ซีเคร็ตรีวิว : 4 หนังสือธรรมะน่าอ่าน ที่คุณไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวงใน งานมหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 24

ซีเคร็ตรีวิว : 4 หนังสือธรรมะน่าอ่าน ที่คุณไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวงในงาน มหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 24 เชื่อว่าตอนนี้บรรดาหนอนหนังสือคงกำลังตรวจตราเงินในกระเป๋าสตางค์ของตนเองกันอยู่แน่นอน แถมยังครุ่นคิดอยู่ด้วยว่า งาน มหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 24  ปีนี้ ฉันต้องหมดตัวไปเท่าไหร่กับหนังสือเล่มโปรด ซีเคร็ตอยากให้ลองมาสัมผัสกับหนังสือธรรมะน่าอ่าน 4 เล่ม ที่คุณไม่ควรพลาดอย่างยิ่ง ในงานมหกรรมหนังสือระดับชาติครั้งนี้ พระพุทธเจ้าตรัสไว้ในสติสูตรว่า “คนมีสติเท่ากับมีสิ่งนำโชคอยู่ตลอดเวลา” ซีเคร็ตเห็นด้วยอย่างยิ่ง เพราะการที่เรามีสติอยู่กับตัว สามารถช่วยให้เราผ่านพ้นเหตุการณ์ที่เลวร้ายไปได้ด้วยดี สำนักพิมพ์อมรินทร์ธรรมะ ได้ตีพิมพ์หนังสือธรรมะเกี่ยวกับการเจริญสติออกมาด้วยกัน 2 เล่ม มั่นใจว่าถูกใจวัยรุ่นอย่างแน่นอนด้วยการออกแบบปกและรูปเล่มที่ดูน่ารัก ในขนาดกะทัดรัด     มาเริ่มกันที่เล่มแรก ฝึกสติ 10 วินาที ชีวิตดีขึ้นแน่ เป็นผลงานของจิตแพทย์ชาวญี่ปุ่นที่มีชื่อว่า “ฟุจิอิ ฮิเดะโอะ” คุณหมอท่านนี้เป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านการเจริญสติ เขานำประสบการณ์ของตนเองมาแชร์ และกลายเป็นหนังสือเล่มนี้ เขาบอกว่าตนเองอยู่กับการเจริญสติมาร่วม 40 ปี เขามาจากศาสตร์ตะวันตก (จิตวิทยา) เมื่อมาศึกษาและปฏิบัติการเจริญสติ ซึ่งเป็นศาสตร์ตะวันออก (พระพุทธศาสนา) ทำให้เห็นว่าการเจริญสติช่วยเรื่องของจิตใจได้หลายอย่าง หนังสือเล่มนี้ได้บอกอย่างละเอียด […]

ซีเคร็ตรีวิว 9 หนังสือธรรมะน่าอ่าน ที่คุณไม่ควรพลาดในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติครั้งที่ 47

ซีเคร็ตรีวิว 9 หนังสือธรรมะน่าอ่าน ที่คุณไม่ควรพลาดใน งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติครั้งที่ 47 เชื่อว่าตอนนี้เหล่าหนอนหนังสือทั้งหลายคงกำลังตรวจตราเงินในกระเป๋าสตางค์ และคิดว่างานสัปดาห์หนังสือครั้งนี้ฉันต้องหมดเงินไปเท่าไรกับการกวาดซื้อหนังสือเล่มโปรดมาครอบครอง ซีเคร็ตอยากให้ลองมาสัมผัสกับ 9  หนังสือธรรมะน่าอ่าน ที่คุณไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง ในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติครั้งที่ 47 พอได้ยินคำว่า “หนังสือธรรมะ” หลายคนอาจส่ายหน้า หรือเกิดอาการง่วงขึ้นมาทันควัน เพราะอาจเคยคุ้นชินกับหนังสือธรรมะแบบเดิม ๆ ที่มีแต่ตัวหนังสือ อ่านเข้าใจยาก เปิดไปไม่กี่หน้าก็จะหลับคาหนังสืิอเสียแล้ว แต่……ขอบอกเลยว่า หนังสือธรรมะที่ซีเคร็ตจะมารีวิวทั้งหมด 9 เล่มนี้ รับรองได้เลยว่า ไม่เหมือนหนังสือธรรมะแบบเดิม ๆ ที่เคยรู้จักมาแน่นอน     ก่อนมรณาจะมาถึง มาเริ่มกันที่ผลงานของท่าน ว. วชิรเมธี “ก่อนมรณาจะมาถึง” เป็นหนังสือธรรมะที่อ่านง่ายมาก เนื้อหาไม่หนัก แถมท่านว.วชิรเมธียังใส่เหตุการณ์จริงที่เคยเป็นข่าว และประสบการณ์ที่เกิดขึ้นจริงในชีวิตของท่าน บอกเล่าผ่านหนังสือธรรมะเล่มนี้ นับว่าเป็นหนังสือธรรมะที่สอนให้เข้าใจเรื่องความตาย จนรู้สึกได้ว่า ความตาย คือเพื่อนที่เราไม่ควรเกลียดหรือกลัวเขา การระลึกถึงความตาย หรือศัพท์ทางพระท่านเรียกว่า “มรณานุสติ” ทำให้เป็นประจำ บ่อยครั้งจนไม่ต่างจากการคิดถึงเพื่อนสนิทที่ไม่ได้เจอกันเลย เพียงแค่นี้ความตายก็ไม่ได้เป็นสิ่งที่น่ากลัวอย่างที่คิดแล้ว พูดได้คำเดียวเลยว่า เป็นหนังสือธรรมะที่น่าอ่านมาก […]

