อาการบาดเจ็บจากการวิ่งที่มักพบบ่อย และวิธีรักษาเบื้องต้นด้วยตัวเอง

บาดเจ็บจากการวิ่ง และวิธีรักษาเบื้องต้น วิ่ง กิจกรรมสุดสนุกที่ทำให้เราได้สุขภาพที่ดี ได้รูปร่างที่สมส่วน แถมยังได้พบเจอเพื่อนใหม่ๆ ที่มีใจรักการวิ่งเหมือนกันด้วย ทำให้การวิ่งเป็นกิจกรรมที่หลายๆ คนหลงรัก ไม่ว่าว่างเมื่อไหร่ก็จะหาเวลาไปวิ่งอยู่เสมอ แต่ถ้าหากไม่เตรียมพร้อมร่างกายให้ดี การวิ่งอาจทำให้เราบาดเจ็บจนไม่อยากจะวิ่งต่อ เรามาดู 3 อาการบาดเจ็บที่มักพบบ่อยจากการวิ่ง หากเราไม่เตรียมพร้อมวอร์มร่างกายให้ดี พร้อมวิธีรักษาเบื้องต้นด้วยตัวเอง และหากอาการเจ็บบรรเทาลงแล้ว ต้องไม่ลืมวอร์มอัพคูลดาวน์ร่างกายก่อนวิ่ง  และหากมีอาการบาดเจ็บเรื้อรัง ควรไปปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อทำการรักษาอย่างเหมาะสมด้วยนะคะ อ่านเพิ่มเติม 11 ท่า ยืดเส้นยืดสาย อบอุ่นร่างกายก่อนไปวิ่ง วอร์มอัพถูกวิธีไม่มีบาดเจ็บ     3 อาการ บาดเจ็บจากการวิ่ง อาการปวดเข่าจากการวิ่ง เป็นอาการผิดปกติบริเวณหัวเข่าที่เกิดจากการใช้งานมากเกินไปเกินกว่าที่ร่างกายจะรับได้ ส่วนใหญ่มักเกิดขึ้นเมื่อกระดูกลูกสะบ้าเสื่อม หรือเคลื่อนไหวไม่อยู่ในแนวที่ควรจะเป็น เมื่อถูกแรงกระทำในขณะวิ่งเป็นเวลานาน กระดูกอ่อนที่อยู่ใต้ลูกสะบ้าจะเกิดการสึกกร่อน เกิดกระบวนการอักเสบจนทำให้รู้สึกปวดนั่นเอง และจะปวดมากขึ้นเมื่อเดินขึ้นลงบันได ย่อเข่า หรือนั่งงอเข่าเป็นเวลานานๆ แล้วพอลุกจะปวดมาก วิธีรักษาเบื้องต้น : ในกรณีนี้อันดับแรกต้องเปลี่ยนรองเท้าวิ่งเป็นรุ่นที่มีการรองรับอุ้งเท้าแบบพิเศษ สำหรับผู้ที่มีปัญหาเท้าแบนโดนเฉพาะ  และเพิ่มการออกกำลังกายเพื่อการรักษาสมดุลของกล้ามเนื้อเข่าด้านหน้าและด้านหลัง  และเพิ่มกำลังกล้ามเนื้อลำตัวเป็นระยะเวลาอย่างน้อย 8 สัปดาห์ ร่างกายจึงจะสามารถฟื้นคืนสภาพกลับไปวิ่งต่อได้   อาการเจ็บบริเวณหน้าแข้ง เจ้บหน้าแข็ง เกิดขึ้นบ่อยๆ […]

