพินาศทั้งปวง ตลอดทั้งหมู่มารร้าย และศัตรูคู่อาฆาตไม่อาจแผ้วพานได้ อานิสงส์การสวดภาวนายอดพระกัณฑ์ไตรปิฎก อิติปิ โส ภะคะวา อะระหัง เป็นต้น ถ้าสาธยายหรือภาวนาแล้วจะนำมาซึ่งลาภยศ สุขสรรเสริญ และปราศจากอันตรายทั้งปวง ตลอดทั้งเป็นการระลึกถึงคุณพระพุทธเจ้า เป็นการเจริญพระพุทธานุสติวิปัสสนากัมมัฏฐาน เป็นแดนเกิดของสมาธิอีกด้วย อะระหันตัง สะระณัง คัจฉามิ เป็นต้น เมื่อสาธยายหรือภาวนาแล้ว เป็นการมอบกายถวายชีวิตไว้กับองค์พระพุทธเจ้าหรือเอาองค์พระพุทธเจ้าเป็นตาข่ายเพชรคอยปกป้อง คุ้มครองรักษาชีวิตให้ปราศจากเวรภัย อิติปิ โส ภะคะวา รูปะขันโธ เป็นต้น เมื่อสาธยายหรือภาวนาแล้ว ขออาราธนาบารมีธรรมของพระพุทธองค์สิงสถิตในเบญจขันธ์ของเรา เพื่อให้เกิดพระไตรลักษณาญาน อันเป็นทางของพระนิพพานสืบต่อไป อิติปิ โส ภะคะวา ปะฐะวีธาตุสัมมาทิยานะ สัมปันโน เป็นต้น เมื่อสาธยายหรือภาวนา ขออำนาจสมาธิญาณของพระพุทธองค์เป็นไปในธาตุ ในจักรวาล ในเทวโลกหรือในกามาวจรภูมิ รูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ […]

ประโยชน์ของเมตตา โดย ท่าน ว.วชิรเมธี

ประโยชน์ของ เมตตา โดย ท่าน ว.วชิรเมธี ในคัมภีร์วิสุทธิมรรค พระอรรถกถาจารย์กล่าวว่า สำหรับผู้อยู่ด้วย เมตตา (เมตตาพรหมวิหารี) ต่อสรรพชีพ สรรพสัตว์อย่างสม่ำเสมอ ย่อมจะเห็นถึงอานิสงส์ 11 ประการดังต่อไปนี้ในตัวเองอย่างแน่นอน (1) นอนเป็นสุข คือ ไม่กลิ้ง ไม่กรน หลับสนิทเหมือนคนเข้าสมาบัติ มีลักษณะท่าทางเรียบร้อย งดงาม น่าเลื่อมใส (2) ตื่นเป็นสุข คือ ตื่นขึ้นแล้วไม่ทอดถอนหายใจ ไม่หน้านิ่วคิ้วขมวด ไม่บิดไปบิดมา มีหน้าตาชื่นบานเหมือนดอกปทุมที่กำลังแย้มบาน (3) ไม่ฝันร้าย คือ ไม่ฝันเห็นสิ่งที่น่าเกลียดน่ากลัว เช่น พวกโจรรุมล้อม สุนัขไล่กัดหรือตกเหว หากฝันเห็นแต่นิมิตที่ดีงาม เช่น ไหว้พระเจดีย์ ทำการบูชา และฟังธรรมเทศนา (4) เป็นที่รักของมนุษย์ทั้งหลาย คือ เป็นที่รักเป็นที่เจริญใจของคนทั้งหลายเหมือนพวงไข่มุกที่ห้อยอยู่ที่หน้าอก หรือดอกไม้ที่ประดับอยู่บนเศียร (5) เป็นที่รักของอมนุษย์ทั้งหลาย คือ ไม่ได้เป็นที่รักของคนอย่างเดียว ยังเป็นที่รักตลอดไปถึงเหล่าเทวาอารักษ์ทั้งหลายด้วย (6) เทวดาทั้งหลายคอยเฝ้ารักษา […]

