“คำสอนแก่ชาวพระนคร” ธรรมะเตือนสติจาก หลวงปู่หลุย จันทสาโร

“คำสอนแก่ชาวพระนคร” ธรรมะเตือนสติจาก หลวงปู่หลุย จันทสาโร ในอดีต  สมัยที่ท่านยังมีชีวิตอยู่  หลวงปู่หลุย จันทสาโร  ได้มีโอกาสมาอบรมเทศนาญาติโยมชาวกรุงเทพฯหลายครั้ง  ท่านจึงมีคำสอนที่เหมาะแก่ชาวกรุง  เพื่อนำไปพิจารณาให้ตระหนักและแสวงหาธรรม  เพียรขัดเกลาตนต่อไป  ดังนี้ “ชาวจังหวัดพระนคร  ใช้ชีวิตประจำวันเช่นไร  ตื่นขึ้นมาแต่งตัวไปทำงานอย่างเฉิดฉาย  ลุกลนทำงานแต่เช้าจรดเย็น  เราคิดกันว่าเราก้าวหน้าในชีวิต  มีเกียรติ  มีคนนับหน้าถือตา  ธุรกิจเจริญก้าวหน้า  ต้องมีเลขานุการจดรายการนัดประชุม  ใครจะมาพบต้องนัดหมายก่อน  เพราะเราเป็นคนสำคัญ  อาหารการกิน  เลือกแต่ที่ประณีต  หรูหรา  ราคาแพงอวดกัน  ภูมิใจกัน  ว่าเราเก่ง  เรารวยกว่า  เรามีความสำคัญกว่า “คนจนอยู่ในพระนครไม่ได้  เพราะใช้เงินเปลืองมาก  ไปไหน ๆ  ก็ต้องขึ้นรถขึ้นรา  อาหารการกินอย่างประณีต  สุขุมมาก  เขาถือการกินเป็นใหญ่  บุคคลที่สนใจทางธรรมะมีน้อยกว่าต่างจังหวัด  ชอบใช้ไหวพริบไปทางโกงโดยมาก  ซื่อตรงแต่บุคคลเป็นอุบาสกอุบาสิกา  ผู้ที่รักใคร่ในศีลธรรม  เป็นคนชอบแต่งตัวสะอาด  ทั้งบ้านเรือนที่อยู่  ไม่เศร้าหมอง  สะอาดงามมากในครัวเรือน” “คนกรุงเทพฯชอบเป็นหนี้สินกันโดยมาก  ชอบแต่งตัวกันวันละหลายครั้ง  เปลืองเครื่องสำอางต่าง ๆ  เช่น  น้ำอบน้ำหอม  เครื่องย้อมเครื่องทา […]

เมื่อหลวงปู่หลุย จันทสาโรเจอพลังแห่งบุพเพสันนิวาส 

เมื่อ หลวงปู่หลุย จันทสาโรเจอพลังแห่งบุพเพสันนิวาส หลวงปู่หลุย ได้ออกธุดงค์แสวงหาความวิเวกในแถบจังหวัดเลย และจังหวัดเพชรบูรณ์ ระหว่างนี้ท่านก็ได้พบกัลยาณมิตรคือ พระขาว อนาลโย และพระชอบ ฐานสโม ในการธุดงค์นั้นท่านได้พบความสงัดแห่งป่าเขาลำเนาไพรอันเหมาะสมแก่การภาวนา การเดินแต่ละก้าวในป่าใหญ่ยิ่งทำให้ใจใกล้ชิดกับความสงบยิ่ง พระหลุยทำความเพียรท่ามกลางธรรมชาติที่ร่มเย็นจนกระทั่งได้ข่าวว่าบ้านญาติของท่านคนหนึ่งที่หล่มสักมีงานศพ ท่านจึงรับนิมนต์ไปสวดพระอภิธรรมในงานนั้นด้วย     หากแต่งานนี้กลับทำให้ท่านถูกบุพเพสันนิวาสที่มีมาแต่อดีตชาตินั้นเล่นงาน ในวันงาน พระหลุยได้สวดพระอภิธรรมตามปกติ ระหว่างการหยุดพักสวด ทางเจ้าภาพก็นำน้ำปานะมาถวาย ในขณะนั้นเองสายตาของท่านก็ไปสบสายตาคู่งามของสตรีผู้หนึ่ง เพียงแค่สบตาเท่านั้น ท่านก็แทบจะสิ้นสติสมประดีถึงกับจะล้มลงที่เดียว แต่โชคดีที่พระอาจารย์สิงห์ ขันตยาดโม เข้ามาประคองท่านไว้ทันราวกับทราบวาระจิตของท่านล่วงหน้า ส่วนฝ่ายหญิงเองก็สิ้นสติล้มลงจนญาติผู้ใหญ่ต้องเข้ามาช่วยประคองไว้เช่นกัน เหตุการณ์นี้ทำให้พระหลุยทราบว่า ท่านเคยตั้งปรารถนาพุทธภูมิไว้ และสตรีผู้นั้นคือคู่บารมีที่ได้ร่วมสร้างบุญบารมีร่วมกันมายาวนานหลายภพหลายชาติ     สตรีผู้นั้นเป็นกุลสตรีที่ได้รับการศึกษาและการอบรมมาอย่างดี จบการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาจากโรงเรียนสตรีที่มีชื่อทางภาษาต่างประเทศ ขี่ม้าเก่ง รูปงาม แต่งตัวสวยแบบสาวชาวกรุง และมีชื่อเสียงในวงการหนังสือ จากเหตุการณ์นี้ทำให้พระหลุยแทบสิ้นสติ พระอาจารย์สิงห์จึงรีบพาท่านออกมาเพื่อหลีกภัยแห่งพรหมจรรย์อย่างเร็วที่สุด และทำให้เห็นว่าภพชาติที่ทำให้คนเราต้องเกี่ยวเนื่องกับบุคคลอื่นนั้นเป็นสิ่งที่ไม่สิ้นสุด การไม่สิ้นภพชาติจึงถือเป็นภัยอย่างยิ่ง   ที่มา : หลวงปู่หลุย จันทสาโร อริยสงฆ์ผู้มักน้อย สันโทษ โดย พรชนก ชาติชำนิ สำนักพิมพ์อมรินทร์ธรรมะ […]

