การฝึกสติสามารถตัดภพชาติได้อย่างไรบ้าง : พระมหาวรพรต กิตฺติวโร 

การฝึกสติสามารถ ตัดภพชาติ ได้อย่างไรบ้าง : พระมหาวรพรต กิตฺติวโร  วงจรของปฏิจจสมุปบาท เริ่มตั้งแต่สภาวะที่เรียกว่า “รู้” ที่เป็นอมตะธรรม ถูกอวิชชาบดบังประดุจเมฆหมอก จากนั้นก็เกิดสังขารคือความปรุงแต่งขึ้น มันกลายเป็นวังวนขึ้นมา จากนั้นเกิดสิ่งที่เรียกว่า วิญญาณขันธ์ ตามมาด้วย นามรูป พอนามรูปเกิดก็จะเกิดสฬายตนะ คืออายตนะทั้ง 6 ได้แก่ ตา หู จมูก ลิ้น กาย และใจ จากนั้นเกิดผัสสะ มีการกระทบแล้วเกิดเวทนา เมื่อเวทนาเกิด ถ้าไม่มีสติก็จะเกิดอาการยึดติดเรียกว่า อุปาทาน จากนั้นเกิดตัณหา คือความทะยานอยาก เมื่ออุปาทานเกิดก็คือเกิดภพ แล้วก็เกิดชาติ ตรงนี้ไม่ได้หมายความว่า การเกิดเป็นชีวิตช่วงอายุไข แต่เป็นกระบวนการที่เกิดขึ้นในทุก ๆ ขณะจิต วงจรตัวนี้เกิดขึ้นทุก ๆ ขณะจิต ถ้าเราไม่มีสติก็จะเกิดภพ เกิดชาติ ในทุก ๆ ขณะจิต จิตมันเกิดดับตลอดเวลา แต่เมื่อใดที่เรามีสติรู้สึกตัวขึ้นมาความรู้สึกตัวจะตัดกระบวนการปฏิจจสมุปบาทลงทันที  เพราะเราจะเหลือแต่สิ่งที่เรียก “สักแต่รู้ สักแต่รู้สึก” ขึ้นมาแทนที่ความรู้สึกชอบหรือชัง […]

“กรรมชั่ว” ความเผ็ดร้อนที่สืบเนื่องไปถึงชาติหน้า โดยพระมหาวรพรต กิตฺติวโร

“ กรรมชั่ว ” ความเผ็ดร้อนที่สืบเนื่องไปถึงชาติหน้า โดยพระมหาวรพรต กิตฺติวโร พระพุทธองค์ตรัสเรื่องกรรมไว้ว่า เจตนาเป็นตัวกรรม เช่น จิตที่คิดเบียดเบียน คิดทำร้าย เพราะด้วยเจตนานี้กรรมจึงได้เกิดขึ้นแล้ว ถ้าเรารู้ผลที่จะตามมา จะไม่มีใครกล้าทำ กรรมชั่ว เลย ในอดีตกาลมีพราหมณ์คนหนึ่ง จะจับแพะเพื่อบูชายัญ เขาก็ไปเจอแพะตัวหนึ่ง ก็เลยให้ลูกน้องรุมจับ หมายที่จะจับแพะไปเชือดเพื่อบูชายัญ แพะมันก็หัวเราะดีใจ โลดเต้นขึ้นมา จากนั้นมันก็ร้องไห้เสียใจ พราหมณ์ก็งงว่า แพะมันเป็นอะไร ถูกจับจนบ้าแล้วหรือ อยู่ดี ๆ ก็ดีใจโลดเต้น แล้วเดี๋ยวก็ร้องไห้ สมัยนั้นมนุษย์กับสัตว์สามารถสื่อสารพูดคุยกันได้ มันมียุคสมัยที่ทำแบบนี้ได้อยู่ แพะเลยบอกว่า ที่ข้าพเจ้าหัวเราะดีใจโลดเต้นเพราะว่า ชาตินี้เป็นชาติสุดท้ายแล้วที่ข้าพเจ้าจะถูกตัดคอ ข้าพเจ้าเลยดีใจว่าจะได้พ้นจากวิบากกรรมนี้เสียกที แต่ที่ข้าพเจ้ารู้สึกเสียใจเพราะเสียใจแทนท่าน ท่านจะต้องได้รับผลกรรมแบบเดียวกับที่ข้าพเจ้าโดน เมื่อในอดีตกาลนานมาข้าพเจ้าเคยจับแพะมาบูชายัญ ผลจากการเชือดไปหนึ่งตัว ส่งให้ข้าพเจ้าต้องตกอบายภูมิ เสวยความเผ็ดร้อนอยู่ในนรกอย่างแสนสาหัสเป็นเวลายาวนาน สิ่งที่เราทำครั้งหนึ่งกลับส่งผลสืบต่ออย่างยาวนาน หลังจากแพะตัวนั้นชดใช้กรรมในนรกแล้วขึ้นมาเป็นเปรตเพราะยังมีเศษกรรมหลงเหลืออยู่ จากนั้นมาเกิดเป็นแพะและถูกเขาตัดคอ เสวยความทุกข์ทรมานอย่างนี้มา 499 ชาติ และชาตินี้เป็นชาติสุดท้ายที่จะถูกตัดคอ จะได้หมดเวรหมดกรรมเสียที กรรมที่เราได้ทำไว้ จะดีหรือไม่ดีก็ตาม มันส่งผลเผ็ดร้อนสืบต่ออย่างยาวนาน  ถ้าเรารู้อดีตชาติของตัวเองแล้ว […]

