“ความตายเป็นเรื่องมงคล” ธรรมะจาก หลวงพ่อปัญญานันทภิกขุ

“ความตายเป็นเรื่องมงคล” ธรรมะจาก หลวงพ่อปัญญานันทภิกขุ ความตายกับความเกิดนั้นเป็นของคู่กัน มาด้วยกันไปด้วยกันอยู่ตลอดเวลา แล้ววันหนึ่งมันจะปรากฏแก่ตาของเราเองว่ามันเป็นอย่างนั้น การนึกคิดในเรื่องความตายนี้ไม่ใช่เรื่องเสียหาย ไม่ใช่เป็นเรื่องที่เรียกว่าอัปมงคลอะไร แต่เป็นเรื่องเป็นมงคล เป็นเหตุให้คนมีความก้าวหน้าในชีวิตในการงานด้วยประการต่าง ๆ เพราะเราได้นึกถึงเรื่องความตายไว้บ้าง คนที่นึกถึงความตายนั้นจะเป็นคนที่ขยันขันแข็งเอางานเอาการ เพราะรู้ว่าชีวิตนี้มันน้อย มันสั้น เราควรจะรีบทำให้เป็นประโยชน์ให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ ถ้านึกถูกต้อง แต่บางคนนึกถึงความตายไม่ถูกเป้าหมาย คือพอไปเห็นคนอื่นตายหรือใครตายแล้วใจอ่อนไป กลัวต่อความตาย มืออ่อนตีนอ่อน แล้วก็นึกว่าจะทำไปทำไม ตายแล้วก็เอาไปไม่ได้ ไปนึกอย่างนั้น อันนี้ไม่ถูกเรื่อง ไม่ตรงตามจุดหมายของพระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าสอนให้คิดถึงความตายนั้นก็เพื่อให้รู้ว่าเราจะต้องตาย เราหนีจากความตายไปไม่พ้น และเมื่อรู้ว่าเราจะต้องตาย หนีจากความตายไปไม่พ้นแล้ว เราควรจะได้ใช้ชีวิตเท่าที่เหลืออยู่นี้ให้เป็นประโยชน์ด้วยการประกอบหน้าที่ที่เราจะต้องกระทำ   ที่มา – ปาฐกถาธรรมเรื่อง “ช่างหัวมัน” เมื่อวันที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2519 ณ โรงเรียนพุทธธรรม วัดชลประทานรังสฤษฎ์ ปากเกร็ด นนทบุรี รวบรวมอยู่ในหนังสือ “ธรรมะจากพระพรหมมังคลาจารย์ (หลวงพ่อปัญญานันทภิกขุ)” สำนักพิมพ์อมรินทร์ธรรมะ (https://www.naiin.com/product/detail/15619) Photo by Annie Spratt […]

“เหตุเกิดที่ ทำ…พูด…คิด” ธรรมะเตือนสติโดย หลวงพ่อปัญญานันทภิกขุ

“เหตุเกิดที่ ทำ…พูด…คิด” ธรรมะเตือนสติโดย หลวงพ่อปัญญานันทภิกขุ ถ้าเราจะรักษาสัจธรรมของพระพุทธเจ้านั้น เราต้องช่วยกันศึกษาธรรมะให้เข้าใจ แล้วต้องปฏิบัติตนตามหลักธรรมะในชีวิตประจำวัน อย่าเอาวัตถุมาเป็นเครื่องช่วย แต่เอาธรรมะมาเป็นเครื่องช่วย ‘ธมฺมํ สรณํ คจฺฉามิ’ เราถึงพระธรรมเป็นที่พึ่ง ไม่ใช่ถึงรูปวัตถุทั้งหลายเป็นที่พึ่ง เอาธรรมะเป็นสรณะ เอาธรรมะเป็นที่พึ่งโดยลำดับขึ้นไป เพื่อแก้ไขปัญหาชีวิตของเรา เช่น เรามีความทุกข์มีความเดือดร้อน พระพุทธเจ้าก็สอนทางให้แล้วบอกว่า เมื่อมีทุกข์มักก็เกิดจากเหตุ แล้วเหตุนั้นไม่ได้อยู่ที่ไหน อยู่ที่การกระทำของเราเอง อยู่ที่การคิด การพูด การกระทำ การพูดกับการกระทำนั้นเริ่มต้นจากการคิด ถ้าคิดผิด มันก็เป็นทุกข์ ถ้าคิดถูกมันก็ไม่เป็นทุกข์ พูดผิดก็เป็นทุกข์ พูดถูกมันก็ไม่มีความทุกข์ พูดผิดก็มีความทุกข์ความเดือดร้อนใจ ทำถูกก็หมดทุกข์ ทำผิดก็เกิดความทุกข์ความเดือดร้อน มันอยู่ที่การกระทำอย่างนั้นต้องแก้ที่การกระทำของเราเอง ต้องหมั่นศึกษาหมั่นพิจารณาตัวเองในเรื่องต่าง ๆ ทำอะไรแล้วก็ต้องจำไว้ว่าเราได้ทำสิ่งนั้นผลมันมีอะไร เกิดขึ้นในรูปใด สมมติว่าเราไปดื่มเหล้าเมาแล้วเกิดอะไรขึ้นบ้าง เราไปบ่อนการพนันเกิดอะไรขึ้นบ้าง เราไปด่าคนนั้นคนนี้ มันเกิด อะไรขึ้นบ้าง เราคิดริษยาคนอื่นใจเรามันเย็นหรือใจเราร้อน มีความสุขหรือว่ามีความทุกข์ คอยตรวจสอบพิจารณาศึกษาค้นคว้าจากในจิตจากการคิดของเรา เราก็จะมองเห็น ความจริงในเรื่องนี้มากขึ้น ๆ รู้เรื่อง เข้าใจเรื่องถูกต้อง เราเอาหลักนี้มาปฏิบัติให้จิตใจเราโปร่งอยู่ด้วยคุณธรรม ความเจริญของพระศาสนาอยู่ที่จิตใจคนผู้นับถือพระศาสนาเจริญด้วยคุณธรรม […]

