ลองเช็กกันดูว่า ผู้สูงวัยใกล้ตัวคุณเป็นแบบนี้หรือเปล่า?

ความแก่ชราเป็นสิ่งที่ค่อยๆ มาทีละนิดๆ จะมาช้าหรือเร็วขึ้นอยู่กับการดูแลร่างกายของเรา แต่ยังไงความแก่ชราก็ต้องมาถึงสักวันเพราะสภาพร่างกายของคนเรานานวันเข้าก็ย่อมเสื่อมถอย อะไรๆ ก็คงไม่ดีเหมือนเมื่อสมัยยังหนุ่มสาว ฉะนั้นการทำความเข้าใจความเปลี่ยนแปลงและเตรียมความพร้อมรับความชราแต่เนิ่นๆ ย่อมเป็นหนทางที่ดีสำหรับเราทุกคน เพื่อที่ถึงวันที่แก่ตัวไปจริงๆ จะได้ไม่ต้องลำ บาก เพราะกระบวนการชราภาพเหล่านี้เป็นสิ่งที่เราไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้เลย และแน่นอนว่า การยอมรับและเรียนรู้เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของร่างกายของตัวเอง เป็นสิ่งที่ผู้สูงอายุทุกคนควรต้องทำความเข้าใจ  เราลองมาดูกันดีกว่าค่ะว่า สิ่งที่ “เขาว่ากันว่า” เมื่อคนเราอายุเพิ่มขึ้น เข้าสู่ช่วงวัยที่มากขึ้นแล้วนั้น จะมีการเปลี่ยนแปลงไปแบบไหนบ้าง คุณตาคุณยายหรือคนที่เรารักที่อยู่ใกล้ๆ ตัวเป็นแบบที่เรานำมาบอกกันหรือไม่ ไปลองเช็กกันดูค่ะ เขาว่ากันว่า…อายุมากแล้วจะกินอาหารได้น้อยลง  อย่างที่เราทุกคนต่างรู้กันีว่าเมื่ออายุมากขึ้นร่างกายก็โรยราไปตามกาลเวลา โดยเฉพาะเรื่องของสุขภาพในช่องปาก ไม่ว่าจะเหงือกหรือฟันก็เสื่อมสภาพตามไปด้วย ยิ่งคนที่เมื่อครั้งยังอยู่ในวัยหนุ่มสาวที่ไม่ค่อยสนใจดูแลตัวเอง แถมยังละเลยการดูแลสุขภาพช่องปากและฟัน ทำให้เกิดอาการฟันบิ่น ฟันผุ เหงือกร่น หรือเป็นเชื้อราที่ลิ้นหรือช่องปาก จนถึงขั้นต้องใส่ฟันปลอม ทำให้กินอาหารได้น้อยลง ฉะนั้นควรลองเช็กสุขภาพฟันดูเป็นอันดับแรก แต่ถ้าเช็กแล้วไม่มีปัญหาก็อาจจะมีต้นเหตุมาจากธรรมชาติของร่างกายอย่างการเสื่อมของประสาทการรับรสและกลิ่นที่กระตุ้นความอยากอาหารได้น้อยลงรวมถึงแยกรสชาติได้น้อยลงก็ได้แต่ก็อย่าเพิ่งตัดสาเหตุที่เกิดขึ้นจากผลข้างเคียงของการใช้ยาด้วย ถ้าคุณเป็นคนที่มีอาการเจ็บป่วยเรื้อรังจนต้องใช้ยาบ่อยๆ แล้วกินอาหารได้น้อยลง ลองปรึกษาแพทย์เพื่อขอคำปรึกษาที่เหมาะสมน่าจะดีที่สุดค่ะ เขาว่ากันว่า…เมื่อคนเราอายุมากขึ้นมักจะท้องผูกบ่อยๆ อาการ “ท้องผูก” นี้ ไม่ต่างอะไรกับการกินอาหารได้น้อยลง เพราะกล้ามเนื้อที่ควบคุมการบีบและคลายตัวของกระเพาะอาหารไม่สามารถทำงานได้ดีเหมือนวัยหนุ่มสาว อาหารที่เคยชอบกิน และกินได้ในปริมาณที่มากก็จะเหลือแค่กินได้เล็กน้อย ขณะเดียวกันลำไส้ก็บีบตัวได้น้อยลงเช่นกัน ทำให้อาหารที่กินเข้าไปย่อยได้ยาก จึงตกค้างอยู่ในกระเพาะอาหารและลำไส้ยาวนานขึ้น ผลที่ตามมาคือท้องอืดและท้องผูกบ่อยๆ วิธีแก้ปัญหาง่ายๆ คือ […]

