ศัลยกรรมความงามกับผู้หญิง จำเป็นแค่ไหน?

ในการขับรถเพื่อไปให้ถึงยังจุดหมายปลายทางนั้นอาจมีหลายเส้นทาง ทั้งทางหลัก ทางรอง และทางลัด ที่โดยปกติแล้วเรามักใช้เส้นทางหลักเป็นเส้นทางประจำเสมอ แต่อาจมีใครอีกหลายๆ คนที่จะเลือกใช้ “ทางลัด” เพราะเห็นว่าสะดวกรวดเร็วดี แต่คุณรู้หรือไม่คะว่าทางลัดส่วนใหญ่นั้นมักจะอันตรายและไม่ค่อยจะลัดอย่างที่เราเข้าใจกัน ที่เราพูดถึงอยู่นี่คือเรื่องของ “การศัลยกรรม” ที่เป็นเสมือนทางลัดของความสวยงามในผู้หญิงบางรายที่เลือกใช้เป็นคำตอบสุดท้าย ทั้งที่ความจริงแล้วยังมีอีกหลายตัวเลือกที่ดีกว่า ประหยัดกว่า ปลอดภัยกว่า และได้ผลดีกว่าในระยะยาวด้วย แต่ในวันนี้เราจะมานำเสนอข้อมูลและวิธีการสวยด้วยมือหมอ และมีดหมออย่างการทำศัลยกรรมมาฝากว่าเป็นอย่างไร และมีความจำเป็นมากน้อยแค่ไหนสำหรับผู้หญิงที่ได้ชื่อว่าเข้าสู่วัยร่วงโรยแล้วนั่นเอง >> การศัลยกรรมคืออะไร << การศัลยกรรมคือการเปลี่ยนแปลงรูปร่างหน้าตาที่ไม่พึงประสงค์ให้เข้าที่เข้าทางตามแต่ใจของผู้ที่เข้ารับการศัลยกรรมและแพทย์ที่ทำศัลยกรรม โดยจะมีวิธีการในการเปลี่ยนแปลงลักษณะภายนอกที่ว่านี้แตกต่างกันออกไปตามลักษณะกายภาพของผู้เข้ารับการศัลยกรรมและการวินิจฉัยของแพทย์ พูดง่ายๆ ก็เหมือนกับว่าหากโรครุนแรง ยาที่ให้ก็ต้องแรงตามไปด้วย คือสวยมาก่อนแล้วก็ไม่ต้องทำอะไรให้มาก แต่หากมาแต่ตัว ความสวยไม่มีติดมือมาเลยก็คงต้องใช้มาตรการที่รุนแรงกว่านั่นเอง ซึ่งวิธีการทำสวยที่ว่านี้นอกจากจะใช้สารเคมีด้วยวิธีการทา ลอก แล้วยังมีการฉีดเข้าไปในร่างกาย มีการเสริม ผ่า เย็บ เจาะ ดูด และใส่วัสดุต่างๆ เข้าไปแทนที่ ขึ้นอยู่กับความยากง่ายของขั้นตอนการศัลยกรรมอวัยวะต่างๆ หรือเสริมการผ่าตัดและการทำสวยเพื่อให้เข้าเป้าถึงขั้น แตกต่างจากการทำสวยด้วยการเสริมสวยหรือบำรุงความงามด้วยวิธีทางธรรมชาติอย่างมากที่จะปลอดภัยไม่เสี่ยงกว่า >> การศัลยกรรมมีความปลอดภัยแค่ไหน << การศัลยกรรมก็เหมือนกับการไปรับการรักษาร่างกายตามโรงพยาบาลนั่นเอง เหมือนเป็นคนไข้คนหนึ่งที่มารับการรักษาอาการไม่พอใจในสภาพร่างกายของตนเอง เพียงแต่จะมีเรื่องของความปลอดภัยเข้ามาเกี่ยวอีกมากเพราะไม่ใช่แค่เรื่องความปลอดภัยในชีวิต แต่เป็นเรื่องของความสวยความงามด้วยวิธีการศัลยกรรม แต่ว่าจะปลอดภัยแค่ไหนนั้นมันก็ขึ้นอยู่กับองค์ประกอบหลายๆ อย่าง เช่น จรรยาบรรณของแพทย์ […]

