วิบากกรรมของปลากปิละ ปลาปากเหม็นที่มีเกล็ดเป็นทองคำ

วิบากกรรมของ ปลากปิละ ปลาปากเหม็นที่มีเกล็ดเป็นทองคำ ครั้งพระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ ณ พระเชตวัน เกิดเรื่องประหลาดขึ้นท่ามกลางพุทธศาสนิกชนที่มาเข้าเฝ้าพระพุทธองค์ เมื่อพระเจ้าปเสนทิโกศลทรงนำปลาตัวใหญ่ที่มีเกล็ดเป็นทองคำชื่อว่า ” ปลากปิละ ” เข้ามาให้พระพุทธเจ้าทอดพระเนตร พระเจ้าปเสนทิโกศลทรงได้ปลาตัวใหญ่ที่มีเกล็ดเป็นทองคำมาจากชาวประมงคนหนึ่ง เขาสามารถจับปลาตัวใหญ่ตัวนี้ได้  เพราะในอดีตชาติได้เกิดโจรแต่กลับใจมารักษาศีล อานิสงส์แห่งการถือศีล ทำให้เขาเกิดเป็นเทพบุตร และกลับชาติมาเกิดอีกครั้งในตระกูลชาวประมง  พระราชาทรงอยากทราบว่าเหตุใดปลาตัวนี้จึงมีเกล็ดเป็นทองคำ ซึ่งผิดธรรมชาติจากปลาทั่วไป เมื่อปลาตัวถูกนำเข้ามายังพระเชตวัน สาธุชนที่มาเข้าเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้าได้เห็นปลาประหลาด แต่เมื่อมันอ้าปากขึ้นกลับเกิดกลิ่นเหม็นไปทั่วพระเชตวัน เหตุการณ์นี้สร้างความสงสัยให้แก่สาธุชนเป็นอย่างมาก     พระพุทธเจ้าจึงตรัสถึงอดีตชาติและวิบากกรรมของปลาตัวนี้ว่า ครั้งสมัยพระกัสสปพุทธเจ้าเสด็จดับขันธปรินิพพานไปแล้ว มีพี่ชายและน้องชาย คนพี่ชื่อว่า “โสธนะ” ส่วนคนน้องชื่อว่า “กปิละ” ชวนกันบวชเป็นพระภิกษุ คนพี่มุ่งมั่นปฏิบัติ (วิปัสสนาธุระ) แต่คนน้องเห็นว่าตนเองยังอายุไม่มาก ควรศึกษาปฏิเวธ (คันถธุระ) เสียก่อน พอศึกษามากเข้าก็สามารถแสดงธรรมได้ กลายเป็นที่ชื่นชอบของสาธุชนทั้งหลาย ยิ่งทำให้พระกปิละรู้สึกว่าตนเองมาถูกทาง พระภิกษุสายปฏิบัติเห็นว่า พระกปิละหลงใหลในปฏิเวธมากเกินไป ไม่ยอมปฏิบัติเสียที จึงตักเตือนเพื่อให้สนใจปฏิบัติบ้าง พระกปิละไม่พอใจจึงกล่าววาจาดูหมิ่นพระเถระผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ แสดงให้เห็นว่าพระกปิละดื้อดึงที่จะมุ่งมาทางปฏิเวธ พระโสธนะทราบจึงเข้ามาตักเตือนพระน้องชาย แต่พระกปิละก็ต่อว่าพระโสธนะอย่างรุนแรง ภิกษุณีที่เป็นแม่และน้องสาวได้ตามมาบวชก็ต่อว่าพระภิกษุที่มาตักเตือนพระกปิละทุกรูป หลังจากนั้นจึงไม่มีใครกล้ายุ่งกับพระกปิละอีกเลย เมื่อพระโสธนะปลงสังขารและดับขันธปรินิพพาน เพราะมุ่งปฏิบัติ […]

