วันที่ฝึกสติเป็น วันแห่งความสุข โดย พระเมธีวชิโรดม (ว.วชิรเมธี)

วันที่ฝึกสติเป็น วันแห่งความสุข โดย พระเมธีวชิโรดม (ว.วชิรเมธี) ถ้าเราฝึกสติได้แล้ว อาตมาภาพรับรองได้ว่า ทุก ๆ วันที่เราตื่นนอนขึ้นมาจนหัวถึงหมอนในตอนค่ำเป็น วันแห่งความสุข อาตมาภาพหวังว่าเราทุกคนมีหนทางพ้นจากความทุกข์ มีบางคนว่า วันจันทร์วินาศ เพราะว่าเป็นวันแรกของสัปดาห์ วันอังคารวอดวาย วันพุทธหายนะ วันพฤหัสบดีร่อแร่ วันศุกร์นี่เดชะบุญ รอดไปได้อีกอาทิตย์หนึ่ง เสาร์อาทิตย์นอน ก็เป็นเช่นนี้แหละมนุษย์เรา อาตมาภาพปรารถนาให้ทุกวันเป็นวันแห่งสติ เป็นวันแห่งความสุข พระพุทธเจ้าบอกว่า “สติมโต สุเว เสยโย” “คนมีสติดีขึ้นทุกวัน ” ดังนั้นเราต้องฝึกสติ เพราะฉะนั้นลงมือเลยนะ     ต่อไปนี้ลองนั่งตามสะดวก หากนั่งขัดสมาธิก็นั่งต่อไป ถ้าไม่ได้ก็พับเพียบ การนั่งขัดสมาธิก็เอาเท้าขวาทับซ้าย มือขวาทับมือซ้าย ตั้งกายให้ตรง แล้วก็หลับตา หลับตานั้นให้หลับพอดี อย่าให้สนิทมากจนปวดตา มือก็วางไว้ให้พอดี อย่าถึงกับเกร็ง วิธีทำสมาธิเบื้องต้น วิธีแรก ให้เอาสติของเราไปจับอยู่ที่ลมหายใจเข้าออก หายใจช้า ๆ หายใจเข้ากำหนดว่า “พุท” หายใจออกกำหนดว่า “โธ” แล้วตามดูลมหายใจ […]

วิธีขุดรากถอนโคน แก้ความโกรธ ที่ได้ผลดีที่สุด สูตรท่าน ว.วชิรเมธี

การที่ความโกรธเกิดขึ้นง่าย ๆ ก็เพราะมันมีเชื้ออ่อน ๆ อยู่แล้วในใจของเรา นี่เป็นวิธีขุดรากถอนโคน แก้ความโกรธ ที่ได้ผลดีที่สุดที่ท่าน ว.วชิรเมธีแนะนำ

อย่าหยุดพัฒนาศักยภาพตนเอง ธรรมะเตือนสติ โดย ท่าน ว.วชิรเมธี

อย่าหยุด พัฒนาศักยภาพ ตนเอง ธรรมะเตือนสติ โดย ท่าน ว.วชิรเมธี ใครที่กำลังขาดแรงบันดาลใจ หากได้อ่านบทความนี้ที่เรียบเรียงจากคำสอนของท่าน ว.วชิรเมธี จะไม่อยากหยุด พัฒนาศักยภาพ ตนเอง ความสุขที่เรามีเปรียบเสมือนบันไดทีละขั้น ๆ ไม่ใช่เป้าหมาย มันเป็นแค่สะพาน สุขแท้อยู่ที่อิสระ อิสรภาพจากความทุกข์ นั่นคือความสุขที่แท้ บางทีการที่เราได้ทานอาหารอร่อย ๆ เราก็บอกสุขมากพอแล้ว อาตมาก็บอกอะไรที่อร่อย ๆ เมื่อกินติดต่อกันสักหนึ่งสัปดาห์ กินจนอาเจียนก็จะเลิกเลย พระพุทธเจ้าจึงตรัสว่า ขอให้เราเพียรพัฒนาตนให้ยิ่ง ๆ ขึ้นไป เหตุที่ต้องเพียรพัฒนาตนให้ยิ่งขึ้น ก็เพราะว่ามนุษย์นี้เป็นสัตว์ประเสริฐที่สามารถพัฒนาได้ยิ่ง ๆ ขึ้นไป ที่บ้านนางแล เคยมีสมเด็จองค์แรกของภาคเหนือ สมัยก่อนท่านก็เป็นคนที่นี่ เคยเลี้ยงวัวเลี้ยงควาย และก็ไปบวชเณร ได้ไปที่วัดเบญจมบพิตร วันหนึ่งได้เป็นพระราชาคณะรูปแรกของ 16 จังหวัดภาคเหนือ ในขณะที่ท่านเป็นสมเด็จไปแล้ว เพื่อนของท่านหลายคนก็ยังเป็นชาวบ้านเหมือนเดิม ขณะที่เพื่อนอีกคนทำไมถึงกลายเป็นพระราชาคณะ มีคนนับหน้าถือตา เพราะท่านพัฒนาตนเองไม่ค่อยหยุดพัก แต่เพื่อนของท่านเกิดมาแล้วพอใจอยู่แค่นั้น มันก็เลยอยู่กับที่     อาตมามีอาจารย์ท่านหนึ่ง เป็นคนพัฒนาตนไม่หยุดนิ่ง […]

