ก่อนสู่สังคมสูงวัย…ถ้าจะให้ดี ควรวางแผนก่อนเกษียณจะดีที่สุด!

ก่อนสู่สังคมสูงวัย…ถ้าจะให้ดี ควรวางแผนก่อนเกษียณจะดีที่สุด!   ปัจจุบันประเทศไทย กําลังก้าวเข้าสู่สังคมของผู้สูงวัยเช่นเดียวกับ หลายๆ ประเทศบนโลกใบนี้ซึ่งประเทศไทย ยังอาจล้าหลังกว่าหลายประเทศที่ถูกจัดเป็น กลุ่มประเทศของสังคมผู้สูงวัยอย่างเต็มตัว เรียบร้อยแล้ว ประเทศที่กําลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงวัย หรือเป็นสังคมผู้สูงวัยอย่างเต็มตัวกําลังประสบปัญหา เนื่องจากขาดแคลนประชากรในวัยแรงงานคงมีแต่ประชากรที่ต้องการ การพึ่งพิงหลายประเทศในโลกนี้จึงตื่นตัว กับการแก้ปัญหาภาระการดูแลผู้สูงอายุด้วยการออกมาตรการต่างๆ ให้ประชากรที่ยัง อยู่ในวัยแรงงานเริ่มต้นวางแผนวัยเกษียณ สําหรับตัวเองตั้งแต่อายุน้อยๆ เพื่อจะได้ ไม่เป็นภาระกับภาครัฐมากจนเกินไป อย่างไรก็ตามมาตรการจูงใจให้ประชาชนวางแผนเพื่อวัยเกษียณนั้นเพิ่งเริ่มต้นเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมาทําให้หลายๆ คนที่เกิดไวไปหน่อยระลึกรู้ถึงความสําคัญของการวางแผนวัยเกษียณช้าเกินไป ทุกวันนี้หลายคนที่อยู่ในวัยทอง(ซึ่งนักการเงินเชื่อว่าเป็น Golden Age ของ วงจรชีวิตไม่ใช่วัยทองตามความหมายโดยนัยที่หลายๆ คนไม่อยากให้มีคน เรียกขานกัน) จึงมักเกิดคําถามป็อปปูลาร์ ท็อปเทนว่าแล้วจะต้องทําอย่างไรถ้าล่วงเลยมาจนถึงวันที่รถด่วนขบวนสุดท้าย ออกจากชานชาลาไปหลายปีแล้วและมั่นใจว่า คงไม่สามารถผลิตลูกหลานมาดูแลหลังวัยเกษียณได้และที่สําคัญคือ ไม่เคยวางแผนวัยเกษียณไว้เลยในกรณีเช่นนี้ ถ้าวางแผนตอนนี้จะทันหรือไม่ถ้าทัน (หรือไม่ทันแล้ว) ใจหนึ่งก็อยากบอกว่าอาจสายเกินไปสําหรับคนใกล้จะเกษียณที่ไม่เคยวางแผน ล่วงหน้าและอยากคงมาตรฐานในการดํารงชีวิตประจําวันเอาไว้แต่เหรียญก็มีสองด้านเสมออีกด้านหนึ่งก็ต้องบอกว่ามาช้าดีกว่าไม่มาวางแผนช้าก็ยังดีกว่าไม่วางแผนเพราะถ้าหากวันนี้ยังไม่เริ่มวางแผนอีกก็อาจส่งงผลให้มาตรฐานการครองชีพหลังเกษียณยิ่งดําดิ่งลงไปในอนาคต การวางแผนวัยเกษียณสําหรับคนหนุ่มสาวทั่วไปอาจเริ่มต้นจากการสํารวจความต้องการหลังเกษียณ เพื่อคํานวณว่า นับจากนี้ไปในแต่ละปีจะต้องเก็บเงินออม และลงทุนปีละเท่าใดจึงจะเพียงพอกับ มาตรฐานการครองชีพที่ต้องการหลังเกษียณแต่การวางแผนวัยเกษียณสําหรับผู้ที่มีอายุ มากและใกล้จะเกษียณในอีกไม่กี่ปีอาจต้องปรับเปลี่ยนมุมมองมาเป็นการสํารวจจํานวน เงินที่มีอยู่ในปัจจุบันที่สามารถนําไปใช้ หลังเกษียณและแหล่งเงินสําหรับวัยเกษียณ แหล่งอื่นๆ แล้วนํามาคาดการณ์ว่าจะสามารถเฉลี่ยเงินที่มีอยู่มาใช้ได้ปีละเท่าใดตลอด อายุขัยหลังเกษียณ คนอาจไม่รู้ว่าหลังเกษียณแล้วยังพอจะมีแหล่งเงินต่างๆ ที่เราสามารถนํา ไปใช้ในการดํารงชีวิตได้อีก เช่น เงินออม ในกองทุนสํารองเลี้ยงชีพซึ่งถ้าหาสมัครใจ  […]

เรียนรู้เกี่ยวกับ…การจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงวัยของไทยไปพร้อมๆ กัน!

