ฟ้าทะลายโจร สรรพคุณ แก้หวัด เจ็บคอ เสริมภูมิคุ้มกัน ต้านไวรัส

ฟ้าทะลายโจร สรรพคุณ แก้หวัด เจ็บคอ เสริมภูมิคุ้มกัน ต้านไวรัส ฟ้าทะลายโจร สมุนไพรไทยที่กำลังฮิตตลอดทั้งปี เพราะมีสรรพคุณที่โดดเด่น สามารถกินรักษาโรค บรรเทาอาการ หรือเเม้กระทั้งสามารถกระตุ้นภูมิคุ้มกันต่อสู่กับเชื้อไวรัส ฟ้าทะลายโจร สรรพคุณ เป็นอย่างไร กินยังไงให้ได้ผล และมีความปลอดภัยหรือไม่ เราลองมาดูกันค่ะ สมุนไพรฟ้าทะลายโจร  ดังไกลทั่วโลก สมุนไพรฟ้าทะลายโจร ปัจจุบันใช่กันอย่างเเพร่หลายโดยเฉพาะในแถบเอชีย ประเทศจีน ประเทศอินเดีย ซึ่งล้วนแต่มีประวัติความเป็นมา นิยมใช้เป็นสมุนไพรรักษาโรค ลดไข้ กันทั้งนั้น รวมถึงในประเทศไทยเองก็เช่นกัน ฟ้าทะลายโจร เป็นสมุนไพรที่ได้รับการบรรจุอยู่ในบัญชียาหลักแห่งชาติ พ.ศ. 2542 (บัญชียาจากสมุนไพร) ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขได้ระบุ สรรพคุณ เเละมีข้อบ่งใช้ คือ แก้ไข้ เจ็บคอ รักษาอาการท้องเสียไม่ติดเชื้อ โดยแนะนำให้กินในรูปแบบของแคปซูล ยาเม็ด และยาเม็ดลูกกลอน ที่บรรจุผงฟ้าทะลายโจรในปริมาณต่างๆที่แตกกัน ฟ้าทะลายโจร สรรพคุณ เป็นอย่างไร ปัจจุบันมีงานวิจัยมากมาย เเละเป็นที่ยอมรับว่า ฟ้าทะลายโจร มีสรรพคุณและฤทธิ์ในการรักษาที่หลากหลาย โดยเฉพาะจุดเด่นคือช่วยลดไข้ เพราะฟ้าทะลายโจร มีฤทธิ์เย็นสามารถลดไข้ได้เป็นอย่างดี […]

ฟ้าทะลายโจร มีความปลอดภัยสูง แต่คนแพ้ควรระวัง

ฟ้าทะลายโจร มีความปลอดภัยสูง แต่คนแพ้ควรระวัง “ฟ้าทะลายโจร” สมุนไพรที่มีประวัติการใช้มาอย่างยาวนาน และเป็นสมุนไพรที่มีจำนวนการศึกษาวิจัยมากที่สุดชนิดหนึ่งในระดับนานาชาติ  ประเทศที่มีการแพทย์ดั้งเดิมที่มีรากฐานมั่นคงอย่าง อินเดียและจีน ก็มีประวัติการใช้ฟ้าทะลายโจรมานับพันปี  โดยจีนได้ค้นพบสารสำคัญในฟ้าทะลายโจรมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2436 วงการแพทย์จีนได้จัดฟ้าทะลายโจรเป็นยาตำราหลวงที่มีสรรพคุณเด่นมากตัวหนึ่ง สามารถใช้เป็นยาเดี่ยวได้ครอบคลุมหลายสรรพคุณ เช่น ไข้ ไอ เจ็บคอ หวัด ปวดท้อง ท้องเสีย     ภญ.ดร.สุภาภรณ์ ปิติพรหัวหน้ากลุ่มงานเภสัชกรรม โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร กล่าวว่า “การใช้ฟ้าทะลายโจรในประเทศไทยนั้น จำกัดอยู่ในหมู่หมอพื้นบ้านในบางพื้นที่ โดยมีการใช้ในสรรพคุณเดียวกันกับจีน และเริ่มมีการใช้อย่างแพร่หลายในสังคมไทยมากขึ้น เมื่อราวปี พ.ศ. 2528 ในเวลาต่อมาได้มีการศึกษาวิจัยการใช้ฟ้าทะลายโจรในการลดอาการเจ็บคอ ท้องเสีย ในระดับนานาชาติ ซึ่งการศึกษาวิจัยฟ้าทะลายโจรในคน นับว่าเป็นการวิจัยที่มีคุณภาพสูง หรือที่ในวงการแพทย์เรียกว่า เป็นการวิจัยแบบ randomized double-blind, placebo controlled study ฟ้าทะลายโจรกับงานวิจัย จากการวิจัยดังกล่าวพบว่า ฟ้าทะลายโจรสามารถลดอาการปวดหัว อ่อนเพลีย ครั่นเนื้อครั่นตัว นอนไม่หลับ เจ็บคอ น้ำมูกไหล อาการไอ จาม […]