อุทาหรณ์เรื่องการทำบุญที่ควรรู้ ก่อนจะสายเกินไป

อุทาหรณ์เรื่องการทำบุญ ที่ควรรู้ ก่อนจะสายเกินไป ท่าน ว.วชิรเมธีได้เล่าเรื่อง เทวดา 2 องค์ ตอนเป็นมนุษย์ทำทานเหมือนกัน แต่กลับได้ผลต่างกัน ดังนั้นจึงเป็นเรื่องละเอียดอ่อน จึงขอถ่ายทอด เรื่องนี้เป็น อุทาหรณ์เรื่องการทำบุญ ที่ควรรู้ ก่อนที่จะสายเกินไป ครั้งพระอรหันต์รูปหนึ่งชื่อว่า “พระควัมปติ” ซึ่งเป็นพระเถระชั้นผู้ใหญ่ ได้เหาะไปยังสวรรค์ชั้นจาตุงมหาราชิกาด้วยฤทธิ์ และแวะยังเสรีสกวิมาน (วิมานอันว่างเปล่า) พบว่าเจ้าของวิมานคือ ปายาสิเทพบุตร หรือพระเจ้าปายาสิแห่งเมืองเสตัพยะ นั่นเอง ตอนเทพบุตรเป็นมนุษย์ เป็นผู้มีมิจฉาทิฏฐิในเรื่องภพภูมิ จนกระทั่งพระกุมารกัสสปเถระจาริกมายังแคว้นโกศล จนมาถึงเมืองเสตัพยะ ได้โปรดพระเจ้าปายาสิจนมีสัมมาทิฏฐิ เชื่อแล้วว่าภพภูมิมีจริง และมุ่งมั่นประกอบบุญกุศล เมื่อสิ้นพระชนม์แล้วจึงได้เกิดเป็นเทพบุตร พระควัมปติเถระได้สนทนากับเทพบุตรจนทราบว่าในอดีตชาติคือพระเจ้าปายาสิ พระเถระทราบเรื่องราวของพระราชาพระองค์นี้เป็นอย่างดี จึงได้ถามถึงนายอุตระผู้เป็นข้ารับใช้ ว่าตอนนี้ไปเกิดอยู่ที่ใด     ปายาสิเทพบุตรตอบว่า เวลานี้นายอุตระไปเกิดเป็นเทพบุตรอยู่บนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ (สวรรค์ชั้นที่ 2 ในคติพระพุทธศาสนา) เพราะเป็นผู้ทำบุญด้วยความเคารพ ผิดกับพระเจ้าปายาสิที่ทำบุญด้วยความไม่เคารพ คือมักวานให้นายอุตระเป็นผู้ถวายทานแทนพระองค์เป็นประจำ พระองค์จึงไม่ได้ถวายทานแด่พระภิกษุด้วยพระหัตถ์ของพระองค์เอง ด้วยเหตุนี้จึงทำให้นายอุตระได้ทิพยสมบัติอันบริบูรณ์ในสวรรค์ชั้นที่สูงกว่าพระเจ้าปายาสิ ปายาสิเทพบุตรจึงขอร้องให้พระอรหันต์ ช่วยประกาศเรื่องการทำทานด้วยความไม่เคารพของตน เพื่อเป็นอุทาหรณ์แก่ชนทั้งหลาย อย่าได้ประมาทในการทำทาน ผลแห่งทานช่วยให้ไปเกิดในสุคติภูมิได้จริง […]