“ให้ทุกข์แก่ท่าน ทุกข์นั้นถึงตัว” บาปกรรมของคนเกลียดพระ

“ให้ทุกข์แก่ท่าน ทุกข์นั้นถึงตัว” บาปกรรมของคนเกลียดพระ กรรมติดจรวดไม่ได้มีเพียงแต่ในยุคสมัยนี้เท่านั้น ครั้งสมัยพุทธกาลก็มีนายพรานคนนี้ซึ่งเป็นคนเกลียดพระ แล้วได้รับวิบากกรรมอย่างชนิดทันควันเดี๋ยวนั้นหลังจากทำร้ายพระจนเกือบถึงแก่ความตาย เพราะเป็น บาปกรรมของคนเกลียดพระ ครั้งสมัยพุทธกาลมีนายพรานคนหนึ่งชื่อว่า “โกกะ” ทุกครั้งที่ออกไปล่าสัตว์จะใช้สุนัขล่าเนื้อช่วยในการล่าสัตว์ วันหนึ่งขณะที่นายโกกะกำลังเดินออกจากหมู่บ้านเพื่อไปล่าสัตว์เหมือนทุก ๆ ครั้ง ได้พบกับพระภิกษุกำลังบิณฑบาตอยู่ในหมู่บ้าน วันนั้นทั้งวัน นายโกกะจับสัตว์ไม่ได้เลย นายพรานก็ไม่ได้ติดใจอะไรจนกระทั่งเข้าสู่วันที่สอง เขาก็พบพระภิกษุรูปนั้นอีกครั้ง ปรากฏว่าทั้งวันก็ไม่สามารถจับสัตว์อะไรได้เลย จึงเริ่มคิดหาสาเหตุแล้วว่าเป็นเพราะอะไร วันต่อมาเขาเจอพระภิกษุรูปเดิมกำลังเดินบิณฑบาต ในวันนั้นก็ไม่สามารถจับสัตว์ได้อีก จึงเริ่มแน่ใจแล้วว่าการได้พบเจอพระภิกษุรูปนั้นทำให้ตนจับสัตว์ไม่ได้ นายโกกะมองว่าพระภิกษุเป็นกาลกิณีที่ทำให้เขาไม่สามารถจับสัตว์ได้เลย จึงคิดว่าถ้าเจอพระอีกจะกำจัดเสีย วันต่อมานายพรานพบพระภิกษุเที่ยวบิณฑบาตจึงสั่งให้สุนัขล่าเนื้อเข้าไปกัดพระภิกษุเพื่อหมายเอาชีวิต     พระภิกษุทิ้งบาตร แล้ววิ่งหนี ปีนขึ้นไปบนต้นไม้ สุนัขล่าเนื้อต่างกระโจนหมายจะกัดพระตามคำสั่งของเจ้านาย นายโกกะรังเกียจพระเข้าไส้ก็ใช้มีดแทงไปที่เท้าทั้งสองข้างของพระ พระภิกษุทรมานไม่สามารถมีสติประคองตัวได้ดีนัก จีวรที่นุ่งห่มจึงตกลงมาคลุมร่างของนายพราน สุนัขคิดว่าเป็นพระภิกษุจึงกระโจนเข้ากัดนายพรานจนตายอย่างน่าเวทนา พระภิกษุจึงลงมาจากต้นไม้แล้วเดินทางไปยังพระเชตวันมหาวิหาร ได้เข้าเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้า และทูลถามว่า นายพรานคนนั้นถูกสุนัขกัดจนตายเพราะจีวรที่ตนนุ่งห่ม จะเป็นการผิดศีล และพรหมจรรย์จะด่างพร้อยหรือไม่ พระพุทธองค์ตรัสตอบว่า ถ้าเป็นเช่นนี้ศีลและพรหมจรรย์ของเจ้าไม่ด่างพร้อย พระพุทธองค์ทรงเมตตาตรัสบุพกรรมของนายพรานคนนี้ให้พระภิกษุฟังว่า ในอดีตชาติ นายโกกะเคยเป็นผู้คิดประทุษร้ายต่อผู้ไม่คิดร้ายต่อตน ในชาตินั้นเขาเกิดเป็นหมอ แล้วเอางูไปใส่ไว้ในรังนก บอกให้เด็กปีนขึ้นไปเก็บไข่นกลงมา เขาหวังให้งูกัดเด็กคนนั้น แล้วตนจะได้รักษาและคิดค่ารักษาแพง ๆ เพื่อเอาเงิน […]