การที่ไทยก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุย่อมทำให้มีแนวโน้มความเหลื่อมล้ำทางสังคมมีความรุนแรงมากขึ้นตามไปด้วย ส่วนหนึ่งอาจเพราะสถานการณ์ความยากจนและความเหลื่อมล้ำทำให้กลุ่มคนสูงอายุมีสัดส่วนความยากจนสูงกว่าวัยแรงงาน อีกทั้งผู้สูงอายุส่วนมากไม่ได้เตรียมความพร้อมทั้งการออม โอกาสในการทำงาน และสวัสดิการยามเกษียณอายุ จากผลการสำรวจของคณะพัฒนาระบบสวัสดิการสังคมสำหรับผู้สูงอายุเพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย ระบุว่าผู้สูงอายุที่เพิ่มขึ้นเป็นเพศหญิงจะมากกว่าเพศชาย และสามารถแยกได้เป็น 3 กลุ่ม คือ ผู้สูงอายุติดสังคม ผู้สูงอายุติดบ้าน และผู้สูงอายุติดเตียง และผู้สูงอายุส่วนใหญ่ไม่มีอาชีพ ไม่มีรายได้ ไม่มีที่ดินทำกินโดยเฉพาะผู้สูงอายุกลุ่มเกษตรกร ไม่มีทรัพย์สินเป็นของตัวเอง และกิจกรรมที่รัฐเข้ามาพัฒนานั้น ผู้สูงอายุยังขาดข้อมูลและความเข้าใจ ทำให้ผู้สูงอายุอยู่ในภาวะที่ต้องพึ่งพิงบริการของรัฐ ไม่ว่าจะเป็นการพึ่งพิงเบี้ยยังชีพรายเดือน ในบางพื้นที่มีการกู้ยืมเงินกองทุนผู้สูงอายุ การออมผ่านสหกรณ์เครดิตยูเนียน จึงมีนโยบายการจัดสวัสดิการสังคม สำหรับผู้สูงอายุและสวัสดิการแรงงานนอกระบบที่เป็นผู้สูงอายุ เป็นนโยบายที่ภาครัฐดำเนินการเป็นหลัก ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญฯ 2550 เน้นการจัดสวัสดิการของรัฐที่จัดให้กับประชาชนทุกคนในฐานะพลเมืองไทย อย่างไรก็ตาม เมื่อพูดถึงคำว่า “สวัสดิการสังคม” ของผู้สูงอายุไทยในปัจจุบัน จะถูกแบ่งออกเป็น 4 รูปแบบ หลักๆ คือ การประกันสังคม การช่วยเหลือสาธารณะ การบริการสังคม และการช่วยเหลือเกื้อกูล และหากพูดให้เข้าใจง่ายระบบต่างๆ เหล่านี้ส่วนใหญ่จะเป็นระบบการบริการทางสังคม ซึ่งเกี่ยวกับการป้องกัน การแก้ไขปัญหา การพัฒนาและการส่งเสริมความมั่นคงทางสังคมเพื่อตอบสนองความจำเป็นขั้นพื้นฐานของประชาชน ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี และพึ่งตนเองได้ทั่วถึง เป็นธรรม และให้เป็นไปตามมาตรฐาน ทั้งทางด้านการศึกษา สุขภาพอนามัย […]

เรื่องของ “สวัสดิการผู้สูงอายุประเทศไทย” กับสิทธิที่ควรต้องรู้

ผู้สูงอายุ เป็นประชากรที่มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นทุกปีอันเนื่องมาจากความเจริญก้าวหน้าทางการแพทย์ เทคโนโลยีสมัยใหม่ การดูแลสุขภาพทั้งทางกาย จิตใจ รวมถึงการบริโภคอาหารอย่างถูกต้องและครบถ้วนตามวัยผู้สูงอายุ เมื่อผู้สูงอายุมีจำนวนมากขึ้น ความต้องการในการได้รับการดูแลจากรัฐ ภาคเอกชน และบุคคลรอบข้างย่อมมีมากขึ้นเป็นเงาตามตัว สิ่งหนึ่งที่ผู้สูงอายุจะได้รับคือ การจัดสวัสดิการทางสังคม สำหรับผู้สูงอายุ ทั้งจากภาครัฐ ภาคเอกชน หรือแม้แต่ภาคประชาชนในชุมชน ทั้งนี้เพื่อรองรับจำนวนผู้สูงอายุที่จะมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติรายงานถึงสถานการณ์ผู้สูงอายุของไทยว่ามีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วมาก ปี 2560 จำนวนประชากรสูงอายุมีตัวเลขอยู่ที่11.35 ล้านคน หรือร้อยละ 17 ของประชากรไทยทั้งประเทศ 65.5 ล้านคน และคาดการว่า อีก 4 ปีข้างหน้า ประเทศไทยจะกลายเป็นสังคมสูงอายุอย่างสมบูรณ์ เมื่อสัดส่วนของประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปสูงถึงร้อยละ 20 และอีก 20 ปีข้างหน้าไทยจะมีประชากรสูงอายุถึง 20 ล้านคน และที่สำคัญคือกลุ่มประชากรวัยปลาย (อายุ 80 ปีขึ้นไป) จะเพิ่มขึ้นจาก 1.5 ล้านในปี 2560 มาเป็น 3.5 ล้านคน รายงานจากการสำรวจประชากรสูงอายุในประเทศไทยชี้ให้เห็นว่าผู้สูงอายุมีปัญหาเรื่องสุขภาพและอยู่ในภาวะช่วยเหลือตัวเองไม่ได้มีมากถึงร้อยละ 5 โดยเฉพาะที่อยู่ในวัยปลายที่ไม่สามารถช่วยตัวเองได้สูงถึงร้อยละ […]

keyboard_arrow_up