“ไขมันพอกตับ” ภัยเงียบของคนอ้วน รักษาด้วยสมุนไพร

“ไขมันพอกตับ” ภัยเงียบของคนอ้วน สามารถรักษาด้วยสมุนไพร  “ไขมันพอกตับ” หลายคนอาจคิดว่าโรคนี้มักจะเกิดขึ้นกับผู้ที่ดื่มสุราเป็นประจำเท่านั้น แต่ความจริงแล้ว โรคไขมันพอกตับในผู้ที่ไม่ดื่มแอลกอฮอล์ หรือ Non-Alcoholic Fatty Liver Disease (NAFLD) ซึ่งเกิดจากการสังเคราะห์ไขมันในตับผิดปกติ โดยความผิดปกติและพัฒนาการของโรคจะดำเนินไปเช่นเดียวกับผู้ป่วยโรคตับกลุ่มที่ดื่มสุราเป็นประจำ แต่สิ่งที่น่ากลัวกว่า ก็คือ ผู้ป่วยมักจะไม่ทราบถึงความผิดปกติที่เกิดขึ้น เลยไม่ได้รับการรักษาตั้งแต่แรกเริ่มที่เป็นโรค โรคไขมันพอกตับ แบ่งได้เป็น 4 ระยะ คือ ระยะที่1 เป็นระยะมีไขมันก่อตัวอยู่ในเนื้อตับ ซึ่งไม่ได้ก่อให้เกิดผลใด ๆ ระยะที่ 2 เป็นระยะที่เริ่มมีอาการอักเสบของตับ ในระยะนี้หากไม่ควบคุมดูแลให้ดี และปล่อยให้การอักเสบดำเนินไปเรื่อยๆ เกินกว่า 6 เดือน จะกลายเป็นตับอักเสบเรื้อรัง ระยะที่3 เป็นระยะที่มีการอักเสบรุนแรง ก่อให้เกิดพังผืดในตับ เซลล์ตับค่อยๆ ถูกทำลายลง ระยะที่ 4 เป็นระยะที่เซลล์ตับถูกทำลายไปมาก ตับไม่อาจทำงานได้ตามปกติอีกต่อไป ตับแข็ง และอาจกลายเป็นมะเร็งตับ ปัจจุบัน มีแนวโน้มพบผู้ป่วยโรคนี้สูงขึ้นเรื่อยๆ ทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ โดยโรคไขมันพอกตับนี้แทบจะไม่แสดงอาการ หรืออาจแสดงอาการเพียงเล็กน้อย เช่น อ่อนเพลีย […]

สู้หนาว สู้วัย ด้วยสมุนไพรช่วยบำรุงผิว

7 สมุนไพรบำรุงผิว ในช่วงอากาศหนาว  สมุนไพรบำรุงผิว ในช่วงที่อากาศหนาวๆเย็นๆแบบนี้มีอะไรบ้างเราลองมาดูกันค่ะ เมื่อเราอายุที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้น้ำที่หล่อเลี้ยงตามชั้นผิวหนังเริ่มลดลง ผิวหนังก็จะแห้งมากขึ้น ตรงกับทฤษฎีธาตุของการแพทย์แผนไทย ที่เมื่อเข้าสู่ปัจฉิมวัยจะมีวาตะเป็นเจ้าเรือน ซึ่งมีความแห้งและเย็น จึงสะท้อนออกทางผิวหนัง น้ำลาย น้ำตา และน้ำหล่อลื่นต่างๆ ความชุ่มชื้นน้อยลง หากไม่ดูแลให้สมดุลก็จะก่อเกิดปัญหาความเสื่อมของผิวพรรณ ทำให้ดูแก่กว่าวัย เกิดผื่นแพ้ง่าย เกิดฝ้า กระ จุดด่างดำ และเป็นช่องทางที่ทำให้เชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายได้โดยง่าย เพราะในผิวที่แห้งนั้น เชื้อโรคจะเข้าสู่ชั้นในของผิวหนังได้ง่าย เกิดการระคายเคือง การแพ้ได้ง่าย เกิดการกำเริบของโรคผิวหนัง ภูมิแพ้ และโรคเรื้อนกวาง เป็นต้น และนอกจากปัจจัยเรื่องของวัยตามที่กล่าวมาแล้วนั้น ปัจจัยภายนอกอย่าง “อากาศ” ก็มีผลเช่นกัน โดยเฉพาะในช่วงหน้าหนาวนั้น ความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศจะต่ำลง ทำให้น้ำระเหยจากผิว ทำให้ผิวแห้ง และอาจก่อให้เกิดโรคผิวหนังตามมา ดังนั้น เพื่อป้องกันผิวในหน้าหนาว  ทางโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร จึงได้แนะนำสมุนไพรที่ช่วยในการดูแลและบำรุงผิวไว้ ดังนี้ 1. ผักเบี้ยใหญ่ เป็นสมุนไพรมีฤทธิ์เย็น ช่วยลดการอักเสบ ช่วยบำรุงผิว ทำให้ใบหน้าผุดผ่อง เต่งตึงเพิ่มความชุ่มชื้น ลดริ้วรอย รอยเหี่ยวย่น โดยใช้กลไกเดียวกันกับโบท็อก […]

