5 วิธีรับมือความเศร้าหลังกลับจากทริปสุดสนุก #กลับสู่โลกความเป็นจริงอย่างแฮปปี้

ไปเที่ยวนานๆ ไม่อยากกลับมาทำงานเลย ทำยังไงดี? หนึ่งในช่วงเวลาที่มีความสุขของมนุษย์เงินเดือน ก็คือ เวลาที่ได้ไปทริปท่องเที่ยวสนุกๆ ไปกับเพื่อน ไม่ว่าจะทริปต่างจังหวัด ทริปต่างประเทศ จะไปกินเที่ยวช็อปปิ้งแบบหรูๆ หรือไปแบบลุยๆ การได้ท่องเที่ยวตามที่ใจต้องการเป็นสิ่งที่สร้างความสุขและปลุกไฟให้คนทำงานอย่างเราได้เสมอ แต่เมื่อถึงวันสุดท้ายของการท่องเที่ยว ทำไมเราถึงรู้สึกเศร้าๆ เหงาๆ ไม่อยากกลับบ้าน ไม่อยากกลับมาทำงาน เราก็รู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้ ยังไงก็ต้องกลับบ้านมาเผชิญกับความจริง มาเจอกับงานที่กองบนโต๊ะ บิลบัตรเครดิตที่รูดเพลิน ยิ่งคิดแบบนี้ยิ่งรู้สึกเศร้าไปกันใหญ่เลยใช่ไหมล่ะ ถ้าอย่างนั้นคงต้องพึ่ง 5 เทคนิครับมือความเหงาหลังจากกลับจากทริปสุดมันดีกันหน่อยดีกว่า   รับมือความเศร้าหลังทริปเที่ยว คิดเสียว่า กลับมาทำงานเก็บเงินจะได้ไปเที่ยวต่อ ไปเที่ยวไหนก็ต้องใช้เงินเยอะอยู่แล้ว ถ้าอยากให้เที่ยวให้สนุก ไม่มีอะไรติดขัด มีปัญหาก็ใช้เงินแก้ปัญหาได้ (ฮา) เราก็ต้องมีเงินให้พร้อม ดังนั้น เปลี่ยนความเศร้าที่ต้องกลับมาทำงาน ให้เป็นแรงบันดาลใจในการหาเงินไปเที่ยวได้อีกดีกว่า คิดเสียว่า ทำงานเยอะๆ จะได้มีเงินมาใช้หนี้จากการท่องเที่ยวครั้งเก่า และเพื่อให้มีเงินไปเที่ยวครั้งใหม่ด้วย แม้จะเป็นหนี้จากการเที่ยว ต้องหาทำงานหนักหาเงิน แต่อย่างน้อยมันก็ทำให้เรามีความสุขมากกว่าทำงานเก็บเงินไปแล้วไม่ได้ใช้อย่างที่ต้องการ เพราะประสบการณ์และความสุขมันแทนค่าด้วยมูลค่าเงินไม่ได้หรอก ปล. อย่าลืมวางแผนการเงินเพื่อให้มีเงินเก็บไปเที่ยวด้วยนะ อ่านเพิ่มเติม   5 เทคนิค เก็บเงิน เที่ยวต่างประเทศ เพื่อทริปในฝันของคุณ วางแผนทริปครั้งต่อไปเลย ใครยังอยู่ในอารมณ์เหงาๆ เศร้าๆ […]

แพทย์เตือนสัญญาณอันตราย 7 โรคยอดนิยมของคนวัยทำงาน เช็คตัวเองก่อนสาย!

