คุณตาอดีตทหารผ่านศึก วัย 99 ปี เปิดเว็บไซต์รับเงินบริจาคช่วยเหลือบุคลากรทางการแพทย์ 

คุณตาอดีต ทหารผ่านศึก วัย 99 ปี เปิดเว็บไซต์รับเงินบริจาคช่วยเหลือบุคลากรทางการแพทย์  เมื่อวันที่ 16 เม.ย. 63 มิร์เรอร์ รายงานข่าวว่า อดีต ทหารผ่านศึก สงครามโลกครั้งที่ 2 ชื่อว่า ร.อ.ทอม มัว อายุ 99 ปี ต้องการหาทุนช่วยเหลือบุคลากรทางแพทย์ (เอ็นเอชเอส หรือ ระบบบริการสุขภาพแห่งชาติ) เพื่อเป็นการขอบคุณที่ดูแลและตัดผ่ากระดูกสะโพกหักให้เขาเป็นอย่างดี       คุณตาทอม มัวเปิดเว็บไซต์เพื่อระดมทุนชื่อว่า JustGiving ตอนแรกคุณตาตั้งเป้าบริจาคไว้ที่ 1,000 ปอนด์ เท่านั้น และให้สัญญาว่า เขาจะเดินรอบสวนในบ้านของตนเอง 100 รอบ ก่อนถึงวันเกิดของเขา ซึ่งวันนั้นคุณตาจะมีอายุครบ 100 ปี       หลังจากสื่อมวลชนได้รายงานข่าวของคุณตาทอม มัวออกไป ทำให้ประชาชนและชาวสังคมออนไลน์ร่วมบริจาคเงินเข้ามาเป็นจำนวนมาก จนยอดเงินบริจาคทะลุถึง 10 ล้านปอนด์ และเด็ก […]

“สงครามโลกพรากเราจากกัน” 75 ปีต่อมาคู่รักได้กลับมาพบกันอีกครั้งอย่างหวานชื่น

“สงครามโลก พรากเราจากกัน” 75 ปีต่อมาคู่รักได้กลับมาพบกันอีกครั้งอย่างหวานชื่น คุณยายชาวฝรั่งเศสได้กลับมาพบกับคนรักชาวอเมริกันที่ไม่ได้เจอเจอะมานานถึง 75 ปี ตั้งแต่เมื่อครั้งตกหลุมรักกันในช่วง สงครามโลก ครั้งที่ 2 นายทหารหนุ่มชาวอเมริกัน เค.ที. ร็อบบินส์ (K.T. Robbins) และสาวฝรั่งเศสแสนสวย จีนนายน์ กานาเย (Jeannine Ganaye) ตกหลุมรักกันตอนที่ร็อบบินส์ไปประจำการในฝรั่งเศสเมื่อ 75 ปีที่แล้ว แต่ความรักของทั้งคู่นั้นช่างแสนสั้น ร็อบบินส์อายุ 24 ปี จีนนายน์อายุ 18 ปี เขารับราชการให้กับกองทัพสหรัฐฯ และถูกส่งไปประจำการที่หมู่บ้านของเธอซึ่งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของฝรั่งเศส ทั้งสองปลูกต้นรักกันอย่างหวานชื่นตามประสาหนุ่มสาวท่ามกลางบรรยากาศสงครามอันร้อนระอุ แต่แล้วความรักก็ต้องสะดุดเมื่อร็อบบินส์ถูกส่งไปอยู่แนวหน้าทางฝั่งตะวันออก เขาจึงมีเวลาบอกลาสาวคนรักอย่างปัจจุบันทันด่วน ทั้งสองคุยกันเรื่องที่เขาจะกลับมาหาเธอ และเขาถ่ายรูปเธอไว้เป็นที่ระลึกอีกด้วย หลังจากวันนั้น ทั้งคู่ก็ไม่ได้พบหน้ากันอีกเลย ร็อบบินส์ถูกส่งกลับอเมริกาทันทีหลังสงครามสงบ เขาแต่งงานมีครอบครัวและเปิดร้านขายฮาร์ดแวร์ ส่วนจีนนายน์ก็เดินหน้าต่อไปเช่นกัน เธอแต่งงานและมีลูก 5 คนอยู่ในฝรั่งเศส จริง ๆ แล้วในช่วงที่สงครามยังไม่สงบ ทั้งคู่ยังมีความคิดที่จะกลับมาเจอกันอีก จีนนายน์ถึงขนาดเริ่มเรียนภาษาอังกฤษเพราะหวังว่าร็อบบินส์จะกลับมาในวันใดวันหนึ่ง แต่เมื่อเส้นทางชีวิตแยกไปคนละทาง ความหวังทุกอย่างจึงจบลง แล้วยิ่งต่างฝ่ายต่างแต่งงานมีครอบครัวไปแล้ว ก็ยิ่งยากที่จะกลับมาเจอกันอีก […]

