ซีเคร็ตรีวิว : งานวัดน้อย ๆ ลอยฟ้า ธรรมเทศกาลขนาดมินิใจกลางเมือง เพื่อความสุขน้อย ๆ กลางใจคุณ

ซีเคร็ตรีวิว : งานวัดน้อย ๆ ลอยฟ้า ธรรมเทศกาลขนาดมินิใจกลางเมือง เพื่อความสุขน้อย ๆ กลางใจคุณ   วันนี้แอดมินมาเที่ยว งานวัดน้อย ๆ ลอยฟ้า ซึ่งเป็นกิจกรรมที่จัดขึ้นโดยหอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ หรือสวนโมกข์กรุงเทพ ใช้พื้นที่ชั้น 5 ของหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานครเนรมิตเป็นงานวัดเล็ก ๆ ที่นอกจากความรื่นเริงแล้วยังได้ธรรมะและข้อคิดกลับบ้านไปด้วย ตรงตามสโลแกนของงานนี้ที่ว่า “ธรรมเทศกาลขนาดมินิใจกลางเมือง เพื่อความสุขน้อย ๆ กลางใจคุณ” กิจกรรมแบ่งออกเป็น 3 ส่วนคือ กิจกรรมหลักที่จัดในออดิทอเรียมมีทั้งหมด 5 กิจกรรม ได้แก่ (1) งานเปิดตัวสารคดีเรื่อง “ตามรอยพระพุทธเจ้า 2”  (2) ภาวนากับหมู่บ้านพลัม (3) ทิดทอล์ค TID TALKS (4) เห็นธรรมเมื่อฮัมเพลง และ (5) ดูหนังหาแก่นธรรม ในหัวข้อ “บนทางเถื่อน พบทางธรรม” กิจกรรมมีตติ้งอีก 2 กลุ่ม […]

ชมนิทรรศการหมู่บ้านพลัม ภาพลายพู่กันแฝงธรรมะ และงานเขียนของติช นัท ฮันห์ที่ถูกแปลเป็นหลายภาษาไปทั่วโลก

ชมนิทรรศการหมู่บ้านพลัม ภาพลายพู่กันแฝงธรรมะและ งานเขียนของติช นัท ฮันห์ ที่ถูกแปลเป็นหลายภาษาไปทั่วโลก หมู่บ้านพลัมจัดนิทรรศการในประเทศไทยมาหนึ่งครั้ง เมื่อวันที่ 2-12 เมษายน 2556 ในหัวข้อ “ภาวนากับลายพู่กัน ศิลปะแห่งสติโดยติช นัท ฮันห์ ” ที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร และหวนกลับมาอีกครั้งกับการจัดนิทรรศการภาพลายพู่กันของติช นัท ฮันห์อีกครั้ง โดยจัดขึ้นระหว่างวันที่ 23 มกราคมถึง 17 กุมภาพันธ์ 2562 แต่คราวนี้ไม่ได้มีเพียงภาพลายพู่กันเท่านั้น ยังมีจัดแสดง งานเขียนของติช นัท ฮันห์ ที่ได้รับการแปลเป็นหลายภาษาทั่วโลก พร้อมสิ่งที่น่าสนใจคือ อุปกรณ์บรรยายธรรม ซึ่งเราอาจคุ้นจากการฟังคลิปบรรยายธรรม และอ่านงานเขียนของท่าน     เมื่อวันที่ 24 มกราคม 2562 ที่ผ่านมา ซีเคร็ตและสื่อต่างๆ ได้รับเชิญร่วมสัมภาษณ์กลุ่มพระธรรมาจารย์แห่งหมู่บ้านพลัมถึงนิทรรศการ “เฉลิมฉลองชีวิตหลวงปู่ติช นัท ฮันห์” สิ่งแรกที่เราได้พบเห็นคือ รอยยิ้มและแววตาแห่งความสุขของบรรดาพระธรรมาจารย์ ท่านร้องบทเพลงภาวนาให้พวกเราทุกคนในที่นี่ฟัง หมู่บ้านพลัมมองว่าการสวดมนต์เป็นการร้องเพลงอย่างหนึ่ง ส่วนการร้องเพลงก็เป็นการสวดมนต์อย่างหนึ่ง ซึ่งจะเลือกร้องแต่เพลงธรรมะที่เอื้อมต่อการปฏิบัติธรรม   […]