โรคยอดนิยมคนวัยทำงาน มีอะไรบ้าง? อาการเจ็บปวดตามร่างกาย ป่วยมีไข้ เป็นๆ หายๆ อาจเป็นสัญญาณเตือนความผิดปกติของร่างกายจากภายในที่ไม่ควรมองข้าม โดยสัญญานเตือนอันตรายที่มาพร้อมกับความเสี่ยง แนะนำให้ลองสำรวจตัวเองตั้งแต่เนิ่นๆ หากมีอาการต่อไปนี้ให้เฝ้าระวัง รวมถึงรีบปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางทันที โดย นายแพทย์สยาม พิเชฐสินธุ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเปาโล พหลโยธิน กล่าวว่า “ต้องยอมรับว่าทุกวันนี้คนวัยทำงานมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดโรคต่างๆเพิ่มมากขึ้น ด้วยหลายปัจจัย ทั้งสภาพแวดล้อม มลพิษทางอากาศ ปัญหาความเครียด การดำเนินชีวิตที่ไม่มีเวลาพักผ่อน ไม่ออกกำลังกาย หรือออกกำลังแบบหักโหม รวมถึงอาหารการกินที่ไม่มีคุณภาพ ล้วนส่งผลกระทบต่อสุขภาพแทบทั้งสิ้น จากสถิติพบว่าอาการผิดปกติในร่างกายทั่วไปของวัยทำงานทั้งชายและหญิงที่พบมากขึ้น ได้แก่ ต่อมทอนซิลอักเสบ, ไซนัสอักเสบ, ก้อนเนื้อเต้านม, นิ่วในถุงน้ำดี, ถุงน้ำรังไข่, เนื้องอกในมดลูก รวมไปถึงอุบัติเหตุจากการเล่นกีฬาที่ส่งผลต่อเอ็นไขว้หน้าข้อเข่า ซึ่งอาการเหล่านี้จะมีแนวโน้มรุนแรงมากขึ้น หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที   7 โรคยอดนิยมคนวัยทำงาน ต่อมทอนซิลอักเสบ อาการเจ็บคอ กลืนลำบาก เสียงแหบ มีไข้สูง  อ่อนเพลีย  เบื่ออาหาร  ต้องพบแพทย์เพื่อตรวจต่อมทอนซิลอักเสบ ไซนัสอักเสบ ส่วนใครที่ตื่นเช้าแล้วคัดจมูก มีน้ำมูกเขียวข้น หายใจมีกลิ่นเหม็น ปวดแน่นบริเวณใบหน้า ปวดกระบอกตา อาจพบปัญหาเกี่ยวกับโพรงจมูกและไซนัส ก้อนเนื้อเต้านม […]

ดูแลตัวเองอย่างไร ในวันที่งานยุ่งจนแทบไม่มีเวลากินข้าว

แม้ในวันที่เราต้องวุ่นวาย ทำงานยุ่งๆ ทั้งวันจนแทบไม่มีเวลาพัก แต่ถึงอย่างนั้นก็อย่าละเลยดูแลสุขภาพตัวเองให้ดีตลอดวัน ด้วย 5 เคล็ดลับง่ายๆ เริ่มต้นสุขภาพดีได้ด้วย ‘การกิน’ เพียงแค่กินอย่างถูกวิธีและเหมาะสม ก็จะช่วยให้สาวๆ พร้อมรับมือวันยุ่งๆ ได้เต็มที่ไม่มีหมดพลัง ดังนั้น มาดูกันว่า ในวันที่หัวหมุน งานยุ่งวุ่นวาย จะต้องกินอะไร กินอย่างไร เพื่อให้เราสุขภาพดีแจ่มใสตลอดวัน   5 เคล็ดลับกินอย่างไรในวันยุ่งๆ จัดตารางวางแผนการกิน หากเรารู้ตัวอยู่แล้วว่าเราจะมีวันยุ่งๆ เห็นตารางงานตัวเองแล้วก็พบว่า ชีวิตจะวุ่นวายไปตลอดสัปดาห์ แบบนั้นก็ขอให้แทรกตารางการกินอาหารมื้อสำคัญลงไปด้วยเลย  เช่น  วางมื้อเช้าไว้ก่อนเริ่มงาน 30 นาที  วางมื้อกลางวันแบบง่ายๆ ไว้ก่อนการประชุมบ่ายอันยาวนาน  แทรกอาหารว่างไว้ก่อนมื้อเย็นที่ยังต้องทำงานต่อ  หรือเลือกเดินไปกินอาหารไกลขึ้น โดยใช้เวลาระหว่างการเดินทางเพื่อประชุมคุยงานสั้นๆ ก็ได้ เลือกกินของว่างที่มีประโยชน์ ระหว่างวันยุ่งๆ อาจทำให้เรากินข้าวมื้อสำคัญไม่ตรงเวลา หรือมีเวลากินนิดเดียวจนอาจทำให้ไม่อิ่มและขาดสารอาหารสำคัญไปเลี้ยงสมองให้พร้อมลุยงานได้  สุดท้ายก็ไม่มีแรงทำงาน  ดังนั้น สิ่งที่จะช่วยให้เราผ่านวันยุ่งๆ ไปได้โดยไม่หมดแรงเสียก่อน ก็คือ ‘ขนม’  แต่ไม่ใช่ขนมทั่วๆ ไป อย่างขนมซองละ 5 บาท ขนมหวานมัน ขนมทอดกรอบ […]

