สวดมนต์ในใจกับการ สวดมนต์ออกเสียง แบบไหนได้บุญมากว่ากัน

สวดมนต์ในใจกับการ สวดมนต์ออกเสียง แบบไหนได้บุญมากว่ากัน สวดมนต์เป็นการทำบุญอย่างหนึ่ง คือทำให้จิตของคนสวดเป็นกุศล มีสมาธิ และเป็นภาวนาด้วยในบางครั้ง แต่ระหว่างสวดมนต์ในใจกับ สวดมนต์ออกเสียง แบบไหนได้บุญมากกว่ากัน มีคำถามตรงมาจากคนที่ชอบสวดมนต์ท่านหนึ่งว่า การสวดมนต์แบบไหนได้บุญมากกว่ากัน ระหว่างสวดมนต์ในใจกับสวดมนต์ออกเสียง คำถามนี้ฟังดูง่าย ๆ แต่หากจะอธิบายให้เข้าใจเลยทันทีเห็นจะเป็นเรื่องยาก     การสวดมนต์เป็นการที่เราได้ทบทวนคำสอนของพระพุทธเจ้า เพราะบทสวดบางบทก็เอามาจากพระไตรปิฎก ครูบาอาจารย์สมัยก่อนซึ้งในคำสอนใด ก็จะดึงออกมาเพื่อใช้สวด เพราะสมัยก่อนจะใช้วิธีการท่องจำ ดังนั้นการสวดมนต์จึงมีอิทธิพลมาจากอดีตที่เป็นสังคมการท่องจำด้วยปาก เมื่อท่องจำคำสอนนั้นแล้วมีใจเป็นกุศล เป็นบุญ จึงถ่ายทอดกันต่อมา แต่บางครูบาอาจารย์ หรือในคัมภีร์ใช้คำว่า พระโบราณาจารย์ หมายถึงครูบาอาจารย์รุ่นเก่าๆ แก่ๆ อาจถึงสมัยพุทธกาล นิยมนำพุทธพจน์หรือคำสอนมาภาวนา มีการภาวนาด้วยการระลึกถึงพุทธคุณของพระพุทธเจ้า จึงคล้ายกับการสวดมนต์ในใจ     ดังนั้นการสวดออกเสียงก็เป็นบุญ การสวดมนต์ในใจก็เป็นการภาวนา ได้บุญเช่นกัน แต่หากจะดีถ้าในขยับตามบทสวด แต่ใจตามทันเข้าใจคำที่เราเปล่งเสียงออกมา จึงมีปัญหาตามมาว่า สักแต่สวด แต่ไม่เข้าใจความหมายเพราะบทสวดเป็นภาษาบาลี ฆราวาสไม่ได้เก่งบาลีอย่างพระสงฆ์องค์เจ้า ดังนั้นการสวดมนต์บาลีแล้วตามด้วยคำแปลจะเป็นบุญมาก เพราะนอกจากจิตเป็นกุศลแล้ว ใจเข้าใจความหมายของบทสวด ปัญญา เกิด เพราะเข้าใจบทสวดนั้น ๆ ได้ความรู้ […]

keyboard_arrow_up