หน้ามืด ยืดเส้น ตอบปัญหาเรื่อง วิ่งลดน้ำหนัก ที่นี่ที่เดียว

วิ่งลดน้ำหนัก กับสารพัดปัญหาระหว่างทาง เรารวบรวมคำตอบไว้ให้แล้ว วิ่งลดน้ำหนัก ไม่ใช่เรื่องยาก แต่หลายคนเป็นนักวิ่งมือใหม่และเมื่อเจอปัญหาอย่าง หน้ามืด หรือลืมยืดเส้น ก็ทำให้เกิดอาการบาดเจ็บจนล้มเลิกความคิดที่จะวิ่งต่อไป นายแพทย์กรกฎ พานิช ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์การกีฬา และคอลัมนิสต์ประจํานิตยสารชีวจิต มีคำตอบ ที่จะทำให้คุณวิ่งได้อย่างมือโปร ยืดเส้นก่อนวิ่งจําเป็นไหม เราจะเห็นว่า การออกกําลังกายหรือเล่นกีฬาชนิดใด จําเป็นต้องมีการกระตุ้นกล้ามเนื้อมัดใหญ่ด้วยการวิ่งเหยาะๆ ขยับแขนขาสัก 5 นาที เพื่อให้เลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อมัดนั้นๆ หรือที่เรามักเรียกกันว่า วอร์มอัพ ในส่วนของการยืดเหยียดนั้น แนะนําให้ทํา แต่ควรทําหลังจากการวอร์มอัพเล็กน้อย เพราะหากกล้ามเนื้อมีเลือดไปเลี้ยงไม่เพียงพอ อาจทําให้กล้ามเนื้อฉีกขาดหรือเกิดการบาดเจ็บได้ ซึ่งการยืดเหยียดก่อนเล่นกีฬาหรือออกกําลังกายจะช่วยคลายกล้ามเนื้อที่เคยหดอยู่ตลอดเวลา เช่น ในผู้ที่ทํางานนั่งโต๊ะหรืออยู่ในท่าเดิมนานๆ และช่วยลดการเกิดตะคริวได้ด้วย แต่ต้องไม่ลืมว่า หลังจากออกกําลังกายแล้ว ร่างกายต้องการการคูลดาวน์ หรือการลดอัตราความเร็วของกิจกรรมลง ตามด้วยการยืดเหยียดอีกครั้ง ซึ่งครั้งนี้จะช่วยให้กล้ามเนื้อที่หดเกร็งจากการใช้งานหนักคลายตัวลง ทําให้เลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อได้ตามปกติ ช่วยให้ไม่ปวดเมื่อยหรือตึงตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย สรุปแล้วการยืดเหยียดมีความจําเป็นทั้งก่อนและหลังออกกําลังกาย เพราะช่วยให้การออกกําลังกายเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและลดการเกิดอาการบาดเจ็บได้นั่นเอง วิ่งแล้วหน้ามืด แน่นหน้าอก ควรทําอย่างไร อาการเหนื่อย หอบ จุก จากการวิ่งครั้งแรกๆ อาจเกิดกับผู้ที่ไม่ได้วิ่งสม่ําเสมอหรือไม่เคยออกกําลังกายมาก่อน แล้วมาวิ่งด้วยความเร็วหรือระยะทางที่มากเกินไป แต่ถ้ามีอาการหน้ามืดร่วมด้วยแบบนี้ต้องระวังแล้ว […]

วิ่งลดน้ำหนัก ใน 12 สัปดาห์ ทำตามแล้วจะรู้ว่า ผอม!

วิ่งลดน้ำหนัก จะเป็นเรื่องง่าย ที่ใครก็ทำตามได้ วิ่งลดน้ำหนัก ถือเป็นเรื่องที่หนุ่มๆ สาวๆ ออฟฟิศตั้งเป้าว่า ต้องทำ!! ซึ่งเราก็มีวิธีวิ่งลดน้ำหนักแบบไม่ยุ่งยากมาบอกต่อ ก่อนอื่นเราขอแนะนําให้คุณคว้ารองเท้าผ้าใบแล้วออกไปวิ่งกับเรา แต่ช้าก่อน! จะวิ่งอย่างไรให้ผอมนี่สิคือปัญหา ต้องก้าวขายาวๆ วิ่งให้เร็ว  หรือก้าวขาสั้นๆ แล้ววิ่งช้าๆ คําถามเหล่านี้จะหมดไป ด้วยโปรแกรมวิ่ง12สัปดาห์ ที่ลองทําตามแล้วผอมชัวร์   วิ่งอย่างไรจึงผอม อย่ารีบหยิบรองเท้าผ้าใบคู่ใจลงลู่วิ่งนะคะ หากยังไม่รู้เทคนิคของการวิ่งลดน้ำหนัก หลายคนวิ่งเท่าไรก็ไม่ผอมเสียที นั่นเพราะคุณกําลังวิ่งผิดวิธี การวิ่งเพื่อลดน้ำหนักคือ การวิ่งที่ทําให้อัตราการเต้นของหัวใจอยู่ในช่วงโมดีเรต หรือชีพจรเต้นอยู่ที่ร้อยละ 75-85 นักวิ่งจะรู้สึกเหนื่อยระดับปานกลาง หายใจแรง มีเหงื่อออกพอชุ่ม แต่ยังพูดเป็นประโยคได้ การวิ่งให้อัตราการเต้นหัวใจอยู่ในระดับนี้ จะช่วยให้ ร่างกายเผาผลาญไขมันออกมาใช้ได้ถึงร้อยละ 60 และเป็นช่วงที่ร่างกายดึงไขมันออกมาใช้มากที่สุดเมื่อเทียบกับอัตราการเต้นของหัวใจในระดับอื่น จึงเหมาะแก่การออกกําลังกายเพื่อลดน้ำหนัก   โมดีเรตสิจ๊ะ ถึงผอม รู้ได้อย่างไรว่า อัตราการเต้นของ หัวใจในช่วงโมดีเรต (ชีพจรเต้นร้อยละ75-85) คือเท่าไร เรามีสูตรในการคํานวณดังนี้ อัตราการเต้นของหัวใจช่วงโมดีเรต = (220- อายุ) × อัตราการเต้นของหัวใจช่วงโมดีเรต (ช่วง […]

keyboard_arrow_up