อานิสงส์แห่งการ แผ่เมตตาให้ตัวเอง ประโยชน์ของเมตตาที่น้อยคนจะรู้

อานิสงส์แห่งการ แผ่เมตตาให้ตัวเอง ประโยชน์ของเมตตาที่น้อยคนจะรู้ เราอาจคุ้นชินกับการแผ่เมตตามาตั้งแต่เด็ก หลังสวดมนต์เสร็จก็จะต้องสวดแผ่เมตตา แต่น้อยคนนักที่จะทราบประโยชน์ โดยเฉพาะการ แผ่เมตตาให้ตัวเอง ซึ่งมีอานิสงส์ดังต่อไปนี้ (1) นอนเป็นสุข คือ ไม่กลิ้ง ไม่กรน หลับสนิทเหมือนคนเข้าสมาบัติ มีลักษณะท่าทางเรียบร้อย งดงาม น่าเลื่อมใส (2) ตื่นเป็นสุข คือ ตื่นขึ้นแล้วไม่ทอดถอนหายใจ ไม่หน้านิ่วคิ้วขมวด ไม่บิดไปบิดมา มีหน้าตาชื่นบานเหมือนดอกปทุมที่กำลังแย้มบาน (3) ไม่ฝันร้าย คือ ไม่ฝันเห็นสิ่งที่น่าเกลียดน่ากลัว เช่น พวกโจรรุมล้อม สุนัขไล่กัด หรือตกเหว หากฝันเห็นแต่นิมิตที่ดีงาม เช่น ไหว้พระเจดีย์ ทำการบูชา และฟังธรรมเทศนา (4) จิตเป็นสมาธิเร็ว คือ เมื่อเจริญกรรมฐาน จิตสำเร็จเป็นอุปจารสมาธิ หรืออัปปนาสมาธิเร็ว (5) ผิวหน้าผ่องใส คือ หน้าตามีผิวพรรณเปล่งปลั่งสดใส เหมือนลูกตาลสุกที่หล่นจากขั้วใหม่ ๆ (6) ไม่หลงตาย คือ ตายอย่างสงบ เหมือนคนนอนหลับไปเฉย […]

อิติปิโส : สวดกี่จบก็คบได้ | ท่าน ว. คลายความสงสัยเรื่องการสวดมนต์

อิติปิโส สวดแบบไหนกันแน่ที่ถูกต้อง หลายคนได้ยินได้ฟังมาว่า เวลาสวดอิติปิโสจะต้องสวดเท่ากับอายุ +1 แต่สวดไม่ถึง จะเป็นอะไรไหม

อานิสงส์ของการเจริญสติ โดย ท่านว.วชิรเมธี

อานิสงส์ของการเจริญสติ คืออะไร แท้ที่จริงเราทุกคนสามารถที่จะเป็นบุคคลที่สงบนิ่งได้ แต่เพราะไม่เคยได้รับการฝึก เราจึงไม่เคยรู้ว่าเราก็เป็นคนหนึ่งที่นิ่งได้เหมือนกัน 