” รู้ทันสันดานคน ” ด้วยจริต 6 ผลงานของทันตแพทย์สม สุจีราอีกเล่มที่น่าอ่าน

” รู้ทันสันดานคน ” ด้วย จริต 6 ผลงานของ ทันตแพทย์สม สุจีรา อีกเล่มที่น่าอ่าน คนเรายึดความรู้สึกของตนเองมาก ยึดอัตตาว่าฉันถูกต้องอย่างโน่นอย่างนี้ ไม่ค่อยคำนึงถึงความรู้สึกของคนอื่น บางทีเขามีพฤติกรรมที่เราไม่พอใจ อาจไม่ได้มาจากความตั้งใจของเขาก็ได้ แล้วเราจะเข้าใจเขาได้อย่างไร พระพุทธศาสนาสอนเรื่อง จริต 6 ประเภทไว้ จริตแปลวว่า “พฤติกรรม” หรือ “นิสัยหลักของจิต” ซึ่งเป็นคำสอนของพระพุทธเจ้าที่แสดงให้เห็นว่าพระองค์ทรงเข้าใจนิสัยและพฤติกรรมของมนุษย์ คำสอนนี้อาจช่วยให้เราเข้าใจพฤติกรรมเหล่านี้มากขึ้น ผลงานล่าสุดของ ทันตแพทย์สม สุจีรา เรื่อง ” รู้ทันสันดานคน ”     ถึงชื่อจะดูแรง แต่ที่จริงแล้ว สันดาน ในความหมายของพระพุทธศาสนา หมายถึง ความสืบต่อแห่งจิต คือกระแสจิตที่เกิดดับต่อเนื่องกันมา แต่นำมาใช้ในความหมายที่ลบเชิงคำหยาบคาย หนังสือเล่มนี้จะทำให้ผู้อ่านได้เข้าใจถึงนิสัยของมนุษย์ ที่พระพุทธศาสนาเรื่องว่า จริต ซึ่งมีด้วยกัน 6 ประเภท ได้แก่ ราคจริต โทสจริต โมหจริต สัทธาจริต พุทธิจริต และวิตกจริต […]

เทคนิคการรับมือคนรอบข้าง ด้วยการรู้ทันจริตนิสัยที่แท้จริง โดยทันตแพทย์ สม สุจีรา

เทคนิคการรับมือคนรอบข้าง ด้วยการรู้ทันจริต นิสัย ที่แท้จริง  โดยทันตแพทย์ สม สุจีรา พื้นฐาน นิสัย ของคนเป็นสิ่งที่ยากแท้หยั่งถึง ทุกคนล้วนแต่มีด้านบวกและด้านลบคละเคล้ากันไป  ในทางพุทธศาสนาจึงได้แบ่งบุคลิกของมนุษย์ไว้ เรียกว่า จริต 6 ประกอบด้วย ราคจริต, โมหจริต, พุทธิจริต, สัทธาจริต, วิตกจริต และโทสจริต เช่นเดียวกับนักจิตวิทยาตะวันตก ได้ศึกษาเรื่องจริตของมนุษย์ โดยมี ทฤษฎีระดับโลกของจอห์น แอล. ฮอลแลนด์ นักจิตวิทยาชื่อดัง ได้แบ่งบุคลิกภาพออกเป็น 6 แบบเช่นเดียวกัน และยังมีลักษณะคล้ายกับที่พระพุทธองค์ทรงอธิบาย ซึ่งการวิเคราะห์คนตามจริตนี้เอง ที่จะทำให้มองทะลุจิตใจผู้คนได้โดยแท้     การรู้ทันจิตใจตัวเองและผู้อื่น เพื่อการอยู่ร่วมกัน จึงเป็นสิ่งที่ไม่อาจมองข้ามได้ ทพ.สม สุจีรา ทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเรื่องจิตตามแนวพระพุทธศาสนา และนักเขียนผลงาน Bestseller ตีพิมพ์ซ้ำกว่า 1.3 ล้านเล่ม รวมถึงผลงานเขียนเล่มล่าสุดที่วิเคราะห์เรื่องจริต 6 ดังกล่าว หนังสือ รู้ทันสันดานคน โดยสำนักพิมพ์ AMARIN […]

ประวัติหลวงปู่ขาว อนาลโย อริยสงฆ์ผู้มั่นคงในศีลและเมตตา

ประวัติหลวงปู่ขาว อนาลโย อริยสงฆ์ผู้มั่นคงในศีลและเมตตา ตาม ประวัติหลวงปู่ขาว อนาลโย ท่านมีพื้นเพมาจากชาวบ้านธรรมดาที่ ประกอบอาชีพชาวนา หากมีจิตใจที่ใฝ่ในพระธรรมคำสั่งสอนของ พระผู้มีพระภาคเจ้า พร้อมกับมีปัญญาเห็นว่าทางประเสริฐที่ควร มุ่งไปนั้นคือทางใด ฉะนั้นจากชาวบ้านปุถุชนธรรมดาที่ประกอบด้วย ความเห็นถูก ปัญญาธรรม และความเพียร ท่านก็ได้บรรลุธรรม เป็นบุคคลผู้ประเสริฐสุด พร้อมชี้นำสั่งสอนธรรมให้แก่ชนมากมาย เพื่อให้ชนเหล่านั้นมีปัญญาเพียรสร้างกุศล มุ่งสู่ทางประเสริฐได้ เช่นท่าน กว่าบุคคลผู้หนึ่งจะก้าวสู่ความเป็นพระอริยเจ้า หลวงปู่ขาว อนาลโย ก็เริ่มต้นจากการเป็นปุถุชนธรรมดาคนหนึ่งที่ผ่านปัญหา ในชีวิตจนฝ่าฟันอุปสรรคต่าง ๆ ได้ด้วยความกล้าหาญและด้วย ปัญญาในธรรมประกอบกับความเพียร ท่านก็ได้บรรลุความเป็น อริยบุคคลโดยสมบูรณ์     หลวงปู่ขาว อนาลโย วัดถ้ำกลองเพล ตำบลโนนทัน อำเภอเมืองฯ จังหวัดหนองบัวลำภู แต่เดิมชื่อว่า ขาว โคระถา เกิดเมื่อวันอาทิตย์ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2431 ที่บ้านชะเนง ตำบลหนองแก้ว อำเภอเมืองฯ จังหวัดอุบลราชธานี (ปัจจุบันคือจังหวัดอำนาจเจริญ) โยมบิดาชื่อว่าพั่ว โยมมารดาชื่อรอด […]