8 วิธี เปลี่ยนวันจันทร์ที่น่าเบื่อให้เป็นวัน “สุข” ของ มนุษย์เงินเดือน

“วันหยุดมักผ่านไปเร็วเสมอ”  กลายเป็นวลีเด็ดของ มนุษย์เงินเดือน ไปซะแล้ว เพราะหลังจากที่ได้ใช้เวลาแห่งความสุขในช่วงวันเสาร์ อาทิตย์ หมดไป ก็ต้องเปลี่ยนโหมดอย่างรวดเร็วกลับไปสู่เช้าวันจันทร์ที่ยุ่งเหยิง ไหนจะต้องเคลียเอกสารกองโต เช็กอีเมลและเตรียมรับมือกับงานชิ้นใหม่ ๆ ที่จ่อเรียงคิวยาวเป็นหางว่าวเพียงแค่คิดว่าพรุ่งนี้คือวันจันทร์ ก็…แทบจะเป็นลมล้มตึง!! ในเมื่อเราทำให้เวลาหยุดเดินไปข้างหน้าไม่ได้ ก็ลองมาเปลี่ยนที่ตัวเองกันดีกว่า Secret มีวิธีแก้ปัญหาอาการเบื่อวันจันทร์มาฝากค่ะ เผื่อจะช่วยเปลี่ยนวันจันทร์ทึม ๆ ให้กลายเป็นวัน “สุข” ที่แสนสดใส พร้อมแล้ว…ลุย! 1. ใจเย็นๆอย่าพึ่งรีบเร่งให้ถึงวันศุกร์ เดี๋ยว ๆ จะรีบศุกร์ไปไหนสิ่งที่จะช่วยให้คุณเริ่มต้นเผชิญหน้ากับสัปดาห์ใหม่ได้อย่างไร้กังวลคือ การที่ไม่มีงานด่วนอะไรติดค้างอยู่ตั้งแต่สัปดาห์ก่อน ฉะนั้นในเย็นวันศุกร์อย่าเพิ่งดีใจจนลิงโลดรีบปิดหน้าจอคอมพ์แล้วบึ่งไปแฮ้งเอ๊าต์กับเพื่อน ลองเช็กให้แน่ใจก่อนว่าคุณได้สะสางงานทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว เพื่อที่ว่าจะได้ไม่ต้องมีอะไรมารบกวนใจในวันเสาร์ อาทิตย์จนติดค้างมาถึงวันจันทร์ 2. ถอดปลั๊กหลังเลิกงานวันหยุดเสาร์อาทิตย์ ทั้งทีก็ควรใช้เวลาพักผ่อนอย่างเต็มที่ อย่าได้แอบเอางานกลับไปทำที่บ้านเชียวล่ะ เพราะนอกจากจะทำให้คุณรู้สึกเหมือนกับทำงานไม่มีวันหยุดแล้ว คนในบ้านก็ต้องพลอยเสียบรรยากาศดี ๆ ไปด้วย ลองถอดปลั๊กออกให้หมด ไม่คิดถึงเรื่องงาน ไม่เช็กอีเมล งดติดต่อกับลูกค้าแล้วผ่อนคลายให้สุด ๆ ในวันหยุดนี้เลย 3. ลิสสิ่งที่จะทำในแต่ละวัน ในบ่ายวันอาทิตย์ลองนั่งจัดอันดับ “3 สิ่งดี ๆที่จะเกิดขึ้นในสัปดาห์นี้”เช่น วันอังคารจะได้ออกไปพบลูกค้าคนสำคัญ วันพุธจะมีพนักงานคนใหม่เข้ามา และวันศุกร์จะได้นำเสนอผลงานที่ตั้งใจทำสุด ๆ หรือถ้านึกไม่ออก ก็อาจจัดอันดับ “3 สิ่งที่ตั้งใจจะเปลี่ยนแปลงให้ได้ในสัปดาห์นี้” เชื่อเถอะว่าวันจันทร์ของคุณจะสนุกขึ้นอีกหลายเท่าตัว 4. แบ่งเวลาให้ตัวเองบ้าง ก่อนเวลาปกติ ลองเข้านอนแต่หัวค่ำในคืนวันอาทิตย์ และตื่นก่อนเวลาปกติสัก 30 นาทีแล้วคุณจะค้นพบว่า คุณมีเวลาให้ตัวเองได้ทำนู่นนี่อีกสารพัด ลองเอาเวลาเล็ก ๆ น้อย ๆช่วงนั้นไปใส่บาตร เลือกซื้อของสดในตลาดเช้า ทำอาหารเพื่อสุขภาพเล่นโยคะ พาน้องหมาไปเดินเล่น…แล้วคุณจะรู้ว่า คุณไม่ใช่หุ่นยนต์ที่มีหน้าที่แค่ตื่น ทำงาน แล้วก็นอนหลับเท่านั้น 5. เลือกใส่ชุดตัวเก่ง เสื้อผ้าชุดไหนที่ใส่แล้วมีแต่คนชม ชุดไหนที่ใส่แล้วมั่นใจสุด ๆ หรือชุดไหนที่เพิ่งซื้อมาใหม่ แล้วอยากใส่ไปอวดเพื่อน ก็ให้เอามาใส่วันจันทร์นี่แหละ วิธีนี้จะทำให้คุณรู้สึกหลงรักวันจันทร์และอยากให้ถึงวันจันทร์เร็ว ๆ ได้อย่างไม่น่าเชื่อเพราะการรู้สึกดีกับตัวเองถือเป็นจุดเริ่มต้นของการมองโลกในแง่ดีไงล่ะ 6. ถอยห่างจากเพื่อนขี้เมาท์ ทุกออฟฟิศ มักจะมีเพื่อนร่วมงานจอมเมาท์และจอมนอยด์ ที่บ่นได้ทุกเรื่องตั้งแต่เรื่องงาน รถติด ลูกเกเร ไปจนถึงเรื่องแมวคลอด ฯลฯ พาให้คุณรู้สึกเซ็งได้อย่างไม่รู้ตัว ฉะนั้นในเช้าวันจันทร์ อย่าได้จับกลุ่มเมาท์กับคนเหล่านี้เป็นอันขาด แนะนำให้เดินถอยห่างออกมา หรือไม่ก็หยิบหูฟังมาอุดหูไว้ซะ แล้วเปิดเพลงสุดโปรดฟังให้สบายใจไปเลย 7. โปรยความสุขไปรอบ ๆ ตัว ในเมื่อเราสร้างความสุขของตัวเองได้แล้ว ก็อย่าลืมโปรยความสุขเผื่อแผ่ให้กับคนรอบข้างบ้าง รับรองว่าจะช่วยเปลี่ยนบรรยากาศในที่ทำงานได้ดีเลยทีเดียว โดยคุณอาจจะเล่าเรื่องราวสนุก ๆ ที่พบเจอมาในช่วงเสาร์อาทิตย์ให้เพื่อนฟัง อัพเดตข่าวสารที่ดูในโทรทัศน์เมื่อเช้า หรือเอาขนมอร่อย ๆ มาแบ่งปันเพื่อนที่ทำงานบ้างก็ยังได้ 8. เย็นวันจันทร์ก็เป็นวันพิเศษได้ ใครกันนะทำให้คุณเข้าใจผิดว่าเย็นวันจันทร์  เป็นวันที่จะทำอะไรสนุก ๆไม่ได้…ลองมาเปลี่ยนเย็นวันจันทร์ให้กลายเป็นวันพิเศษดูดีกว่า โดยคุณอาจจะกำหนดให้วันจันทร์เป็นวันแห่งการนัดเจอแก๊งเพื่อนเก่า วันแห่งการทำขนมหรือไม่ก็เป็นวันแห่งการเล่นเกมกับลูก ๆ แต่ถ้านึกกิจกรรมสนุก ๆไม่ออก ก็อาจหารายการทีวีสุดโปรดดูสักเรื่องก็ยังได้   เพียงเท่านี้วันจันทร์ก็จะกลายเป็นวันอันแสนสุขของคุณได้แล้ว ข้อมูลจาก : นิตยสาร Secret คอมลัมน์ Life Management  Photo by Annie Spratt on […]

