คนเร่ร่อนเสี่ยงชีวิตช่วยผู้ประสบอุบัติเหตุ ผลตอบแทนที่ได้รับนั้นท่วมท้นเกินคาด

เราไม่มีทางรู้เลยว่า เมื่อไรเราจะอยู่ถูกที่ถูกเวลา สำหรับ ดาริน บาร์ตัน (Darin Barton) จากเมืองเดนเวอร์ รัฐโคโลราโด การอยู่ถูกที่ถูกเวลาของเขาเป็นความบังเอิญที่เสี่ยงอันตรายพอดู ปกติเขาใช้เวลาส่วนใหญ่นั่งขอทานประทังชีวิตอยู่ตรงสี่แยกที่การจราจรวุ่นวาย นั่นคือเหตุผลว่าทำไมเขาจึงอยู่ใกล้พอที่จะช่วยชีวิตผู้ที่ประสบอุบัติเหตุรถชนกันครั้งใหญ่นั้นไว้ได้ ดารินเล่าว่า เขากลายเป็นคนเร่ร่อนไร้บ้านมาตั้งแต่เดือนกรกฎาคม ปี 2014 หลังจากที่เขาบาดเจ็บสาหัสจากอุบัติเหตุรถยนต์ ซึ่งทำให้เขาอยู่ในสภาพที่หางานทำไม่ได้ เขาไม่มีงานไม่มีเงินร่างกายก็ไม่แข็งแรงในที่สุดก็ลงเอยด้วยการอาศัยหลับนอนอยู่ใต้ทางยกระดับ และกระเสือกกระสนดิ้นรนหาเศษเงินเพื่อยังชีพ จนกระทั่งวันหนึ่งในช่วงปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมา ดารินนั่งขอทานอยู่ตรงทางหลวง I-70 ในเมืองเลควู้ด รัฐแคลิฟอร์เนีย ก็เกิดอุบัติเหตุรถชนกันวินาศสันตะโรถึง 15 คัน รถบรรทุกชนรถยนต์นั่งส่วนบุคคลหลายคัน จากนั้นรถที่ตามหลังมาก็เบรคไม่อยู่ ชนกันเป็นกองพะเนิน แล้วไฟก็ลุกพรึ่บ ดารินซึ่งมองเห็นเหตุการณ์จากริมถนนนั้น ไม่ปล่อยให้เสียเวลาแม้แต่นาทีเดียว เขาเหวี่ยงป้ายขอเงินที่ถือไว้ทิ้งไป แล้วรีบตรงไปยังรถที่ไฟกำลังลุกไหม้โดยไม่กลัวอันตราย ช่วยดึงผู้บาดเจ็บออกมาได้อย่างปลอดภัยและทันเวลา ดารินบอกกับผู้สื่อข่าวอย่างถ่อมตัวว่า เขาแค่ทำสิ่งที่ทุกคนต้องทำหากนั่งอยู่ตรงนั้นและเห็นเหตุการณ์ร้ายแรงเกิดขึ้นต่อหน้าต่อตา ถึงแม้เขาไม่คิดว่าตัวเองเป็นฮีโร่ แต่คนอื่น ๆ มองเขาเป็นแบบนั้น และรู้สึกขอบคุณที่เขายอม เสี่ยงชีวิต ตัวเองเพื่อช่วยเหลือผู้อื่นโดยไม่นึกถึงความปลอดภัยของตัวเองสักนิด สำนักข่าวในท้องถิ่นจึงทำ wish list ใน Amazon เพื่อให้คนเข้ามาซื้อของขวัญให้เขา เช่น บัตรของขวัญไว้ซื้ออาหาร เสื้อผ้า […]