อย่าริอาจคิดจองเวร วิบากกรรมจะติดตามคุณไปทุกชาติ

อย่าริอาจคิด จองเวร วิบากกรรมจะติดตามคุณไปทุกชาติ เมื่อพูดถึงเรื่องการ จองเวร หลายคนคงจะสันหลังวาบ หรือขนลุกพอง ชวนสยองเกล้า อารมณ์เหมือนความเชื่อเรื่องเจ้ากรรมนายเวร ที่มักมีภาพแทนเป็นผีเหมือนในภาพยนตร์เรื่องชัตเตอร์ที่อนันดาแสดงเป็นพระเอก ทำให้เราไม่เจริญรุ่งเรือง แต่เรื่องที่จะเล่าต่อไปนี้ จะทำให้เห็นถึงโทษของการคิดจองเวรต่อกัน เพราะมันจะทำให้ต้องจองเวรข้ามภพข้ามชาติอย่างไม่รู้ที่สิ้นสุด มีนางยักษ์ตนหนึ่งชื่อ “กาลี” ในอรรถกถาคาถาธรรมบทเรียกนางยักษ์ว่า “กาลียักษิณี” อาจหมายถึงนางยักษ์ที่มีผิวดำก็เป็นได้ นางยักษ์ตนนี้เป็นบริวารของท้าวเวสสุวรรณ เทวดาผู้เป็นเจ้าแห่งยักษ์และภูตผีทั้งปวง เป็นหนึ่งในเจ้าสวรรค์ชั้นจาตุงมหาราชิกา     ครั้งนางมีหน้าที่ตักน้ำจากสระอโนดาตในป่าหิมพานต์ไปถวายท้าวเวสสุวรรณ เมื่อนางว่างก็จะออกจับมนุษย์กินเป็นอาหาร จนวันหนึ่งนางได้กินทารกซึ่งเป็นบุตรของกุลธิดานางหนึ่งในกรุงสาวัตถี เมื่อใดที่กุลธิดาคลอดบุตร นางยักษ์ก็จะจำแลงร่างเป็นเพื่อนสนิทของกุลธิดา แสดงว่ามามาเยี่ยมแล้วจับทารกกินทันทีเป็นครั้งที่สอง พอกุลธิดาท้องลูกครั้งที่สามจึงขอสามีกลับไปคลอดที่บ้านเกิด เพื่อเป็นการรักษาชีวิตของบุตรไว้ นางยักษ์ก็ตามไปที่บ้านของกุลธิดาเพื่อจะจับทารกกินเป็นอาหาร กุลธิดาทราบว่าพระผู้มีพระภาคเจ้าเป็นที่พึ่งเดียวของนางและลูกในเวลานี้ เพราะพระองค์ทรงเป็นครูแห่งมนุษย์และเทวดาทั้งหลาย นางจึงพาบุตรไปยังพระเชตวันมหาวิหารของอนาถบิณฑิกเศรษฐี และถวายบุตรของเธอแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า “พระองค์ผู้เจริญโปรดรับบุตรของดิฉันและคุ้มครองบุตรของดิฉันด้วยเถิด” เมื่อนางยักษ์ติดตามมาถึงพระเชตวันมหาวิหาร เทวดานามว่า “สุมนเทพบุตร” ขว้างไม่ให้นางยักษ์เข้าพระวิหาร พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงให้พระอานนท์พานางยักษ์เข้ามา พระองค์ทรงแสดงธรรมต่อนางยักษ์ จนนางเข้าใจแล้วว่าหากนางทำเช่นนี้ต่อไป ในชาติต่อไปกุลธิดาก็จะมากินลูกของนางอีก ชาติต่อไปนางยักษ์ก็จะตามกินลูกของกุลธิดาเป็นแบบไปอย่างไม่มีจุดสิ้นสุด จากนั้นนางก็สำเร็จเป็นพระโสดาบัน จากนั้นนางก็ร้องไห้ แล้วทูลถามว่าหากนางมีจิตเลื่อมใสในพระรัตนตรัยและถือศีล ไม่อาจจับมนุษย์กินได้อีกต่อไป แล้วนางจะกินอาหารเพื่อหล่อเลี้ยงชีวิต   คลิกเลข 2 […]

ลีลาแห่งกรรมและการให้ผลของกรรม โดย สมเด็จพระญาณสังวร (เจริญ สุวฑฺฒโน)