อานิสงส์แห่งการ แผ่เมตตาให้ตัวเอง ประโยชน์ของเมตตาที่น้อยคนจะรู้

อานิสงส์แห่งการ แผ่เมตตาให้ตัวเอง ประโยชน์ของเมตตาที่น้อยคนจะรู้ เราอาจคุ้นชินกับการแผ่เมตตามาตั้งแต่เด็ก หลังสวดมนต์เสร็จก็จะต้องสวดแผ่เมตตา แต่น้อยคนนักที่จะทราบประโยชน์ โดยเฉพาะการ แผ่เมตตาให้ตัวเอง ซึ่งมีอานิสงส์ดังต่อไปนี้ (1) นอนเป็นสุข คือ ไม่กลิ้ง ไม่กรน หลับสนิทเหมือนคนเข้าสมาบัติ มีลักษณะท่าทางเรียบร้อย งดงาม น่าเลื่อมใส (2) ตื่นเป็นสุข คือ ตื่นขึ้นแล้วไม่ทอดถอนหายใจ ไม่หน้านิ่วคิ้วขมวด ไม่บิดไปบิดมา มีหน้าตาชื่นบานเหมือนดอกปทุมที่กำลังแย้มบาน (3) ไม่ฝันร้าย คือ ไม่ฝันเห็นสิ่งที่น่าเกลียดน่ากลัว เช่น พวกโจรรุมล้อม สุนัขไล่กัด หรือตกเหว หากฝันเห็นแต่นิมิตที่ดีงาม เช่น ไหว้พระเจดีย์ ทำการบูชา และฟังธรรมเทศนา (4) จิตเป็นสมาธิเร็ว คือ เมื่อเจริญกรรมฐาน จิตสำเร็จเป็นอุปจารสมาธิ หรืออัปปนาสมาธิเร็ว (5) ผิวหน้าผ่องใส คือ หน้าตามีผิวพรรณเปล่งปลั่งสดใส เหมือนลูกตาลสุกที่หล่นจากขั้วใหม่ ๆ (6) ไม่หลงตาย คือ ตายอย่างสงบ เหมือนคนนอนหลับไปเฉย […]

Dhamma Daily : ข่าวในโซเชียลทำให้สะเทือนใจ ควรทำใจอย่างไรดี

ในยุคที่โซเชียลเน็ตเวิร์คมีการส่งต่อข่าวมากมาย บางข่าวก็ทำให้ผมหดหู่ สะเทือนใจ และเศร้าหมอง ควรมีวิธีทำใจอย่างไรครับ

ผิดหวังจากความรัก จนคิดอยากฆ่าตัวตาย แล้วจะช่วยให้พ้นทุกข์หรือเปล่า

ดิฉันคบกับแฟนมา 7 ปีแล้ว วันหนึ่งเขามาบอกเลิกไม่ทันรู้เนื้อรู้ตัว รู้สึกเหมือนโลกถล่มทลายลงตรงหน้า ไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่อไปอีกแล้ว อยากฆ่าตัวตายให้พ้นๆ จะได้ไม่ต้องจมปลักอยู่กับความทุกข์อย่างนี้ กรุณาช่วยดิฉันด้วยค่ะ

Dhamma Daily : ฮวงจุ้ย คืออะไร ทำไมต้องสนใจ

ฮวงจุ้ย ก็คือหลักเรื่องการเลือก “ทำเลที่ตั้ง” ทางพุทธศาสนา หลักฮวงจุ้ยก็คือเ “การอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดี” เมื่อจัดวางสิ่งของที่อยู่ได้ถูกใจ จิตใจก็สบาย

กุศโลบายวิธีกำจัดความโกรธ – บทความดีๆ จาก ท่าน ว. วชิรเมธี

“ปจฺฉา โส วิคเต โกเธ อคฺคิทฑฺโฒว ตปฺปติ” ภายหลังเมื่อความโกรธหายแล้วเขาย่อมเดือดร้อนเหมือนถูกไฟไหม้