เพื่อนบ้านตัวแสบ ! ประสบการณ์รับมือเพื่อนบ้านด้วยความเมตตา

บ้านของฉันเป็นทาวน์เฮ้าส มีเพียงกําแพงกั้นระหว่างบ้านแต่ละหลัง หากจะมีพื้นที่นิดหน่อยก็ตรงหน้าบ้านซึ่งใช้เป็นที่จอดรถ และจัดเป็นมุมสวนเล็กๆ ไว้  เพื่อนบ้าน บรรยากาศโดยทั่วไปก็สงบดี เพื่อนบ้าน เป็นมิตรกันเกือบทุกหลัง ยกเว้นหลังหนึ่งที่ดูเหมือนจะไม่ผูกมิตรกับใคร แถมยังสร้างอริเพิ่มอีกต่างหาก โชคไม่ดีเลยที่บ้านหลังนั้นอยู่ติดกับบ้านของฉันเอง บ้านหลังนั้นมีผู้ชายวัยกลางคนอาศัยอยู่กับหมาอีกสองตัว ไม่เคยมีใครเห็นว่ามีคนมาหาเขาเลยสักครั้ง แต่สิ่งที่ทําให้พวกเรา หมายถึงฉันกับบรรดาบ้านหลังอื่นๆ เห็นต้องกันก็คือ นิสัยใจคอที่ไม่น่ารักของเขา เริ่มตั้งแต่เช้าเขาจะปล่อยหมาทั้งสองตัวออกจากรั้วบ้าน จากนั้นก็พยายามให้หมาทั้งสองเดินไปที่ไหนก็ได้ที่ไม่ใช่หน้าบ้านของตัวเอง คงรู้ใช่ไหมคะ เช้าๆ หมามีนิสัยที่ต้องอึต้องฉี่ ไม่แปลกหรอกค่ะถ้าหมาทั้งสองตัวของเขาทําอย่างนั้นแล้วเจ้าของคอยจัดการเก็บตามหลังให้เรียบร้อย แต่เขาไม่เคยทําเลย แม้จะมีบางบ้านที่อดทนไม่ไหวเคยเจรจาดีๆ แต่ก็เปล่าประโยชน์ แถมยังเจอแต่ความเฉยชาของเขาอีก คิดๆ แล้วบางทีก็นึกอยากจะรวบรวมก้อนอึพวกนั้นไปวางไว้หน้าบ้านเขาเหมือนกัน! นอกจากเรื่องนี้แล้ว อีกเรื่องที่แสดงความเห็นแก่ตัวของเขาก็คือ เขามักจะจอดรถคันใหญ่นอกบ้านเป็นประจํา ถึงเวลาค่ำคืนก็ไม่ยอมเอารถตวเองเข้าบ้าน คงจอดทิ้งขวางทางอยู่อย่างนั้น คงพอทราบใช่ไหมคะ ว่าบ้านทาวน์เฮ้าส์ส่วนใหญ่มักมีถนนแคบๆ พอที่รถยนต์ธรรมดาจะวิ่งสวนกันได้ แต่ถ้าเป็นรถคันใหญ่ๆ จะสวนกันลําบาก โดยเฉพาะรถเก็บขยะที่เข้ามาเก็บขยะเป็นประจํา พอเขาไม่สามารถขับเข้าไปถึงบ้านที่อยู่ท้ายๆ ซอยได้(บ้านที่อยู่เป็นซอยตัน) พวกที่อยู่ท้ายซอยก็เลยเจอปัญหาขยะเต็มล้นหน้าบ้าน เคยมีคนไปบอกเขาให้ช่วยถอยรถให้หน่อย ก็กลับถูกตะคอกออกมาว่าคนกําลังนอน กลายเป็นคนที่ไปบอกไม่มีมารยาทเสียอย่างนั้น ความไม่เห็นแก่จิตใจเพื่อนบ้านทําให้เขากลายเป็นคนที่ไม่มีใครอยากคบหาสมาคมด้วย แน่นอนขนาดที่บ้านยังเป็นอย่างนี้แล้วที่ทํางานล่ะ เพื่อนของฉันทํางานอยู่ที่เดียวกับเขาในตําแหน่งที่ต่ำกว่า แต่โชคดีที่ไม่ได้เป็นลูกน้องของเขาโดยตรง เพื่อนบอกฉันว่า เขาเป็นคนอย่างนี้แหละ ที่ทํางานก็ไม่มีใครอยากคบหาสมาคมด้วยเช่นกัน เพราะความเห็นแก่ตัวอย่างร้ายกาจแบบที่เขาเป็น […]

keyboard_arrow_up