การเปลี่ยนแปลงตามอายุที่ส่งผลต่อร่างกาย และอารมณ์

เมื่อชีวิตย่างเข้าสู่ความมีอายุก็เหมือนกับว่าเดินเข้าสู่ความมืดมัว ความคิดเห็นเริ่มหดสั้น เบื่อหน่ายต่อการทำงาน ฯลฯ เป็นการเปลี่ยนแปลงอย่างก้าวหน้าและซับซ้อนในองค์ประกอบของเซลล์ และลดความสามารถในการประสมประสานของระบบอวัยวะต่างๆ เราลองไปดูกันค่ะว่าองค์ประกอบส่วนต่างๆ ของร่างกาย เมื่อถึงเวลาที่ต้องเกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นแล้วนั้น จะมีอะไร เปลี่ยนไปบ้าง เมื่อรู้แล้วจะได้เตรียมใจไว้ว่าถึงเวลาต้องยอมรับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นนั้นแล้ว และต้องหันมาดูแลตัวเองให้ดีมากขึ้นนั่นเองค่ะ ผม ผมเป็นสิ่งแรกของร่างกายที่เปลี่ยนแปลงให้เห็นได้ชัดภายนอกจากสีเดิมเป็นสีขาวแห้งและร่วงง่าย เนื่องมาจากเนื้อเยื่อหนังศีรษะเหี่ยวย่น การไหลเวียนของโลหิตลดลง เส้นผมได้อาหารไม่เพียงพอ และภาวะเครียดทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของเส้นผมได้ง่าย การเปลี่ยนสีผมเป็นข้อบ่งชี้อันหนึ่งเท่านั้นที่จะบอกถึงความเสื่อมของร่างกาย แต่จะต้องพิจารณาองค์ประกอบอื่นๆด้วย ผิวหนัง เมื่ออายุมากขึ้น เนื้อเยื่อต่างๆจะขาดความตึงตัว เนื่องจากการลดจำนวนน้ำในเซลล์ต่อมเริ่มเหี่ยว นำมันใต้ผิวหนังมีน้อย เลือดมาเลี้ยงบริเวณผิวหนังก็น้อยลงทำให้ผิวหนังเริ่มเหี่ยวแห้ง หยาบ การลดจำนวนไขมันใต้ผิวหนังทำให้ผิวหนังหย่อนยาน ปรากฏรอยย่นชัดเจน ฉะนั้นคนวัยนี้จึงรู้สึกหนาวง่าย เพราะไขมันใต้ผิวหนังน้อยลง กระดูก วัยสูงอายุเป็นวัยที่กระดูกเปราะง่าย ถ้าได้รับอันตรายเพียงเล็กน้อยจะทำให้กระดูกหักได้ ทั้งนี้เนื่องมาจากมีการสลายตัวของแคลเซียมออกจากกระดูกมากขึ้น และอีกสาเหตุหนึ่งคือการขาดวิตามินดี เพราะผู้สูงอายุมักไม่ชอบแสงแดด จะอยู่แต่ภายในบ้าน และการกินอาหารไม่เพียงพอเพราะมีปัญหาเรื่องการเคี้ยว โอกาสขาดวิตามินดีจึงมีสูง เมื่ออายุ 60 ปีขึ้นไป หมอนรองของกระดูกสันหลังมักจะกร่อนและแบนลงมาก ทำให้หลังโกงได้ เล็บ เล็บจะหนาแข็งและเปราะ เนื่องจากการไหลเวียนของโลหิตส่วนปลายน้อยลง ทำให้การจับตัวของแคลเซียมบริเวณเล็บลดลงด้วย กล้ามเนื้อ ร่างกายประกอบด้วยกล้ามเนื้อที่สำคัญ คือกล้ามเนื้อลาย ซึ่งเป็นกล้ามเนื้อค้ำจุนโครงสร้างของร่างกาย เช่น […]

keyboard_arrow_up