ประวัติหลวงปู่ดูลย์ อตุโล อริยสงฆ์ผู้เป็นบิดาแห่งการภาวนาจิต

ประวัติหลวงปู่ดูลย์ อตุโล อริยสงฆ์ผู้เป็นบิดาแห่งการภาวนาจิต พระอริยสงฆ์ผู้ได้รับ ยกย่องว่าเป็น “บิดาแห่งการภาวนาจิต” นั่นคือ หลวงปู่ดูลย์ อตุโล พระอาจารย์สายปฏิบัติผู้ล่วงลับดับขันธ์ไปแล้ว ทว่า ประวัติหลวงปู่ดูลย์ อตุโล ทำให้เราเห็นปฏิปทาและวัตรปฏิบัติของท่านไม่เคยเลือนไปจากใจคนรุ่นหลัง หลักคำสอนที่ท่านเมตตาชี้แนะให้ผู้ฝึกภาวนาจิตได้น้อมนำมาปฏิบัติยังคงช่วยให้พุทธศาสนิกชนได้พ้นทุกข์ นับว่าหลวงปู่ดูลย์ยังมีบทบาทในการ สืบทอดพระศาสนา แม้สังขารจะล่วงไปเป็นเวลากว่าสามสิบปีแล้วก็ตาม ประวัติชีวิตตลอด 96 ปีของหลวงปู่ดูลย์ประกอบไปด้วย เรื่องราวที่แสดงถึงความมั่นคงต่อพุทธศาสนาของพระสงฆ์รูปหนึ่ง ท่านประพฤติตามธรรมวินัยอย่างเคร่งครัด ใส่ใจปฏิบัติกิจภาวนา เพื่อพัฒนาจิตให้ขาวรอบปราศจากกิเลส รวมทั้งถ่ายทอดธรรมะ แก่ลูกศิษย์ลูกหาตราบจนวาระสุดท้ายของชีวิต การศึกษาประวัติชีวิตของพระอริยสงฆ์ผู้ประพฤติธรรม เฉกเช่นหลวงปู่ดูลย์ อตุโล จึงมีค่าประหนึ่งว่าได้ศึกษาธรรม อันจะสร้างกุศลและก่อให้เกิดปัญญาแก่ตัวผู้ศึกษาด้วยนั่นเอง     ย้อนกลับไปกว่า 120 ปีก่อน หลวงปู่ดูลย์ พระสงฆ์ผู้ควร แก่การกราบไหว้รูปนี้มีถิ่นกำเนิดอยู่ ณ ดินแดนอีสานใต้ คือ ที่บ้านปราสาท ตำบลเฉนียง อำเภอเมืองฯ จังหวัดสุรินทร์ ใน รัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. […]

ประวัติหลวงปู่ฝั้น อาจาโร อริยสงฆ์ผู้ขับเคลื่อนกงล้อแห่งธรรม

ประวัติ หลวงปู่ฝั้น อาจาโร อริยสงฆ์ผู้ขับเคลื่อนกงล้อแห่งธรรม หลวงปู่ฝั้น อาจาโร เป็นพระนักปฏิบัติภาวนา และเป็นผู้ขับเคลื่อนกงล้อแห่งธรรมให้ยังคงหมุนอยู่ต่อไป ตลอดระยะ เวลาในการครองเพศบรรพชิต ท่านได้เสียสละตนเพื่อโปรดเหล่า เวไนยสัตว์ในถิ่นทุรกันดาร สั่งสอนสัตว์ผู้ยังไม่รู้ธรรม ให้รู้ ผู้ที่ ยังไม่เลื่อมใส ให้เลื่อมใส ผู้ที่เลื่อมใสอยู่แล้ว ให้เลื่อมใสมาก ยิ่งขึ้น อีกทั้งยังแก้ไขการปฏิบัติที่ผิด แก้ความเข้าใจผิด ให้เข้าใจ ถูกต้องตรงความเป็นจริง นอกจากนี้ ในยามบ้านเมืองอยู่ในภาวะวิกฤติ หลวงปู่ฝั้น ก็น้อมนำพระสัทธรรมมาเป็นหลักในการคลี่คลายปัญหา จน บ้านเมืองผ่านพ้นวิกฤติการณ์ต่าง ๆ ไปได้ด้วยดี คุณธรรมของท่านเป็นที่ประจักษ์แก่บรรดาสานุศิษย์ เกียรติคุณของท่านขจรขจายไปทั่ว แม้แต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ก็ยังมีพระราชศรัทธาอย่างแรงกล้า พระสัทธรรมและวัตรปฏิบัติของหลวงปู่ฝั้น อาจาโร จึง สมควรได้ รับการเผยแพร่ เพื่อเป็นต้นแบบแห่งการประพฤติปฏิบัติตนของเหล่าศาสนิกชนโดยแท้     เด็กหนุ่มคนหนึ่งเป็นผู้มุ่งมั่นในการศึกษา และมีความ ปรารถนาอย่างแรงกล้าในการเข้ารับราชการ อันเป็นหน้าที่การงาน ที่มีเกียรติในสมัยนั้น แต่แล้วกลับล้มเลิกความตั้งใจเดิม มุ่งหน้า เข้าสู่เพศบรรพชิตด้วยเหตุใดกัน! เด็กชายฝั้น […]