Make to body …มารีเซ็ตร่างกายให้ห่างไกลคำว่า “อ้วน”

ผู้หญิงทุกคนล้วนอยากมีรูปร่างที่ได้สัดส่วน มีส่วนเว้าส่วนโค้งที่ชวนมอง ใครที่มีรูปร่างดีอยู่แล้วก็อยากจะรักษาน้ำหนักให้คงที่อยู่แบบนี้ตลอดไป สำหรับคนที่มีรูปร่างท้วมหรือเจ้าเนื้อมากหน่อยก็อยากจะลดหุ่นให้รูปร่างเข้าที่พยายามทำทุกวิธีที่จะให้น้ำหนักลงไวๆ ยิ่งตอนนี้มองไปทางไหนก็มีแต่คนผอม คนดังหรือดาราบางคนจากที่เคยอ้วนมากๆ เปิดตัวออกมาอีกทีก็ผอมเพรียวจนน่าตกใจ จนอยากรู้ว่าเขาทำกันได้ยังไงกันนะ คิดอยากเป็นแบบคนเหล่านั้นบ้างลองทำตามแล้วทุกวิธี ถูกบ้างผิดบ้าง ทั้งลดอาหารก็แล้ว ออกกำลังกายก็แล้วก็ไม่ลดสักที บางทีก็อาจทำให้ท้อใจ!    อย่าเพิ่งท้อใจไปค่ะสาวๆ เพราะเรายังต้องเดินหน้าไปสู่เป้าหมายแห่งความ “ผอม” ที่ตั้งใจไว้ไปด้วยกัน แม้จะไม่ผอมทันใจในตอนนี้ แต่นาทีนี้ขอแค่ให้น้ำหนักค่อยๆ ลดลงสักหน่อยก็ดีใจแล้ว ซึ่งอย่างแรกที่เราต้องทำเลยคือการสำรวจตัวเองว่ามีระบบเผาผลาญที่ทำงานปกติหรือเปล่า เพราะต้องไม่ลืมว่าการจะลดน้ำหนักให้ได้อย่างต่อเนื่องสิ่งที่ขาดไม่ได้ก็คือการกระตุ้นให้ระบบเผาผลาญทำงานดี ต้องรู้จักวิธีการปรับกระบวนการทำงานในร่างกายให้เป็นปกติแล้วการลดน้ำหนักจะมีประสิทธิภาพและส่งผลดีในระยะยาว วันนี้เรามาทำการรีเซ็ตร่างกาย หรือมาปรับกระบวนการทำงานในร่างกายให้เพื่อรอรับ “ความผอม” ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตกันดีกว่า มาเตรียมร่างกายให้ดี เชื่อเถอะค่ะว่าลดวิธีไหนก็ผอมลง แต่ยังไงก็ต้องเรียนรู้พฤติกรรมที่จะช่วยกระตุ้นการทำงานของอวัยวะของร่างกายให้ลดความอ้วนได้ง่ายขึ้นดังนี้ค่ะ >> จัดการไขมันหลังการกินด้วยการออกกำลังกาย << ใครที่กังวลใจเวลากินข้าวเสร็จแล้วไปชั่งน้ำหนัก แล้วพบว่าทำไมน้ำหนักขึ้นมาไวขนาดนี้ นั่นเพราะหลังจากกินข้าวอิ่มใหม่ๆ ร่างกายของเรายังไม่ย่อยหรือยังไม่ได้ขับไขมันออกไป ดังนั้น น้ำหนักตัวของเราตอนนั้นอาจจะเพิ่มเท่ากับน้ำหนักของอาหารที่กินเข้าไป แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าสิ่งที่กินเข้าไปจะกลายเป็นไขมันทั้งหมด เพราะสารอาหารแต่ละประเภทใช้เวลาในการเปลี่ยนเป็นไขมันไม่เท่ากัน อย่างอาหารประเภทไขมันจะเปลี่ยนเป็นไขมันสะสมภายใน 12 ชั่วโมง ส่วนคาร์โบไฮเดรตและโปรตีนจะเปลี่ยนเป็นกรดไขมันได้อย่างเร็วที่สุดคือ 1-2 วัน ดังนั้น หากวันไหนที่เรากินมากเกินไปแล้วกลัวอ้วนก็ต้องหาวิธีจัดการด้วยการออกกำลังกาย หรือควบคุมอาหารในวันถัดไปก่อนที่สารอาหารเหล่านั้นจะเปลี่ยนเป็นไขมันค่ะ ถ้าจะให้ดีหลังกินข้าวเสร็จควรเดินให้ร่างกายได้ย่อยสัก 15 นาที จะดีมากๆ […]