ปุณณะ ทาสหนุ่มผู้จนกลายเป็นมหาเศรษฐีด้วย อานิสงส์แห่งการใส่บาตร

ปุณณะ ทาสหนุ่มผู้กลายเป็นมหาเศรษฐีด้วย อานิสงส์แห่งการใส่บาตร เรื่องที่จะเล่าต่อไปนี้เป็นเรื่องราวความเป็นมาของมหาเศรษฐีคนหนึ่งในสมัยพุทธกาล ที่เคยเป็นทาสมาก่อน แต่ด้วย อานิสงส์แห่งการใส่บาตร ส่งผลให้เขากลายเป็นมหาเศรษฐี ปุณณเศรษฐี เป็นหนึ่งใน 5 มหาเศรษฐีแห่งแคว้นมคธ ผู้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจในสมัยพุทธกาล เขาเป็นเศรษฐีที่มีลูกสาวงามทั้งกายและใจ และยังยึดมั่นในพระพุทธศาสนามากคือ นางอุตตรา เชื่อว่าหลายท่านอาจคุ้นชื่อของนางเป็นอย่างดี นางคือหญิงที่ยอมให้นางสิริมาเข้ามาเป็นภรรยาอีกคนเพื่อคอยดูแลสามี แทนนางในช่วงที่ถืออุโบสถศีล ปุณณเศรษฐี เดิมทีเป็นทาสหนุ่มในเรือนของสุมนเศรษฐี เขาเป็นคนที่ขยันมาก ถึงจะเป็นวันหยุดก็ยังมาทำงานในไร่ของเศรษฐี ขณะที่นายปุณณะกำลังไถนาอยู่ พระสารีบุตรผ่านมาบิณฑบาตบริเวณไร่ของเศรษฐีพอดี นายปุณณะจึงถวายน้ำบ้วนปากและไม้สีฟันแก่พระสารีบุตร  พระเถระกล่าวอนุโมทนาแล้วเดินจากไป เวลานั้นใกล้จะเพลแล้ว นายปุณณะรู้สึกเสียดายที่ไม่ได้ถวายภัตตาหารพระเถระ จึงอธิษฐานขอให้พระสารีบุตรเดินผ่านหน้าบ้านของตน แล้วขอให้ภรรยานำอาหารที่เตรียมมาให้ตนกินนั้นใส่บาตรพระเถระแทน คำอธิษฐานกลายเป็นจริง พระสารีบุตรเดินบิณฑบาตผ่านหน้าบ้านของนายปุณณะพอดี ภรรยาเห็นก็จำได้ว่าเป็นพระสารีบุตร จึงนำอาหารที่ถือมาใส่บาตรทันที จากนั้นภรรยาปรุงอาหารขึ้นมาใหม่อีกสำรับแล้วนำไปให้นายปุณณะที่ไร่ นายปุณณะเห็นภรรยาเอาอาหารมาส่งให้ช้ากว่าทุกครั้งจึงถามถึงสาเหตุ ภรรยาว่าพระสารีบุตรบิณฑบาตผ่านหน้าบ้านพอดี จึงนำอาหารที่ตอนแรกตั้งใจเอามาให้สามี ถวายใส่บาตรพระเถระไป แล้วจึงเข้าครัวปรุงใหม่เลยนำอาหารมาให้ช้าไปกว่าทุกครั้ง นายปุณณะกล่าวอนุโมทนาและชมเชยว่าสิ่งที่ภรรยาทำนั้นถูกต้องแล้ว เมื่อนายปุณณะกินข้าวจนอิ่มเรียบร้อยแล้ว จึงเริ่มไถนาอีกครั้ง ปรากฏว่าพอไถไปไม่นาน ดินที่โผล่ขึ้นมาตามรอยแยกกลับกลายเป็นทองคำทั้งหมด สองสามีภรรยาพากันประหลาดใจ นายปุณณะเห็นว่าผืนแผ่นดินเป็นของพระราชา จึงนำทองคำใส่ถาดนำไปถวายพระราชา ราชบุรุษนำทองคำที่นายปุณณะและภรรยาเข้าพระคลังหลวง และยังไปขนทองคำในไร่ของสุมนเศรษฐีส่งเข้าหลวง ขณะที่กำลังขนย้ายทองคำอยู่นั้น ข้าราชบริพารต่างชื่นชมว่าดินกลายเป็นทองคำเพราะพระบารมีของพระราชา ไม่ทันไรทองคำกลับกลายเป็นดินอีกครั้ง พระราชาทรงทราบจึงตรัสขึ้นว่า […]

