อับราฮัม ลินคอล์น จากลูกชาวนาก้าวสู่เก้าอี้ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา

อับราฮัม ลินคอล์น จากลูกชาวนาก้าวสู่เก้าอี้ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา เชื่อว่ามีหลายท่านที่คุ้นกับชื่อนี้ “ อับราฮัม ลินคอล์น ” เพราะเขาเป็นบุคคลในอดีตที่มีชื่อเสียงในด้านรัฐศาสตร์ เขาเป็นประธานาธิบดีของอเมริกาที่มีหัวใจแห่งนักสิทธิและเสรีภาพ เขาเป็นคนที่ทำให้สิทธิและเสรีภาพเบินบานในอเมริกา   เรื่องราวของเขาเป็นที่จดจำในฐานะบุคคลในประวัติศาสตร์ที่ทำให้เลิกทาสผิวสีสำเร็จในสหรัฐอเมริกา อับราฮัม ลินคอร์นผู้มีหัวใจรักในสิทธิและเสรีภาพของมนุษย์ที่พึงมี กว่าเขาจะมาเป็นประธานาธิบดีได้ จนสามารถผลักดันนโยบายในฝันของเขาคือ การเลิกทาส เพื่อทำให้สหรัฐกลายเป็นดินแดนแห่งสิทธิและเสรีภาพ ให้เป็นจริงได้ เพราะเขามีแผนการนี้มาตั้งแต่ยังเป็นเด็กชายตัวน้อยๆ   รักความเสมอภาพตั้งแต่ยังเด็ก ลินคอล์น เกิดในครอบครัวชาวนา เป็นลูกชายชาวนา แต่เผยหัวใจแห่งความเสมอภาคออกมาตั้งแต่ยังเด็กมาก วันหนึ่งในขณะที่เขาเข้าโบสถ์ในวันอาทิตย์กับครอบครัว เขาเห็นการแบ่งแยกไม่ให้คนทาสผิวสี และคนยากจนเข้าโบสถ์ เขาเห็นว่าการกระทำเช่นนี้จากโบสถ์เป็นสิ่งที่ไม่ชอบธรรม เขาจึงปฏิเสธที่จะตามพ่อแม่เข้าโบสถ์ตั้งแต่นั้นมา และรวมไปถึงไม่ยอมไปเรียนหนังสืออีกด้วย เขาแยกออกจากสังคม เพราะมันขาดความเสมอภาค ทั้งที่ทุกคนก็เป็นมนุษย์เหมือนกัน เด็กน้อยลินคอล์นศึกษาหาความรู้จากหนังสือ เขาทำงานตัดฟืนไปขาย และแอบอ่านหนังสือในตอนที่พักเหนื่อย เขากลายเป็นคนรักการอ่านมาตั้งแต่เด็ก และด้วยความรู้ที่เขาสะสมมาจึงสามารถสอบเทียบชั้นได้ และสามารถนำการสอบเทียบชั้นนี้ไปยื่นสมัครเรียนระดับปริญญาได้ ซึ่งเขาเลือกเรียนทางด้านกฎหมาย   เริ่มเข้าสู่เส้นทางเล่นการเมือง ลินคอล์นเข้าสู่เส้นทางการเมือง โดยสมัครเข้าสังกัดพรรควิก (Whig Party) เพื่อแข่งขันเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาแห่งรัฐอิลลินอยส์ ตอนนั้นเขาอายุเพียง 23 ปี แต่ก็แพ้การเลือกตั้ง ต่อมาเขาจึงผันมาเปิดร้านขายของชำที่นิว […]

สตานิสลาฟ เปทรอฟ นายทหารผู้หยุดยั้งสงครามโลกครั้งที่ 3

สตานิสลาฟ เปทรอฟ นายทหารผู้หยุดยั้งสงครามโลกครั้งที่ 3 เมื่อวันที่ 26 กันยายน ปี 1983 พันโท สตานิสลาฟ เปทรอฟ (Stanislav Petrov) นายทหารหนุ่มแห่งกองทัพรัสเซีย ประจําการอยู่ที่ศูนย์เตือนภัยนิวเคลียร์ของรัสเซีย มีหน้าที่คอยเฝ้าระวังและจับตาดูระบบเรดาร์เตือนภัยล่วงหน้า 0 เข็มนาฬิกาเลยผ่านเที่ยงคืนได้ไม่นาน บนจอเรดาร์ก็เริ่มแสดงสัญญาณให้เห็นว่า มีขีปนาวุธหนึ่งลูกถูกยิงมาจากสหรัฐอเมริกาและมุ่งหน้าตรงมายังรัสเซีย ขณะที่สตานิสลาฟพยายามทําให้ผู้ใต้บังคับบัญชาประมาณ 200 คน สงบไม่ตื่นตระหนก เรดาร์ก็แจ้งว่ามีขีปนาวุธอีก 4 ลูก ถูกยิงมาจากสหรัฐฯ คราวนี้มีตัวหนังสือสีแดงใหญ่เบ้อเร่อ ขึ้นบนจอเรดาร์ว่า Start 0 ไม่ปกติขีปนาวุธจะใช้เวลา 30 นาทีเดินทางจากสหรัฐฯ มายังรัสเซีย ดังนั้นทางเครมลินจึงมีเวลาแค่ครึ่งชั่วโมงในการกดปุ่มแดงและตอบโต้ สตานิสลาฟมีเวลาเพียง 15 นาที ในการตัดสินใจว่าสัญญาณเตือนนี้เป็นของจริงหรือไม่ ซึ่งไม่ได้มีกฎระเบียบวางไว้ว่าต้องใช้เวลานานเท่าไรก่อนที่เขาจะแจ้งผู้บังคับบัญชาว่าถูกสหรัฐฯโจมตี 0 นายทหารหนุ่มรู้ดีว่า ทุกวินาทีที่ผ่านไปนั้นมีค่ายิ่งยวด กองทัพและผู้นําประเทศจําเป็นต้องรับทราบเรื่องนี้โดยด่วน แต่เขาก็สามารถควบคุมอารมณ์ให้นิ่งสงบและนึกถึงสิ่งที่เขาเรียนรู้มาว่า หากสหรัฐฯจะโจมตีจริง ๆ จะต้องระดมยิงขีปนาวุธมาอย่างเต็มพิกัด ไม่ใช่ปล่อยมาแค่ 5 ลูกแบบนี้ 0 […]

keyboard_arrow_up