รู้จัก รักษา และป้องกัน กระเพาะปัสสาวะอักเสบ โรคยอดฮิตของสาวออฟฟิศ

รู้จัก รักษา และป้องกัน กระเพาะปัสสาวะอักเสบ โรคยอดฮิตของสาวออฟฟิศ กระเพาะปัสสาวะอักเสบ เป็นโรคที่พบบ่อยในผู้หญิง โดยเฉพาะผู้หญิงช่วงอายุ 20 -50 ปี และยิ่งสาวๆ คนไหนที่ชอบกลั้นปัสสาวะบ่อยๆ เป็นเวลานานๆ หรือดื่มน้ำน้อย ก็ยิ่งมีโอกาสที่จะเป็นโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบได้ง่ายมากขึ้น มาทำความรู้จักกับโรคกระเพาะปัสสาวะ โรคยอดฮิตของสาวออฟฟิศ เพื่อที่จะสามารถป้องกันและรักษาได้อย่างถูกวิธี เพื่อสุขภาพที่แข็งแรงค่ะ   สาเหตุของโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ ท่อปัสสาวะของผู้หญิงสั้นกว่าท่อปัสสาวะของผู้ชาย และอยู่ใกล้กับทวารหนัก จึงมีโอกาสสูงที่เชื้อแบคทีเรียซึ่งปกติมีอยู่จำนวนมากบริเวณทวารหนักจะเคลื่อนเข้าสู่กระเพาะปัสสาวะ จนเกิดการฟักตัวของเชื้อ และเกิดอาการอักเสบในที่สุด นอกจากนี้ การมีเพศสัมพันธ์ยังอาจทำให้เชื้อแบคทีเรียหลุดเข้าเข้าไปในกระเพาะปัสสาวะได้อีกด้วย   อาการของโรคกระเพาะปัสสาวะ รู้เร็ว รักษาไว ก็หายได้อย่างทันใจ หลังจากรู้จักสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบแล้ว คราวนี้เราลองมาสังเกตอาการของโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบกันดูค่ะ ว่ามีอาการอย่างไรบ้าง หากพบว่าเรากำลังมีอาการเช่นนี้อยู่ อย่าลืมรีบรักษานะคะ ปวดปัสสาวะบ่อย กลั้นไม่ค่อยได้ ต้องเข้าห้องน้ำบ่อยๆ ปัสสาวะแต่ละครั้งออกมาปริมาณน้อย รู้สึกแสบในท่อปัสสาวะ ปวดเสียวตอนที่ถ่ายสุด ทุกข์ทรมานทุกครั้งเวลาที่ต้องปัสสาวะ รู้สึกตึง ปวดถ่วง บริเวณท้องน้อย ปัสสาวะมีกลิ่นผิดปกติ ปัสสาวะมีเลือดปน   วิธีการตรวจวินิจฉัย หากคุณกำลังมีอาการผิดปกติ คาดเดาว่าอาจจะเป็นโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ […]

ผลวิจัยเผย! หากอยากเป็นคนมีมนุษยสัมพันธ์ดีต้อง “กินของหวาน-ใช้มือเป็น-เล่นใหญ่”

