อย่าหวังอะไรในความสงบ ธรรมะโดย พระอาจารย์มานพ อุปสโม

เมื่อครั้งที่เจ้าชายสิทธัตถะเสด็จออกบรรพชาเพื่อค้นหาความสุขที่แท้จริงของชีวิตนั้น ในช่วงที่ท่านยังไม่ได้ตรัสรู้ธรรม ขณะนั้นแนวทางของวิปัสสนายังไม่เกิด มีแต่แนวทางของสมถะ เมื่อมีแต่แนวทางของการปฏิบัติฌาน นักบวช นักพรต และดาบสต่าง ๆ จึงต้องมุ่งหน้าเข้าป่ากันหมด เพื่อหวังจะทำฌานให้เกิด (ความสงบ) องค์สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้าเองก็ทรงดำเนินรอยตามผู้คนเหล่านั้น มีครูบาอาจารย์อยู่ที่ไหน ท่านก็เสด็จไปศึกษาเพื่อแสวงหาความหงุดพ้นที่นั่น กระทั่งได้พบกับคณาจารย์สองท่านที่กรุงราชคฤห์ แคว้นมคธ อันได้แก่ อาฬารดาบส กาลามโคตร และ อุททกดาบส รามบุตร เมื่อคณาจารย์ทั้งสองได้เสนอแนวทางการเจริญอรูปฌานให้เพียงแค่พระองค์น้อมใจพิจารณาตามคำสอนนั้น ก็ทรงบรรลุอรูปฌานขั้นอากิญจัญญายตนฌานได้ ณ สำนักของท่านอุททกดาบส รามบุตร โดยฉับไว คณาจารย์เห็นดังนั้นก็ปลาบปลื้ม เพราะไม่เคยมีใครบรรลุสิ่งที่ยากเย็นได้รวดเร็วขนาดนี้ จึงขอให้พระองค์อยู่ร่วมเป็นอาจารย์สั่งสอนศิษย์ด้วยกันเสียที่สำนัก โดยจะมอบตำแหน่งอาจารย์ที่มีศักดิ์ศรีทัดเทียมกับดาบสทั้งสองให้ทันที แต่พระพุทธองค์ทรงพิจารณาแล้วพบว่ายังไม่ใช่ทางแห่งความหลุดพ้นที่แท้จริง จึงดำรัสถามต่อท่านอาจรย์ทั้งสองว่า วิชาการที่นอกเหนือจากนี้ยังมีอีกไหม อาจารย์ทั้งสองได้ตอบว่า วิชาการที่เหนือกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว พระองค์จึงลาอาจารย์ทั้งสองไปแสวงหาทางหลุดพ้นด้วยพระองค์เอง การปฏิบัติสมถะด้วยการทำสมาธิเพื่อให้ใจสงบนั้น ไม่สามารถขจัดทุกข์ได้อย่างถาวร เป็นแต่เพียง การแก้ทุกข์แบบกลบฝัง เท่านั้น เหมือนการเอาหินทับหญ้า ในขณะที่หินทับอยู่ หญ้าก็จะยังไม่งอก แต่ถ้ายกหินออกเมื่อใด หญ้าจะค่อย ๆ งอกขึ้นอีกครั้ง สมาธิก็เช่นกัน เป็นการกลบทุกข์ไว้ชั่วครั้งคราว คือช่วยให้เราหยุดคิดเรื่องที่ทำให้ทุกข์ได้ก็จริง แต่เมื่อออกจากสมาธิแล้วก็มีโอกาสเป็นทุกข์ได้อีก […]

สมถะ : แผนสำรองสู้ทุกข์ โดย พระอาจารย์นวลจันทร์ กิตติปัญโญ

สมถะ : แผนสำรองสู้ทุกข์ โดย พระอาจารย์นวลจันทร์ กิตติปัญโญ หลายท่านเคยอ่านหนังสือธรรมะ เคยได้ยินได้ฟังมามาก ก็ถูกต้องทั้งหมดไม่ผิดเพี้ยนเลยนะ แต่ไหนล่ะ ตอนภาวนาจิตมีกำลังพอไหม ไม่มี! รู้ทั้งรู้ก็ยังหายวูบไปหมดเลย แล้วจะซื่อบื้อเจริญปัญญาต่อไหมล่ะ  สมถะ ถ้าความตั้งมั่นไม่พอ สติยังเกิดเองไม่ได้ เมื่อเรารู้ทุกข์แล้วใจก็ย่อมยังไหลไป จมไป โดนดูดไป ใจยิ่งตกต่ำลงเรื่อย ๆ เราต้องทำอย่างใดอย่างหนึ่ง ต้องใช้ แพลนบี (Plan B) คือใช้แผนสอง ใช้เทคนิคเข้าช่วย ด้วยการเปลี่ยนผัสสะเป็นอะไรก็ได้ หลีกเลี่ยงไปก่อน เพื่อไม่ให้ไหลไปกับสภาพที่เป็นอยู่ สมถะมีประโยชน์ตรงนี้ละ ถึงตอนนี้ให้เราเลือกบริกรรมอะไรสักอย่าง มีอะไรเป็นหลักให้ใจสักอย่าง จะคิดถึงเรื่องที่ดีงาม เรื่องที่ผ่อนคลาย สบาย ไม่ทุกข์ ไม่กดดัน ไม่บีบคั้น หรือจะส่งใจออกนอก เพื่อไปดูอะไรอย่างอื่นก่อนก็ได้ทั้งนั้น ไปรู้ไปดูอะไรที่ไม่ใช่ทุกข์ ส่วนทุกข์ไม่ต้องไปดู ไม่ต้องไปรู้ ไม่ต้องไปทน ไม่ต้องไปท้าชนกับทุกข์เลย ความรู้สึกทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นสุข ทุกข์ ฟุ้งซ่าน หงุดหงิด ง่วง หรือแม้แต่เบื่อ […]