สมุนไพรแก้สิว 9 จุด บนใบหน้า

สมุนไพรแก้สิว 9 จุด บนใบหน้า สมุนไพรแก้สิว มีอะไรบ้าง เรามีบทความดีๆมาแนะนำค่ะ เเต่ก่อนอื่นเรามารู้จักต้นเหตุของการเกิดสิวกันก่อน สิว  เป็นโรคผิวหนังที่มักเกิดขึ้นมากในบริเวณผิวที่มีจำนวนต่อมน้ำมันมากอย่าง ใบหน้า ส่วนบนของหน้าอก และหลัง ปัญหาการเกิดสิวสามารถพบได้บ่อยทั้งในผู้ชายและผู้หญิง โดยเฉพาะในวัยรุ่นที่มักเกิดสิวที่มีสาเหตุมาจากการเพิ่มขึ้นของแอนโดรเจน เช่น ฮอร์โมนเพศชาย สิว เกิดได้จากหลายสาเหตุ โดยปัจจัยที่ก่อให้เกิดสิวหลัก ๆ แบ่งได้ 2 ปัจจัย ได้แก่ ปัจจัยภายใน คือ ปัจจัยที่เกิดจากร่างกายเราเอง เช่น ฮอร์โมน, กรรมพันธุ์, โรคเรื้อรัง และผิวพรรณ ซึ่งเป็นสิ่งที่ติดตัวเราตั้งแต่กำเนิด และปัจจัยภายนอก คือ ปัจจัยที่เกิดขึ้นจากภายนอกร่างกาย เช่น ยา เครื่องสำอาง สภาพแวดล้อม สังคม แสงแดดและอุณหภูมิ ความสะอาด และอาหาร ซึ่งเราสามารถป้องกันได้ ส่วนตำแหน่งในการเกิดสิวก็เป็นอีกเรื่องที่สำคัญ เพราะนั่นอาจหมายถึงความผิดปกติต่างๆ ที่เกิดขึ้นในร่างกายของเรานั่นเอง โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ให้คำแนะนำในการใช้ สมุนไพรแก้สิว ทางเลือกเพื่อใช้ในการดูแล รักษา และป้องกันสิว […]

หมามุ่ย สมุนไพรพื้นบ้าน ช่วยชายปึ๋งปั๋ง หญิงมีลูกง่าย

หมามุ่ย สมุนไพรไทย มีประโยชน์ต่อระบบสืบพันธุ์ วันนี้ผู้เขียนหยิบเอาสมุนไพรไทยชื่อคันๆ แต่กินได้ไม่คันมาฝาก นั่นก็คือ หมามุ่ย นั่นเอง รู้ไหมว่าหมามุ่ยนี้มีประโยชน์ใช่เล่น โดยเฉพาะกับระบบสืบพันธุ์ บทความนี้จึงจะมาแนะนำหมามุ่ย สมุนไพร ช่วยบำรุงสุขภาพกันค่ะ สมุนไพรเพื่อระบบสืบพันธุ์ จากข้อมูลของ medthai.com ระบุว่า หมามุ่ย หรือ หมามุ้ย จัดเป็นพืชเถา ผลเป็นฝักยาว คล้ายถั่วลันเตา มีขนสีน้ำตาลอมทองหรือแดงปกคลุมที่ฝัก หลุดร่วงง่าย ปลิวตามลมและเป็นพิษ เพราะขนหมามุ่ยเต็มไปด้วยสารเซโรโทนิน (Serotonin) เมื่อสัมผัสผิวจะทำให้เกิดอาการคัน แพ้ระคายเคืองอย่างรุนแรง ซึ่งฝักจะออกมาในช่วงฤดูหนาวจนถึงฤดูแล้ง เมล็ดหมามุ่ย มีสารแอลโดปา (L-Dopa) ซึ่งเป็นสารที่มีอิทธิพลอย่างมากต่อระบบสืบพันธุ์ และยังเป็นสารสื่อประสาทซึ่งมีส่วนช่วยรักษาโรคพาร์กินสันได้อีกด้วย แต่ต้องใช้ในรูปแบบที่ผ่านการสกัดมาเป็นยาเม็ดเรียบร้อยแล้ว เพราะร่างกายไม่สามารถรับสารในรูปของเมล็ดสดหรือแปรรูปได้ ในส่วนของเมล็ดที่ถือว่าเป็นพระเอกของเรื่องเลยก็ว่าได้ เพราะมีสรรพคุณเป็นยาบำรุงกำลัง เพิ่มสมรรถภาพทางเพศได้ วิธีเก็บ คำเตือน : ไม่แนะนำให้เก็บหมามุ่ยมารับประทานเอง จนกว่าจะได้รับการยืนยันสายพันธุ์ที่แน่นอน เพราะหมามุ่ยมีหลายสายพันธุ์ และมีบางสายพันธุ์เท่านั้นที่ใช้ทำเป็นยาได้ นั่นก็คือหมามุ่ยจีนและอินเดีย ซึ่งเป็นคนละสปีชีส์กับหมามุ่ยสายพันธุ์ไทย ซื้อแบบสำเร็จรูปรับประทานจะปลอดภัยกว่า วิธีการเก็บก็คือ ให้เลือกเก็บจากต้นที่มีฝักแก่ (เมล็ดฝักเหมือนจะปริแตก) แล้วให้ฉีดน้ำให้เปียก (เพื่อป้องกันไม่ให้ขนอ่อนของฝักฟุ้งกระจาย) หลังจากนั้นก็สวมถุงมือป้องกันแล้วค่อย ๆ […]