ติช นัท ฮันห์ ปรมาจารย์ลายพู่กัน กับการเจริญสติด้วยศิลปะแบบเซน

ติช นัท ฮันห์ ปรมาจารย์ลายพู่กัน กับการเจริญสติด้วย ศิลปะแบบเซน แต่ไหนแต่ไรมา โลกรู้จักพระอาจารย์ติช นัท ฮันห์ ในฐานะพระมหาเถระนิกายเซน นักประพันธ์ อาจารย์ นักกิจกรรมเพื่อสันติภาพ และกวี แต่เมื่อมหาวิทยาลัยฮ่องกงอันทรงเกียรติ จัดนิทรรศการภาพลายพู่กันของท่าน เป็นครั้งแรกเมื่อเดือนตุลาคม 2553 ท่านได้ประทับตราอันเป็นเอกลักษณ์ของท่านลงในโลก ศิลปะแบบเซน     ภาพลายพู่กันของหลวงปู่ติช นัท ฮันห์ เป็นงานศิลปะ เป็นคำสอน และยังเป็นเครื่องมือในการฝึกสติ ภาพลายพู่กันเหล่านี้เขียนด้วยคงามเรียบง่ายอย่างเซน ด้วยความรักอันยิ่งใหญ่ ความเบิกบาน และความเป็นอิสระ อันเป็นผลเนื่องจากการปฏิบัติสมาธิภาวนาตลอดชีวิต ภาพลายพู่กันแต่ละชิ้นล้วนสร้างสรรค์ขึ้นด้วยสติ และการอยู่ตรงนั้นอย่างแท้จริง     หลวงปู่ติช นัท ฮันห์ อยู่ตรงนั้นอย่างเต็มเปี่ยมในทุกชั่วขณะของการเขียน เริ่มจากดื่มชา นั่งลง หยิบพู่กัน และใช้ชาเพื่อทำน้ำหมึก หลวงปู่บอกว่า ท่านไม่สามารถเขียนบทกวีได้ ถ้าท่านไม่ได้ทำสวนผักสลัด การเขียนภาพลายพู่กันของหลวงปู่ก็เช่นกัน ภาพลายพู่กันแต่ละภาพประกอบขึ้นด้วยการเดิน นั่ง หายใจ และยิ้มอย่างมีสติ พร้อมทั้งความรักเมตตาระหว่างครูและลูกศิษย์ […]

เรื่องเล่าสอนใจ จากหมู่บ้านพลัม…บ่อยครั้งแค่ไหนที่คุณทำร้ายคนที่คุณรัก

เรื่องเล่าสอนใจ “แมงป่องกับกบ” ณ ริมสระน้ำเล็กๆ แห่งหนึ่ง มีแมงป่องตัวหนึ่งอยู่ริมสระน้ำ มันอยากจะข้ามไปยังอีกฝั่งหนึ่งของสระ แต่ว่ายน้ำไม่เป็น

