กินยาอะไร ทำให้เกิดโรคกระเพาะอาหาร

กินยาอะไร ส่งผลให้เป็นโรคกระเพาะ อย่างที่รู้กันว่า ยาบางประเภทนั้น มีผลระคายเคืองกระเพาะอาหาร หากกินไม่ระวังสามารถก่อโรคกระเพาะอาหารเอาได้ ดังนั้น ก่อนจะ กินยาอะไร เราจะมาเรียนรู้กลุ่มยาที่ควรใช้อย่างระมัดระวัง เพื่อไม่ให้ได้รับผลข้างเคียงนี้กันค่ะ โดยจะนำเสนอข้อมูลจาก บทความของ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล โดย รองศาสตราจารย์ ดร. เภสัชกรหญิง นงลักษณ์ สุขวาณิชย์ศิลป์ ว่าด้วย “ยา” กับกระเพาะอาหาร ยามีผลไม่พึงประสงค์ต่อทางเดินอาหารได้หลายอย่าง ยาบางชนิดทำให้เกิดโรคแผลในกระเพาะอาหาร (gastric ulcer) หรือ “โรคกระเพาะ” โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่ม “ยาบรรเทาอาการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (non-steroidal antiinflammatory drugs หรือ NSAIDs)” ซึ่งคนทั่วไปมักเรียกว่า “ยาแก้ปวดข้อ” หรือ “ยาแก้ข้ออักเสบ” และบุคลากรทางการแพทย์มักเรียกสั้น ๆ ตามชื่อย่อในภาษาอังกฤษว่า “เอ็นเสด (NSAIDs)” (อ่านข้อมูล “ยาแก้ปวดข้อ ข้ออักเสบ-กลุ่มเอ็นเสด (NSAIDs)”) ส่วนยาอื่นที่ทำให้เกิดโรคแผลในกระเพาะอาหารได้เช่นกันแม้จะพบได้น้อยกว่า เช่น ยาในกลุ่มกลูโคคอร์ติคอยด์ (glucocorticoids) หรือที่รู้จักกันว่า “ยาสเตียรอยด์” […]

กินยาผิด เวลา ผิดช่วง กินไม่ตรงเวลา อันตรายหรือไม่

กินยาผิด เวลา กินยาไม่ตรงช่วงเวลา อันตรายไหม วันนี้เรามากันที่ปัญหาใกล้ตัว ใครบ้างไม่เคยเจ็บป่วย ป่วยแล้วก็ต้องกินยา แต่การกินยามักมีข้อบ่งชี้ และวิธีการกำกับไว้ แต่หากเรา กินยาผิด เวลา กินไม่ถูกช่วงกับที่ข้างซองกำหนด จะเป็นอันตรายร้ายแรงต่อชีวิตไหม วันนี้เราขออ้างอิงข้อมูลจาก คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล มานำเสนอให้ทราบค่ะ ยาก่อน-หลัง อาหารกินอย่างไร ยาที่รับประทานก่อนอาหาร ควรรับประทานในช่วงที่ท้องว่าง ยังไม่ได้รับประทานอาหาร ซึ่งก็คือก่อนรับประทานอาหารอย่างน้อย ๓๐ นาที เนื่องจาก ยาอาจถูกทำลายและเสียประสิทธิภาพในการรักษา เมื่อพบกับกรดปริมาณมากที่กระเพาะอาหารจะหลั่งออกมาหลังมื้ออาหาร การรับประทานยาในช่วงที่ท้องว่าง ทำให้ยาไม่ถูกทำลาย และประสิทธิภาพของยาไม่ลดลง อาหารและส่วนประกอบของอาหารอาจลดการดูดซึมของยาเข้าสู่ร่างกาย จึงไม่สามารถรับประทานยาพร้อมหรือหลังอาหารได้ ยาที่ออกฤทธิ์เพิ่มการเคลื่อนไหวของระบบทางเดินอาหาร ยาลดอาการคลื่นไส้อาเจียน รวมทั้งยาที่ออกฤทธิ์เพิ่มการหลั่งอินซูลิน จะใช้เวลาประมาณ 30 นาทีก่อนที่จะออกฤทธิ์ การรับประทานยาก่อนอาหารจึงเป็นเสมือนการเตรียมพร้อมให้ระบบทางเดินอาหาร ก่อนจะรับประทานอาหาร การลืมรับประทานยาก่อนอาหาร ถ้าลืมรับประทานยาก่อนอาหาร หรือนึกได้ว่าต้องรับประทานยาก่อนที่จะทานอาหารไม่ถึงครึ่งชั่วโมง การทานยาก่อนอาหารทันที จึงไม่ต่างกับการรับประทานยาหลังอาหาร ควรข้ามยามื้อที่ลืมไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งยาที่ออกฤทธิ์เพิ่มการหลั่งอินซูลิน กรณียาที่รับประทานก่อนอาหารเพราะยาจะถูกทำลายหรืออาหารอาจลดการดูดซึมของยา อาจรอให้กระเพาะอาหารว่างก่อนแล้วค่อยรับประทานยาก็ได้ ซึ่งก็คือประมาณ 2 ชั่วโมง หลังรับประทานอาหาร […]