ซาดาโกะ ซาซากิ ขอให้เรื่องของหนูเป็น อุทาหรณ์เตือนใจ โลก

ซาดาโกะ ซาซากิ ขอให้เรื่องของหนูเป็น อุทาหรณ์เตือนใจ โลก  ซาดาโกะ ซาซากิ เธอพยายามพับนกกระดาษให้ครบพันตัว เพื่ออธิษฐาน ขอให้เธอหายจากโรคร้าย ที่เป็นผลมาจากสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่ก็สายไปเสียแล้ว เด็กหญิงหมดลมก่อนที่นกกระดาษจะพับครบ จึงขอให้เรื่องจนนี้เป็น อุทาหรณ์เตือนใจ ภาพหนึ่งของชั้นหนังสือขณะที่กำลังไล่ตากวาดหาหนังสือเล่มที่อยากอ่าน ก็ไปหยุดกับหนังสือเล่มผอมบาง ที่ถูกหนังสือเล่มที่หนากว่าทั้งสองข้างเบียดจนจะกลืนเป็นเนื้อเดียวกับหนังสือที่ประกบ ด้วยความสงสัยจึงหยิบหนังสือเล่มที่น่าสงสารนี้ออกมาดู กว่าจะดึงมันออกมาได้ ก็เล่มเอาเหนื่อยจนเหงื่อตก หน้าปกเป็นภาพของเด็กหญิงในชุดกิโมโนสวยงาม กำลังพับนกกระดาษ ใช่ชื่อของเรื่องคือ “ซาดาโกะ ซาซากิ” เป็นหนังสือนิทานเล่มเล็กปกสีส้มทอง พอเปิดอ่านก็ทำให้นึกถึงความโหดร้ายของมนุษย์ที่กระทำต่อมนุษย์ด้วยกัน มนุษย์ต่างมีอัตตาจึงคิดประหัตประหารกัน แต่อย่างว่า เราคงไปโทษใครไม่ได้ เพราะเรื่องราวในอดีตย่อมเป็นเรื่องที่จบไปแล้ว เราทำได้เพียงแต่พยายามไม่ให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยเท่านั้นเป็นพอ อยากให้เรื่องของเด็กหญิงผู้น่ารักคนนี้เป็นอุทาธรณ์อีกครา จึงขอนำเรื่องราวของเธอมาบอกเล่า เพื่อหวังให้เป็นอีกเหตุการณ์ย้ำเตือนมนุษย์ อย่าได้ยึดอัตตาสูงจนทำร้ายมนุษย์ด้วยกันเอง       เด็กหญิงผู้อาบพิษปรมาณู ผลสหรัฐอเมริกาทิ้งระเบิดปรมาณูสองลูกลงที่ ฮิโรชิม่า และ นางาซากิ ส่งผลให้ประเทศญี่ปุ่นและพลเมืองญี่ปุ่นมีชีวิตที่เปลี่ยนไป เด็กหญิงซาดาโกะในวัย 2 ขวบ ก็ได้รับผลกระทบจากระเบิดครั้งนี้เช่นกัน ถึงแม้ว่าตอนนั้นเธอจะไม่ได้พิการหรือป่วยหนักเหมือนคนอื่น แต่ครอบครัวของเธอก็ดีใจที่ลูกน้อยไม่เป็นอะไร แต่ทว่าร่างกายของเธอได้อาบสารพิษจากระเบิด (สารกัมมันตรังสี) […]

keyboard_arrow_up