ก่อนจะมาเป็นเราแต่ละคนในภูมิของมนุษย์นี้ ต่างก็ได้เป็นอะไรต่อมิอะไรมาแล้วมากมาย นับชนิดนับชาติไม่ได้ เป็นกันทั้งเทวดา สัตว์ใหญ่ สัตว์เล็ก รวมทั้งมนุษย์ชายหญิง คนมีคนจน ฯลฯ ต่างเคยมีเคยเป็นกันมาแล้วทั้งนั้น

ทำไมเธอต้องถูกถ่วงน้ำทั้งเป็น วิบากกรรมของหญิงกาลกิณี

ทำไมเธอต้องถูกถ่วงน้ำทั้งเป็น วิบากกรรม ของหญิงกาลกิณี วิบากกรรม หมายถึง ผลของการกระทำ อาจเป็นผลที่เกิดจากการทำกรรมดี หรือ กรรมชั่วก็ได้ แต่ในปัจจุบันมักใช้คำนี้ไปในแง่ลบ คือผลของบาป หรือ กรรมชั่ว เรื่องที่จะเล่าต่อไปนี้ เป็นเรื่องที่สร้างความสงสัยให้กับพระเถระรูปหนึ่ง จนต้องทูลถามพระพุทธเจ้าว่า ทำไมหญิงคนนั้นต้องถูกถ่วงน้ำทั้งเป็น ครั้งสมัยพุทธกาลมีนายเรือคนหนึ่ง ต้องนำผู้คนและสินค้าบนเรือเดินสมุทรลำนี้ไปส่งยังจุดหมาย จนกระทั่งวันหนึ่ง เรืออยู่ ๆ กลับนิ่ง ไม่ยอมแล่นไปเหมือนทุกครั้ง ทุกคนบนเรือพยายามหาทางให้เรือแล่นต่อไป ถ้าเรือไม่แล่นมีหวังเรือล่ม ทุกคนจะจมน้ำตายกันหมด จนกระทั่งมีคนหนึ่งเสนอว่าเหตุที่เรือไม่แล่นเพราะมีตัวกาลกิณีอยู่บนเรือ เขาจึงเขียนฉลากแล้วให้ทุกคนบนเรือเสี่ยง ปรากฏว่าภรรยาของนายเรือซึ่งกำลังอยู่ในวัยสาวแรกรุ่นจับได้คำว่า “กาลกิณี” คนบนเรือไม่เชื่อ จึงเริ่มเสี่ยงทายใหม่อีกครั้ง ภรรยานายเรือก็จับได้คำนี้อีก ทุกคนเริ่มไม่แน่ใจจึงขอเสี่ยงอีกเป็นครั้งที่สาม ปรากฏว่ารอบนี้นางก็จับได้คำนี้อีก     นายเรือเห็นถึงความปลอดภัยของทุกชีวิต เขาผูกคอนางด้วยกระออมที่บรรจุทรายจนเต็ม และถ่วงภรรยาสาวลงสู่ก้นทะเล จากนั้นเรือกลับแล่นเร็วราวกับปาฏิหาริย์ มาถึงฝั่งอย่างปลอดภัย พระเถระซึ่งโดยสารเรือเดินสมุทรมาด้วยได้เห็นเหตุการณ์ทั้งหมด เกิดความสงสัยว่าทำไมพอถ่วงหญิงสาวคนนั้นแล้ว เรือกลับแล่นได้เร็วจนมาถึงฝั่ง หากมีโอกาสได้เข้าเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้าจะทูลถามเรื่องนี้   คลิกเลข 2 ด้านล่าง เพื่อทราบวิบากกรรมของภรรยานายเรือ 