ท่านได้อะไร เมื่อไปงานศพ โดย หลวงพ่อปัญญานันทภิกขุ

ท่านได้อะไร เมื่อไป งานศพ โดย พระธรรมโกศาจารย์ (ปัญญานันทภิกขุ) งานศพ ให้อะไรมากกว่าที่คิด หลวงพ่อปัญญานันทภิกขุ ได้กล่าวถึงสิ่งที่เราจะได้จากการไปงานศพ ดังความตอนหนึ่งว่า “…ที่เรามาในงานศพนี้ คนโบราณเขาบอกว่ามีอานิสงส์มาก อานิสงส์ นั้นหมายถึงอะไร ก็หมายถึง “ผล” ผลในที่นี้หมายถึงคุณค่าทางจิตใจ มากกว่าทางวัตถุ เพราะว่าทางวัตถุนั้นเราจะหาจากที่ใดก็ได้ แต่คุณค่าทางใจนั้นมักจะได้จากที่อย่างนี้ “เรามาในงานศพ ถ้ามาเฉย ๆ กลับไปก็ไม่ได้อะไร เราควรมาคิดนึก นั่งเงียบ ๆ แล้วก็ดูศพ เอาศพมาเป็นเครื่องเตือนตัวเอง แล้วถามตัวเองว่าเวลานี้ อายุเท่าไหร่ เราอยู่ในฐานะอะไร มีโรคภัยประจำตัวบ้างไหม เพื่อนรุ่นราวคราวเดียวกับเรานั้น เวลานี้เป็นคนอย่างไร บางคนก็ไปแล้ว ไปหลายวัน หลายเดือน หลายปีแล้วก็มี เรานี่ยังอยู่ ก็นับว่าเป็นบุญนักหนาที่ยังมีชีวิตอยู่ อยู่เพื่ออะไร…? อยู่เพื่อความดีต่อไปไม่ใช่อยู่เพื่อกินเพื่อเล่น เพื่อความสนุกสนาน เพราะเพียงกินเล่นสนุกสนาน ไม่ต้องเป็นมนุษย์ก็ทำได้ สัตว์เดรัจฉานทั้งหลายมันก็กินได้ สนุกได้ มัวเมาในเรื่องอะไร ๆ ก็ได้ เราเป็นผู้เป็นคน มันต้องวิเศษกว่าสัตว์เหล่านั้น เราต้องนึกว่าจะปรับปรุงเปลี่ยนแปลง […]