แก้ไขปัญหาเข้ากับเพื่อนร่วมงานไม่ได้ ธรรมะจากท่านว.วชิรเมธี

ดิฉัน เข้ากับเพื่อนร่วมงานไม่ได้ ไม่มีความสุขที่จะไปทำงานและไม่มีความสุขที่จะอยู่กับผู้ร่วมงานเลย โดยพื้นฐานแล้วดิฉันเป็นคนที่จริงจังกับชีวิต

ประโยชน์ของการสวดมนต์ 6 ประการ โดย ท่าน ว.วชิรเมธี

ก่อนจะตอบว่า การสวดมนต์ มีประโยชน์อย่างไร ก็ควรทราบก่อนว่าการสวดมนต์มีความเป็นมาอย่างไร เท่าที่ทราบ การสวดมนต์น่าจะเกิดขึ้นจากประเพณีการเล่าเรียนธรรมะ…

เฉลยข้อสงสัย ไม่ได้เป็นชาวพุทธ จะบรรลุนิพพานได้หรือไม่ ? โดย ท่าน ว.วชิรเมธี

ท่าน ว.วชิรเมธี พูดเรื่องการ บรรลุนิพพาน ของคนศาสนาอื่นไว้ว่า คนที่กินแอ๊ปเปิ้ล ได้รับรสอร่อยและอิ่มท้อง แค่นั้นก็นับว่าสำเร็จผลของการกินอาหารแล้ว

ท่าน ว. ชวนปรับความคิด 3 ความเข้าใจผิดๆ ของชาวพุทธเกี่ยวกับ ” การทำบุญ “

ท่าน ว. กล่าวว่า ความเข้าใจเรื่อง การทำบุญ ของคนไทยในปัจจุบันมีความคลาดเคลื่อนไปจากหลักการทางพุทธศาสนาอย่างมาก จึงควรทำความเข้าใจกันให้ถูกต้อง ดังนี้

ความตายในทางพระพุทธศาสนา ที่แตกต่างจากคนทั่วไป

ความตายในทางพระพุทธศาสนา ที่แตกต่างจากคนทั่วไป ความตายเป็นสิ่งที่น่ากลัว นี่คือสิ่งที่คนทั่วไปคิด หลายคนไม่อยากตาย อยากมีชีวิตที่ยืนยาว พยายามยื้อชีวิตของตัวเองให้ยาวนานที่สุด แต่ทางพระพุทธศาสนา นั้นกลับตรงข้าม พระพุทธเจ้าไม่เกรงกลัวต่อความตาย ซ้ำยังเป็นผู้กำหนดความตายด้วยพระองค์เองเลยทีเดียว นี่คือการตายอย่างพุทธ อย่างผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน โดยแท้จริง มาดูกันว่า ความตายในทางพระพุทธศาสนา เป็นอย่างไร     ความตายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต จุดเริ่มต้นของมนุษย์คือความเกิด ในระหว่างทางคือความเป็น และปลายทางก็คือความตาย นี่คือการมองความตายว่าเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต ไม่ได้แยกต่างหากจากชีวิต ท่าทีนี้สำคัญมาก เพราะถ้าเรามองความตายว่าเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต ความกลัวตายจะหายไป เพราะมันเป็นส่วนหนึ่งอยู่แล้ว จะกลัวทำไม อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ ได้กล่าวว่า “ความกลัวตายเป็ความกลัวที่ไร้เหตุผลที่สุด เพราะความตายนั้นมาพร้อมความเกิดอยู่แล้ว ในคัมภีร์วิสุทธิมรรคกล่าวเอาไว้ดีมาก ท่านบอกว่า ความตายนั้นมาพร้อมความเกิด อุปมา ดังหนึ่งเมื่อเห็ดดอกหนึ่งชำแรกผิวดินออกมา ก็จะมีผลคลีธุลีดินติดอยู่ที่ดอกเห็ดโดยอัตโนมัติความข้อนี้ฉันใด เมื่อเราทั้งหลายเกิดมาแล้ว ก็มีความตายสืบเนื่องกับชีวิตมาเป็นเนื้อเดียวกันฉันนั้น อุปมาดังหนึ่งเหมือนเรายกหน้ามือขึ้น หลังมือก็ตามมา หากชีวิตคือหน้ามือ ความตายก็คือหลังมือ ทั้งชีวิตหรือทั้งเกิดและความตายก็คือสองด้านของฝ่ามือเดียวกัน เพราะฉะนั้นเราจึงไม่ควรกลัวตาย”     ความตายนั้นเป็นธรรมชาติ พระพุทธองค์ทรงสอนให้เรามองว่า […]

