พบสุขเมื่ออยู่กับปัจจุบัน บทความธรรมะสร้างสุขจากข้างใน โดย พระไพศาล วิสาโล 

พบสุขเมื่อ อยู่กับปัจจุบัน บทความธรรมะสร้างสุขจากข้างใน โดย พระไพศาล วิสาโล  การ อยู่กับปัจจุบัน มันหมายถึงการที่ใจเราอยู่กับสิ่งที่เรากำลังทำอยู่ เรากำลังกินข้าว อาบน้ำ ถูฟัน ทำงาน ใจเราก็อยู่กับสิ่งนั้น แม้แต่เวลาเราเดินทาง ใจเราก็อยู่กับแต่ละขณะ ใจเราไม่ได้ไปอยู่ที่จุดหมายปลายทาง เพราะถ้าไปอยู่ที่จุดหมายปลายทาง นี่เรียกว่าไปอยู่กับอนาคต จิตใจก็จะเครียดวิตกกังวล ขณะเดียวกันใจเราก็ไม่ไป ละห้อยหาในสิ่งที่ผ่านไปแล้ว การอยู่กับปัจจุบันหมายถึงการยอมรับปัจจุบัน เราอาจจะสูญเสียคนรัก สูญเสียทรัพย์สมบัติที่หวงแหน ปัจจุบันไม่มีสิ่งนั้นแล้ว ปัจจุบันไม่มีคนนั้นแล้ว เราก็ต้องยอมรับ เพื่อที่เราจะไม่ก้าวเดินต่อไป ถ้าเรายังไปคิดถึงอดีตสมัยที่สิ่งนั้นยังอยู่กับเรา สมัยที่คน ๆ นั้นยังอยู่กับเรา เราก็จะถูกอดีตนั้นล่ามหรือพันธนาการเอาไว้ แล้วเราจะไม่มีความสุขกับปัจจุบัน เราจะปฏิเสธปัจจุบัน เราจะไม่ยอมรับปัจจุบัน เพราะว่าไม่มีสิ่งนั้นแล้ว การอยู่กับปัจจุบันแปลว่ายอมรับกับสิ่งที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ซึ่งรวมไปถึงว่าตอนนี้เราเจ็บไข้ได้ป่วย แทนที่เราจะบ่นว่า ตีโพยตีพ่ายว่าทำไมต้องเป็นฉัน ทำไมต้องเป็นฉัน เราก็จะพิจารณาว่า ตอนนี้เราป่วยแล้ว มันไม่มีประโยชน์ที่จะตีโพยตีพาย เราก็ต้องถามต่อไปว่าแล้วเราจะทำยังไงต่อไป เราจะจัดการกับโรคภัยไข้เจ็บอย่างไร เราจะอยู่อย่างไร เราสูญเสียคนรักไปแล้ว จะอาลัยถึงเขาก็ไม่มีประโยชน์ เราต้องถามตัวเราเองว่า แล้วเราจะอยู่โดยที่ไม่มีเขาได้อย่างไร ซึ่งอาตมาเชื่อว่าอยู่ได้ อันนี้คือความหมายหนึ่งของการอยู่กับปัจจุบัน […]

การเจริญสติและศิลปะแห่งการอยู่กับปัจจุบัน

การเจริญสติ และศิลปะแห่งการอยู่กับปัจจุบัน เมื่อสติเราตั้งมั่นอยู่กับประสบการณ์ในช่วงเวลาปัจจุบัน ด้วยใจที่เปิดกว้างและปราศจากอคติ ภาวะที่เกิดขึ้นอาจเรียกได้ว่าเป็น การเจริญสติ ตามธรรมชาติแล้วจิตของเรามักใช้เวลาอยู่กับอดีตหรืออนาคตเสียเป็นส่วนใหญ่ ดังนั้น การเจริญสติจึงจำต้องใช้ความตั้งใจ เราต้องดึงสติให้อยู่ในสภาวะปัจจุบันอย่างรอบคอบ ความแตกต่างของสภาวะจิตในช่วงเวลานี้อาจเทียบได้กับความแตกต่างระหว่างการตื่นรู้กับการทำด้วยความเคยชิน ซึ่งการฝึกเจริญสติส่วนใหญ่จะเกี่ยวข้องกับการสังเกตว่าเรากระทำสิ่งต่าง ๆ ด้วยความเคยชินบ่อยแค่ไหน และตื่นรู้ที่จะดึงสติกลับมาอยู่กับปัจจุบันได้อย่างไร การเจริญสติจึงไม่มีการฝึกที่ตายตัว แต่เป็นหนทางที่เราจะตื่นรู้ถึงกระบวนการอันรุ่มรวย ลี้ลับ และไม่มีจุดสิ้นสุดของชีวิต   ประโยชน์ที่ได้คืออะไร สภาวะแห่งการเจริญสติอาจยากที่จะอธิบายออกมาเป็นคำพูด และไม่มีตัวช่วยอื่นนอกจากการได้มีประสบการณ์นี้ด้วยตัวเอง อย่างไรก็ดี ผู้ที่ได้รับการฝึกฝนจะสังเกตได้ถึงความรู้สึกปล่อยวาง และการเปิดประสาทสัมผัสที่เกิดจากการมีสติที่มั่นคงขึ้น การเจริญสติยังช่วยให้เรารู้จักกับนิสัยและแบบแผนของระบบความคิดของเราซึ่งจะช่วยให้เรารู้จักควบคุม หรือสร้างทางเลือกให้กับตัวเอง แทนที่จะติดอยู่ในการกระทำตามนิสัยเดิม ๆ หรือแบบแผนความคิดเดิม ๆ ที่อาจก่อให้เกิดความเครียดหรือแบบแผนความคิดเดิม ๆ ที่อาจก่อให้เกิดความเครียด หรือความกังวลใจได้ หลายคนที่ฝึกยังพบว่า ร่างกายเกิดความเข้มแข็งจากภายใน ความสงบ และความสัมพันธ์กับผู้อื่นมีพัฒนาการดีขึ้น มีผลวิจัยในปัจจุบันที่กล่าวถึงการฝึกเจริญสติและประโยชน์ที่ได้รับ ไม่ว่าจะเป็นการลดความเครียด ความกังวล สภาวะซึมเศร้ารวมถึงการพัฒนาสุขภาพและความสมบูรณ์ของร่างกายและจิตใจ   การเจริญสติมีที่มาอย่างไร การฝึกเจริญสติมีประวัติย้อนกลับไปหลายพันปี นอกจากการมีรากฐานที่เกี่ยวโยงกับศาสนาพุทธแล้ว การเจริญสติยังปรากฏในศาสนาและความเชื่อทางจิตวิญญาณแขนงอื่น ๆ อีกมากมาย ล่าสุดกระแสความสนใจการเจริญสติปะทุขึ้นอย่างแพร่หลายในฐานะการฝึกฝนที่ไม่เชื่อมโยงเข้ากับศาสนา มีหนังสิอและคอร์สอบรมเรื่องการเจริญสติมากมาย ซึ่งล้วนแต่มีประโยชน์ นอกเหนือจากสิ่งที่อยู่ในหนังสือเล่มนี้ […]

keyboard_arrow_up