สร้างสุขในชีวิตโดยการแก้ไขสิ่งต่าง ๆ ด้วยธรรมะ คำสอนของ หลวงพ่อปัญญานันทภิกขุ

สร้างสุขในชีวิต โดยการแก้ไขสิ่งต่าง ๆ ด้วยธรรมะ คำสอนของ หลวงพ่อปัญญานันทภิกขุ หลวงพ่อปัญญานันทภิกขุ ได้กล่าวถึงการใช้ธรรมะขัดเกลาจิตใจ อันเป็นหนทางสู่ความสุขสงบและ สร้างสุขในชีวิต ไว้ว่า “การที่เราจะทำใจให้สงบได้ทุกโอกาสนี่แหละเป็นปัญหา เป็นเรื่องที่เราควรจะศึกษาทำความเข้าใจ การศึกษาธรรมก็เพื่อประโยชน์แก่เรื่องนี้ คือเพื่อให้เรารู้ว่าเราควรจะอยู่อย่างไร ควรจะคิดอย่างไร ควรจะทำอย่างไรชีวิตจะสดชื่นรื่นเริง และควรจะเป็นความสดชื่นตามแบบผู้ประพฤติธรรม “ถ้าจิตใจเราไม่มีหลักประจำแล้ว เราก็ขึ้น ๆ ลง ๆ กับเรื่องได้เรื่องเสีย ไม่รู้จักจบจักสิ้น การที่มีจิตขึ้น ๆ ลง ๆ อยู่อย่างนั้น มันจะเป็นความสุขได้อย่างไร เป็นความสงบได้อย่างไร มันเป็นเรื่องที่เราไม่ควรจะทำในเรื่องอย่างนั้น แต่เราควรจะได้มีการรู้เท่ารู้ทันต่อสิ่งนั้นตามสภาพที่เป็นจริง ฉะนั้นจึงต้องมาทำการศึกษาในเรื่องนั้น ๆ เพื่อจะได้ต้อนรับสิ่งเหล่านั้นให้ถูกต้องตามเรื่องที่มันควรจะเป็น “ไม่ควรจะรื่นเริงตามแบบผู้คะนองในความสุขทางเนื้อหนังหรือว่าในทางวัตถุมากเกินไป เพราะว่าความสุขอันเกิดจากวัตถุนั้นมันก็เปลี่ยนแปลงไปตามสิ่งนั้น เช่น เวลาได้ก็ดีใจ เวลาเสียก็มีความเสียใจ ก็สิ่งทั้งหลายนั้นมันไม่มั่นคงถาวร ไม่ได้อยู่ในสภาพเดิมของมันตลอดเวลา แต่มันอาจจะเปลี่ยนแปลงเป็นอะไรไปเมื่อใดก็ได้ “ในเรื่องเกี่ยวกับการปฏิบัติขัดเกลาจิตใจตนเองก็เหมือนกัน มันไม่ใช่สิ่งที่เรียกว่าเหลือวิสัยที่เราจะทำไม่ได้ เพราะถ้าทำไม่ได้ พระพุทธเจ้าท่านก็ไม่บัญญิติไว้ ที่พระองค์บัญญัติหลักธรรมไว้นั้น แสดงว่าพระองค์ได้กระทำด้วยพระองค์เองแล้ว เห็นผลจากการกระทำนั้นแล้วว่าได้จริง ๆ จึงนำมาสอนแก่ชาวโลก เพื่อให้ชาวโลกได้นำมาปฏิบัติต่อไป […]

สอนลูกให้รู้จัก คุณค่าของเวลา ธรรมะจากท่านปัญญานันทภิกขุ

ความจริงนั้นแม้เด็กตัวน้อยๆ เราก็ฝึกให้รู้จัก คุณค่าของเวลา ได้แล้ว เช่นฝึกให้รู้จักกินเป็นเวลา ไม่ใช่พอร้อง…แว้ เอานมยัดปาก ร้อง..แว้ เอานมยัดปาก มันก็พร่ำเพรื่ออย่างนั้น