ก่อนมรณาจะมาถึง หนังสือแห่งสัจธรรมสุดท้ายของชีวิต

ก่อนมรณาจะมาถึง หนังสือแห่งสัจธรรมสุดท้ายของชีวิต เราควรทำอย่างไรก่อนความตายจะมาถึง ระหว่างใช้ชีวิตเต็มที่กับสิ่งที่แสวงหามา โดยไม่สนใจภพหน้าว่าจะเป็นอย่างไร หรือจะอยู่กับปัจจุบันขณะ เพื่อให้จิตดวงสุดท้ายเดินทางไปสู่ภพใหม่อย่างสงบ คำตอบของความสงสัยนี้กำลังรอคุณอยู่ในหนังสือเล่มนี้ “ ก่อนมรณาจะมาถึง ” คำถามค้างคาใจของหลายคนจะได้รับความกระจ่างจากหนังสือเล่มนี้ งานเขียนเล่มล่าสุดของท่าน ว.วชิรเมธี ท่านบอกสาเหตุที่นำเสนอธรรมะด้วยเรื่องของความตาย สัจธรรมสุดท้ายของชีวิตที่ทุกคนต้องเผชิญ     หนังสือที่ใช้ความตายเตือนสติแก่ผู้ที่มีชีวิตอยู่ หนังสือเล่มนี้เกิดขึ้นเพื่อนำเสนอคำสอนที่เป็นหัวใจของพระพุทธศาสนาใช้ความตายเป็นกุศโลบายในการสอน เพราะความตายเป็นเรื่องที่เราทุกคนต้องเจอ แม้แต่พระพุทธองค์ยังทรงหนีความตายไม่พ้นเช่นกัน ในคำสอนสุดท้ายก่อนพระพุทธองค์ดับขันธปรินิพพาน พระองค์ทรงสอนเรื่อง “ความไม่ประมาท” แล้วสิ่งหนึ่งที่พระองค์ทรงสอนในเรื่องนี้ด้วยคือ “ความตาย” พระพุทธองค์ตรัสว่า “ภิกษุทั้งหลาย วันนี้เราขอเตือนเธอทั้งหลายว่า สังขารทั้งหลายมีความเสื่อมไปเป็นธรรมดา ดังนั้นเธอทั้งหลายจงดำรงชีวิตด้วยความไม่ประมาท” หนังสือเล่มนี้เป็นเพื่อนเตือนสติไม่ให้เราทุกคนประมาทต่อการมีชีวิตอยู่ เพราะเราไม่รู้ว่าความตายจะมาถึงเราเมื่อไร “ความไม่ประมาท” คำสอนสุดท้ายของพระพุทธองค์นี้จึงเป็นสิ่งจำเป็นต่อเราทุกคน     คิดถึงความตาย มีชัยไปกว่าครึ่ง การที่พระพุทธองค์ทรงสอนให้มรณานุสติภาวนาเพราะทำให้เราไม่ประมาทในการดำรงชีวิต คนส่วนใหญ่มีชีวิตอยู่ด้วยความประมาททั้ง ๆ ที่มนุษย์มีวันตายเป็นของตนเอง  แต่กลับใช้ชีวิตดังว่าไม่มีวันเจ็บและวันตาย มนุษย์ประมาทเพลิดเพลินในยศ อำนาจ รูป เสียง กลิ่น และ รส แสวงหาเงินทอง ลาภ ยศ […]

