ความตาย และ ผี ไม่ได้เป็นสิ่งที่น่ากลัวอย่างที่คิด โดย หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี

ความตาย และ ผี ไม่ได้เป็นสิ่งที่น่ากลัวอย่างที่คิด โดย หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี ความตาย เป็นปรากฏการณ์ซึ่งไม่ค่อยจะมีเสมอนัก ฉะนั้น เมื่อความตายมาปรากฏเฉพาะหน้า ไม่ว่าจะเป็นคนสนิทใกล้ชิดหรือห่างไกลเราก็ตาม จึงเป็นเหมือนธรรมเทศนา อัปปมาทธรรมของเทวทูตกัณฑ์หนึ่งก็ว่าได้ เป็นของไม่น่าเกลียดและน่ากลัวเลย คนที่เกลียดและกลัวคนที่ตายไปแล้ว ตนสะอาดสวยงามเป็นของน่ารักน่าใคร่ คนอื่นเห็นเขาแล้ว เขาจะยินดีพอใจ คนที่ตายไปแล้วเท่านั้น เป็นผีที่น่าเกลียด แต่หาได้รู้ว่าตัวของเราก็เป็นผีสดศพหนึ่งดี ๆ นี่เอง นอกจากจะเป็นผีสดแล้ว ยังเป็นป่าช้าที่ฝังผีของสัตว์ต่าง ๆ มีหมู วัว เป็ด ไก่ เป็นต้น ซึ่งเราขนมาฝังอยู่ทุก ๆ วัน คนที่ตายแล้ว เขาไม่ได้เป็นป่าช้าของสัตว์อื่นอีกต่อไปแล้ว         ส่วนคนที่กลัวก็วาดภาพมาหลอกตัวเองว่า คนที่ตายไปนั้นจะต้องมีหน้าตาบิดเบ้บู้บี้ อย่างนั้นอย่างนี้ ซึ่งวาดไปแต่ทางที่ไม่น่าดูน่าแล ล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่น่ากลัวน่าเกลียดทั้งนั้น แต่ซากของผู้ตายเองก็หาได้รู้ด้วยไม่ เป็นภาพของผู้กลัวคิดภาพเอาเอง แล้วก็กลับไปเอง จะเรียกว่าผีหลอกให้คนกลัวได้อย่างไร ควรเรียกว่าคนกลัวนั่นเองหลอกตนเอง แล้วไปใส่ร้ายผีต่างหาก คนผู้พิจารณาไม่เป็นย่อมไม่เห็นธรรม จึงเป็นของยากที่จะให้เห็นจริงได้ ธรรมดามนุษย์ทั้งหลายที่เกิดมาเบื้องต้นแล้วต้องตายด้วยกันทั้งหมดเป็นที่สุด […]

หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี ตอบปัญหาเรื่องกรรม

หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี ตอบปัญหาเรื่องกรรม หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี ได้เคยตอบปัญหาเรื่องกรรมไว้ดังนี้ ถาม : คนเราทำกรรมไปเก็บไว้ ณ ที่ใด เช่น คนที่เคยทำการภาวนาไว้แต่ชาติก่อน ๆ เกิดมาในชาตินี้ทำไมจึงไม่ทำภาวนาต่อเลย ทำไมจึงต้องมาฝึกอบรมกันใหม่ ผู้ที่ได้โสดาบันบุคคลแล้ว เมื่อกลับมาเกิดเป็นมนุษย์อีก ทำไมจึงมาเป็นปุถุชนธรรมดา ๆ ตอบ : คนเราเกิดมาเมื่อมีชีวิตอยู่ก็ย่อมทำกรรมด้วยทวารทั้งสามร่วมกัน เวลาตายแล้วยังแต่มโนกรรมอย่างเดียว กรรมอันใดที่พร้อมกันทำด้วยทวารทั้งสามเมื่อยังมีชีวิตอยู่ก็มารวมอยู่ที่มโนกรรมแต่ผู้เดียว (ใจเป็นผู้เก็บกรรม) เมื่อใจผู้นี้ยังมีภพชาติอยู่ ไปเกิดในที่ใด กายเขาเป็นอย่างไรมีอย่างไรก็ต้องเป็นอย่างนั้น เขาจะเป็นอย่างอื่นไปไม่ได้ ถ้าเป็นอย่างอื่นไป เขาก็เรียกว่าวิการ ที่ถามว่าทำไมจึงต้องมาฝึกอบรมกรรมฐานกันใหม่ ทำไมจึงไม่ฝึกอบรมกรรมเก่าต่อเลย วิสัชนาว่า เพราะกายกรรม วจีกรรมมันขาดตอนกันแล้วในเวลาตาย เมื่อมาเกิดใหม่จึงต้องมาตั้งต้นใหม่ แต่มีดีที่ใจเป็นผู้รับมอบกรรมเก่านำมาเกิด ถึงแม้แจะแสดงกรรมเก่าออกมาให้ปรากฏไม่ได้ แต่เมื่อได้มาอบรมฝึกฝนกันวาจาที่เป็นแนวของกรรมเก่าแล้ว ย่อมเป็นไปได้เร็วกว่า ง่ายกว่า เหมือนนักดนตรี ถึงแม้เขาจะเปลี่ยนอาชีพเดิมไปหาอาชีพอื่น จะด้วยเหตุใด ๆ ก็ตาม หากเขาได้ฟังดนตรีหรือเพลง ๆ นั้นเข้าแล้ว เขาย่อมระลึกได้และรู้ได้ชัดว่า เพลงนั้น ๆ ดนตรีนั้น […]

keyboard_arrow_up