ผักโรยหน้า “สำคัญไฉน” เลือกใช้ให้ถูก…อร่อยขึ้นแน่นอน! เคล็ดลับที่คุณต้องรู้

 ผักโรยหน้า “สำคัญไฉน” เลือกใช้ให้ถูก…อร่อยขึ้นแน่นอน! ผักโรยหน้า ที่อยู่บนกับข้าวที่เรากินกันทุกวัน เชื่อเลยว่าหลายๆคนต้องมีเขี่ยทิ้งกันบ้างล่ะ แต่รู้หรือไม่? การเลือกใช้ผักโรยหน้าไม่ได้มีไว้แค่ตกแต่งเท่านั้น! หากรู้แล้วจะไม่อยากเขี่ยทิ้งอีกต่อไป! … “บางคนอาจมองว่า…ใช้เพียงแค่ตกตแต่งจานอาหารเท่านั้น?”  แต่อันที่จริงการเลือกใช้ ผักโรยหน้า ก็ต้องคำนึงถึงเมนูอาหารด้วย เพราะผักแต่ล่ะชนิดนั้น มีรสชาติ กลิ่นหอม ที่แตกต่างกันออกไป ดังนั้น…ผักที่ใช้ตกแต่งกับเมนูอาหารต้องเข้ากันได้ดี ทั้งในเรื่องของกลิ่นและรสชาติ… ตัวอย่าง…แกงจืด มักจะโรยหน้าด้วย ต้นหอม หรือ ผักชี เพราะมีกลิ่นหอมที่ไม่ฉุนจนเกินไป จึงเข้ากันได้ดี แต่หากเราใส่ ผักชีลาว หรือ สะระแหน่ กลิ่นก็จะฉุนเกินไปทำให้ขัดแย้งกับเมนูอาหาร ส่งผลให้อาหารจานนั้นความน่ากินลดลงไปนั่นเอง… ดังนั้นแอดมินจึงได้รวบรวบผักโรยหน้าพร้อมเคล็ดลับคู่หูเมนูอร่อย แถมประโยชน์กันอีกด้วย มาดูกันเลย… ผักชี coriander ผักชนิดนี้…ใช้ประโยชน์ได้ทุกส่วนเลยก็ว่าได้…ทั้ง ใบ ต้น ราก หรือเมล็ด(ลูกผักชี) ล้วนแล้วนิยมนำมาเป็นส่วนผสมของอาหารทั้งนั้น เนื่องจากเจ้าผักชนิดนี้ มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว บางคนอาจต้องร้องยี้! แต่มีอีกหลายคนที่ชอบเช่นกัน ด้วยน้ำมันหอมระเหยของผักชีทำให้ช่วยชูรส กลิ่น ของอาหารได้ดี ใช้ดับกลิ่นคาว เป็นวัตถุดิบหลักสำหรับอาหารไทย และต่างชาติมากมาย นอกจากนี้ยังมีประโยชน์และสรรพคุณที่ไม่น้อยเลยทีเดียว… สรรพคุณ…ผักชีสำหรับชาวญี่ปุ่นแล้วเป็นที่นิยมมาก […]

ผักเบี้ยใหญ่ สมุนไพรไทยแหล่งโอเมก้า 3 ต้านอัลไซเมอร์ สมองเสื่อม

ผักเบี้ยใหญ่ สุดยอดแหล่งโอเมก้า 3 ผักเบี้ยใหญ่ หรือ ผักอีหลี (ไทยใหญ่-แม่ฮ่องสอน) ผักตาโค้ง (นครราชสีมา) มีชื่อวิทยาศาสตร์ คือ Portulaca oleracea L. อยู่ในวงศ์ Acanthaceae เป็นพืชตระกูลเดียวกับคุณนายตื่นสาย ดอกมีขนาดเล็กสีเหลืองสด โดยจะบานตอนเช้าและหุบตอนแดดร่ม ใบเป็นใบเดี่ยว ออกตรงข้ามกัน ลักษณะของใบเป็นรูปลิ่ม หรือรูปไข่กลับ ผิวใบเรียบเป็นมัน ด้านหลังใบเป็นสีเขียวแก่ ส่วนท้องใบเป็นสีแดงเข้ม ลำต้นเตี้ยเลื้อยทอดไปตามพื้นดิน หรือบางครั้งปลายตั้งชูขึ้นได้สูงประมาณ 5-10 เซนติเมตร ลำต้นอวบน้ำเป็นสีเขียวอมแดง ก้านกลม จัดเป็นพรรณไม้กลางแจ้งที่ขึ้นได้เองตามธรรมชาติ พบได้ทั่วทุกภาคของประเทศ  เป็นพืชที่มีอายุเพียงปีเดียว ขยายพันธุ์โดยใช้เมล็ด สรรพคุณผักเบี้ยใหญ่ ข้อมูลจากโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ระบุว่า ผักเบี้ยใหญ่ เป็นพืชที่ทางองค์การอนามัยโลกระบุว่าใช้เป็นยารักษาโรคมากที่สุด ในด้านการเป็นยาขับปัสสาวะ แก้โรครูมาติก และนรีเวชวิทยา ด้านการเป็นยาระงับประสาท ระงับปวด บำรุงหัวใจ  แก้ไข้ ท่อขับปัสสาวะพิการ ขับพยาธิ ขับน้ำดี และแก้ท้องร่วง การใช้เป็นยาภายนอก อาทิ ใช้เป็นยาแก้แผลเปื่อย […]