วัยชรา วัยว่าง ต้องขวนขวายหมั่นทำบุญสร้างกุศล โดย หลวงพ่อปัญญานันทภิกขุ

วัยชรา วัยว่าง ต้องขวนขวายหมั่นทำบุญสร้างกุศล โดย หลวงพ่อปัญญานันทภิกขุ คนที่ีทำงานมาทั้งชีวิต ต้องเผชิญกับอุปสรรคต่าง ๆ ที่ทำให้เหนื่อยล้าทั้งกายและใจ เพราะฉะนั้นเมื่อถึงวัยเกษียณ ซึ่งเป็นวัยที่ว่างจากงาน เราจึงควรทำบุญสร้างกุศลเพื่อให้ชีวิตในบั้นปลายมีความสุข เพราะบุญคือสิ่งดีงามที่ทำให้เราอิ่มเอิบใจ ทั้งนี้ให้ทำความเข้าใจว่าบุญคือ ความรู้สึกยินดีเพราะได้ทำความดี แต่ไม่ใช่ความปลื้มใจหรือชอบใจในสิ่งนั้น ส่วนกุศล ต้องมีปัญญาประกอบ ซึ่งต้องรู้จักพิจารณาโดยเชื่อมโยงกับหลักธรรมในพระพุทธศาสนา ผู้ที่อยู่ในวัยชราควรหมั่นทำบุญสร้างกุศลให้มาก เพื่อให้จิตใจมีความสงบ ไม่เดือดร้อนต่อทุกข์ต่าง ๆ ที่มาเบียดเบียนทั้งทางกายและทางใจ ดังที่หลวงพ่อปัญญาฯ ได้กล่าวว่า “เกษียณอายุ คืออายุราชการหมดสิ้น ให้ไปอยู่บ้านได้พักผ่อน เพื่อหาความสงบใจในตอนวัยชราต่อไป เป็นเรื่องธรรมดาที่มีกันอยู่ทั่วไปทุกบ้านทุกเมืองในเรื่องอย่างนี้ คนเราเมื่อมีอายุผ่านพ้นมาปีหนึ่ง ๆ ก็ย่อมเกิดความสบายใจ สบายใจว่าเราจะได้อยู่ในโลกต่อไป เพราะว่าคนเรานั้นโดยปกติชอบอยู่ ไม่ชอบไป คือชอบมีอายุอยู่ในโลกนาน ๆ หากเพราะว่าการอยู่นั้นเป็นความสุขในสบายใจ การจากไปนั้นเป็นเรื่องไม่สบายใจ” ทั้งนี้ การที่จะมีชีวิตอยู่ได้นานอย่างมีความสุขก็ต้องประกอบด้วยบุญกุศล ซึ่งหลวงพ่อปัญญาฯได้แนะถึงการทำบุญสร้างกุศลว่า “บุญนั้นหมายถึงความอิ่มใจ เบิกบานใจ อันเกิดขึ้นจากการกระทำอะไร ๆ ที่เป็นเรื่องดีงาม เช่นว่า ให้ทาน รักษาศีล อะไรเหล่านี้เขาเรียกว่าได้บุญทั้งนั้น เป็นกิริยาที่เป็นบุญ แล้วเราก็ได้ความสบายใจ […]

ความยึดมั่นใน สีลัพพตุปาทาน …ถ้าเธอตาย ฉันจะตายตาม – หลวงพ่อปัญญานันทภิกขุ

ความยึดมั่นใน สีลัพพตุปาทาน …ถ้าเธอตาย ฉันจะตายตาม – หลวงพ่อปัญญานันทภิกขุ สีลัพพตุปาทาน คือ การยึดในพิธีรีตองในอะไร ๆ ต่าง ๆ รวมทั้งลัทธิที่เราได้รับไว้ มันก็เป็นอุปาทานขึ้นมาในจิตใจปล่อยไม่ได้ วางไม่ได้ ต้องไปกันตลอดไป อย่างนี้ก็เพราะว่าสอนให้เป็นอย่างนั้น สอนให้ยึดให้ติดไว้ เช่น สอนว่าต้องยอมตายด้วยกัน อย่างนี้มันก็ไม่ถูก ทำไมจะต้องตายด้วยกัน? คนหนึ่งตาย อีกคนไม่ตาย ยังอยู่ช่วยอะไรได้ แต่ถ้าตายหมดแล้วมันจะได้อะไรขึ้นมา เหมือนชายหนุ่มหญิงสาวรักกัน เขาเรียกว่ารักเป็นบ้าเป็นบอ รักด้วยความหลง ความมัวเมานั่นเอง บอกว่า “ถ้าเธอตาย ฉันก็จะตายตามเธอไป” ตามไปไหน? ตายแล้วตามไปไหน? ไปป่าช้านะซิ แล้วก็ไปเผา…จะไปพบกัน กระดูกมันก็เป็นขี้เถ้าจะไปพบกันได้อย่างไร? นั่นเป็นความเชื่อที่ไม่ถูกต้อง ทำให้เกิดความคิดในทางที่ผิด อยู่ด้วยปัญญา บูชาธรรม เมื่อคนหนึ่งตายไป เราก็จะตายด้วยทำไม เราควรจะอยู่ด้วยปัญญาต่อไป เพราะยังมีชีวิตอยู่ก็ทำอะไรได้เป็นประโยชน์แก่ผู้อื่นต่อไป แก่ครอบครัวต่อไป ถ้าเราตายมันจะได้อะไร สัปเหร่อก็ได้งานเพิ่มขึ้นอีกศพหนึ่งเท่านั้นเอง ไม่ได้ประเสริฐอะไร อย่าไปบูชาอุดมการณ์อย่างนั้น บางทีก็ว่า “เขามีอุดมการณ์ เขาเป็นคนบูชาความรัก” มันไม่ถูก […]

keyboard_arrow_up