ทำไมโลกไม่ว่างจากพระอรหันต์

ทำไม โลกไม่ว่างจากพระอรหันต์ ” โลกไม่ว่างจากพระอรหันต์ ”   มีความหมายอย่างไร ทำไมพระพุทธเจ้าทรงมั่นพระทัยว่าโลกใบนี้จะมีพระอริยบุคคลที่เรียกว่า “พระอรหันต์” สืบเนื่องต่อไปตลอดกาลนาน แม้โลกใบนี้จะเกิดและดับกี่ครั้งก็ตาม หรือจะมีพระพุทธเจ้าอุบัติขึ้นพระองค์แล้วพระองค์เล่าก็จะยังมีผู้สำเร็จอรหัตตผลเกิดขึ้นสืบไป คำว่า “โลกไม่ว่างจากพระอรหันต์” ปรากฏขึ้นในพระสูตรหนึ่งที่มีชื่อว่า “มหาปรินิพพานสูตร” ครั้งพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงทราบถึงวาระดับขันธปรินิพพานของพระองค์เอง พระองค์ทรงเลือกที่ดับขันธปรินิพพานคือกรุงกุสินารา เมื่อพระองค์เสด็จพร้อมด้วยพระอานนท์และพระสาวกทั้งหลายมาถึงกรุงกุสินารา พระองค์ประทับในท่าไสยาสน์ภายใต้ร่มเงาของต้นสาละ ปริพาชกผู้หนึ่งชื่อว่า “สุภัททะ” แต่ส่วนมากนิยมเรียกว่า “สุภัททปริพาชก” แค่คำว่า “ปริพาชก” ก็ทำให้ทราบแล้วว่าเขาเป็นนักบวชนอกพระศาสนา สุภัททะทราบว่าพระบรมศาสดาจะเสด็จดับขันธ์เข้าสู่พระนิพพานในค่ำคืนนี้ จึงได้เข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าเพื่อทูลถามปัญหาธรรมให้คลายความสงสัยที่ค้างคาอยู่ในใจ     พระอานนท์เห็นพระบรมศาสดามีพระพลานามัยที่ไม่แข็งแรงนัก จึงบอกสุภัททะไปว่า “เธออย่าได้เบียดเบียนพระพุทธองค์เลย” พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงทราบและได้ตรัสบอกพระอานนท์ว่า “ให้ สุภัททะเข้ามาหาเราเถิด อานนท์ การมาของเขาไม่ได้มาเพื่อเบียดเบียนเรา แต่มาเพื่อขอเพิ่มสติปัญญาต่างหาก”   เมื่อสุภัททะเข้าเฝ้าพระบรมศาสดาแล้วได้ทูลถามพระองค์ว่า “ข้าแต่พระสมณโคดมผู้เจริญ เจ้าลัทธิทั้งหลายไม่ว่าจะเป็นปูรณะ กัสสปะ, มักขลิ โคศาล, อชิตะ เกสกัมพล, ปกุธะ กัจจายนะ, สัญชัย เวลัฏฐบุตร และ นิครนถ์ นาฏบุตร เจ้าลัทธิเหล่านั้นทั้งหมดรู้ตามที่ตนกล่าวอ้าง […]

ปัญหาแย่ๆ แก้ได้ด้วย “ทางสายกลาง”

คำว่า ทางสายกลาง เป็นคำที่เราคุ้นหูกันเป็นอย่างดี และมักจะเข้าใจว่า ทางสายกลางก็คือการประพฤติปฏิบัติที่เป็นกลางๆ ไม่มากไปไม่น้อยไป

เกิดมาทำไม บทความธรรมะจาก พระอาจารย์ชาญชัย อธิปญฺโญ

เมื่อยังไม่รู้ธรรมะ ผู้เขียนถามตนเองอยู่บ่อยครั้งว่า เกิดมาทำไม ทำไมต้องเกิด และ จะมีชีวิตอยู่เพื่ออะไรคำตอบที่ให้ตนเองนั้นดูจะไม่ชัดเจน

keyboard_arrow_up