4 สมุนไพรตัวท็อป ดูแลเส้นผม หนังศีรษะ และผิวพรรณ สำหรับคนแพ้ง่าย

สมุนไพรดูแลเส้นผม หนังศีรษะ และผิวพรรณ สำหรับคนแพ้ง่าย สมุนไพรชนิดใดที่คุณคิดว่าดีต่อเส้นผม หนังศีรษะ และเหมาะในการดูแลผิวพรรณมากที่สุด หลายคนอาจยืนงงในดงผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมและผิว จนไปต่อไม่ได้ เลือกไม่ถูก เพราะมีสมุนไพรและสารสกัดจากธรรมชาติมากมาย แต่ช้าก่อน ต่อไปนี้ทุกคนจะได้ไม่ต้องสับสนกันอีกต่อไป เพราะเราคัดมาเน้นๆ 4 สมุนไพรไทยที่ตอบโจทย์ในการดูแลเส้นผม หนังศรีษะ และผิวกายมากที่สุด มาแนะนำดังต่อไปนี้ 1. เปลือกมังคุด           มังคุดราชินีแห่งผลไม้ไทย หลายคนอาจะไม่ทราบว่าเปลือกมังคุดสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ โดยเฉพาะการนำมาทำยาได้ เปลือกมังคุด มีรสฝาด มีสารแทนนินสูง ช่วยในการสมานแผล ฆ่าเชื้อราและแบคทีเรียบางชนิดได้ จึงนำมาใช้ประโยชน์ในการแก้ท้องเสีย และช่วยสมานแผล ฆ่าเชื้อได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้มีงานวิจัยระบุว่า เปลือกมังคุดยังอุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระช่วยปกป้องผิว ช่วยลดการติดเชื้อที่ผิวหนัง สิว และผดผื่นได้อีกด้วย CHEEWAJIT REVIEW KLAIRE NATURAL สบู่เหลวสูตรเปลือกมังคุด สบู่เหลวสูตรเปลือกมังคุด ช่วยเพิ่มความสดชื่นและทำความสะอาดผิวอย่างล้ำลึก ไม่มีสารอันตราย หมดกังวลเรื่องการสะสมของสารเคมีอันตรายในร่างกายที่อาจก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพ ด้วยส่วนผสมที่พิเศษของสมุนไพรอันหลากหลายที่นอกเหนือจากสารสกัดเปลือกมังคุด อีก 2 ชนิด คือน้ำมันเปปเปอร์มินท์ ช่วยในการฆ่าเชื้อไวรัส แบคทีเรียและเชื้อรา ทำให้ผิวปลอดจากเชื้อโรค […]

ชุมเห็ดไทย สมุนไพรช่วยนอนหลับ

ชุมเห็ดไทย หลับดี ไม่มีอ้วน ชุมเห็ดไทย หรือชาวบ้านเรียก ผักหลับมืน นิยมนำยอดอ่อน ดอก มาลวกกินเป็นผัก เผาหรือแกงเหมือนขี้เหล็ก โดยการต้มน้ำทิ้งก่อน เพราะใบจะขม สำหรับบางคนที่กินรสขมได้จะนึ่งกินเลยก็ได้ ฝักอ่อนสามารถนำมาต้มกินเหมือนถั่ว ฝักแก่มีเมล็ดเหมือนเมล็ดกระถิน ใช้เผาไฟกิน รสชาติเหมือนถั่วคั่ว โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร อธิบายว่า พ่อหมอแม่หมอต่างก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า กินผักหลับมืนแล้วอายุยืน หลับง่าย ถ่ายคล่อง เยี่ยวดี แก้ปวดเมื่อย แก้น้ำเหลืองเสีย ใบของผักหลับมืนหรือชุมเห็ดไทยมีฤทธิ์เป็นยาถ่าย ลดปวด และต้านการอักเสบในหนูทดลอง ทั้งยังมีความปลอดภัยสูง ส่วนอื่นๆ ของชุมเห็ดไทยก็มีสารที่มีฤทธิ์เป็นยาถ่ายและยาระบาย เช่น anthraquinone glycoside, aloe-emodin และ 1,8-dihydroxy-3(hydroxymethyl)-anthraquinone ชุมเห็ดไทย เป็นพืชที่นอนกลางคืนตื่นกลางวัน เวลากลางวันใบจะกางออกและหุบเข้ากันในเวลากลางคืน เหมือนกับจะบอกเป็นนัยให้รู้ว่ามีสรรพคุณทางยาที่น่าอัศจรรย์ คือ ทำให้หลับก็ได้ หรือตื่นก็ได้ เวลาไปเก็บมาทำยา หากต้องนำมาใช้ช่วยให้หลับก็ต้องไปเก็บตอนกลางคืน หากจะนำมาใช้ให้ตื่นก็ต้องไปเอาตอนกลางวัน สรรพคุณชุมเห็ดไทย การที่ชุมเห็ดไทยมีอีกชื่อหนึ่งว่า “หลับมืน” ซึ่งเป็นชื่อที่หมอยาพื้นบ้านทั้งล้านนาและชุมชนไทยลาวเรียกเหมือนกัน ก็มาจากสรรพคุณทางยาของสมุนไพรชนิดนี้ ที่ใช้รักษาคนที่เป็นไข้จม หรือเหียดจม […]

กะทกรก สมุนไพรยานอนหลับ ตำรับไทยพื้นบ้าน

กะทกรก ยานอนหลับตำรับพื้นบ้าน กะทกรก มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Passiflora foetida L. ชื่อวงศ์ PASSIFLORACEAE เป็นวัชพืชที่ขึ้นอยู่ทั่วไป ผลสุกรสชาติออกเปรี้ยว หวานชื่นใจ เป็นผักพื้นบ้านของคนไทยทุกภาค ยอดอ่อนและผลอ่อนสามารถนำมาต้มหรือนึ่งรับประทานกับน้ำพริก นำมาแกง หรือผัดน้ำมัน ในบรรดาผักพื้นบ้าน ยอดกะทกรกมีเบต้าแคโรทีน สูงเป็นอันดับต้นๆ คือ มีมากถึง 8,498 ไมโครกรัม ต่อ 100 กรัม แต่ผักชนิดนี้ไม่ควรนำมารับประทานสดๆ เพราะต้นสดมีสารจำพวกไซยาโนเจเนติกไกลโคไซด์ (Cyanogenetic glycoside) ซึ่งเป็นสารพิษทางอาหารที่ทำให้ตายได้ แต่พิษจะสลายตัวไปเมื่อถูกความร้อน ข้อมูลจาก โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ระบุว่า หมอยาเมืองเลย ใช้กะทกรกเป็นยาช่วยให้นอนหลับ คลายความวิตกกังวล บรรเทาอาการไมเกรน และไม่ให้ฝันร้าย ซึ่งเป็นสรรพคุณที่หมอยาในประเทศต่างๆ ในอาเซียนใช้เหมือนกัน ยกเว้นบรูไน ส่วนในเวียดนามมีผลิตภัณฑ์กะทกรกในรูปชาชง ยาน้ำเชื่อม วางขาย และหมอพื้นบ้านมีการจ่ายใบแห้งของกะทกรก 10-15 กรัม เพื่อให้ผู้ป่วยนำไปต้มกินเป็นยาสงบระงับ คลายความวิตกกังวล ส่วนกะทกรกฝรั่ง หรือเสาวรส ซึ่งเป็นพืชในสกุลเดียวกัน ก็มีสรรพคุณคล้ายกัน […]

