วิธีเจริญสติด้วยหลักสติปัฏฐาน 4 ตามแนว หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ

วิธีเจริญสติด้วยหลักสติปัฏฐาน 4 ตามแนว หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ ท่านใช้หลักสติปัฏฐาน ๔ ที่อาศัยการเคลื่อนไหวของกายเป็นหลัก โดยต้องลืมตาตลอดเวลาที่ฝึก เพราะไม่ต้องการให้ปฏิบัติติดสงบ หลายคนหลับตาแล้ว ก็จะติดสงบได้ง่าย พอติดสงบ การยกจิตสู่วิปัสสนาก็จะเนิ่นช้า ท่านอยากให้ผู้ปฏิบัติข้ามความสงบไปเพื่อเกิดความรู้สึกตัว และเอาความรู้สึกตัวไปใช้ในการเจริญวิปัสสนา มาดูกันว่า การเจริญสติที่ หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ แนะนำมีอะไรบ้าง   การยกมือสร้างจังหวะ ให้นั่งในท่า ขัดสมาธิหรือพับเพียบ หรือจะนั่งเก้าอี้ก็ได้ เปิดตา ทอดสายตา ไปข้างหน้าพอประมาณสักหนึ่งเมตร มือวางคว่ำไว้บนเข่า เริ่มต้น ด้วยการพลิกสันมือตั้งขึ้นบนเข่าขวา และยกขึ้น เอามือมาวางไว้ ที่ท้อง พลิกมือซ้ายตั้งขึ้นบนเข่า ยกขึ้นมาประกบกับมือขวา เลื่อนมือขวามาที่หน้าอก ผายออก วางลงบนเข่า แล้วคว่ำมือลง เลื่อนมือซ้ายมาที่หน้าอก ผายออก วางลงบนเข่า แล้วคว่ำมือลง ระหว่างที่ทำ เราไม่ต้องพากย์ในใจว่ายกมือ วางมือ เรา เพียงแค่รู้สึกตัว รู้สึกเวลามือเคลื่อนไหว รู้สึกเบา ๆ […]

ก่อนมาเป็น หลวงพ่อเทียน โดย พระไพศาล วิสาโล

หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ ซึ่งได้รับการยกย่องจากนายแพทย์ประเวศ วะสี ว่าเป็นปรมาจารย์แห่งการเจริญสตินั้น ชื่อเดิมของท่านคือพันธ์ อินทผิว ส่วน “เทียน” นั้นเป็นชื่อบุตรชายของท่าน ธรรมเนียมของเชียงคานบ้านเกิดของท่านนิยมเรียกผู้ใหญ่ตามชื่อของลูกคนหัวปี (หรือคนโตที่ยังมีชีวิตอยู่) ใครต่อใครจึงรู้จักท่านในนามของ “หลวงพ่อเทียน” พันธ์ อินทผิว เป็นคนที่ใฝ่ในการทำบุญตั้งแต่เล็ก เมื่อโตขึ้นได้รับเลือกเป็นผู้ใหญ่บ้าน ก็เป็นผู้นำชาวบ้านในการทำบุญเสมอมา นอกจากนั้นความที่ท่านเป็นพ่อค้า มีเรือค้าขายขึ้นล่องตามลำน้ำโขงไปจนถึงเมืองลาว ประสบความสำเร็จพอสมควร จึงเป็นที่เคารพนับถือของชาวบ้านมาก เมื่ออายุราว 40 ปีได้เกิดจุดเปลี่ยนในชีวิตที่ทำให้ท่านหันมาสนใจปฏิบัติกรรมฐานอย่างจริงจัง ครั้งนั้นท่านเป็นเจ้าภาพทอดกฐินที่เมืองลาว ในงานมีมหรสพต่าง ๆ มากมาย เช่น หมอลำ ภาพยนตร์ ท่านได้ตกลงกับภรรยาว่า การใช้จ่ายต่าง ๆ ตลอดจนการจัดอาหารเลี้ยงแขก ยกให้เป็นหน้าที่ของภรรยา ส่วนตัวท่านเองจะรับอุโบสถศีลและรับแขกทางไกล ครั้งถึงเวลาเช้าภรรยาของท่านมาถามว่าจะต้องจ่ายค่าหมอลำเป็นจำนวนเท่าใด ท่านรู้สึกโกรธมาก ท่านเล่าความรู้สึกตอนนั้นว่า “มันหนักจนลุกแทบไม่ได้ มันตำเข้าในใจ” แต่ท่านก็ข่มอารมณ์ไว้ และตอบด้วยสีหน้าปกติว่าเป็นหน้าที่ของภรรยาท่าน อย่างไรก็ตาม ความโกรธนั้นยังคงคุกรุ่นในจิตใจของท่าน เมื่อเสร็จงานกฐิน ระหว่างรับประทานอาหารมื้อเย็นกับภรรยา ท่านเปรยถึงเรื่องที่เกิดขึ้นตอนเช้าว่า “คนไม่รู้จักเคารพนับถือก็อย่างนี้แหละ” ท่านกล่าวซ้ำหลายหนจนภรรยาเอะใจ เมื่อสอบถามจนรู้ว่าสาเหตุเกิดจากอะไร ภรรยาท่านก็พูดขึ้นว่า […]

keyboard_arrow_up