พระมหากัสสปะ ผู้เลือกเดินบนหนทางสมถะ

เมื่อพบว่าทรัพย์สมบัติ ยศถาบรรดาศักดิ์ มิใช่ปัจจัยที่จะเกื้อหนุนให้ชีวิตเดินทางถึงฝั่ง พระมหากัสสปะ จึงขอตัดส่วนเกินเหล่านั้นทิ้ง

“อานาปานสติ” กรรมฐานที่พระพุทธองค์ทรงสรรเสริญ

ท่านพุทธโฆสะ ปราชญ์เลื่องชื่อทางพุทธศาสนา ประมวลแนวปฏิบัติที่พระพุทธองค์ตรัสไว้ 40 อย่าง หรือกรรมฐาน 40 เมื่อเปรียบเทียบกรรมฐานทั้ง 40 แล้ว อานาปานสติ หรือการพิจารณาลมหายใจ คือแนวปฏิบัติที่พระพุทธองค์ทรงสรรเสริญมากกว่ากรรมฐานใด ๆ ที่พระพุทธองค์ทรงสรรเสริญอานาปานสติว่าดีกว่าแนวปฏิบัติอื่น ๆ ด้วยเหตุผลดังนี้ 1. ปฏิบัติง่าย ไม่ต้องเตรียมการหรือพกพาเหมือนการฝึกกสิณ เช่น การใช้กสิณที่ต้องเพ่งลูกแก้วใส ผู้ปฏิบัติต้องเตรียมซื้อลูกแก้ว เตรียมที่วางให้เหมาะสม เตรียมห้องให้สงบเงียบ เวลาเปลี่ยนสถานที่ปฏิบัติ ก็ต้องพกพาติดตัวไปด้วย เหล่านี้ล้วนยุ่งยากและเป็นภาระ ฯลฯ แต่ลมหายใจนั้นมีอยู่กับตัวผู้ปฏิบัติตลอดเวลา ตั้งแต่เกิดจนกระทั่งตาย อยู่ที่ไหน ไปที่ใด ลมหายใจก็ติดตามไปเสมอ ไม่ต้องเตรียมการ ไม่ต้องพกพา ผู้ปฏิบัติเพียงแค่น้อมจิตเข้าไปกำหนดรู้ลมหายใจเท่านั้น 2. สุขสบาย เมื่อจิตเป็นหนึ่งเดียวกันกับลมหายใจ และความคิดฟุ้งซ่านต่าง ๆ จางหายไป จะรู้สึกเบากาย – เบาใจเหมือนตัวลอยอยู่กลางอากาศ มีความรู้สึกดื่มด่ำ เอิบอิ่ม อยู่ก็เป็นสุข ไปก็สบาย พระพุทธองค์ พระมหาสาวก พระอรหันตสาวก และพระปัจเจกพุทธเจ้า ต่างใช้ลมหายใจเป็นที่พักจิต […]

โจว เหวินฟะ “เงินทองเป็นของนอกกาย ไม่ใช่สมบัติที่แท้จริง”