อานิสงส์แห่งการบูชาต้นโพธิ์ ด้วยจิตศรัทธา

อานิสงส์แห่งการบูชาต้นโพธิ์ ด้วยจิตศรัทธา อานิสงส์แห่งการบูชาต้นโพธิ์ – โพธิ์ หรือ โพธิพฤกษ์ หมายถึง ต้นโพธิ์ หรือ ต้นไม้ที่พระพุทธเจ้าได้ประทับ ณ ภายใต้ร่มเงาในคราวตรัสรู้ ต้นโพธิ์ของพระพุทธเจ้าทั้งหลายมีความแตกต่างไปตามพุทธสมัย เช่น ต้นโพธิ์ประจำพระกัสสปพุทธเจ้า คือ ต้นไทร ต้นโพธิ์ประจำพระโกนาคมนพุทธเจ้า คือ ต้นมะเดื่อ ต้นโพธิ์ประจำพระกกุสันธพุทธเจ้า คือ ต้นซึก ต้นโพธิ์ประจำพระสมณโคดมพุทธเจ้า (พระพุทธเจ้าพระองค์ปัจจุบัน) คือ ต้นอัสสัตถพฤกษ์ หรือ ต้นโพธิ์ที่เราเห็นปลูกตามวัดและพุทธสถาน เช่น ต้นโพธิ์ที่พุทธคยา การบูชาเพื่อระลึกถึงพุทธคุณ นอกจากการบูชาสถูปหรือเจดีย์แล้ว คือการบูชาต้นโพธิ์ การบูชาต้นโพธิ์เป็นการสั่งสมอินทรีย์ด้าน ศรัทธา ที่ช่วยให้เราบรรลุธรรมได้ ดังตัวอย่างที่จะยกมาจากคัมภีร์ดังนี้ อดีตชาติของพระปัญจทีปทายิกาเถรี เกิดเป็นชาวกรุงหังสาวดี เดินไปพบต้นโพธิ์แล้วเกิดจิตศรัทธาเลื่อมใสในคุณของพระพุทธเจ้า จึงกราบไหว้ต้นโพธิ์นั้น แล้วนั่งอยู่ใต้ต้นโพธิ์เป็นเวลา 7 วัน 7 คืน หลังจากนั้นก็บูชาด้วยประทีป 5 ดวงตลอดคืน ผลบุญที่บูชาต้นโพธิ์ส่งผลให้เกิดในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ มีวิมานที่ประดับด้วยดวงประทีปนับไม่ถ้วน และได้เป็นถึงพระอัครมเหสีของพระอินทร์ 80 […]