ปรับสมดุลตรีธาตุ ช่วยลดปัญหาการย่อยและดูดซึมอาหาร ในผู้สูงอายุ

สมดุลตรีธาตุ ช่วยลดปัญหาการย่อยและดูดซึมอาหาร สมดุลตรีธาตุ  อันประกอบด้วย วาตะ ปิตตะ และเสมหะ มาทำงานร่วมกัน ส่งผลโดยตรงต่อระบบทางเดินอาหารเป็นระบบเดียวในร่างกาย โดยเสมหะจะอยู่บริเวณกระเพาะอาหาร และผนังลำไส้ มีหน้าที่ในการหล่อลื่น ส่วนปิตตะจะอยู่ที่ลำไส้เล็ก โดยจะเชื่อมโยงกับตับซึ่งจะหลั่งน้ำดีออกมาย่อยอาหาร และสำหรับวาตะ จะทำงานบริเวณส่วนปลายของระบบทางเดินอาหารทำหน้าที่ขับอุจจาระออกไป กินอาหารที่มีกากใยในปริมาณสูง เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยในการขับถ่าย และเป็นอาหารของโปรไบโอติกส์ หรือเชื้อแบคทีเรียดี ที่อาศัยอยู่ระหว่างลำไส้เล็กและลำไส้ใหญ่ ซึ่งคอยทำหน้าที่กำจัดสารพิษ สร้างวิตามิน ปรับระบบภูมิคุ้มกัน รวมทั้งช่วยในการสร้างและซ้อมแซมผนังลำไส้ให้เป็นปกติ ซึ่งบริเวณผนังลำไส้เป็นจุดเปราะบางสำหรับผู้สูงอายุ ที่อาจมีปัญหาลำไส้อักเสบหรือลำไส้รั่ว ทำให้มีสารพิษออกมาสู่กระแสเลือด มีอาการอ่อนเพลียเรื้อรัง จากการที่กระบวนการซ่อมแซมเนื้อเยื่อหรือการทำงานของเสมหะเสื่อมลง ส่วนการทำงานของธาตุไฟจะลดลงเมื่อมีอายุมากขึ้น โดยพบว่าผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป กว่า 50% จะมีกรดในกระเพาะอาหารต่ำ และมักจะขาดเอนไซม์ไลเปส โปรตีเอส และอะมัยเลส ซึ่งจะหลั่งออกมาย่อยอาหารในลำไส้เล็กส่วนต้นที่ส่งต่อมายังกระเพาะ ซึ่งปัจจัยต่างๆ เหล่านี้ ส่งผลให้เกิดลมในระบบทางเดินอาหาร เนื่องจากอาหารไม่ย่อย และมีอาการท้องผูกหรือท้องร่วง จนกลายเป็นปัญหาลำไส้เรื้อรังได้ในที่สุด และจากปัญหาที่กล่าวมาข้างต้นนี้ เมื่อบวกกับการทำลายเยื่อบุในลำไส้ จะส่งผลให้การดูดซึมอาหารไม่เพียงพอ นำไปสู่การขาดสารอาหารในผู้สูงอายุ โดยเฉพาะวิตามินบี 12 แคลเซี่ยม เหล็ก […]

ขี้เหล็ก อาหารริมรั้ว สุดยอดสรรพคุณแก้กษัย

ขี้เหล็ก อาหารริมรั้ว สุดยอดสรรพคุณแก้กษัย ขี้เหล็ก มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Senna siamea (Lam.) H. S. Irwin & Barneby บ่งบอกถึงถิ่นกำเนิด ที่อยู่ในเมืองสยาม ชื่อวงศ์ LEGUMINOSAE-CAESALPINIOIDEAE เป็นสมุนไพรไทยแท้ แต่ก็พบได้ทั่วไปในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นไม้ดอกสวย โตเร็ว นิยมปลูกเป็นไม้ให้ร่ม เป็นผักมีประโยชน์ ที่นิยมรับประทานกันแทบทุกบ้าน โดยใบอ่อนสามารถนำแกงกะทิใส่หมูย่าง เนื้อย่าง ปลาย่าง หนังวัวเผา ใส่ในแกงป่า แกงบวน แกงเลียง (ภาคใต้) หรือลวกจิ้มน้ำพริกก็ได้เช่นกัน ขี้เหล็ก เป็นผักที่มีคุณค่าทางอาหารมากมาย อาทิ โปรตีน วิตามินบี 2 มีธาตุเหล็กสูง มีไขมัน แคลเซียม ฟอสฟอรัส ไนอาซิน อยู่จำนวนหนึ่ง ถ้าเอาดอกอ่อนมาแกงด้วยก็จะได้วิตามินเอในปริมาณสูง ใบขี้เหล็กมีใยอาหารสูง เป็นยาระบายอ่อนๆ และช่วยดูดซับสารพิษ เป็นอาหารสุขภาพและยังเหมาะกับคนที่ต้องการลดน้ำหนักเพราะให้พลังงานน้อยมาก นอกจากนี้ หมอพื้นบ้านเชื่อว่าการกินแกงขี้เหล็กจะช่วยแก้ริดสีดวงทวาร ริดสีดวงลำไส้ บำรุงเลือด บำรุงกระดูก […]