โจว เหวินฟะ “เงินทองเป็นของนอกกาย ไม่ใช่สมบัติที่แท้จริง” โจว เหวินฟะ (Chow Yun-fat) นักแสดงชาวฮ่องกงที่คนไทยรู้จักกันดีจากละครโทรทัศน์เรื่อง เจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้ เขาก้าวไปไกลถึงฮอลลีวู้ด มีชื่อเสียงโด่งดังระดับเดียวกับ บรู๊ซ ลี และ เฉินหลง แถมยังถูกเปรียบเทียบว่าคล้ายคลึงกับ แครี่ แกรนท์ นักแสดงฮอลลีวู้ดระดับตำนาน แต่ดูบึกบึนและจัดจ้านกว่า นักแสดงวัย 61 ผู้นี้มีวัยเด็กที่ยากไร้ เขาเกิดที่เกาะลัมมา นอกชายฝั่งของเกาะฮ่องกง มารดาเป็นพนักงานทำความสะอาดและเกษตรกรปลูกผัก พ่อทำงานอยู่บนเรือบรรทุกน้ำมันของบริษัทเชลล์ ทุกวันเขาต้องตื่นแต่เช้ามืดเพื่อมาช่วยแม่ขายเฉาก๊วยและฮะเก๋าอยู่ริมถนน ตอนบ่ายก็ไปทำงานในไร่ ครอบครัวเขาย้ายมาอยู่เกาลูนตอนเขาอายุ 10 ขวบ พออายุ 17 เขาลาออกจากโรงเรียน เพื่อมาทำงานเจือจุนครอบครัว โดยทำงานสารพัด เช่น เบลล์บอย บุรุษไปรษณีย์ เซลส์ขายกล้องถ่ายรูป และคนขับแท็กซี่ ชีวิตถึงจุดพลิกผันเมื่อเขาส่งใบสมัครไปตามประกาศในหนังสือพิมพ์ และได้รับคัดเลือกเป็นนักแสดงฝึกหัดในบริษัททีวีบีหลังจากนั้นก็ไต่เต้าขึ้นมาเป็นนักแสดงเจ้าบทบาท กระทั่งไปโด่งดังในฮอลลีวู้ดจนทุกวันนี้ แม้จะมีชื่อเสียงโด่งดังระดับโลกซึ่งทำให้มีเงินทองจำนวนมหาศาล แต่โจว เหวินฟะ ก็ยังทำตัวธรรมดาเหมือนคนทั่วไป มีชีวิตเรียบง่ายไม่หวือหวา เป็นคนสมถะ เก็บตัว และมัธยัสถ์ แม้เป็นนายแบบเสื้อสูทแบรนด์หรู […]

ความเรียบง่าย สมถะ และมัธยัสถ์ ของมหาเศรษฐี วอร์เรน บัฟเฟตต์ ประธานกรรมการบริหารบริษัทเบิร์กเซีบร์ แฮธาเวย์

ความเรียบง่าย สมถะ และมัธยัสถ์ ของ มหาเศรษฐี วอร์เรน บัฟเฟตต์ วอร์เรน บัฟเฟตต์ มหาเศรษฐี ชาวอเมริกันวัย 80 ปี ที่ได้รับการกล่าวขวัญถึงความร่ำรวยติดอันดับต้น ๆ ของโลกมาตลอดทศวรรษนี้ นอกเหนือจากอัจฉริยภาพในการลงทุนของเขาแล้ว เรื่องราวการประสบความสำเร็จของบัฟเฟตต์ยังเป็นแรงบันดาลใจในหลาย ๆ ด้านให้แก่ผู้ร่วมงาน     เริ่มจากการทำงาน ที่นอกจากจะยึด “คุณค่าการลงทุนเป็นหลัก” แล้ว (ปรัชญาการลงทุนของบัฟเฟตต์คือ ข้อ 1. อย่าเสียเงิน ข้อ 2. อย่าลืมกฎข้อ 1.) ผู้บริหารยังต้องมีความซื่อสัตย์ ทำงานอย่างโปร่งใส ยึดถือประโยชน์ของหุ้นส่วนทุกคนเป็นที่ตั้ง บัฟเฟตต์ได้รับการกล่าวขวัญอย่างมากในเรื่องการใช้ชีวิตที่เรียบง่าย สมถะ และมัธยัสถ์ที่สุด แม้จะเป็นเจ้าของบริษัทขายเครื่องบินชื่อดัง แต่เขาก็ไม่เคยเดินทางด้วยเครื่องบินส่วนตัวเลยสักครั้ง และแม้จะเป็นซีอีโอบริษัทที่มีผลประกอบการดีเยี่ยม บัฟเฟตต์กลับได้รับเงินเดือนราวสามแสนบาทต่อเดือนเท่านั้น นอกจากนี้ บัฟเฟตต์ยังบริจาคทรัพย์สินกว่าร้อยละแปดสิบ หรือประมาณสามหมื่นเจ็ดพันล้านเหรียญ ให้กับมูลนิธิบิลล์และเมลินดา เกตส์ เพราะเขาเชื่อว่าเงินทุกเหรียญที่เขาได้รับมาในวันนี้ล้วนมาจากสังคมทั้งนั้น ดังนั้นก็ควรคืนหนึ่งบางส่วนกลับคืนสู่สังคมบ้าง พร้อมกับชักชวนให้ผู้มีฐานะร่วมกันนำเงินมาบริจาคเพื่อทำประโยชน์แก่สังคมต่อไป วิถีชีวิตของบัฟเฟตต์เป็นแรงบันดาลใจให้คนทั้งหลายได้เห็นว่า “ยิ่งสูงมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งต้องน้อมตัวลงให้ใกล้กับผืนดินมากเท่านั้น” […]

keyboard_arrow_up