Dhamma Daily: ชอบหงุดหงิดพ่อแม่ ต้องแก้อย่างไร ธรรมะดีๆ จาก ท่าน ว.วชิรเมธี

ธรรมะดีๆ จาก ท่าน ว.วชิรเมธี อยากกราบเรียนถามพระอาจารย์ว่า การที่ ชอบหงุดหงิดพ่อแม่ มีวิธีไหนที่จะทำให้เปลี่ยนความรู้สึกและพฤติกรรมแบบนี้ให้ดีขึ้นบ้างคะ

กับดักของเงินและงาน บทความให้ข้อคิดดีๆ จาก ท่าน ว.วชิรเมธี

กับดักของเงินและงาน คืออะไร แล้วเรากำลังตกเป็นกับดักอยู่หรือเปล่า ? จริงหรือไม่ ที่คนส่วนใหญ่ล้วนมีชีวิตอยู่ในโลกของการทำงาน  – บทความจาก ท่าน ว.วชิรเมธี

Dhamma Daily : กรณีร้องเรียนเรื่องเสียงระฆัง มีธรรมะใดที่เข้ากับสถานการณ์นี้บ้าง

Dhamma Daily : กรณีร้องเรียนเรื่องเสียงระฆัง มีธรรมะใดที่เข้ากับสถานการณ์นี้บ้าง มีแฟนเพจท่านหนึ่งส่งคำถามมาถึงซีเคร็ต กรณีร้องเรียนเรื่องเสียงระฆัง ที่เป็นข่าวอยู่ขณะนี้ ทางซีเคร็ตเห็นว่าเป็นคำถามที่น่าสนใจ และให้ประโยชน์แก่ผู้ที่สนใจอยู่ไม่น้อย ประจวบเหมาะกับท่าน ว.วชิรเมธีสะดวกตอบปัญหาธรรมพอดี ซีเคร็ตจึงนำคำถามนี้ให้ท่าน ว.วชิรเมธีช่วยไขข้อสงสัยนี้ให้กระจ่าง คำถาม : กรณีเหตุการณ์ที่กำลังดัง เรื่องร้องเรียนการตีระฆัง ในแง่พระพุทธศาสนา เรามีคำสอน ที่สามารถปรับใช้กับเหตุการณ์ ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับชุมชนและวัดอย่างไรบ้าง ? คำตอบ : เราต้องตระหนักรู้ถึงวัตถุประสงค์ที่แท้จริงของการเคาะระฆังก่อนว่า ทำไปเพื่ออะไร วัตถุประสงค์ของการเคาะระฆังที่แท้จริงคือการส่งสัญญาณแห่งการตื่น ระฆังเป็นสัญญาณเตือนแห่งการเจริญสติ เมื่อเสียงระฆังดังขึ้น เราต้องกลับมาเจริญสติ อย่างน้อยคือกลับมาอยู่กับปัจจุบันขณะ ตามดูตามรู้ลมหายใจ เราก็กลายเป็นคนที่มีสติ สองในการอยู่ร่วมกันในสังคม ถ้าคุณเป็นคนนอกแล้วเข้ามาอยู่ในสังคมอื่น คุณต้องไม่เอาตนเองเป็นใหญ่ ต้องเคารพในวิถีชีวิตและวิถีวัฒนธรรมของสังคมนั้น โลกคือสังคมพหุวัฒนธรรม ถ้าเป็นคนนอกสังคมเข้าไปอยู่ทีหลัง คุณต้องเคารพวัฒนธรรมเดิมของเขา ไม่ใช่ให้คนในวัฒนธรรมเดิมเปลี่ยนวัฒนธรรมตามคุณ สามในกรณีของวัด ถ้ามีคนมาฟ้องร้อง คุณก็อย่าเพิ่งไปโกรธ ต้องหันมาตรวจสอบว่าเป็นจริงหรือเปล่า ถ้าเป็นจริงก็เปลี่ยนโดยใช้ทางสายกลาง (มัชฌิมาปฏิปทา) ให้เกิดขึ้นระหว่างวัดกับชุมชน ถ้าทำได้อย่างนี้ กรณีนี้ก็จบอย่างไม่มีใครเจ็บ คือได้รับผลประโยชน์เท่ากันทุกฝ่าย เราต้องไม่ลืมว่าวัดในทุกวันนี้ ไม่ได้อยู่ในป่า วัดโดยมากอยู่ใจกลางชุมชน […]

keyboard_arrow_up