เติมธาตุไฟ …ช่วยป้องกันหวัด

5 สมุนไพรแก้หวัด สมุนไพรแก้หวัด เพราะ“หวัด” เป็นโรคภัยไข้เจ็บที่คนเราจะเป็นบ่อยกว่าโรคอื่นๆโดยเฉพาะในช่วงที่มีอากาศเย็น ซึ่งสาเหตุของหวัดนั้น หากเป็นมุมมองของการแพทย์แผนปัจจุบัน ก็จะตอบว่า “หวัด” เกิดจากการติดเชื้อไวรัสหวัด ซึ่งมีอยู่มากกว่า 200 ชนิด จากกลุ่มไวรัส 8 กลุ่มด้วยกัน การเกิดโรคขึ้นในแต่ละครั้ง จะเกิดจากเชื้อไวรัสหวัดเพียงชนิดเดียว เมื่อเป็นแล้วร่างกายก็จะมีภูมิคุ้มกันต่อเชื้อไวรัสหวัดชนิดนั้น ส่วนในการเป็นไข้หวัดครั้งใหม่ ก็จะเกิดจากเชื้อไวรัสหวัดชนิดใหม่ที่ร่างกายยังไม่เคยได้รับเข้ามา หมุนเวียนเช่นนี้ไปเรื่อยๆ ดังนั้น คนเราจึงเป็นไข้หวัดได้บ่อย เด็กเล็กๆ ที่ยังไม่ค่อยได้ติดเชื้อหวัดมาก่อน ก็อาจเป็นไข้หวัดได้บ่อยกว่าผู้ใหญ่ เพราะไม่ค่อยมีภูมิคุ้มกันต่อหวัดที่หลากหลายชนิดเท่ากับผู้ใหญ่ อาการของการเป็นหวัด เป็นสิ่งที่รู้กันดี คือเมื่อใดก็ตามที่มีไข้ ครั่นเนื้อครั่นตัวเป็นพักๆ ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย อาจมีอาการคอแห้ง แสบคอ หรือเจ็บคอเล็กน้อย ต่อมาจะมีน้ำมูกไหลใสๆ คัดจมูก ไอจาม อาจจะเป็นอาการไอแห้งๆ หรือไอมีเสมหะมีลักษณะใสหรือขาวๆ ก็ได้ อาการน้ำมูกไหลจะเป็นมากอยู่ 2 – 3 วัน ในรายที่การติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน ผู้ป่วยจะมีไข้เกิน 4 วัน หรือมีน้ำมูกข้นเหลืองหรือเขียวเกิน 24 ชั่วโมง […]

กระดูกไก่ดำ สุดยอดสมุนไพร แก้ปวด แก้อักเสบ

กระดูกไก่ดำ สุดยอดสมุนไพร แก้ปวด แก้อักเสบ กระดูกไก่ดำ มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Justicia gendarussa Burm. F. ชื่อพ้อง Gendarussa vulgaris Nees, Gendarussa vulgaris Bojer, Justicia gendarussa L.f. อยู่ในวงศ์ Acanthaceae ชื่อท้องถิ่นอื่นๆ คือ กรอกระโต๊ะ (กะเหรียง-แม่ฮ่องสอน) กระดูกไก่ดำ เกี๋ยงผา เฉียงพร้ามอญ บัวลาดำ (เหนือ) กระดูกดำ กะลาดำ (จันทบุรี) ปองดำ แสนทะแมน (ตราด) เขียงพร้ามอญ เฉียงพร้าบ้าน เฉียงพร้าม่าน เฉียงพร้ามอญ ผีมอญ สำมะงาจีน สันพร้ามอญ (กลาง) เฉียงพร้า (สุราษฎร์ธานี) มีลักษณะเป็นไม้พุ่มขนาดย่อม มีความสูงประมาณ 1.5-2 เมตร เจริญเติบโตได้ดีในที่ร่ม ใบเล็กยาวเรียวแหลม  เส้นกลางใบสีคล้ำ ใบและรากมีรสขม […]

5 ตำรับบอระเพ็ด สมุนไพรป้องกันความแก่

บอระเพ็ด สมุนไพรพิชิตความแก่ บอระเพ็ด มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Tinospora crispa (L.) Miers ex Hook.F. & Thomson ชื่อวงศ์ MENISPERMACEAE เป็นพืชสมุนไพรที่ขึ้นเองตามธรรมชาติ หมอยาอีสานเรียกว่า เครือเขาฮอ สมุนไพรนี้มี 2 ชนิดที่มีลักษณะคล้ายกันและสามารถใช้แทนกันได้ คือ ชนิดมีตุ่มตามเครือยาว เรียกว่า บอระเพ็ด และชนิดตุ่มสั้นเรียกว่า ชิงช้าชาลี หรือเครือหางหนู แต่หมอยานิยมใช้บอระเพ็ดมากว่า เพราะเชื่อว่ามีฤทธิ์ยาแรงกว่า 2 เท่า ข้อมูลจากโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร อธิบายว่า บอระเพ็ดมีรสขมเย็น ใช้แก้ไข้ทุกชนิด แก้ร้อนใน แก้พิษฝีดาษ ช่วยเจริญอาหาร บำรุงไฟธาตุ รักษาโรคกระเพาะ บำรุงร่างกาย ลดน้ำตาลในเลือด และเป็นยาอายุวัฒนะ นอกจากนี้ ยังมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระและฤทธิ์ต้าน AChE ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคสมองเสื่อม ดังนั้น บอระเพ็ดจึงช่วยป้องกันความชราของเซลล์ต่างๆ ในร่างกายได้ ชาวบ้านทุกภาคใช้บอระเพ็ดในการควบคุมเบาหวาน และความดันโลหิตสูง โดยเชื่อว่า โรคเบาหวานเป็นโรคที่ธาตุไฟหย่อน สมุนไพรสขมอย่างบอระเพ็ดจะไปดูแลตับให้ทำหน้าที่ได้เป็นปกติ […]

