วิธียกเวต เสริมกล้ามสวย แบบร่างกายไม่มีบาดเจ็บ

วิธียกเวต เสริมกล้ามสวย แบบร่างกายไม่มีบาดเจ็บ วิธียกเวต เสริมกล้าม แบบร่างกายไม่ต้องกลัวว่ากล้ามเนื้อจะบาดเจ็บต้องทำอย่างไร วันนี้ เราได้รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการยกน้ำหนักเพื่อทำให้กล้ามเนื้อแข็งแรงและสวยงามมาฝากกันค่ะ JUST DO IT 1.เล่นให้ถูกต้อง การยกน้ําหนักไม่เหมาะสมและท่าทางที่ไม่ถูกต้อง นอกจากจะไม่ทําให้ร่างกายเปลี่ยนแปลงแล้ว ยังก่อให้เกิดการบาดเจ็บจากการยกหรือเหวี่ยงน้ําหนักที่มากเกินไป ส่งผลให้ข้อต่อและเส้นเอ็นไม่สามารถรับแรงเค้นจนฉีกขาดได้ 2.วอร์มอัพ หากไม่มีการวอร์มอัพอย่างถูกต้อง กล้ามเนื้อจะเสี่ยงต่อการบาดเจ็บ ตรงกันข้าม การวอร์มอัพจะทําให้กล้ามเนื้อมีอุณหภูมิต่ําลงจึงยืดและหดตัวได้ดี 3.ยืดเหยียด การยืดเหยียดก่อนการเวตเทรนนิ่ง จะช่วยกระตุ้นกล้ามเนื้อเพื่อเตรียมแนวการยืดและหดตัว เนื่องจากการฝึกกล้ามเนื้อด้วยการเวตเทรนนิ่งต้องอาศัยการหดตัวของกล้ามเนื้อในการออกแรง กล้ามเนื้อจึงมีความเสี่ยงสูงที่จะตึงและยึด ซึ่งหลังจากฝึกเล่นเวตไปสักพัก ผู้ฝึกจะเริ่มสูญเสียความยืดหยุ่น ทําให้เคลื่อนไหวได้น้อยลง ดังนั้นการยืดเหยียดก่อนการฝึกจะทําให้ผู้ฝึกรักษาความยืดหยุ่นของร่างกายไว้ได้ ส่งผลให้ร่างกายพัฒนากล้ามเนื้อและรูปร่างได้ดีขึ้น 4.คาร์ดิโอ ผู้ฝึกที่พยายามเพิ่มกล้ามเนื้อ หรือผู้ที่พยายามลดน้ําหนัก แต่ไม่ออกกําลังกายแบบคาร์ดิโอควบคู่ไปด้วย มีความเสี่ยงต่อระบบการทํางานของหัวใจ เพราะการเวตเทรนนิ่งด้วยการยกน้ําหนักที่มากขึ้น ก็ทําให้หัวใจต้องทํางานหนักขึ้น อย่างไรก็ตาม หากยังพยายามเลี่ยงการคาร์ดิโออาจส่งผลร้ายแรงต่อสุขภาพได้ THE BEGINNER’S GUIDE ไจมี่ กีราร์ด เทรนเนอร์และผู้เชี่ยวชาญด้านการออกกําลังกาย จากสภาออกกําลังกายอเมริกัน แห่งประเทศสหรัฐอเมริกา มีเทคนิคสําหรับมือใหม่ฝึกเวตเทรนนิ่งดังนี้ -ดื่มน้ําให้เพียงพอระหว่างฝึก เพราะในห้องเวตเทรนนิ่งมีทั้งเหงื่อและแบคทีเรียจากคนรอบข้าง ทั้งร่างกายจะยิ่งอ่อนแอเมื่อเสียเหงื่อมาก จึงควรดื่มน้ําเพื่อให้มีน้ําในร่างกายอย่างพอเพียง -กินอาหารเพียงเล็กน้อย โดยให้กินโปรตีนและคาร์โบไฮเดรตก่อนเวตเทรนนิ่งราว […]