หลวงพ่อฟับเหนี่ยม พระธรรมาจารย์ อาวุโสแห่งหมู่บ้านพลัม

หลวงพ่อฟับเหนี่ยม พระธรรมาจารย์ อาวุโสแห่งหมู่บ้านพลัม ความทุกข์อันเกิดจากสงครามทำให้ชายผู้หนึ่งตัดสินใจออกเดินทางบนเส้นทางสายจิตวิญญาณ เพื่อตามหาหนทางแห่งการดับทุกข์ หลวงพ่อฟับเหนี่ยม พระธรรมาจารย์ อาวุโส หมู่บ้านพลัม ฝรั่งเศส เกิดที่เมืองเว้ ประเทศเวียดนาม ช่วงวัยเด็กท่านต้องประสบภาพความโหดร้ายของสงครามเวียดนาม จนกระทั่งอายุได้ 15 ปี ท่านจึงอพยพไปยังค่ายลี้ภัยในฮ่องกง ขณะอยู่ที่ค่ายลี้ภัย ท่านพบผู้อพยพคนอื่น ๆ และเห็นถึงความทุกข์ยากลำบากของคนเหล่านั้น ด้วยเหตุนี้เองท่านจึงเริ่มศึกษาพุทธประวัติของพระพุทธเจ้า ผนวกกับขณะนั้นมีพระชาวเยอรมันที่บวชในนิกายเถรวาทรูปหนึ่ง เดินทางมาเยี่ยมเยียน ให้การรักษา และพาผู้ลี้ภัยนั่งสมาธิอยู่เสมอ เมื่อเห็นจริยวัตรอันงดงามของพระสงฆ์รูปนั้น พระธรรมาจารย์ฟับเหนี่ยมจึงรู้สึกประทับใจและสนใจในพุทธศาสนามากขึ้น “ข้าพเจ้าเริ่มสวดมนต์เป็นภาษาเวียดนาม และเข้าร่วมกิจกรรมทางพุทธศาสนาในค่ายผู้ลี้ภัย ตอนนั้นข้าพเจ้าเริ่มความคิดอยากบวช แต่ก็ไม่รู้ว่าจะได้บวชเมื่อใด” หลังจากนั้น 2 ปี พระธรรมาจารย์ฟับเหนี่ยมก็เดินทางไปยังประเทศแคนาดาเพื่อศึกษาต่อ แม้จะอยู่ในดินแดนห่างไกล แต่ท่านก็ไม่ทิ้งปณิธานทางธรรม ท่านเข้าร่วมสมาคมคนเวียดนามในแคนาดาและเข้าวัดเพื่อทำกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาทุกวันเสาร์อาทิตย์ “แม้ว่าแคนาดาจะเป็นประเทศที่สวยงาม แต่ข้าพเจ้ากลับรู้สึกได้ถึงความทุกข์ของคนรอบข้าง ไม่ว่าจะเป็นพ่อแม่ญาติพี่น้อง หรือเพื่อนที่โรงเรียน บางคนหันไปดื่มสุราและใช้ยาเสพติด แต่แทนที่จะทำให้มีความสุข พวกเขากลับยิ่งทุกข์หนัก และทำให้คนรอบข้างเป็นทุกข์ไปด้วย “ข้าพเจ้าอยากช่วยเหลือคนเหล่านี้ แต่ก็ไม่รู้ว่าจะนำสิ่งที่เรียนรู้จากที่วัดไปประยุกต์ใช้ในการช่วยเหลือคนรอบข้างได้อย่างไร ข้าพเจ้ารู้สึกสิ้นหวัง และเริ่มตั้งคำถามเพื่อหาหนทางช่วยเหลือทุกคนให้พ้นจากความทุกข์ “หลังเรียนจบชั้นมัธยมปลาย ข้าพเจ้าคิดอยากบวชอย่างจริงจัง แต่ยังไม่สามารถหาพระอาจารย์ของตัวเองได้ กระทั่งวันหนึ่งได้อ่านหนังสือชื่อว่า […]