ประวัติหลวงปู่ชอบ ฐานสโม พระอริยสงฆ์ผู้มากอำนาจจิต

ประวัติหลวงปู่ชอบ ฐานสโม พระอริยสงฆ์ผู้มากอำนาจจิต ประวัติหลวงปู่ชอบ ฐานสโม เป็นพระอริยบุคคลที่มีผู้คนเลื่อมใส ศรัทธาจำนวนมาก อาจเพราะได้ยินชื่อเสียงของท่านในฐานะที่เป็น พระที่แสดงอิทธิปาฏิหาริย์หรือมีเรื่องราวลึกลับน่าตื่นเต้นมากมาย แต่หากพิจารณาแล้ว อิทธิปาฏิหาริย์เหล่านั้นเป็นเพียงผล พลอยได้จากการเจริญธรรมของท่านเท่านั้น และการที่ท่านได้แสดง อิทธิปาฏิหาริย์หรือมีเรื่องราวลี้ลับต่าง ๆ ก็ล้วนเป็นไปเพื่อโปรดสัตว์ ทั้งปวงให้พ้นทุกข์ ให้เข้าถึงธรรม มิใช่เป็นการอวดอุตริมนุสธรรมแต่อย่างใด ฉะนั้นเราจึงควรพิจารณาในวัตรปฏิบัติอันดีงามของท่าน มากกว่าที่จะติดอยู่กับความน่าพิศวงในอิทธิปาฏิหาริย์และเรื่องราว ลี้ลับที่น่าตื่นเต้นหรือน่าสนุกเหล่านั้น เพื่อให้เกิดปัญญา เพื่อให้เข้าถึงพระนิพพานได้มากขึ้น     ก่อนที่หลวงปู่ชอบ ฐานสโม จะได้บรรลุธรรมเป็นพระอริยบุคคลและมีผู้เลื่อมใสศรัทธาในคำสอนของท่านนั้น ท่านก็เป็น เด็กชายคนหนึ่งที่เกิดในครอบครัวชาวนา ชื่อเด็กชายบ่อ แก้วสุวรรณ เกิดวันพุธที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2444 บิดาชื่อนายมอ มารดาชื่อ นางพิลา เด็กชายบ่อมีพี่น้องรวมทั้งสิ้น 4 คน ได้แก่ 1. เด็กชาย บ่อ แก้วสุวรรณ 2. เด็กหญิงพา แก้วสุวรรณ 3. เด็กหญิงแดง แก้วสุวรรณ […]

ประวัติ หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต พระสงฆ์สายอรัญวาสี (พระป่า)

ประวัติ หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต พระสงฆ์สายอรัญวาสี (พระป่า) หลวงปู่มั่น เป็นพระสงฆ์สายอรัญวาสี หรือที่เรียกกันทั่วไป ว่า “พระป่า” ผู้มีวัตรปฏิบัติงดงาม เด็ดเดี่ยว พิจารณาธรรมด้วย ความเพียรอย่างแน่วแน่จนสามารถล่วงทุกข์ตามแนวทางที่พระ- ศาสดาทรงสั่งสอน ในฐานะครู ท่านเปรียบเป็นต้นธารของพระ นักปฏิบัติจำนวนมาก ในแวดวงวิญญูชนคนศึกษาธรรมะนั้นล้วน เลื่อมใสศรัทธาในความเป็น “อัญชลีกรณีโย” หรือความเป็นผู้ควร กราบไหว้ของท่าน ด้วยเหตุนี้ ประวัติและเรื่องราวของอาจารย์ใหญ่ แห่งกองทัพธรรมจึงได้รับการเผยแพร่อย่างแพร่หลาย คงไม่เกินเลยไปจากความจริงนัก หากจะอุปมาว่า การศึกษา ปฏิปทาของหลวงปู่มั่นมีค่าประหนึ่งการศึกษาธรรม การอ่านเรื่องราว ของท่านมีค่าประหนึ่งการสวดบูชาคุณพระสงฆ์ ผู้สืบทอดพุทธศาสนาให้ประดิษฐานอย่างมั่นคงและทรงคุณค่าผ่านกาลเวลาอัน ยาวนาน ชาวพุทธเราสวดมนต์บูชาพระรัตนตรัยเพื่อน้อมนำให้เกิด สมาธิและปัญญาฉันใด การศึกษาชีวประวัติของหลวงปู่มั่น เพื่อ กระตุ้นเตือนให้บุคคลใส่ใจในการปฏิบัติวิปัสสนาและขัดเกลากิเลส ของตน ย่อมให้ผลในทำนองเดียวกันฉันนั้น       อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี ยังมีความสำคัญต่อ วงการพุทธศาสนาในประเทศไทย ในฐานะที่เป็นบ้านเกิดของพระ- อริยสงฆ์ผู้หนึ่ง ซึ่งเป็นอาจารย์สอนธรรมทางวิปัสสนา และมี คุณูปการต่อลูกศิษย์ลูกหาประชาชนหลายต่อหลายรุ่น ย้อนกลับไปกว่าร้อยปีก่อน ในวันพฤหัสบดีเดือนยี่ […]

วิธีกำจัดความทุกข์จากกระแสแห่งการปรุงแต่ง

วิธีกำจัดความทุกข์จากกระแสแห่ง การปรุงแต่ง ต้นเหตุของความทุกข์ปัจจัยใหญ่ๆ ที่เรามักไม่รู้ตัวเกิดจากกระแสแห่ง การปรุงแต่ง เรามักจะหลงใหลเคลิบเคลิ้มไปกับการปรุงแต่ง ยิ่งปรุงแต่งมากเท่าใดก็จะยิ่งห่างไกลออกไปจากความจริงยิ่งขึ้น จะได้แต่เพียงความสุขแบบหลอกๆ เท่านั้น ความจริงแบบหลอกๆ เหมือนกับการใส่แว่นตาสีชมพูหรือสีต่างๆ ตามแต่ชนิดของการปรุงแต่ง เรียกได้ว่าเห็นสิ่งต่างๆ ผ่านเลนส์ไม่ได้เห็นจริงตามความเป็นจริงแบบจริงๆ คนเราเกิดมาก็จะมีแว่นตาสีดำติดตามาด้วยเลย ซึ่งก็ได้แก่โมหะหรืออวิชชา พอเจริญเติบโตมาก็ได้แค่ทำความสะอาดเช็ดถูแว่นตาสีดำ เพื่อให้มองเห็นให้ชัดเจนเท่านั้น หรืออย่างดีก็แค่หาซื้อเลนส์ใหม่มาใส่ แต่ก็เป็นการใส่ทับเข้าไปกับเลนส์เดิมที่เป็นสีดำเท่านั้น แต่ไม่เคยคิดจะถอดแว่นตาสีดำออกเลย เพราะคิดไม่ถึงหรือคิดไม่ได้จริง ๆ สัตว์โลกทั้งหลายก็จะเป็นอยู่อย่างนี้ ทำได้ดีที่สุดก็เพียงแค่ทำการศึกษาค้นคว้าพัฒนาเลนส์ชนิดต่าง ๆ เอามาใส่ทับซ้อนเข้าไปกับเลนส์สีดำเท่านั้น เพราะอวิชชาเข้าครอบงำแล้วก็จะเป็นปัจจัยให้เกิดสังขาร ได้แก่ความปรุงแต่งชนิดต่าง ๆ ตามหลักของปฏิจจสมุปบาท ซึ่งเป็นวงจรแห่งความทุกข์หรือวงจรแห่งวัฏฏะทุกข์     และยิ่งทำการปรุงแต่งมากเท่าใด ก็ยิ่งเป็นการไปเพิ่มวงจรแห่งวัฏฏะทุกข์มากขึ้นเท่านั้น วงจรก็ยิ่งหนาแน่นเพิ่มขึ้น จนหาเบื้องต้นไม่ได้ หาเบื้องปลายไม่พบจริง ๆ และก็เป็นความจริงที่สมเหตุสมผลที่สุดว่า เมื่อโมหะหรืออวิชชาเข้าครอบงำแล้ว โมหะหรืออวิชชาเขาจะบัญชาการให้เรา สาวเข้าไปถึงตัวของเขาเองได้อย่างไร ก็ไม่มีทางจะเป็นไปได้อยู่แล้ว มีแต่จะสาวออกไป ๆ ออกไปไหนก็ไม่รู้ แม้แต่ผู้สาวเองก็ยังไม่รู้เหมือนกันว่าจะสาวไปทำไม สาวเพื่ออะไร แล้วจุดหมายปลายทางของการสาวอยู่ตรงไหนจุดจบอยู่ที่ไหน แต่ก็ยังคงสาวต่อไป (ปรุงแต่งต่อไป) แล้วก็หยุดไม่ได้ด้วยเพราะไม่รู้ว่าจะหยุดยังไง ถึงอยากหยุดก็หยุดไม่ได้ […]

