แพ้! ยาฆ่าเชื้อ ต้องทำอย่างไรดี

ยาฆ่าเชื้อ ถ้าเกิดอาการแพ้ ต้องทำอย่างไรดี เรามีคำตอบ ยาฆ่าเชื้อ สามารถคร่าชีวิตของผู้ที่ใช้ยาได้ทันที หากใช้ยาประเภทนี้โดยไม่รู้จักวิธีควบคุมและแก้ไขในกรณีที่เกิดอาการแพ้ยาปฏิชีวนะขึ้นมา ยาสําคัญที่สุดในวงการแพทย์ขณะนี้ เห็นจะไม่มีอะไรเกินยาในกลุ่ม ปฏิชีวนะ หรือ ยาฆ่าเชื้อ ถ้าขาดยาตัวนี้เสียอย่างเดียว คุณหมอทั้งหลายอาจจะถึงกับอัดอั้นตันใจ ไม่รู้จะหาวิธีต่อต้านและรักษาโรคต่างๆ ได้อย่างไร ยากลุ่มนี้แม้จะมีความสําคัญและประโยชน์มหาศาล แต่ก็มีโทษมหันต์ สามารถคร่าชีวิตของผู้ที่ใช้ยาได้ทันที ถ้าใช้ยาประเภทนี้โดยไม่รู้จักวิธีควบคุมและแก้ไขในกรณีที่เกิดอาการแพ้ยาปฏิชีวนะขึ้นมา อาจารย์สาทิส อินทรกำแหง กูรูต้นตำรับชีวจิต อธิบายไว้ว่า “เคยเจอคนไข้มีอาการแพ้ยาปฏิชีวนะอย่างแรงเข้าครั้งหนึ่ง สมัยที่กลับมาอยู่เมืองไทยใหม่ๆ เพื่อนคนหนึ่งซึ่งเป็นแพทย์ชวนเพื่อนเก่าๆ ไปรับประทานอาหารมื้อเย็นกัน คงจะเป็นโอกาสที่จะต้อนรับเพื่อนอย่างผมที่ไม่ได้พบเพื่อนเก่าๆ มาเป็นเวลานานด้วย ขณะที่กําลังกินและดื่มกันอย่างสนุกสนาน เพื่อนคนหนึ่งนั่งทางหัวโต๊ะก็ฟุบหน้าลง แว่นตาหลุดออกจากใบหน้า มือสองข้างกําหมัดแล้วชกกันเองอย่างแรงๆ สักพักเดียวก็หล่นจากโต๊ะลงไปนอนหงายบนพื้นห้อง เพื่อนตกใจหยุดดื่มหยุดกินกันหมด เพื่อนที่เป็นหมอดูเหมือนจะตกใจมากกว่าเพื่อน เขายืนตะลึงตัวแข็งอยู่ข้างๆ เพื่อนที่ล้มไปนั้น “เฮ้ย ทําอะไรเข้าสักอย่างสิ! เพื่อนคนหนึ่งร้องขึ้น ดูซิว่า มันเป็นอะไรไป” นั่นแหละเพื่อนที่เป็นหมอจึงได้สติเขาคุกเข่านั่งลงเปิดเปลือกตาดูตาของเพื่อนที่ชักดิ้นชักงออยู่นั้น ต่อไปก็จับชีพจรทําตาเหลือก “หัวใจทําท่าจะไม่เต้น เขาทําท่าจะเป่าปากแต่ก็หันมาบอกกับผมว่า เอ็งช่วยทําCPRได้ไหมข้าจะเป่าปาก ไอ้เขียวมัน” เรื่องนี้ผมถนัดอยู่แล้ว การทํา CPR ก็คือการนวดหัวใจ-ปอด เพื่อให้การหายใจฟื้นคืนมาได้ตามปกติ […]

ยา วิเศษ บทความให้แง่คิด โดย พระไพศาล วิสาโล

ยา วิเศษ บทความให้แง่คิด โดย พระไพศาล วิสาโล ในฐานะพยาบาล เกื้อจิตร แขรัมย์ ตระหนักดีว่ากายกับใจนั้นเกี่ยวข้องกันมาก ดังนั้นผู้ป่วยทุกคนที่เธอดูแล นอกเหนือจากการเยียว ยา ร่างกายแล้ว เธอยังให้ความสำคัญกับจิตใจของเขาด้วย ประสบการณ์อันยาวนานทำให้เธอจัดเจนในการดูแลรักษาใจของผู้ป่วย จนเพื่อน ๆ ในโรงพยาบาลบุรีรัมย์มักขอความช่วยเหลือจากเธอเสมอ เด็กชายคนหนึ่งอายุ 11 ปี มีอาการปวดหัวตั้งแต่อายุ 7 ขวบ แม่พาไปรักษาหลายโรงพยาบาล หมดเงินไปเป็นจำนวนมาก แต่ก็ยังไม่ดีขึ้น ตอนมารักษาตัวที่โรงพยาบาลบุรีรัมย์นั้น นอกจากปวดหัวอย่างหนักจนอาเจียนแล้ว เด็กยังมีอาการตาพร่ามัว มองเห็นภาพซ้อน หมอสันนิษฐานว่าเด็กมีเนื้องอกในสมอง จึงส่งตรวจซีทีสแกน แต่ไม่พบความผิดปกติ หมอจึงคิดว่าเด็กอาจมีปัญหาทางจิต แต่ก่อนที่หมอจะส่งเด็กไปหาหมอจิตเวช พยาบาลที่เห็นเหตุการณ์ขอให้เกื้อจิตรมาดูผู้ป่วยรายนี้ เพราะเกรงว่าถ้าเด็กได้รับยาจากหมอจิตเวช อาจจะมึนงงจนเรียนหนังสือไม่รู้เรื่อง เมื่อเกื้อจิตรไปถึง แม่เด็กเฝ้าแต่ถามว่าลูกเธอจะหายไหม เกื้อจิตรดูอาการของเด็กแล้วถามแม่ว่ามีลูกกี่คน แม่เด็กตอบว่ามีสี่คน “คนโตเรียนมหาวิทยาลัย หน้าตาดี เรียนเก่ง คนที่สองอยู่ ม.5 เรียนเก่ง คนที่สามคือเขานี่แหละ ส่วนคนที่สี่เป็นผู้หญิงอยู่ ป.2 อายุ 8 […]

keyboard_arrow_up