ภิกษุณีเจิงคอม สตรีผู้มีหัวใจพระโพธิสัตว์

ภิกษุณีเจิงคอม สตรีผู้มีหัวใจพระโพธิสัตว์ “หากจะให้เล่าเรื่องราวชีวิตของข้าพเจ้า คงจะต้องใช้เวลานานมากทีเดียว เพราะข้าพเจ้าผ่านชีวิตมากว่า 80 ปีแล้ว” ภิกษุณีเจิงคอม พระธรรมาจารย์อาวุโสแห่งหมู่บ้านพลัม ประเทศฝรั่งเศส เปรยด้วยรอยยิ้ม น้ำเสียงที่ให้สัมภาษณ์นุ่มนวลทว่าหนักแน่น “ข้าพเจ้าเกิดในเมืองไซ่ง่อน ประเทศเวียดนาม ในปี ค.ศ. 1938 เป็นลูกคนที่ 8 จากทั้งหมด 9 คน ทั้งพ่อและแม่ของข้าพเจ้าต่างชอบช่วยเหลือคนยากคนจน ทั้งการมอบสิ่งของให้ผู้ยากไร้และการสร้างอาชีพให้ชาวไร่ชาวนา พ่อมักสอนลูก ๆ เสมอว่าไม่ให้เอาเปรียบชาวนาที่ยากจน เพราะเงินเพียงไม่กี่ด่องของเรา อาจหมายถึงเงินที่เขาเอาไปเลี้ยงครอบครัว” ราวกับว่าความเมตตาอารีนี้จะสามารถส่งผ่านได้ทางสายเลือด เพราะภิกษุณีเจิงคอมก็ชอบช่วยเหลือผู้อื่นเช่นเดียวกัน “ข้าพเจ้าเลือกเรียนคณะวิทยาศาสตร์ เอกชีววิทยา มหาวิทยาลัยไซ่ง่อนตามความประสงค์ของพ่อ แต่สิ่งที่ดึงดูดข้าพเจ้ามากกว่ากลับเป็นการทำงานช่วยเหลือคนยากไร้ในสลัมใกล้ ๆ มหาวิทยาลัย สลัมแห่งนี้ตั้งอยู่ในสุสานร้างของชาวฝรั่งเศส ความเป็นอยู่ของคนในสลัมค่อนข้างแร้นแค้น แต่ละครอบครัวอาศัยอยู่บนหลุมฝังศพที่มีพื้นที่ไม่มากนัก “ทุกช่วงพักกลางวัน หลังจากเสร็จงานในห้องวิจัย ข้าพเจ้าจะรีบไปที่สลัมเพื่อใช้เวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมงกับเพื่อนใหม่ในสลัม รับฟังเรื่องราวความยากลำบากของพวกเขาก่อนจะกลับมาเรียนต่อ ข้าพเจ้าไม่เคยเหนื่อยกับการทำเช่นนี้ แต่กลับรู้สึกสุขใจเสียมากกว่า ทั้งยังคิดด้วยซ้ำว่าจะทำอย่างไรให้เด็ก ๆ ในสลัมมีความสุข “ข้าพเจ้าเริ่มต้นเรี่ยไรข้าวสารและเงินจากคนร่ำรวย เพื่อนำมาช่วยเหลือคนในสลัม หลายคนถามว่าทำไมข้าพเจ้าถึงไม่ใช้ความรู้และความสามารถด้านคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์เพื่อทำงานและหาเงินช่วยเหลือคนเหล่านี้ แต่ข้าพเจ้าเลือกใช้วิธีนี้ก็เพราะต้องการให้คนร่ำรวยตระหนักถึงปัญหาของคนในสลัม และเพื่อเพาะเมล็ดพันธุ์แห่งความเมตตาในหัวใจของคนเหล่านี้ด้วย” นอกจากโครงการดังกล่าวแล้ว […]

ศีล 5 ไร้คำ “ห้าม!” : ข้อคิดฝึกสติ 5 ประการ จากหมู่บ้านพลัม

ชาวพุทธส่วนใหญ่คุ้นเคยกับการรักษา ศีล 5 และจดจำขึ้นใจว่า ห้ามฆ่าสัตว์ ห้ามลักทรัพย์ ห้ามประพฤติผิดในกาม ห้ามพูดปด และห้ามเมาสุรา แต่หลายคนรู้สึกว่า คำว่า “ห้าม” เหมือนถูกบังคับ พาลให้คิด “ยิ่งห้ามยิ่งยุ”

keyboard_arrow_up