8 อาหารที่ไม่ควรกินพร้อมกับยา เพราะอาจส่งผลเสียต่อร่างกายได้มากกว่าผลดี

อาหารที่ไม่ควรกินพร้อมกับยา เพราะอาจส่งผลเสียต่อร่างกายได้มากกว่าผลดี เชื่อว่าเวลาจะรับประทานยา หลายคนอาจเคยฉุกคิดหรือเกิดความสงสัยกันแน่ๆ ว่า อาหารที่ไม่ควรกินพร้อมกับยา หรือเครื่องดื่มที่ไม่ควรทานคู่กับยา นั้นมีอะไรบ้าง วันนี้ Goodlifeupdate จึงอยากขอพาทุกคนมาไขข้อข้องใจเหล่านี้กันค่ะ อาหารและยาต่างเป็นหนึ่งในปัจจัยสี่ที่สำคัญต่อชีวิตมนุษย์ไม่แพ้กัน บ่อยครั้งจึงมีผู้ป่วยถามเภสัชกรว่า “ถ้ากินยาตัวนี้กับอาหารชนิดนี้แล้วจะแสลงไหม” หรือ “กินยาตัวนี้ แล้วต้องกินอาหารเสริมอะไรไหม” จริงๆ แล้วจะเรียกอาหารคงไม่ถูกต้อง แต่ต้องเรียกว่า “สารอาหารบางประเภท” ต่างหาก ที่มีผลต่อยาบางชนิด ซึ่งจะมีอะไรบ้าง และมีผลอย่างไรนั้น เราตามมาดูกันค่ะ นม นมเป็นอาหารที่ประกอบด้วยวิตามินแร่ธาตุที่มีประโยชน์ แต่ในบางสภาวะ เช่น ตอนท้องเสียแล้วได้รับยาฆ่าเชื้อแบคทีเรียในลำไส้อาจเกิดภาวะยาตีกันได้ เช่น ยากลุ่มควิโนโลน (quinolone) ที่ชื่อว่า นอร์ฟลอกซาซิน (norfloxacin) หากกินพร้อมนมจะทำให้ยาเกิดการจับตัวเป็นตะกอน ไม่สามารถออกฤทธิ์ได้ ดังนั้น ทางที่ดีควรงดเว้นการกินยาพร้อมการดื่มนม หรือเว้นระยะห่างระหว่างการกินยากับดื่มนมประมาณ 2 ชั่วโมง น้ำแร่ ในยุคที่มี ‘น้ำแร่’ ในท้องตลาดหลายยี่ห้อ หลายคนอาจเลือกดื่มน้ำแร่กับยา เพราะเข้าใจว่ามีประโยชน์ทั้งคู่ ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว น้ำแร่ไม่ต่างจากนม เพราะมีแร่ธาตุที่มีผลต่อการดูดซึมของยา ออกฤทธิ์คล้ายกับการกินนมพร้อมยา จึงไม่ควรดื่มน้ำแร่พร้อมกับยา […]