เผาผลาญ 100 แคลอรี ด้วยงานบ้าน

การออกกำลังกายเป็นอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยให้การลดน้ำหนักได้ผลเร็ว แต่คุณสาวๆ หลายๆ คนไม่ชอบออกกำลังกายเอาซะเลยใช่ม๊า บ้างก็บอกว่าไม่ค่อยมีเวลาจะไปฟิตเนส แต่จะดีกว่าแน่ๆ หากเราสามารถเบิร์นน้ำหนักไปพร้อมกับการทำความสะอาดบ้านไปด้วย เพราะว่างานบ้านทั้งหลายที่คุณได้หยิบได้จับอยู่ทุกวันก็นับเป็นการออกกำลังกายทางหนึ่งด้วยเช่นกัน แถมยังได้ประโยชน์สองเด้ง ทั้งบ้านก็เรียบร้อยน่าอยู่และได้เบิร์นพลังงานนำสารอาหารต่าง ๆ ที่ทานเข้าไปออกมาเผาผลาญได้ด้วย ทีนี้เรามาดูกันดีกว่าค่ะว่าการทำความสะอาดบ้านแต่ละอย่าง เท่ากับการออกกำลังกายได้กี่แคลอรี่ ใครที่ไม่มีเวลาปลีกตัวไปออกกำลังกายจริง ๆ จัง ๆ หากกลัวว่าปล่อยไว้แบบนี้แล้วเดี๋ยวจะอวบเกินงาม ไม่สวย มาค่ะ มาทำความสะอาดบ้านไปพร้อมๆ กัน >>เผาผลาญด้วยการกวาดบ้าน ถูบ้าน << สาวๆ รู้มั้ยคะว่าการกวาดบ้าน ถูบ้าน กิจกรรมนี้สามารถช่วยให้เราเบิร์นน้ำหนักได้ถึง  376-752 แคลอรีเลยทีเดียว หากจะให้ดีเป็นการเคลื่อนไหวออกกำลังกายทั้งท่อนบนและท่อนล่าง หากคุณใช้เวลาดูดฝุ่นหรือกวาดบ้านทุกซอกทุกมุมในบ้านสักครึ่งชั่วโมงยิ่งได้ผลดีเท่ากับเข้ายิมเลยล่ะ การออกแรงของเราหลังจากกวาดฝุ่นผงเสร็จ จากนั้นก็ถูพื้น ยิ่งถ้าจะให้ได้ผลดียิ่งขึ้นควรถูด้วยมือโดยการคุกเข่าลงไปถู แม้จะดูเก้ ๆ กัง ๆ สักหน่อยแต่วิธีนี้จะช่วยเผาผลาญพลังงานได้ดีเชียวค่ะ >> เผาผลาญด้วยการซักผ้า <<   เลิกเบื่อกันได้แล้วนะคะสาวๆ กับการที่ต้องรู้ว่าจะไปซักผ้า เพราะรู้หรือไม่ว่าแต่ละครั้งที่เราซักผ้าสามารถเบิร์นแคลอรีได้ถึง 100 แคลอรีเลยน๊า แม้ว่าตอนนี้คนเรามักจะเปลี่ยนจากการซักมือเป็นซักเครื่องแต่อย่างน้อยขั้นตอนในการแยกเสื้อผ้าหรือการกลับผ้าก่อนซัก รวมถึงการคลี่สะบัดและตากผ้า ก็ช่วยให้คุณเผาผลาญพลังงานได้เยอะทีเดียวค่ะ ห้ามเบื่อน๊า! […]

keyboard_arrow_up