สร้างกล้ามเนื้อ กันเถอะ มีไว้ช่วยให้ปลอดโรค

สร้างกล้ามเนื้อ กันเถอะ เพราะยิ่งมี ยิ่งไว้ช่วยให้แข็งแรง ปลอดโรค สร้างกล้ามเนื้อ เถอะค่ะ เพราะหลายคนอาจคิดว่าไม่สำคัญ แต่รู้ไหมคะว่า กล้ามเนื้อเป็นสิ่งจำเป็นต่อร่างกาย เพราะนอกจากทำให้รูปร่างดูสวยงามแล้ว ยังเสริมความแข็งแรงให้สุขภาพด้วย เพราะกล้ามเนื้อคือ สิ่งจำเป็น 1. กล้ามเนื้อช่วยให้ร่างกายตอบสนองไวต่ออินซูลิน ในทางวิทยาศาสตร์ กล้ามเนื้อจะช่วยป้องกันภาวะดื้ออินซูลิน เพราะมวลกล้ามเนื้อสามารถป้องกันโรคอ้วนลงพุง (Metabolic Syndrome) และโรคเบาหวานที่เกิดจากการเผาผลาญคาร์โบไฮเดรตไม่เพียงพอ ยิ่งกล้ามเนื้อมีปริมาณมาก การกักเก็บคาร์บก็มีมาก และความสามารถที่ร่างกายจะตอบสนองต่ออินซูลินก็มีมากตามไปด้วย นักวิจัยในเกาหลีศึกษาพบว่า ผู้ป่วยเบาหวานที่มีกล้ามเนื้อน้อย มีโอกาสที่ร่างกายจะต้านอินซูลินมากกว่าเมื่อเทียบกับผู้ป่วยเบาหวานที่มีปริมาณกล้ามเนื้อปกติ 2. กล้ามเนื้อช่วยป้องกันการเกิดโรคอ้วน โรคยอดฮิตของคนไทยอย่างโรคเบาหวาน หรือโรคอ้วน เกิดจากการอักเสบของเซลล์ ทําให้เกิดการสลายของกล้ามเนื้อทั่วร่างกาย ภาวะนี้เรียกว่า ภาวะกล้ามเนื้อพร่อง (Sarcopenia) ร่างกายจะสูญเสียกล้ามเนื้อ ทําให้การเคลื่อนไหวร่างกายในชีวิตประจําวันเป็นไปได้ยากขึ้น แต่ถ้าหากเรามีกล้ามเนื้อที่แข็งแรง ความเสี่ยงการเกิดภาวะกล้ามเนื้อพร่องซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดโรคอ้วนจะลดลงตามไปด้วย 3. กล้ามเนื้อทําให้อายุเป็นเพียงตัวเลข เมื่อคนเราอายุมากขึ้น มักงดการเคลื่อนไหวร่างกาย ความเสี่ยงต่อการสูญเสียกล้ามเนื้อจึงมากขึ้น ดร.มาร์คัส แบมแมน นักสรีรวิทยาแห่งมหาวิทยาลัยแอละแบมา ประเทศสหรัฐอเมริกา กล่าวว่า คนอายุ 60 ปีขึ้นไป ควรยกน้ําหนักหรือทํากิจกรรมที่เสริมสร้างกล้ามเนื้อมากกว่าคนวัยหนุ่มสาว […]