แพ้! ยาฆ่าเชื้อ ต้องทำอย่างไรดี

ยาฆ่าเชื้อ ถ้าเกิดอาการแพ้ ต้องทำอย่างไรดี เรามีคำตอบ ยาฆ่าเชื้อ สามารถคร่าชีวิตของผู้ที่ใช้ยาได้ทันที หากใช้ยาประเภทนี้โดยไม่รู้จักวิธีควบคุมและแก้ไขในกรณีที่เกิดอาการแพ้ยาปฏิชีวนะขึ้นมา ยาสําคัญที่สุดในวงการแพทย์ขณะนี้ เห็นจะไม่มีอะไรเกินยาในกลุ่ม ปฏิชีวนะ หรือ ยาฆ่าเชื้อ ถ้าขาดยาตัวนี้เสียอย่างเดียว คุณหมอทั้งหลายอาจจะถึงกับอัดอั้นตันใจ ไม่รู้จะหาวิธีต่อต้านและรักษาโรคต่างๆ ได้อย่างไร ยากลุ่มนี้แม้จะมีความสําคัญและประโยชน์มหาศาล แต่ก็มีโทษมหันต์ สามารถคร่าชีวิตของผู้ที่ใช้ยาได้ทันที ถ้าใช้ยาประเภทนี้โดยไม่รู้จักวิธีควบคุมและแก้ไขในกรณีที่เกิดอาการแพ้ยาปฏิชีวนะขึ้นมา อาจารย์สาทิส อินทรกำแหง กูรูต้นตำรับชีวจิต อธิบายไว้ว่า “เคยเจอคนไข้มีอาการแพ้ยาปฏิชีวนะอย่างแรงเข้าครั้งหนึ่ง สมัยที่กลับมาอยู่เมืองไทยใหม่ๆ เพื่อนคนหนึ่งซึ่งเป็นแพทย์ชวนเพื่อนเก่าๆ ไปรับประทานอาหารมื้อเย็นกัน คงจะเป็นโอกาสที่จะต้อนรับเพื่อนอย่างผมที่ไม่ได้พบเพื่อนเก่าๆ มาเป็นเวลานานด้วย ขณะที่กําลังกินและดื่มกันอย่างสนุกสนาน เพื่อนคนหนึ่งนั่งทางหัวโต๊ะก็ฟุบหน้าลง แว่นตาหลุดออกจากใบหน้า มือสองข้างกําหมัดแล้วชกกันเองอย่างแรงๆ สักพักเดียวก็หล่นจากโต๊ะลงไปนอนหงายบนพื้นห้อง เพื่อนตกใจหยุดดื่มหยุดกินกันหมด เพื่อนที่เป็นหมอดูเหมือนจะตกใจมากกว่าเพื่อน เขายืนตะลึงตัวแข็งอยู่ข้างๆ เพื่อนที่ล้มไปนั้น “เฮ้ย ทําอะไรเข้าสักอย่างสิ! เพื่อนคนหนึ่งร้องขึ้น ดูซิว่า มันเป็นอะไรไป” นั่นแหละเพื่อนที่เป็นหมอจึงได้สติเขาคุกเข่านั่งลงเปิดเปลือกตาดูตาของเพื่อนที่ชักดิ้นชักงออยู่นั้น ต่อไปก็จับชีพจรทําตาเหลือก “หัวใจทําท่าจะไม่เต้น เขาทําท่าจะเป่าปากแต่ก็หันมาบอกกับผมว่า เอ็งช่วยทําCPRได้ไหมข้าจะเป่าปาก ไอ้เขียวมัน” เรื่องนี้ผมถนัดอยู่แล้ว การทํา CPR ก็คือการนวดหัวใจ-ปอด เพื่อให้การหายใจฟื้นคืนมาได้ตามปกติ […]

ยา วิเศษ บทความให้แง่คิด โดย พระไพศาล วิสาโล

ยา วิเศษ บทความให้แง่คิด โดย พระไพศาล วิสาโล ในฐานะพยาบาล เกื้อจิตร แขรัมย์ ตระหนักดีว่ากายกับใจนั้นเกี่ยวข้องกันมาก ดังนั้นผู้ป่วยทุกคนที่เธอดูแล นอกเหนือจากการเยียว ยา ร่างกายแล้ว เธอยังให้ความสำคัญกับจิตใจของเขาด้วย ประสบการณ์อันยาวนานทำให้เธอจัดเจนในการดูแลรักษาใจของผู้ป่วย จนเพื่อน ๆ ในโรงพยาบาลบุรีรัมย์มักขอความช่วยเหลือจากเธอเสมอ เด็กชายคนหนึ่งอายุ 11 ปี มีอาการปวดหัวตั้งแต่อายุ 7 ขวบ แม่พาไปรักษาหลายโรงพยาบาล หมดเงินไปเป็นจำนวนมาก แต่ก็ยังไม่ดีขึ้น ตอนมารักษาตัวที่โรงพยาบาลบุรีรัมย์นั้น นอกจากปวดหัวอย่างหนักจนอาเจียนแล้ว เด็กยังมีอาการตาพร่ามัว มองเห็นภาพซ้อน หมอสันนิษฐานว่าเด็กมีเนื้องอกในสมอง จึงส่งตรวจซีทีสแกน แต่ไม่พบความผิดปกติ หมอจึงคิดว่าเด็กอาจมีปัญหาทางจิต แต่ก่อนที่หมอจะส่งเด็กไปหาหมอจิตเวช พยาบาลที่เห็นเหตุการณ์ขอให้เกื้อจิตรมาดูผู้ป่วยรายนี้ เพราะเกรงว่าถ้าเด็กได้รับยาจากหมอจิตเวช อาจจะมึนงงจนเรียนหนังสือไม่รู้เรื่อง เมื่อเกื้อจิตรไปถึง แม่เด็กเฝ้าแต่ถามว่าลูกเธอจะหายไหม เกื้อจิตรดูอาการของเด็กแล้วถามแม่ว่ามีลูกกี่คน แม่เด็กตอบว่ามีสี่คน “คนโตเรียนมหาวิทยาลัย หน้าตาดี เรียนเก่ง คนที่สองอยู่ ม.5 เรียนเก่ง คนที่สามคือเขานี่แหละ ส่วนคนที่สี่เป็นผู้หญิงอยู่ ป.2 อายุ 8 […]

keyboard_arrow_up