True Story : เมื่อไหร่จะหมด (หนี้) กรรม อยู่ไปก็เหมือนตายทั้งเป็น

True Story : เมื่อไหร่จะหมด (หนี้) กรรม อยู่ไปก็เหมือน ตายทั้งเป็น พระพุทธเจ้าตรัสว่า ชาวนาหว่านสิ่งใดไว้ ย่อมได้ผลตามนั้น ถ้าคนเราทำกรรมไว้ กรรมนั้นย่อมคืนสนอง เป็นสัจธรรมของโลกอย่างหนึ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้   เรื่องที่จะเล่าต่อไปนี้ อยากให้เป็นอุทาหรณ์ แก่ท่านผู้อ่าน เจ้าของเรื่องจะได้บุญกุศลช่วยให้หนี้กรรมเบาบางลงบ้าง เพราะตอนนี้มีสภาพไม่ต่างจาก ตายทั้งเป็น เรื่องที่จะเล่าต่อไปนี้เป็นชีวิตจริงของคุณยายท่านหนึ่ง ซึ่งตอนนี้ท่านยังมีชีวิตอยู่ แต่ก็ประสบกับความทุกข์ภัยนานา จนทำให้คนรอบข้างท่านคิดว่า เวรกรรมได้เล่นงานท่านเสียแล้ว ย้อนกลับไปเมื่อราว 60 กว่าปีก่อน เด็กหญิงเลี้ยงควายคนหนึ่งซึ่งเป็นญาติห่าง ๆ กับภรรยาเศรษฐีผู้มีอันจะกิน เศรษฐีคนนี้เป็นคนจีน ถือเสื่อผืนหมอนใบมาจากเมืองจีน ตอนหนุ่ม ๆ รับจ้างทำนาให้คหบดีคนหนึ่ง ด้วยความขยันหมั่นเพียร ทำให้คหบดีเมตตายกที่นาให้จำนวนหนึ่ง จนสามารถยืนได้บนลำแข้งของตนเองได้ มีข้าวไปขายที่โรงสี เก็บหอมรอมริบจนสามารถซื้อเรือขุดลำใหญ่ บรรทุกสินค้าต่าง ๆ พายไปขายตามลำคลองจนร่ำรวย ได้เงินก้อนมาก็ซื้อที่นาเพิ่มจนมีหลายร้อยไร่ ขายข้าวจนกลายเป็นเศรษฐี เศรษฐียกขันหมากไปสู่ขอลูกสาวของคหบดีซึ่งแอบชอบพอกันมาอยู่ก่อนหน้านี้แล้ว วันเวลาผ่านไป สองสามีภรรยาก็ช่วยกันหว่านไถและล่องเรือไปตามลำคลอง สามีพาย ภรรยาร้องตะโกนขายของ ถึงจะเหนื่อยบ้าง แต่ก็มีความสุขดี เมื่อเศรษฐีอายุมากขึ้นก็เลิกพายเรือขายของ แล้วจ้างคนงานรุ่น […]

จุดจบของโจรขโมยศรัทธา ถึงเวลาที่ ” กรรมตามทัน ” – เรื่องเล่าจากผู้อ่าน

“ขโมย” กรรมตามทัน อาจให้ผลในชาตินี้ หรือในชาติต่อไป ดังคำกล่าวว่า “กาลเวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ผลของกรรม” โจรขโมยก็เช่นกัน กรรมตามทันแน่นอน ไม่ช้าก็เร็ว

