ในวันที่ใจได้เติมเต็ม ของ มิ้นท์ มาลีวัลย์ เจมีน่า (1)

ในวันที่ใจได้เติมเต็ม ของ มิ้นท์ มาลีวัลย์ เจมีน่า (1)     มิ้นท์ มาลีวัลย์ เจมีน่า  ยกสุภาษิตเก่าของอินเดียนแดงที่กล่าวไว้ว่า “เมื่อคุณเกิด คุณร้องไห้ และโลกมีความสุขยิ่ง จงมีชีวิตในลักษณะที่เมื่อคุณตายโลกร้องไห้ และคุณสุขยิ่ง”     มิ้นท์ มาลีวัลย์ เจมีน่า เชื่อว่าชีวิตจะมีความสุขได้ เราต้องทำประโยชน์ให้แก่แผ่นดิน แก่เพื่อนมนุษย์ และแก่สิ่งมีชีวิตทั้งหลาย เพราะความสุขที่แท้จริงไม่ได้มาจากความสะดวกสบาย ความร่ำรวย หรือคำสรรเสริญเยินยอจากคนอื่น หากมาจากการทำสิ่งที่มีคุณค่า แต่ก่อนใจของมิ้นท์มีแต่ความพร่องอยู่ตลอดเวลา ทำอย่างไรก็รู้สึกเหมือนยังไม่เต็ม ไม่อิ่ม ไม่รู้จักความสุขที่แท้จริง และยังไม่รู้ว่าตัวเองมีคุณค่าอันใดกับใคร จนวันที่คุณพ่อซึ่งเปรียบเสมือนทุกอย่างในชีวิตได้จากไป จุดเริ่มต้นในการค้นหาสิ่งที่ขาดหายไปจึงเกิดขึ้น มิ้นท์เกิดมาในครอบครัวที่แตกร้าว คุณพ่อคุณแม่แยกทางกันตั้งแต่มิ้นท์อายุ 3 ขวบ ทั้งคุณพ่อและคุณแม่เป็นชาวฟิลิปปินส์ที่มาตั้งรกรากในเมืองไทย คุณพ่อเป็นนักดนตรีแจ๊สและเป็นอาจารย์พิเศษสอนด้านการเรียบเรียงดนตรีและสอนดนตรีสากลในมหาวิทยาลัย หลังจากคุณแม่แต่งงานใหม่และย้ายไปอยู่ประเทศสเปน เราก็เหลือกันแค่สองคนพ่อลูก ดังนั้นเวลาไปเล่นดนตรีที่ไหน คุณพ่อจะกะเตงมิ้นท์ไปด้วยในวัยเด็กมิ้นท์รู้สึกว่า ทำไมคุณพ่อเลี้ยงเราไม่เหมือนเลี้ยงเด็กผู้หญิงทั่วไปที่ต้องทะนุถนอมเอาอกเอาใจ เพิ่งมารู้ทีหลังว่า ด้วยความทีท่านรักและเป็นห่วง อยากให้เผชิญโลกนี้ได้ด้วยตัวเอง จึงสอนให้เราเข้มแข็งมาตั้งแต่เด็ก แม้จะไม่มีคุณแม่ แต่ความรักที่ได้รับจากคุณพ่อนั้นเต็มเปี่ยมท่านเป็นทั้งพ่อและแม่ให้ลูก และไม่ยอมมีใครใหม่อีกเลยจนกระทั่งเสียชีวิต ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะมิ้นท์เคยขอท่านว่าอย่าให้ใครมาแทนคุณแม่ ถ้ามีใครมาแทนเราก็จะไม่อยู่กับท่าน […]

ในวันที่ใจได้เติมเต็ม ของ มิ้นท์ มาลีวัลย์ เจมีน่า (จบ)

ในวันที่ใจได้เติมเต็ม ของ มิ้นท์ มาลีวัลย์ เจมีน่า (จบ)     เมื่อคุณพ่อจากไปแล้ว สิ่งที่ท่านทิ้งไว้ให้ มิ้นท์ มาลีวัลย์ เจมีน่า แม้ไม่ใช่มรดกร้อยล้านพันล้าน แต่ท่านได้ให้ชีวิตและพรสวรรค์ในการเล่นดนตรีซึ่งช่วยหล่อเลี้ยงชีวิตของมิ้นท์มาจนถึงบัดนี้   มิ้นท์ มาลีวัลย์ เจมีน่า เริ่มร้องเพลงที่โรงแรมดุสิตธานีตั้งแต่อายุสิบห้า นั่งร้องเพลงดีดกีตาร์มาเรื่อย จนวันหนึ่งได้พบกับ พี่แต๋ม – ชรัส เฟื่องอารมย์ ซึ่งเป็นผู้ชักชวนให้มาทำอัลบั้มแรกในชีวิต ในชุด “มาลีวัลย์และชรัส” เมื่อปี 2528 และหลังจากนั้นชื่อของมิ้นท์ก็เป็นที่รู้จักมากขึ้นจากอัลบั้ม “ปรารถนาและอารมณ์” ล่าสุดมิ้นท์ได้ออกอัลบั้มชุดใหม่ซึ่งมีซิงเกิ้ลแรกเป็นเพลง “เจ็บได้ ร้องไห้เป็น” คาดว่าหลายคนคงจะได้ฟังกันบ้างแล้ว ในปี 2552 นี้มิ้นท์อยากบอกว่า ดีใจมากที่ได้เลือกมาอยู่ตรงนี้ได้เป็นนักร้อง และได้มาพบกับพระพุทธศาสนา ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ในชีวิตก็ว่าได้ ตั้งแต่ไหนแต่ไรมิ้นท์ไม่ใช่เด็กช่างฝัน แต่เป็นคนที่อยู่กับชีวิตจริงมาโดยตลอด วัยเรียนที่หลายคนได้เฮฮาสนุกสนาน มีเพื่อนล้อมหน้าล้อมหลัง มิ้นท์กลับต้องทำงานหาเงินส่งตัวเองเรียน ในขณะเดียวกันก็ต้องทุ่มเทเวลาในการอ่านหนังสือเพื่อรักษาผลการเรียนให้อยู่ในระดับที่ดี ชีวิตวัยรุ่นจึงไม่รู้จักคำว่า “ร่าเริง” เหมือนคนในวัยเดียวกัน ประกอบกับเป็นคนเอาจริงเอาจังและเด็ดขาด ไม่รู้จักความยืดหยุ่น ทำให้ชีวิตช่วงนั้นค่อนข้าง “ตึง” เกินไป […]

keyboard_arrow_up