อานิสงส์กรวดน้ำ

อานิสงส์กรวดน้ำ – ในครั้งหนึ่ง องค์สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้าเสด็จประทับอยู่ ณ เชตะวันมหาวิหาร พร้อมด้วยภิกษุสงฆ์ มีพราหมณ์ผู้หนึ่งอยู่ในเมืองสาวัตถีนั้น มีทรัพย์สมบัติอยู่ 80 โกฎิ พราหมณ์ผู้นั้นมีบุตรชายอยู่คนหนึ่ง เป็นที่รักมากเพราะมีบุตรคนเดียว พอบุตรชายมีอายุได้ประมาณ 17 ปี ก็เกิดโรคาพยาธิมาเบียดเบียน และได้เสียชีวิตลง พราหมณ์ผู้เป็นพ่อและแม่ บังเกิดความทุกขเวทนาโทมนัสเศร้าโศกเสียใจ เพราะอาลัยรักในบุตรที่ตายไปอย่างยิ่ง จึงสั่งคนใช้ที่เป็นบริวาร นำเอาศพไปเผาในป่าช้าและสั่งให้ปลูกศาลาขึ้นหนึ่งหลัง มีเสื่อสาดอาสนะ และจัดทาสคนหนึ่งไปคอยปฏิบัติรักษาอยู่ในป่าช้านั้น เพื่อจะได้ส่งข้าวน้ำอาหารเข้าและเย็นให้แก่ลูกชายของตนทุก ๆ วันมิได้ขาด ทำเหมือนกับบุตรชายของตนมีชีวิตอยู่ ทาสผู้นั้นก็ทำตามคำสั่งอยู่เสมอมิได้ขาดเลยสักวันเดียว อยู่มาวันหนึ่ง บังเอิญฝนตกหนักมากน้ำก็ท่วมหนทางที่จะไปศาลานั้น ทาสผู้นั้นจะข้ามไปก็ไม่ได้จึงกลับมา ในระหว่างทางพบพระภิกษุรูปหนึ่งมาบิณฑบาตก็เลยเอาอาหารนั้นใส่บาตรให้เป็นทานแก่พระภิกษุ แล้วก็กรวดน้ำอุทิศส่วนบุญนั้นส่งให้แก่ผู้ตาย ลูกชายที่ตายไปนั้นมานิมิตฝันให้พราหมณ์ผู้เป็นพ่อว่า ข้าพเจ้าได้ตายไปนานแล้วไม่เคยได้กินข้าวเลยสักวันเดียว เพิ่งจะมาได้กินข้าวแต่วันนี้วันเดียวเท่านั้น ครั้นพราหมณ์ผู้เป็นพ่อได้มีนิมิตฝันอย่างนี้ก็ใช้ให้คนไปตามทาสผู้ไปคอยเฝ้าปฏิบัติรักษามาไถ่ถามดู ทาสผู้นั้นก็ตอบว่าข้าพเจ้าไปส่งข้าวทุก ๆ วัน แต่วันนี้ข้าพเจ้าไปไม่ได้ฝนตกหนัก น้ำท่วม ก็กลับมาพบพระภิกษุรูปหนึ่งมาบิณฑบาต ข้าพเจ้าก็เลยเอาข้าวนั้นใส่บาตร แก่ภิกษุรูปนั้น แล้วอุทิศส่วนบุญนี้ไปให้บุตรของท่าน บุตรของท่านก็คงจะได้กินข้าวแต่วันนี้วันเดียวดังนี้แล ครั้นพราหมณ์ได้ฟังดังนั้นแล้วก็คิดว่า “เราจะไปเฝ้าพระพุทธเจ้าเสียก่อน จะทูลถามพระพุทธเจ้าว่าเป็นอย่างไร” พราหมณ์ก็ถือดอกไม้ธูปเทียนของหอมเข้าไปสู่สำนักพระพุทธเจ้าแล้วบูชาเครื่องสักการะนั้น แล้วนั่งที่สมควรแก่ตน ได้กราบทูลถามพระพุทธเจ้าว่า […]