ไม่ว่าใครๆ ก็อยากเป็นคนมนุษยสัมพันธ์ดี เข้ากับใครก็ได้ ใครเห็นก็เอ็นดู  แต่ไม่รู้ว่าจะเริ่มเปลี่ยนแปลงตัวเองอย่างไร ลองมาดูคำแนะนำต่อไปนี้จากงานวิจัยต่างๆ ที่อาจช่วยเพิ่มความมั่นใจในการเข้าหาผู้คนมากขึ้น มาเปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ที่เต็มไปด้วยความมั่นใจและภาพลักษณ์ที่ดีกันเถอะ! ผลวิจัยระบุ คนที่ชอบของหวานมักเป็นคนมนุษยสัมพันธ์ดี ไบรอัน ไมเออร์ จากวิทยาลัยเกตทีสเบิร์ก (Gettysburg College) สหรัฐอเมริกา ได้วิจัยเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างนิสัยกับรสชาติอาหาร ไม่ว่าจะเป็นของหวาน เช่น น้ำผึ้ง ช็อกโกแลต อาหารรสเผ็ดร้อนที่ใส่พริกไทยมากๆ และของรสเปรี้ยวอย่างมะนาว ผลวิจัยแสดงแนวโน้มว่า คนที่ชอบของหวานมักเป็นคนมนุษยสัมพันธ์ดี  คนชอบที่ของเผ็ดๆ มักเป็นคนพูดเก่ง และคนที่ชอบรสขมๆ มักขี้กังวล  ดังนั้น การเห็นใครชอบกินของหวานบ่อยๆ  ให้คิดไว้ก่อนได้ว่า เขาเป็นคนมีอัธยาศัยดี ทักทายคุยเล่นกันได้ หรือหากมีปัญหา พวกเขาก็ยินดีจะช่วยเหลืออย่างเต็มที่ หากไม่นับเรื่องการวิจัย อันที่จริงแล้วการได้กินของหวานๆ ก็ต้องย่อมรู้สึกอารมณ์ดีเป็นธรรมดา บางคนที่ชอบของหวานก็มักจะมีขนมติดตัวไว้เสมอ และมักจะนำมาแบ่งปันกันกินกับคนรอบข้างด้วย ทำแบบนี้ก็อาจจะพูดได้ว่า ขนมหวานช่วยสร้างความสัมพันธ์อันดีและทำให้ตัวเราดูเป็นคนอัธยาศัยดีด้วย  แต่การกินของหวานอาจจะทำให้อ้วนและสุขภาพแย่ ดังนั้น ต้องกินอย่างพอดีนะ   นักวิจัยเผย อยากพัฒนาตนเองเป็นคนพูดเก่ง ต้องใช้มือเป็นด้วย เวลาดูการโต้วาทีของผู้เข้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ถ้าลองสังเกตจะพบว่ามือของพวกเขาขยับไปมาตลอดเวลา ผู้ฟังแทบจะไม่ละสายตาออกจากผู้พูดเลยสักนิด การขยับมือแบบนี้เรียกว่า Visual […]

อ่อนน้อมแต่ไม่อ่อนแอ! มาดู 5 วิธีวางตัวเพื่อเป็นคนอ่อนน้อมถ่อมตน ใครเห็นก็รัก!

วิธีวางตัวเป็นคนอ่อนน้อมถ่อมตน ไม่มีใครอยากโดนมองว่าเป็นคนโอ้อวด หลงตัวเอง เพราะคนเหล่านี้ล้วนน่ารังเกียจและไม่มีใครอยากคบ แต่พอวางตัวตรงกันข้าม เป็นคนที่ยอมผู้อื่นง่ายๆ ใครว่าอะไรก็ว่าตาม เพราะอยากเป็นคนอ่อนน้อมถ่อมตน กลับกลายเป็นว่าโดนมองเป็นคนที่อ่อนแอ ไม่เข็มแข็ง และคิดเองไม่เป็น ดังนั้น ถ้าอยากเป็นคนอ่อนน้อมถ่อมตนที่ไม่ดูอ่อนแอ และไม่ว่าใครเห็นก็เอ็นดู ลองดูคำแนะนำ 5 ข้อต่อไปนี้ ไม่เกี่ยงงานเล็กๆ น้อยๆ แม้งานนั้นจะเป็นงานของคนที่ตำแหน่งต่ำกว่าคุณ หรือใครๆ ก็มองว่างานแบบนี้เด็กมัธยมก็ทำได้ จงทำมันด้วยตัวเอง เพราะการทำเช่นนั้นแสดงให้คนรอบข้างเห็นว่าคุณคือคนของทุกคน และแสดงให้เห็นว่าคุณเต็มใจทำงานทุกอย่างเพื่อผลประโยชน์ของส่วนรวม เมื่อคุณทำงานที่นอกเหนือความรับผิดชอบ เช่น ช่วยลูกจ้างตรวจเช็คคำสั่งซื้อ ช่วยลูกจ้างแพ็คของหีบห่อ  ทั้งๆ  ที่เป็นงานของลูกจ้าง ตำแหน่งต่ำกว่าคุณ แต่คุณก็ลงมือช่วยพวกเขาอย่างเต็มใจ  เท่ากับว่าคุณได้แสดงความอ่อนน้อมถ่อมตนแล้ว หรือแม้แต่เรื่องเล็กๆ น้อยๆ อย่าง ทิ้งขยะลงในถังรีไซเคิลหรือเก็บเศษขยะบนพื้นไปทิ้ง การกระทำที่ถูกต้อง ทำเพื่อสังคมส่วนรวม จะทำให้ผู้พบเห็นมองว่าคุณเป็นคนจิตใจดีและไม่เย่อหยิ่ง  อีกทั้งยังเป็นแรงบันดาลใจให้คนอื่นทำตามด้วย เพราะเมื่อคนคนหนึ่งยอมเสียสละตัวเองเพื่อประโยชน์ของผู้อื่นหรือสังคมโดยรวม เราจะรู้สึกซาบซึ้ง  เพราะเราสัมผัสได้ถึงคุณงามความดีที่เขาได้ทำ ดังนั้น สิ่งสำคัญของการเป็นคนอ่อนน้อมถ่อมตนก็คือการทำเพื่อส่วนรวมโดยไม่หวังผลประโยชน์  แล้วคนอื่นจะชื่นชอบคุณโดยอัตโนมัติ เมื่อผิดก็ยอมรับผิดด้วยใจจริง สิ่งที่เรียบง่ายและทรงพลังมากกว่า ‘คำชม’ คือคำว่า ‘ขอโทษ’ เวลาที่เราทำผิดพลาด โดยต้องพูดอย่างสำนึกในความผิดนั้นจริงๆ […]