วิธีสร้างสัมปชัญญะในทุกๆ ก้าวที่เดิน

วิธีสร้างสัมปชัญญะในทุกๆ ก้าวที่เดิน เราตั้งใจที่จะมี สัมปชัญญะ ในทุกย่างก้าว ช่วงต่าง ๆ อธิษฐานไว้ทุกย่างก้าวนั้นอุทิศให้กับพระพุทธองค์ อุทิศให้กับสรรพสัตว์ แผ่ส่วนกุศลอุทิศให้กับความยุ่งยากของโลก อุทิศให้กับความมีสันติภาพ สันติสุขของเผ่าพันธุ์สัตว์และมวลมนุษย์ เพราะฉะนั้น การจงกรมนั้นเป็นการกระทำซึ่งลึกซึ้ง กว้างขวาง และจริงใจ เรา ไม่ได้เดินด้วยขา แต่เดินด้วยหัวใจ และเมื่อจบอิริยาบถจงกรม ก็ประนมมืออธิษฐานอิริยาบถอื่น เมื่อนั่งก็อธิษฐานให้มีสติสัมปชัญญะบริบูรณ์ เมื่อเดินหรือเมื่อนอน ดังนั้นช่วงชีวิตเป็นไปด้วยการอธิษฐานบารมีในการที่จะเข้าถึงเครื่องมือในตัวเอง คือสติสัมปชัญญะ เพื่อจะนำสิ่งนี้มาละความยินดียินร้ายในโลกทั้งผอง     ทั้งหมดของการปฏิบัติธรรมก็คือ มีสติ มีสัมปชัญญะ เพิกถอนความยินดียินร้ายในโลกทั้งผอง จิตเข้าสู่ความเป็นกลางคือมรรคปฏิปทา (การไต่ไปตามทางเป็นลำดับ) นี่คือร่องรอยของการภาวนา เลี่ยงที่จะเคลื่อนไหวแบบกลไก แบบเครื่องจักร เพราะเครื่องจักรหรือคอมพิวเตอร์นั้น ต่อให้มันวิเศษอย่างไรก็ตาม มันไม่อาจมีสัมปชัญญะได้ มีแต่มนุษย์ สัตว์บางประเภทเท่านั้นที่มีสติสัมปชัญญะเหมาะสม ที่จะรู้อริยสัจความจริงของชีวิต สัตว์บางชนิดก็เช่นเดียวกับมนุษย์ มีความเข้าใจได้ต่อธรรมะ มีเรื่องเล่าเหตุการณ์ที่ป่าปาลิไลยกะ มีช้างอยู่วัตรฐากพระพุทธองค์ ฟังธรรมรู้เรื่องและไปสู่สุคติเมื่อสิ้นอายุแล้ว     การอธิษฐานจิตระหว่างการจงกรมนั้น มองแง่หนึ่งเป็นการสกัดกั้นการเคลื่อนไหวที่เป็นกลจักรกลไก การเคลื่อนไหวแบบเครื่องจักรนั้น ได้ครอบงำมนุษย์ร่วมสมัย เพราะความสะดวกสบายจากเทคโนโลยี […]

พระคาถาอุณหิสสวิชัย หรือคาถาอายุยืน คืออะไร ทำไมถึงต้องสวด

พระคาถาอุณหิสสวิชัย หรือคาถาอายุยืน คืออะไร ทำไมถึงต้องสวด ความปรารถนาส่วนใหญ่ของมนุษย์ก็คือ การมีอายุยืนยาว และสุขภาพกายแข็งแรง คาถาอายุยืน จึงตอบโจทย์ความต้องการได้เป็นอย่างดี ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องมีปัจจัยอื่นๆ ทำควบคู่กันไปด้วย เช่น ครองตัวอยู่ในศีลธรรม สร้างกรรมใหม่ที่ดีด้วยการทำแต่ความดีละเว้นความชั่ว และใช้ชีวิตอย่างมีสติโดยตั้งอยู่บนความไม่ประมาท ข้อปฏิบัติเหล่านี้ปรากฏอย่างชัดเจนในตำนานที่มาของ พระคาถาอุณหิสสวิชัย อันมีความโดยสังเขปว่า เมื่อครั้งพุทธกาล เทพบุตรนามว่า “สุปติฏฐิตา” มีความวิตกกังวลที่กำลังจะสิ้นบุญ ต้องลงไปเสวยกรรมในนรกถึงแสนปี และต้องใช้วิบากกรรมเกิดเป็นสัตว์เดรัจฉานหลายชนิดอีกหลายร้อยชาติ เทพบุตรจึงพยายามหาทางป้องกันทุกวิถีทางเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น     ด้วยความเมตตา พระอินทร์ผู้เป็นใหญ่ในสวรรค์จึงได้พาเทพบุตรไปเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า และทูลขอความเมตตาให้พระพุทธองค์ทรงแสดงพระธรรมเทศนาเพื่อให้เทพบุตรยังไม่สิ้นอายุขัยลงในเจ็ดวัน พร้อมกับมีโอกาสใช้เวลาที่เหลืออยู่นี้บำเพ็ญภาวนาใช้หนี้กรรมที่มีอยู่ให้หมดไป ครั้นแล้วการณ์ก็เป็นไปดังที่ทูลขอ   วิธีใช้ สวดเพื่อเตือนตนเองว่า เราควรใช้ชีวิตอย่างไรจึงจะ มีชีวิตที่ยืนยาวอย่างเป็นสุข   พระคาถาอุณหิสสวิชัย อัตถิ อุณหิสสะ วิชะโย ธัมโม โลเก อะนุตตะโร สัพพะสัตตะหิตัตถายะ ตัง ตะวัง คัณหิ เทวะเต ปะริวัชเช ราชะทัณเฑ อะมะนุสเสหิ ปาวะเก พะยัคเฆ […]