ตำนานเล่าขาน อานิสงส์ ของการปิดทองพระพุทธรูป

อานิสงส์ ของการปิดทองพระพุทธรูป – การปิดทองพระพุทธรูปนั้นมีตำนานกล่าวไว้ว่า ในอดีตกาลเมื่อครั้งที่พระพุทธเจ้าพระสมณโคดมพระพุทธเจ้าองค์ปัจจุบันของเรานี้ยังสร้างบารมีเสวยพระชาติเป็นพระโพธิสัตว์อยู่นั้น ยังมีพระราชาพระองค์หนึ่งทรงพระนามว่า พระเจ้ามหารถราช เสวยราชสมบัติในสักกราชาวดีนคร มีความเลื่อมใสในพระพุทธศาสนา ซึ่งพระองค์มีพระสหายพระองค์หนึ่ง ทรงพระนามว่า พระเจ้าปัญจาลราช เสวยราชสมบัติในปัญจาลนคร ซึ่งเป็นพระสหายที่ไม่ได้เห็นหน้ากัน แต่พระเจ้าปัญจาลราชยังมิได้นับถือพระพุทธศาสนา ครั้งหนึ่งพระเจ้าปัญจาลราชส่งผ้ารัตนกัมพลเนื้อดีราคาแพงผืนหนึ่งมาถวายพระเจ้ามหารถราช พระเจ้ามหารถราชพิจารณาดูผ้ากัมพลแล้ว ทรงเห็นว่าผ้านี้ราคาแพง เราควรจะส่งแก้วคือพระพุทธรัตนะไปถวาย แล้วพระองค์ให้ช่างเขียนรูปพระพุทธเจ้าลงในแผ่นทองคำด้วยชาดหรคุณ มีขนาด 1 ศอก แล้วให้อำมาตย์เชิญพระพุทธรูปนั้นลงสำเภาไปถวายพระเจ้าปัญจาลราช แต่ก่อนจะส่งราชทูตไป พระองค์ทรงระลึกถึงคุณของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้วอธิษฐานว่า “พระเจ้าปัญจาลราช สหายของหม่อมฉันนั้นมิจฉาทิฏฐิมีความเห็นผิด มิได้มีความเชื่อในคำสั่งสอนของพระองค์ ถ้าพระองค์เสด็จไปพระนครนั้นแล้ว ขอพระองค์ได้โปรดแสดงปาฏิหาริย์ ชักจูงพระเจ้าปัญจาลราชให้ละเสียซึ่งความเห็นผิดจากทำนองคลองธรรมด้วยเทอญ” เมื่อทรงอธิษฐานแล้วก็เสด็จลุยไปในน้ำลึกเพียงพระศอ เพื่อส่งเสด็จพระพุทธรูปนั้นจากไป เมื่อสำเภาไปถึงกรุงปัญจาละแล้ว ราชทูตก็เข้าไปกราบทูลพระเจ้าปัญจาลราชให้ทรงทราบ พระองค์ก็เกิดปิติโสมนัสเสด็จไปรับเครื่องบรรณาการนั้น พร้อมด้วยอำมาตย์ จตุรงคเสนา และประชาชน พระเจ้าปัญจาลราชเสด็จลงไปในน้ำลึกเพียงพระศอเพื่อต้อนรับพระพุทธรูป ด้วยแรงอธิษฐานของพระเจ้ามหารถราช พระพุทธรูปนั้นก็ได้แสดงปาฏิหาริย์ เช่น  ลอยขึ้นไปในนภากาศเป็นอัศจรรย์ พระเจ้าปัญจาลราชทอดพระเนตรดังนั้นจึงเกิดศรัทธาเป็นที่ยิ่ง ทรงแสดงพระองค์เป็นพุทธมามกะ ผู้ถือพระรัตนตรัยเป็นสรณะต่อหน้าพระพุทธรูปนั้น พระเจ้าปัญจาลราชกลับกลายเป็นผู้มีความเลื่อมใสในพระรัตนตรัยเป็นยิ่งนัก ทรงให้นำพระพุทธรูปไปประดิษฐาน ไว้ ณ พระราชมณเทียร แล้วบูชาด้วยดอกไม้ธูปเทียน และแสดงตนเป็นอุบาสกผู้นับถือพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่งที่ระลึก […]

ทำไมจึงสรงน้ำพระในเทศกาลสงกรานต์ และการสรงน้ำพระได้อานิสงส์อย่างไร วันนี้เรามีคำตอบมาฝาก

ทำไมจึงสรงน้ำพระในเทศกาล สงกรานต์ และการสรงน้ำพระ ได้อานิสงส์อย่างไร วันนี้เรามีคำตอบมาฝาก เคยสงสัยกันไหมว่า ทำไมต้องมีพิธีสรงน้ำพระในเทศกาล สงกรานต์ และการสรงน้ำพระนี้ได้รับอานิสงส์อย่างไรบ้าง ซีเคร็ตได้นำคำตอบมาฝาก เพื่อให้ความกระจ่างแก่ชาวซีเคร็ตทุกคน     ในพระพุทธศาสนากล่าวถึงการสรงน้ำพระ (พระที่เป็นคนจริง ๆ ในคัมภีร์เรียกว่า “สรงเถราภิเษก”) ไว้ว่า ในกาลครั้งนั้นองค์สมเด็จพุทธเจ้า เสด็จประทับอยู่ ณ เชตวันมหาวิหาร พร้อมภิกษุสงฆ์ 500 รูป พระเจ้าปัสเสนทิโกศล พร้อมด้วยมหาอำมาตย์ทั้งหลาย ได้นำ เครื่องสักการะทั้งหลาย เข้าไปสู่พระเชตะวันมหาวิหาร ถวายอภิวาท แด่องค์สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้าแล้ว ประทับนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง แล้วทูลถามว่า ภนฺเต ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ อันบุคคลใดกระทำสักการะบูชาสรงเถราภิเษก แก่สงฆ์ ด้วยใจเลื่อมใสศรัทธา จะได้ผลอานิสงส์เป็นอย่างไรพระเจ้าข้า องค์สมเด็จพระผู้มีพระภาค เจ้าจึงตรัสว่า ดูกรมหาราช บุคคลใด มีความเชื่อในคุณพระรัตนตรัยทั้ง 3 ประการในเมื่อปรารถนาอันใด ก็จะสม ความมุ่งมาตรปรารถนา ทุกประการ การทำเถราภิเษก (สรงน้ำพระ) […]