แค่อยากเป็นคนที่ถูกรัก! 6 วิธีเปลี่ยนใจคนที่ไม่ชอบเราให้กลายมาเป็นเพื่อนแท้

รับมือคนที่ไม่ชอบเรา ไม่ว่าใครก็ต้องเคยเจอกับประสบการณ์ “อยู่ดีๆ ก็มีคนไม่ชอบขี้หน้าตัวเอง” บางคนเพิ่งจะเจอหน้ากันแท้ๆ บางคนก็ไม่ค่อยได้คุยกัน แต่ทำไมถึงไม่ชอบเรา ทำไมถึงมีคนที่ไม่ชอบเรา ความรู้สึกแบบนี้ก็เหมือนกับ “รักแรกพบ” พูดไม่ออกบอกไม่ถูกว่าทำไม แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้วก็ย่อมทำให้เรารู้สึกไม่สบายใจ เพราะไม่ว่าใครก็ย่อมต้องอยากเป็นที่รักของคนอื่นๆ แต่แทนที่จะเสียเวลานั่งหาเหตุผล ว่าทำไมถึงมีคนที่ไม่ชอบเรา สู้เอาเวลามาเปลี่ยนใจคนๆ นั้นให้หันมาชอบเราดีกว่า แม้หลายคนอาจจะรู้สึกไม่ไหว ไม่รู้จะเริ่มอย่างไร ก่อนอื่นเลย กำจัดความรู้สึกแย่ๆ ออกไป แล้วลองทำตามคำแนะนำ 6 ข้อนี้กันเลย รับรองว่า จากศัตรูหรือคนไม่ชอบขี้หน้าจะกลายมาเป็นเพื่อนแท้เพื่อนสนิทของคุณในอนาคตเลย!   ต้องเป็นฝ่าย ‘ชอบ’ ก่อน มีปรากฏการณ์ทางจิตวิทยากล่าวไว้ว่า เรามีแนวโน้มที่จะยกย่องนับถือ และชื่นชอบคนคนหนึ่งเมื่อรู้ว่าเขาก็ยกย่องและชื่นชอบเราเหมือนกัน  แต่ในเมื่ออีกฝ่ายตั้งแง่ไม่ชอบเราก่อน ดังนั้น เรานี่แหละที่ต้องเป็นผู้เริ่มชื่นชอบอีกฝ่ายก่อน วิธีการคือ ให้บอกผ่านคนอื่น อาจเป็นเพื่อนที่คุณทั้งคู่รู้จัก โดยบอกเล่าอย่างจริงใจถึงข้อดีในตัวคนๆ นั้น อาจจะเป็นความชื่นชมให้การทำงาน หรือนิสัยบางอย่างที่น่านับถือ แล้วเมื่อเสียงชื่นชมของคุณไปถึงหูเขา คุณก็แค่ต้องรอดูสักระยะว่าแผนการของคุณจะเป็นอย่างไร แล้วคุณจะแปลกใจว่า เขาเปลี่ยนท่าทีมาเป็นมิตรกับคุณรวดเร็วเพียงใด เพราะไม่ว่าใครๆ ก็อยากมีคนที่มาชื่นชมชื่นชอบตัวเองทั้งนั้น  สิ่งสำคัญคือ อย่าบอกด้วยตัวเอง เพราะเขาอาจจะคิดว่าคุณมีแผนอะไรหรือเปล่า หรือคิดว่ามันเป็นการเสแสร้ง บอกผ่านคนอื่นดีที่สุดแต่ต้องจริงใจด้วย […]