วิธีส่งความปรารถนาดีให้กับตัวเอง จงรักตัวเองก่อนรักคนอื่น

วิธีส่ง ความปรารถนาดี ให้กับตัวเอง จงรักตัวเองก่อนรักคนอื่น คนจิตใจดีมักจะมอบ ความปรารถนาดี ให้กับคนอื่นๆ อยู่เสมอ จนลืมที่จะส่งความปรารถนาดีนี้ให้ตัวเอง ทำให้คนอื่นมีความสุขทั้งกายและใจ แต่ตัวเองกลับต้องเป็นทุกข์ ลองมาดูกันว่า เราจะมีวิธีส่งความปรารถนาดีให้ตัวเองได้อย่างไรบ้าง   ความปรารถนาดีคืออะไร สำหรับคนจำนวนมาก นี่เป็นสิ่งที่ฟังเผิน ๆ ดูจะง่าย แต่ว่าความจริงแล้วยาก ทั้งนี้เพราะไม่แน่ว่าคุณอาจถูกเลี้ยงดูขึ้นมาให้คิดว่า ตัวคุณเองไม่ได้มีความสำคัญมากเท่าเทียมกับคนอื่น บางทีคุณอาจเคยพยายามยืนหยัดเพื่อตัวเองมาแล้ว แต่ถูกกีดกันหรือว่าถูกผลักล้มลงไป หรือบางทีลึก ๆ ลงไปแล้วคุณรู้สึกว่าคุณไม่สมควรที่จะมีความสุข ลองคิดดูว่าการเป็นเพื่อนที่ดีให้กับใครสักคนนั้นเป็นอย่างไร จากนั้นก็ลองถามตัวคุณเองดูว่า เราเป็นเพื่อนชนิดนั้นให้กับ ตัวของเราเอง หรือยัง ถ้ายัง นั่นหมายความว่าคุณอาจจะโหดร้ายกับตัวคุณเองไปหน่อย หรืออาจจะวิพากษ์ตัวเองไวไปนิดว่าคุณยังทำได้ไม่ดีเท่าที่ควร หรือไม่ใส่ใจนักกับสิ่งที่คุณทำได้สำเร็จในแต่ละวัน ไม่แน่ว่าคุณอาจไม่ค่อยปกป้องตัวเองเท่าใดนักจากการถูกย่ำยี หรือคุณอาจไม่ค่อยเต็มใจนักที่จะบอกคนอื่นว่าที่จริงแล้วคุณต้องการอะไร     ทำไมจึงต้องส่งความปรารถนาดีให้ตัวเอง บางครั้งคุณอาจยอมทนความเจ็บปวดมากเกินไป หรือคุณอาจลงมือช้าเกินไปในการแก้ไขอะไรสักอย่าง ไม่ว่าจะเป็นสิ่งที่คุณคิดในหัวของคุณหรือสิ่งที่เกิดขึ้นในโลกกว้าง เพื่อทำให้ชีวิตของคุณดีขึ้นอีกประการหนึ่ง คุณจะสามารถช่วยเหลือผู้อื่นได้อย่างไรถ้าคุณไม่เริ่มต้นด้วยการช่วยตัวคุณเองก่อน  รากฐานของหลักการปฏิบัติทุกอย่างก็คือการส่งความปรารถนาดีให้กับตัวคุณเอง การยอมให้ความโศกเศร้า ความต้องการ และความฝันของคุณ เป็นสิ่งสำคัญ สำหรับคุณ ถ้าคุณทำได้เช่นนั้นแล้ว ไม่ว่าคุณจะทำอะไรให้ตัวเองก็จะมีพลังอันมหาศาลคอยผลักดันอยู่ข้างหลัง!   […]