กรรมตามสนอง วิบากที่ทำไว้กับสุนัขมาตกที่ลูก

กรรมตามสนอง วิบากที่ทำไว้กับสุนัขมาตกที่ลูก ฉันมีคนใกล้ตัวคนหนึ่งที่ยืนยันว่า “เวรกรรมมีจริง” หรือจะเรียกได้ว่าเป็น ” กรรมตามสนอง ” เลยก็ว่าได้ คนใกล้ตัวที่ว่านี้คือลุงของฉันเอง ดูภายนอกเขาก็เป็นผู้ชายธรรมดา ๆ หน้าตาใจดี แต่น้อยคนจะรู้ว่าเขาเป็นคนที่ไร้เมตตาคนหนึ่งเลยทีเดียว 1 ลุงเคยเล่าให้แม่ของฉันฟังว่า สมัยเป็นหนุ่มเขาชอบยิงนกตกปลาเป็นประจํา แต่นั่นก็ไม่น่าตกใจเท่ากับเมื่อมีโอกาสเขาก็ยิงสัตว์อื่นเล่นด้วย เช่น หากมีสุนัขจรจัดหลงเข้ามาในบริเวณบ้าน แทนที่จะไล่มันไปให้พ้นหน้า สิ่งที่เขาทํากลับเป็นการรีบไปปิดประตูรั้วแล้วเอาปืนที่ใช้ยิงสัตว์ มายิงสุนัขตัวนั้นเพื่อฝึกความแม่นยํา เมื่อสุนัขตายเขาก็ขุดหลุมฝังในบ้านตัวเองนั่นเอง 2 ความโหดร้ายของลุงทําให้ฉันนึกไม่ถึง เพราะจําได้ว่าเขาก็เลี้ยงสุนัขไว้ แต่เขาก็เคยเล่าให้แม่ฟังอีกเช่นกันว่า แม้แต่สุนัขของเขาเอง เขาก็เคยขุดหลุมฝังมันมาแล้ว ด้วยสาเหตุที่ว่ามันเห่า ทําให้เขาหนวกหูรําคาญ จึงขุดหลุม แล้วเรียกมันมาที่หลุมใช้จอบตีหัวจนมันแน่นิ่งไปแล้วจึงฝัง 3 เมื่อฉันได้รู้เรื่องราวในอดีตอันโหดร้าย สายตาที่ฉันมองลุงก็ไม่เหมือนเดิม แม้เรื่องราวผ่านมานานตั้งแต่ฉันยังไม่เกิดก็ตาม ส่วนการที่เขามาเล่าให้แม่ฟังอาจเป็นเพราะ แม่ของฉันเป็นหนึ่งในญาติไม่กี่คนที่ยังมีปฏิสัมพันธ์กับเขาอยู่ หรือไม่ก็เพราะเขาอยากระบายความทุกข์ และตระหนักว่า “เวรกรรมมันมีอยู่จริง” 4 ปีนับจากที่ลุงทําร้ายสุนัขจนตาย เขาก็มีภรรยาใหม่ ชีวิตแต่งงานราบรื่นเป็นสุข จนกระทั่งภรรยาของเขาให้กําเนิดบุตรชายหน้าตาน่ารัก 5 อนิจจา เด็กน้อยศีรษะบวมโตเพราะมีน้ําคั่งอยู่ในสมองและขาลีบจนเดินไม่ได้ 6 สองสามีภรรยาต้องคอยเฝ้าดูแลประคบประหงมบุตรชายแทบจะตลอดเวลา เพราะเขาช่วยเหลือตัวเองแทบไม่ได้ เวลาไปไหนเขาจะใช้ก้นถัดพื้นไป […]

ใครว่า พระพุทธเจ้าไม่ทรงสอน วิธีแก้กรรม

ใครว่า พระพุทธเจ้าไม่ทรงสอน วิธีแก้กรรม พระพุทธเจ้าทรงเป็นกรรมวาที ตรัสสอนเรื่องกรรมอยู่บ่อยครั้ง กรรมเกิดจากการกระทำของสัตว์โลก มีความตั้งใจ (เจตนา) ดี กรรมนั้นเป็นกรรมดี (กุศลกรรม) หากมีความตั้งใจที่ไม่ดี กรรมนั้นย่อมเป็นกรรมชั่ว (อกุศลกรรม) กรรมเป็นเครื่องนำพาสัตว์ให้ไปสู่อีกภพภูมิ การเกิดก็มีผลจากกรรมกำหนด หากชีวิตอับจนเพราะผลแห่งกรรมชั่ว พอจะมีวิธีช่วยคลายหรือแก้กรรมได้หรือไม่ พระพุทธเจ้าทรงมีพระเมตตาต่อสัตว์โลกทั้งหลาย พระองค์ทรงได้ประทาน วิธีแก้กรรม ไว้เช่นกัน   เข้าใจความหมายของ กรรม เสียก่อน กรรม ในพระพุทธศาสนามีความหมายว่า “การกระทำ” เป็นคำกลาง ๆ ไม่เอนเอียงไปทางดี หรือทางร้าย นอกจากจะมีเจตนามาเกี่ยวข้อง เจตนา หมายถึง “ความตั้งใจ” ตั้งใจทำดี การกระทำนั้นก็จะเป็นกุศลกรรม (กรรมดี หรือการกระทำที่ดี) ตั้งใจทำชั่ว การกระทำนั้นเป็นอกุศลกรรม (กรรมชั่ว หรือกระทำที่ไม่ดี)    คนไทยกลัว กรรมเก่า ทั้งที่พระพุทธเจ้าตรัสสอนให้เชื่อมั่นใน กรรมใหม่ ความเชื่อเรื่องกรรมในสังคมไทย เป็นอิทธิพลจากความเชื่อเรื่องกรรมเก่า ซึ่งมีปรากฏในพระไตรปิฎกและคัมภีร์เรื่องต่าง ๆ ของพระพุทธศาสนาก็จริง […]

keyboard_arrow_up