วิธี เก็บเงิน ง่ายๆ สำหรับเด็กจบใหม่เพิ่งเริ่มทำงานประจำ

วิธี เก็บเงิน สำหรับเด็กจบใหม่วัยทำงาน เก็บเงิน อย่างไรจึงจะเหมาะสมกับวิถีชีวิตของเด็กจบใหม่วัยเพิ่งเริ่มทำงาน ที่เพิ่งจากรั้วมหาวิทยาลัย ก้าวเข้าสู่ชีวิตการทำงานประจำ เป็นมนุษย์เงินเดือนอย่างเต็มตัวเสียที ไหนจะการปรับตัวเข้าสู่ชีวิตวัยทำงาน ต้องเติบโตเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น รับผิดชอบชีวิตตนเองมากขึ้น ต้องเริ่มคิดวางแผนเพื่ออนาคตของตนเองและคนที่เรารักมากขึ้น การออมเงินจึงเป็นสิ่งสำคัญที่เราต้องคำนึงถึงและให้ความสำคัญ    ::: ตั้งเป้าหมายในการเก็บเงิน ::: ขั้นตอนแรกของการเก็บเงินคือ เริ่มต้นจากการตั้งเป้าหมายให้กับตัวเอง ว่าเราต้องการเก็บเงินไปเพื่ออะไร ยกตัวอย่างเช่น เก็บเงินเพื่ออนาคต เก็บเงินเพื่อศึกษาต่อ เก็บเงินเพื่อช้อปปิ้ง เก็บเงินเพื่อการท่องเที่ยว เก็บเงินเพื่อเตรียมแต่งงาน หรือเก็บเงินเพื่อเลี้ยงดูพ่อแม่ เป็นต้น  เมื่อเรามีเป้าหมายในการเก็บเงินแล้ว เราจะได้กำหนดจำนวนเงินที่ต้องการเก็บ ระยะเวลาในการเก็บได้   ::: เก็บก่อนใช้ ::: เมื่อเงินเดือนออก หรือได้เงินมา หลายคนมักจะใช้จ่ายเงินเหล่านั้นไปก่อน รอให้เงินเหลือตอนสิ้นเดือนแล้วค่อยนำเงินที่เหลือนั้นมาเก็บออม วิธีนี้เป็นวิธีการเก็บเงินที่ทำให้คุณบรรลุเป้าหมายช้า แถมบางเดือนยังไม่เหลือเงินเก็บ เพราะเผลอใช้เงินหมดจนไม่เหลือให้เก็บตอนสิ้นเดือน วิธีแก้ปัญหา “ไม่มีเงินเหลือเก็บ” ที่ง่ายที่สุดคือการ “เก็บก่อนใช้” แยกเงินเก็บของเราออกมาต่างหากจากเงินที่จะนำไปใช้ โดยเราควรเก็บเงินขั้นต่ำ 10% ของเงินเดือนก่อนหักภาษี และค่าประกันสังคม เพื่อป้องกันไม่ให้คุณเผลอใช้เงินเก็บของตนเองไปจนหมด เป็นการสร้างวินัยทางการเงินให้ตัวคุณเอง ให้คุณได้มีเงินเก็บไปใช้บริหารจัดการ วางแผนการเงินต่อได้ตามที่ต้องการ […]

keyboard_arrow_up