พุทธศาสนาคืออะไร ทำไมเราต้องปฏิบัติตนตามหลักพุทธศาสนา

พุทธศาสนาคืออะไร ทำไมเราต้องปฏิบัติตนตามหลักพุทธศาสนา พุทธศาสนาคืออะไร หลายคนคงเคยสงสัยกันมาบ้าง พุทธศาสนาคือ ศาสนาของผู้รู้ เพราะพุทธะแปลว่าผู้รู้ คือรู้ความจริงของสิ่งทั้งปวงได้ถูกต้องเพราะฉะนั้น พุทธศาสนาจึงเป็นศาสนาที่อาศัยสติปัญญา หรืออาศัยวิชาความรู้ที่ถูกต้องเพื่อทำลายความทุกข์และต้นเหตุของความทุกข์เหล่านั้น   การทำพิธีรีตองเพื่อบูชาบวงสรวง อ้อนวอนบรรดาสิ่งศักดิ์สิทธิ์นั้นไม่ใช่พุทธศาสนา พระพุทธเจ้าไม่รับเข้ามาไว้ในศาสนาของพระองค์เลย เพราะเป็นสิ่งที่น่าขบขัน น่าหัวเราะ และถือเอาเป็นที่พึ่งอันแท้จริงไม่ได้; พระพุทธเจ้าทรงปฏิเสธการกระทำเช่นนั้นโดยสิ้นเชิง   พุทธศาสนาไม่ประสงค์การคาดคะเน หรือทำอย่างที่เรียกว่าเผื่อจะเป็นอย่างนั้นเผื่อจะเป็นอย่างนี้ เราจะทำไปตรง ๆ ตามที่มองเห็นด้วยปัญญาของตัวเอง โดยไม่ต้องเชื่อคนอื่น แม้จะมีคนอื่นมาบอกให้ ไม่ได้หมายความว่าจะต้องเชื่อเขาทันที เราจะต้องฟังและพิจารณาจนเห็นจริงว่าเป็นสิ่งที่เป็นไปได้แล้วจึงจะเชื่อ และพยายามทำให้ปรากฏผลด้วยตนเอง   ศาสนาเหมือนกับของหลายเหลี่ยม ดูเหลี่ยมหนึ่งมันก็เป็นไปอย่างหนึ่ง ดูอีกเหลี่ยมหนึ่งมันก็เป็นไปอีกอย่างหนึ่งแล้วแต่ว่าบุคคลนั้นจะถือหลักการคิดในแนวไหน ก็จะเห็นศาสนาเดียวกันในลักษณะที่แตกต่างกันได้ แม้พุทธศาสนาก็ตกอยู่ในลักษณะเช่นนี้ คนเราย่อมเชื่อความคิดเห็นของตัวเอง เพราะฉะนั้น ความจริงหรือสัจจะสำหรับคนหนึ่ง ๆ นั้น มันอยู่ตรงที่ว่าเขาเข้าใจและมองเห็นเท่าไรเท่านั้นเอง : สิ่งที่เรียกว่า “ความจริง” ของแต่ละคนไม่เหมือนกัน คนเราเข้าถึงปัญหาหนึ่ง ๆ ได้ตื้นลึกกว่ากัน หรือด้วยลักษณะที่ต่างกันและด้วยสติปัญญาที่ต่างกัน สิ่งใดที่อยู่เหนือสติปัญญาความรู้ความเข้าใจของตนหรือตนยังไม่เข้าใจ คนนั้นก็ไม่ถือว่าเป็นความจริงของเขา ถ้าเขาจะพลอยว่าจริงไปตามผู้อื่น เขาก็รู้สึกอยู่แก่ใจว่าไม่เป็นความแท้ความจริงของเขาเลย ความจริงของคนหนึ่ง ๆ […]

วิธีคิดบวกแบบชาวพุทธ เพื่อสุขภาพใจที่ดี

วิธีคิดบวก แบบชาวพุทธ เพื่อสุขภาพใจที่ดี การคิดบวก จะช่วยให้เรามองเห็นแต่สิ่งดีจะทำให้เห็นโอกาสในวิกฤต ซึ่งนำไปสู่หนทางที่ประสบความสำเร็จได้โดยง่าย ซึ่งแตกต่างจากคนที่ชอบคิดลบอย่างสิ้นเชิง ลองมาทำความรู้จักกับ วิธีคิดบวก แบบชาวพุทธกันเถอะ   คำพูดที่ทำให้กลายเป็นคนคิดลบ คำว่า “ทำไม่ได้” “ไม่แน่ใจ” “อย่าดีกว่า” “จะไหวหรือ” “ไม่กล้าหรอก” ฯลฯ คำเหล่านี้เปรียบเสมือนใบมีดอันคมกริบที่จะ ตัดแขนงใยประสาทที่เชื่อมระหว่างสมองส่วนรับกับสมองส่วนสั่งการ ให้ขาดสะบั้นออกจากกัน นั่นหมายความว่า ไม่ว่าจะเรียนรู้ขนาดไหน ก็ไม่มีทางสร้างผลผลิตจากความรู้นั้นออกมาได้ หรือแม้แต่จะสอน สิ่งที่ตัวเองรู้ให้คนอื่นเข้าใจก็ยังทำไม่ได้ เพราะการสอนต้องพูด ใช้ท่าทางประกอบ ซึ่งต้องอาศัยสมองส่วนสั่งการ   ข้อเสียของการเป็นคนคิดลบ การคิดลบทำให้เกิดความกลัว ซึ่งจะบั่นทอนแรงบันดาลใจ อย่างรุนแรง แม้ว่าความกลัวจะมีประโยชน์ในการสร้างแรงขับ เช่น กลัวสอบตกทำให้ขยันอ่านหนังสือ แต่พลังอันเกิดจากความกลัว ไม่มีประโยชน์ เพราะเป็นพลังที่มีพื้นฐานมาจากการขาดสติ ยิ่งกลัว ยิ่งขาดสติ นอกจากนั้นแรงขับอันเกิดมาจากความกลัวยังไม่ยั่งยืน เช่น นักกีฬาที่ลงแข่งด้วยความกลัวแพ้ เขาจะขอแค่เสมอก็พอใจ แล้ว ดังนั้นจึงไม่มีจิตที่มุ่งมั่นต่อชัยชนะ เมื่อขาดจิตที่มุ่งมั่น ในที่สุด ก็จะจบลงด้วยความพ่ายแพ้     สำหรับในทางการแพทย์พบว่า […]