ตดหมูตดหมา ช่วยลดเบาหวาน

ตดหมูตดหมา สมุนไพรลดเบาหวาน ตดหมูตดหมา หรือกระพังโหม มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Paederia linearis Hook. f. ชื่อพ้อง Hondbesseion lineare (Hook. f.) Kuntze อยู่ในวงศ์ Rubiaceae เป็นไม้เลื้อย เนื้ออ่อน ลำต้นสีเขียว ใบเดี่ยว มีขนสั้นๆ ละเอียดที่มุมเส้นใบตัดกับเส้นกลางใบ ก้านใบสีเขียวถึงเขียวค่อนข้างเข้ม ขอบใบเรียบ มีดอกช่อออกที่ปลายยอดและซอกใบ กลีบดอกด้านนอกสีขาว ด้านในสีม่วงเข้ม รูปกรวยปลายแยก 5 แฉก หยักตื้น มีผลรูปไข่หรือกลมแบน ข้อมูลจากโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ระบุว่า หมอยาพื้นบ้านใช้กระพังโหมเป็นยาบำรุงและเป็นยาอายุวัฒนะ โดยเชื่อว่าการรับประทานเป็นประจำสามารถเพิ่มกำลัง เพิ่มสมรรถภาพทางเพศ ช่วยทำให้กระดูกที่หักติดกันง่าย ช่วยทำให้สีผิวเงางาม ช่วยกำจัดพิษ ช่วยย่อย ช่วยขับลม ให้กินเป็นประจำทั้งกินเป็นผักและเอามาต้มกินเป็นยา และสามารถกินได้ทุกเพศทุกวัย หมอยาไทยใหญ่ใช้ใบกระพังโหมคุมระดับน้ำตาลในเลือด และเป็นที่น่าสนใจ คือ มีกรณีศึกษาในสัตว์ทดลองพบว่า สารสกัดของใบตดหมูตดหมาสามารถลดระดับน้ำตาลในเลือดได้ โดยสามารถเพิ่มระดับฮอร์โมนอินซูลิน (insulin) ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ควบคุมและลดระดับน้ำตาลในเลือด อีกทั้งผลการทดลองในหนูพบว่ามีผลทำให้ HbA1C […]

สมุนไพร สำหรับผู้สูงอายุ แก้โรคลม อัมพาต

สมุนไพร สำหรับผู้สูงอายุ วัยแห่งการเปลี่ยนแปลงและต้องระวังโรคลม สมุนไพร สำหรับผู้สูงอายุ เป็นวัยที่เริ่มมีการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างร่างกาย อวัยวะ ระบบเผาผลาญ และระบบประสาทสัมผัสทั้ง 5 เริ่มทรุดโทรมตามระยะเวลาของการใช้งาน เช่น ดวงตาก็จะเริ่มมองไม่ชัด เป็นต้อกระจก ความดันโลหิตสูงขึ้น จอประสาทตาเสื่อมจากโรคเบาหวาน โรคกระดูกเสื่อม ภาวะซึมเศร้า นอนไม่หลับ และท้องผูกง่าย เป็นต้น การแพทย์แผนไทยได้จำแนกกลุ่มคนนี้ ไว้ในกลุ่มของ “ปัจจิมวัย” คือ มีอายุตั้งแต่ 32 ปีขึ้นไป  กล่าวได้ว่า เป็นช่วงอายุที่มีความคาบเกี่ยวกับวัยผู้ใหญ่ตอนปลายและกำลังเข้าสู่วัยผู้สูงอายุ  ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของความถดถอยในการทำงานของธาตุต่างๆในร่างกาย ซึ่งเกิดการเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว หากไม่มีการเตรียมตัวและรักษาสุขภาพไว้ตั้งเเต่เนินๆ จะเร่งความเสื่อมของร่างกายให้เร็วยิ่งขึ้นไปอีก จุดอ่อนด้านสุขภาพของคนวัยนี้ คือ ระบบวาตะหรือลมกำเริบ วาตะเป็นธาตุเจ้าเรือนหลักของคนวัยนี้ โดยวาตะจะทำงานร่วมกับลมและอากาศ(ช่องว่างในร่างกาย) มีคุณสมบัติเบา แห้ง เคลื่อนไหวได้ตลอดเวลา ตำแหน่งของวาตะ จะอยู่บริเวณศีรษะ หัวใจ  กลางท้อง และช่องว่างต่างๆของร่างกาย มีหน้าที่ เป็นแหล่งกำเนิดพลังงานการเคลื่อนไหว ควบคุมการทำงานของระบบต่างๆในร่างกาย เช่น ระบบประสาท ระบบกล้ามเนื้อ ระบบไหลเวียนเลือด อารมณ์ความรู้สึก […]

keyboard_arrow_up