สร้างกล้ามเนื้อ ด้วยการออกกำลังกายเท้าเปล่า

สร้างกล้ามเนื้อ ด้วยการออกกำลังกายเท้าเปล่า เทรนด์ฮิตต้องลอง สร้างกล้ามเนื้อ อาจเป็นเทรนด์สุขภาพที่หลายคนกำลังอยู่ บ้างเลือกการยกเวท บ้างก็ออกกำลังกายแบบ HIIT บางครเข้าคลาสโยคะ และอีกหนึ่งเทรนด์ที่ไม่ควรพลาดในการสร้างกล้ามเนื้อเลยก็คือ การออกกำลังกายเท้าเปล่า ว่าแล้ว มาถอดรองเท้าแล้วไปเวิร์คเอ๊าต์กันเลย เราเคยแนะนําวิธีการออกกําลังกายแบบเท้าเปล่าไปแล้วหลายครั้ง ซึ่งผู้อ่านหลายท่านนําไปปฏิบัติตามจนเกิดผลดีต่อสุขภาพ ว่ากันว่า การออกกําลังกายรูปแบบนี้จะกลายเป็นเทรนด์สุขภาพที่มาแรงอีกเทรนด์หนึ่งตลอดปีนี้เลยทีเดียว วันนี้ เราก็ไม่พลาดมาอัพเดตข้อมูลล่าสุด แถมมีประเภทการออกกําลังกายตามเทรนด์ยอดฮิตมาแนะนํากัน วิ่งและเดินเท้าเปล่า เริ่มกันด้วยผลการวิจัยที่ยืนยันประโยชน์จากการวิ่งเท้าเปล่า โดยคุณแดเนียล ลีเบอร์มัน นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด “นักวิ่งเท้าเปล่ามีแนวโน้มจะเกิดอาการบาดเจ็บน้อยกว่า คนที่ใส่รองเท้าวิ่ง เนื่องจากผู้ที่วิ่งโดยไม่ใส่รองเท้าจะใช้ฝ่าเท้ากดลงบนพื้น ทําให้ไม่เกิดแรงกระแทก ผิดกับผู้ที่ใส่รองเท้าวิ่ง ซึ่งจะใช้ส้นเท้ากดลงบนพื้นจึงเกิดแรงกระแทก เสี่ยงต่ออาการบาดเจ็บได้มากกว่า” นอกจากนี้ยังมีการศึกษาเพิ่มเติมพบว่า การวิ่งหรือเดินด้วยเท้าเปล่าจะมีโอกาสเกิดอาการตึงกล้ามเนื้อบริเวณหัวเข่าและฝ่าเท้า น้อยกว่าการวิ่งหรือเดินด้วยการใส่รองเท้าเพราะการใส่รองเท้าจะทําให้ฝ่าเท้าถูกรัดและบีบตัว ส่งผลให้เกิดอาการตึงกล้ามเนื้อ บริเวณหัวเข่าและฝ่าเท้าขณะวิ่งหรือเดินออกกําลังกายได้ง่าย ขณะที่การวิ่งหรือเดินเท้าเปล่านั้นกล้ามเนื้อทุกส่วนได้ยืดเหยียดอย่างเต็มที่ Safe Tips 1.ไม่ควรเปลี่ยนรูปแบบการวิ่งจากการวิ่งแบบใส่รองเท้ามาเป็นการวิ่งเท้าเปล่าโดยทันทีทันใด เพราะอาจทําให้เกิดการบาดเจ็บได้ 2.ควรเปลี่ยนรูปแบบการวิ่งอย่างค่อยเป็นค่อยไปเพื่อสร้างกล้ามเนื้อน่องและเท้าทีละน้อย เช่น เริ่มจากการเดินหรือวิ่งเหยาะ เพื่อปรับสภาพเท้าให้เคยชินกับพื้นผิวก่อนถอดรองเท้าวิ่ง รํากระบองเท้าเปล่า ต่อมาเป็นการออกกําลังกายที่ชาวชีวจิตคุ้นเคยเป็นอย่างดี นั่นคือ การรํากระบอง ซึ่งเป็นการออกกําลังกายเท้าเปล่าอีกหนึ่งทางเลือก อาจารย์สาทิส อินทรกําแหง กูรูต้นตํารับชีวจิตย้ําถึงประโยชน์ของการรํากระบองว่า “ท่ารํากระบองนั้นประยุกต์มาจากท่าโยคะ […]

keyboard_arrow_up