พญานาคอยากเป็นมนุษย์

พญานาคอยากเป็น มนุษย์ พญานาคตนหนึ่งเบื่อหน่ายนาควิมาน เบื่อหน่ายทิพยสมบัติ เบื่อหน่ายภพชาติเดรัจฉา จึงพยายามหนีจากเดรัจฉาภูมิ ด้วยการรักษาศีล เพื่อหวังได้เกิดเป็น มนุษย์ กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีพญานาคอยู่ตนหนึ่ง ปกครองนครบาดาลด้วยทรัพย์สมบัติมากมายมหาศาล และนางนาคเป็นบริวารถึงหมื่นนาง วันหนึ่งพญานาคเกิดเบื่อหน่ายร่างที่เป็นเดรัจฉา เกิดปรารถนาหาความสงบสุขจากการเสพกามคุณ นางนาคผู้เป็นพระมเหสีเห็นพระสวามีผิดแปลกไปกว่าทุกๆวัน จึงชักชวนให้เหล่านางนาคที่เป็นพระสนมเข้ามาปรนนิบัติรับใช้ พญานาคก็มีความสุขกับบรรดาพระสนมทั้งหลายไม่กี่วันก็เกิดความเบื่อหน่ายขึ้นอีก พระแท่นที่ประทับของพระอินทร์เกิดร้อนจนพระอินทร์ทนนั่งไม่ได้จึงทราบว่า พญานาคอยากบำเพ็ญบุญ จึงเสด็จสู่นครบาดาลในรูปของมนุษย์หนุ่มรูปงาม พญานาคเห็นพระอินทร์ในรูปของมนุษย์หนุ่ม จึงเกิดความคิดว่ารูปลักษณ์ดูงามกว่าร่างของนาคเป็นไหน ๆ จึงถามพระอินทร์ว่า “เราจะทำอย่างไรที่จะได้มีร่างที่งามเช่นนี้” พระอินทร์จึงตอบกลับว่า “บำเพ็ญศีลแล้วจะได้เกิดเป็นมนุษย์ในภพหน้า” พญานาคทราบดังนั้นจึงตั้งใจจะขึ้นไปถือศีลบนโลกมนุษย์ พญานาคกล่าวลาพระมเหสีว่า หากตนเป็นอันตรายให้มาดูน้ำที่สระบัว ถ้าถูกมนุษย์ทำร้ายน้ำในสระจะขุ่นมัว หากถูกครุฑจับไป น้ำในสระบัวจะเป็นเดือดพล่าน และมีหมองูมาจับไปน้ำในสระจะเป็นสีแดงเลือด แล้วพญานาคก็มุ่งสู่โลกมนุษย์ อาศัยจอมปลอมเป็นที่ยึดเกาะแล้วทำสมาธิ ชาวบ้านเห็นนาคมีขดที่จอมปลอมเห็นเป็นเรื่องแปลก จึงนำเครื่องบูชา ของหอม ต่างๆมาบูชา วันต่อมามีหมองูเดินทางผ่านมาพบพญานาคเข้าจึงเข้าจับพญานาคด้วยฤทธิ์ของมนต์ แต่ตามจริงแล้วพญานาคสามารถใช้ฤทธิ์ และพิษพ่นใส่ให้หมองูตายได้ แต่พญานาคถือศีลจึงไม่คิดฆ่าใคร ยอมให้เขาจับไปโดยดี หมองูนำพญานาคออกแสดงโชว์ตามเมืองต่างๆ ได้เงินทองมากมายจนมาถึงเมืองพาราณสี พระราชาอยากชมพญานาคจึงให้หมองูเข้าเฝ้า พญานาคแสดงฤทธิ์และร่ายระบำให้พระราชาชมก็ปรากฏฝนตกลงมาเป็นเพชรพลอย เทวดาเห็นความตั้งใจของพญานาคที่บำเพ็ญศีลโดยศีลไม่ขาดมาเป็นเวลาหนึ่งเดือน พระมเหสีเห็นน้ำในสระบัวเป็นสีแดงเลือดจึงออกติดตามจนมาพบพระสวามีกำลังแสดงอยู่หน้าพระพักตร์พระราชา จึงทูลขอพระสวามีคืน พระราชาเมตตาไถ่ขอจากหมองูให้ พญานาคจำแลงร่างเป็นมนุษย์รูปงาม […]

นิทานธรรมะ กระต่ายผู้ทรงศีล ยอมเสียสละปรารถนาให้ชีวิตเป็นทาน

นิทานธรรมะ กระต่ายผู้ทรงศีล ยอมเสียสละปรารถนาให้ชีวิตเป็นทาน   เทพเทวดาย่อมคุ้มครองผู้รักษาศีล ไม่เพียงแต่เป็นมนุษย์เท่านั้น แต่ยังคุ้มครองแม้สัตว์เดรัจฉานอย่าง กระต่ายผู้ทรงศีล อีกด้วย   กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว พระโพธิสัตว์เกิดเป็นกระต่ายอาศัยอยู่ในป่าแห่งหนึ่งอยู่ท่ามกลางหุบเขาและมีแม่น้ำล้อมรอบ โดยมีสัตว์เป็นเพื่อนกันอีก 3 ตัว คือ ลิง สุนัขจิ้งจอก และนาก สัตว์ทั้ง ๔ เป็นสัตว์มีศีลธรรม ทุกเย็นจะมาพบกันและฟังโอวาทของกระต่ายเสมอ วันหนึ่ง กระต่ายมองดูพระจันทร์ก็รู้ว่าพรุ่งนี้จะเป็นวันอุโบสถ จึงให้โอวาท ว่า ” วันพรุ่งนี้ พวกเราจงรักษาศีล ให้ทานกันเถิด เพราะมีผลบุญกุศลมาก ดังนั้นพวกเราจงเตรียมอาหารไว้แบ่งปันให้คนขอทานเถิด” สัตว์ทั้งสามจึงกลับไปยังที่อยู่ของตน ครั้นรุ่งขึ้นมีนายพรานคนหนึ่งตกเบ็ดได้ปลาตะเพียน 7 ตัว จึงนำไปฝังทรายเอาไว้แล้วก็ข้ามแม่น้ำต่อไป นากออกหาอาหารได้กลิ่นปลาเหล่านั้นจึงร้องขึ้น 3 ครั้ง ไม่มีใครปรากฎตัวแสดงความเป็นเจ้าของ จึงคาบปลาทั้งหมดกลับไปยังที่อยู่ของตน แล้วนอนรักษาศีล ส่วนลิงเข้าไปในป่าได้มะม่วงมาก็กลับที่อยู่ของตนเพื่อนอนรักษาศีล เจ้ากระต่ายรักษาศีลอยู่ในที่อยู่ของตนไม่ได้ออกไปหาอาหารมาไว้ให้ทาน โดยคิดที่จะสละชีวิตให้ทานว่า ” ถ้ามีคนมาขออาหาร งา และข้าวสาร เราก็ไม่มีให้ ถ้าเช่นนั้นเราจะให้เนื้อของเราแก่เขาก็แล้วกัน” คิดแล้วก็นอนรักษาศีลอยู่ ด้วยอานุภาพแห่งศีลของกระต่ายเป็นเหตุให้บรรลังก์ของท้าวสักกะเร่าร้อน […]

keyboard_arrow_up