“ม้างกาย” วิชาของ หลวงปู่หลุย จันทสาโร

หลวงปู่หลุย จันทสาโร เป็นพระนักปฏิบัติสายหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ท่านชำนาญมากในการรู้วารจิตคนอื่น เคยแอบดูวารจิตหลวงปู่มั่นจนถูกท่านดุ ก่อนที่หลวงปู่หลุยจะได้รู้ว่าวารจิตคนอื่น ท่านฝึกสมาธิตามคำแนะนำของชีผู้ทรงอภิญญา ท่านเล่าว่า ตอนที่เป็นพระหนุ่ม ไปปฏิบัติสมาธิกับครูบาอาจารย์ ได้ทราบข่าวว่ามีแม่ชีได้อภิญญาสูง หูทิพย์ ตาทิพย์ รู้วารจิตของคนอื่น แม่ชีท่านหนึ่งชื่อ “ชีจันทร์” ส่วนอีกท่านหนึ่งชื่อ “ชียอ” ล้วนได้อภิญญาทั้งคู่ โดยเฉพาะชียอตาบอดมองไม่เห็น แต่สมาธิสูงมาก รู้ไปหมดว่าพระองค์ไหนสำเร็จชั้นไหนและติดขัดอยู่ในธรรมขั้นใด วันหนึ่งท่านจึงเดินทางไปกับท่านอาจารย์อ่อน ญาณสิริ และพระอาจารย์ฝั้น อาจาโร เพื่อพิสูจน์ให้รู้ความจริง พอไปถึง โยมที่นั่นนิมนต์ท่านอาจารย์อ่อนและอาจารย์ฝั้นขึ้นเทศน์ เทศน์จบลงธรรมาสน์ หลวงปู่หลุยเข้าไปถามแม่ชีเกี่ยวกับอาจารย์ทั้งสองรูป ท่านว่าแม่ชีรู้ไปหมดสมคำร่ำลือจริง ๆ ท่านจึงเกิดความอัศจรรย์ใจ เข้าไปถามแม่ชีถึงแนวปฏิบัติเพื่อให้ได้อย่างนั้น แม่ชีได้อธิบายแนวปฏิบัติให้ท่านอย่างละเอียดพิสดาร ไม่ปิดบังอำพราง เรียกเป็นภาษาอีสานโบราณว่า “ม้างกาย” “ม้าง” แปลว่า “ผ่า หรือแยกออกเป็นส่วน ๆ เป็นชิ้น ๆ” เหมือนการรื้อบ้าน หรือการถอดชิ้นส่วนต่าง ๆ ของคอมพิวเตอร์ออกจากกันจนไม่เหลือความเป็นบ้านหรือคอมพิวเตอร์ พอรู้อุบายการปฏิบัติเท่านั้น หลวงปู่หลุยก็ทุ่มเทให้การปฏิบัติอย่างจริงจัง สุดท้ายท่านก็สำเร็จ จิตรวมพรึบเป็นสมาธิขึ้นฌาน […]

keyboard_arrow_up