การสร้างและ ถวายพระพุทธรูป มีอานิสงส์อย่างไร วันนี้เรามีคำตอบมาฝาก

การสร้างและถวาย พระพุทธรูป มีอานิสงส์อย่างไร วันนี้เรามีคำตอบมาฝาก ขอนำเสนอเกร็ดกี่ยวกับอานิสงส์แห่งการถวายและสร้าง พระพุทธรูป แต่ก่อนที่จะเข้าเรื่องของอานิสงส์ ขอเกริ่นความเป็นมาของ พระพุทธรูป เพื่อเป็นความรู้เสริมก่อน     ความเป็นมาของพระพุทธรูปที่เก่าแก่ที่สุด คือ ตำนานพระพุทธรูปไม้แก่นจันทน์ เนื้อหามีอยู่ว่า “ครั้งพระพุทธเจ้าเสด็จจำพรรษาบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ พระเจ้าปเสนทิโกศลทรงระลึกถึงพระพุทธเจ้าอยู่เสมอ จึงโปรดให้ช่างหลวงแกะพระพุทธรูปจากไม้แก่นจันทน์หอม เพื่อที่จะให้พระพุทธรูปนี้เป็นตัวแทนของพระพุทธเจ้า ให้พระองค์ทรงรู้สึกว่าพระพุทธเจ้ายังประทับอยู่ หลังจากพระพุทธเจ้าเสด็จจากเทวโลกแล้ว ทรงเยี่ยมเยือนพระเจ้าปเสนทิโกศล จึงทรงพบพระพุทธรูปแก่นจันทน์นี้ในราชนิเวศของพระเจ้าปเสนทิโกศล พระพุทธรูปนั้นแสดงปาฏิหาริย์ด้วยการลอยออกจากแท่นที่ประดิษฐาน แต่พระพุทธเจ้าทรงห้ามไว้ เหตุการณ์นี้เป็นที่มาของพระพุทธรูปปางห้ามพระแก่นจันทน์อีกด้วย”     ต่อมาในสมัยพระเจ้าอโศกมหาราชอัญเชิญพญากาฬนาคราชมายังพระราชฐาน ทรงวินวอนให้พญานาคเนรมิตพระรูปของพระพุทธเจ้าให้พระองค์ได้ชมเชยพุทธลักษณะของพระมหาบุรุษ พญากาฬนาคราช คือพญานาคผู้อยู่ทันพระพุทธเจ้าทั้ง 4 ในคัมภีร์ระบุว่า พญานาคตนนี้นอนหลับมาตั้งแต่สมัยของพระ กกุสันธพุทธเจ้า จะตื่นขึ้นต่อเมื่อถาดทองคำอธิษฐานของพระพุทธเจ้าจมลงสู่นาคพิภพ และเป็นเช่นนี้มาจนถึงสมัยของพระพุทธเจ้าพระองค์ที่ 4 คือ พระสมณโคดมพุทธเจ้า (พระพุทธเจ้าองค์ปัจจุบัน)     ดังนั้นพญากาฬนาคราชจึงเป็นผู้ที่เคยพบพระพุทธเจ้ามาแล้วถึง 4 พระองค์ เมื่อพญากาฬนาคราชเนรมิตพระพุทธรูปขึ้นจากความทรงจำ เทพยดาทั้งหลายพากันจ้องมองพระพุทธรูปนั้นโดยไม่กระพริบตา อันเกิดจากความปลื้มปีติในความงามของพระพุทธรูปเป็นเวลา 7 วัน การกระทำของเทวดาเหล่านี้ เป็นการบูชาด้วยดวงตา […]

keyboard_arrow_up