ขั้นตอนการ ถวายสังฆทาน ที่ถูกต้อง ทำแบบนี้ได้บุญสูงสุด

ขั้นตอนการ ถวายสังฆทาน ที่ถูกต้อง ทำแบบนี้ได้บุญสูงสุด ในปัจจุบันคนนิยมทำบุญด้วยการ ถวายสังฆทาน กันมาก เพราะสามารถทำได้ทุกวันที่ตนเองสะดวก ไม่จำกัดว่าต้องเป็นวันพระเท่านั้น และยังใช้เวลาไม่นาน มาดูกันว่าขั้นตอนการถวายสังฆทานที่ถูกต้อง ทำอย่างไร     แบบไหนคือสังฆทาน สิ่งสำคัญที่เราต้องทำความเข้าใจเป็นอย่างแรก คือ การทำบุญ แบบสังฆทาน (สังฆะ – หมู่สงฆ์, ทาน – การให้) ไม่ได้หมายถึงการ ถวายถังเหลือง และไม่ได้หมายถึงการนิมนต์พระ 4 รูปขึ้นไปมานั่ง เรียงกันแล้วถวายปัจจัย 4 การทำบุญจะเป็นแบบสังฆทานหรือไม่ไม่ได้ขึ้นอยู่กับสิ่งของ ที่เราถวาย แต่ขึ้นอยู่กับลักษณะการทำบุญที่ต้องเป็นแบบไม่เจาะจง ผู้รับ เป็นการทำบุญให้พระพุทธศาสนาโดยรวม โดยการทำบุญ ที่นับได้ว่าเป็นสังฆทานควรจะมีองค์ประกอบครบ 3 ข้อ ดังนี้   จิตของคนทำบุญ จะต้องไม่ยึดติดว่าอยากทำบุญกับพระ รูปใดเป็นพิเศษ เป็นจิตที่มุ่งถวายให้หมู่สงฆ์ในพระพุทธศาสนาโดยรวม   พระที่รับของทำบุญจะต้ องเป็ นตัวแทนของพระพุทธศาสนา หรือวัด เช่น เราแจ้งกับทางวัดว่าจะนิมนต์พระมาจำนวน กี่รูป […]

ศรัทธาและความเชื่อมั่น ที่เกี่ยวข้องกับการทำงาน

ศรัทธาและความเชื่อมั่น ที่เกี่ยวข้องกับการทำงาน ไม่ใช่เพียงแต่พระพุทธศาสนาเท่านั้น ที่ต้องมี ศรัทธาและความเชื่อมั่น ในเรื่องการทำงานก็เช่นกัน หากมีทั้งสองสิ่งนี้แล้ว ย่อมทำให้การงานราบรื่น ทำงานด้วยจิตใจที่มีความสุข ไม่เป็นทุกข์ มาดูกันว่า ศรัทธาและความเชื่อมั่น เกี่ยวข้องกับการทำงานอย่างไร   ศรัทธาคืออะไร ศรัทธา คือความเชื่อ ความมั่นใจในคุณค่า ในประโยชน์ของ สิ่งที่ตนกระทำอยู่ เมื่อทำงานอะไรก็ตาม ถ้าเรามีศรัทธา เราเข้าใจ ความหมายของงานที่ทำ เรามีความเชื่อมั่นในคุณค่า ในประโยชน์ ของงานนั้น เราก็มีกำลังใจที่จะทำ งานการก็ก้าวหน้าไปเป็นอย่างดี     ความศรัทธาและความเชื่อมั่นที่เกี่ยวกับงาน คนเรานี้สามารถมีศรัทธาได้ในระดับต่าง ๆ มากมาย แต่ศรัทธาที่ควรยืนพื้นเป็นฐานก็คือศรัทธาอันนี้ ได้แก่ ความเชื่อความมั่นใจในหลักการของการมองดู รู้เข้าใจโลกและ ชีวิตนี้ตามความเป็นจริง มองสิ่งทั้งหลายตามที่มันเป็น เห็นว่า ทุกอย่างในชีวิตนี้ จะดีงามสูงสุดก็อยู่ที่เพียงว่าเราเข้าใจความจริง ของสิ่งทั้งหลาย ปฏิบัติต่อมันให้ถูก ต้องวางใจต่อมันให้ถูกต้อง และฝึกตนพัฒนาตัวเราขึ้นไปให้รู้เข้าใจ ตระหนักในความจริงนี้อยู่เสมอถ้าถึงแค่นี้แล้วจิตใจของเราก็ สามารถมี ความสุขได้ทีนี้ถ้าเราจะทำงาน เราก็ทำงานไม่ใช่เพียงเพื่อหาเงินหาทองซึ่งเป็น เรื่องขั้นต้น แต่งานการนี้จะมีความหมายมากขึ้น นอกจากศรัทธา […]

คำสาปทั้ง 3 ประเภท ที่ทำให้ ความรักไม่ยั่งยืน

คำสาปทั้ง 3 ประเภท ที่ทำให้ ความรักไม่ยั่งยืน คำสาปในที่นี้ คือสิ่งที่อยู่ภายในส่วนลึกของจิตใต้สำนึก เป็นการวางเงื่อนไขของใจ ที่ควบคุมจิตใจของเราให้เกิดความคิดหรือการกระทำที่ไม่เหมาะสม ซึ่งขัดกับความตั้งใจของเรา ทำให้เกิดการทะเลาะเบาะแว้ง จนทำให้เกิดการเลิกรา เป็นต้นเหตุที่ทำให้ ความรักไม่ยั่งยืน มาดูกันว่าคำสาปทั้ง 3 ประเภท ที่ทำให้ความรักไม่ยั่งยืนมีอะไรบ้าง     คำสาปเรื่องโลภะ ในทางพุทธศาสนา โลภะ คือ พลังงานทางจิตที่รู้สึกพอใจต่อสิ่งเร้าที่เข้ามาทางประสาทสัมผัสทั้งหก ได้แก่ ตา หู จมูก ปาก กาย และความคิด และพยายามจะดึงเข้ามาเพราะต้องการสิ่งนั้นอีก เช่น การที่หัวใจพองโตเมื่อมีคนบอกว่า “ชุดนั้นน่ารักจัง” เป็นเพราะเสียงของอีกฝ่ายซึ่งเป็นคลื่นเสียงนั้นมากระทบกับประสาทสัมผัสที่เรียกว่าการได้ยินเข้า แล้วคำสาปที่เป็นโลภะก็เริ่มทำงานและเกิดปฏิกิริยาขึ้นว่า “อ๊ะ ช่างเป็นสิ่งเร้าที่ทำให้รู้สึกดีจริง ๆ เอาอีก ๆ เพิ่มสิ่งเร้าด้วยการชมฉันอีกสิ” นั่นเอง ในเวลานั้นคงจะสงสัยว่าการถูกความโลภควบคุมมีอะไรไม่ดีหรือ หากเราได้ลองตอบสนองต่อ “การได้รับคำชม” ด้วยความโลภสักครั้งหนึ่งแล้ว การวางเงื่อนไขก็จะจารึกลงไปในจิตใต้สำนึกว่า ไม่ว่าจะทำอะไรก็ “อยากให้ชม อ๊ะ ไม่ใช่สิ ต้องชมนะ” […]

keyboard_arrow_up