อานนทเศรษฐี คนรวยผู้กลับชาติมา เกิดเป็นขอทาน

อานนทเศรษฐี คนรวยผู้กลับชาติมา เกิดเป็นขอทาน พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสถึงเรื่องการ เกิดเป็นขอทาน ไว้ว่า ในกรุงสาวัตถีมีเศรษฐีคนหนึ่งมีชื่อว่า “อานนทเศรษฐี” ซึ่งมีบุตรชื่อว่า “มูลสิริ” เศรษฐีคนนี้เป็นคนที่ร่ำรวยมาก เขามักสอนบุตรชายของตนว่า “เจ้าจงทำให้ทรัพย์เพิ่มพูน และห้ามยกทรัพย์ให้ใคร” ซึ่งครอบคลุมไปถึงเรื่องการทำบุญทำทานอีกด้วย อานนทเศรษฐีมีขุมทรัพย์ถึง 5 แห่ง แต่กลับไม่บอกใครเลยแม้กระทั่งบุตรชายที่ตนไว้วางใจให้สืบทอดการค้าต่อจากตน จนกระทั่งสิ้นบุญลงก็ไปเกิดในท้องของนางจัณฑาลคนหนึ่ง จากนั้นพระเจ้าปเสนทิโกศลทรงแต่งตั้งให้มูลสิริเป็นเศรษฐีต่อจากอานนทเศรษฐี เมื่ออานนทเศรษฐีปฏิสนธิในท้องของหญิงจัณฑาล ทำให้สามีและคนในครอบครัวไม่มีใครจ้างทำงาน แถมยังไม่ได้รับทานแม้ข้าวสักหนึ่งก้อน ทำให้ทุกคนลงความเห็นว่านางและลูกในท้องเป็นกาลกิณีจึงขับไล่ออกไป เมื่อนางจัณฑาลต้องอดทนอุ้มท้องอย่างยากลำบาก เมื่อคลอดลูกน้อยออกมาเด็กน้อยก็มีรูปลักษณ์ที่น่าเกลียดน่ากลัวเหมือนภูตผีที่ตัวเต็มไปด้วยฝุ่น แม้ลูกน้อยของนางจะน่าเกลียดน่ากลัวอย่างไรนางก็ไม่ทอดทิ้ง แต่วิบากกรรมที่เป็นคนตระหนี่มาแต่อดีตชาติส่งผลให้ถ้าหญิงจัณฑาลพาลูกไปทำงานด้วยจะไม่มีใครจ้างนาง แม้ข้าวสักหนึ่งก้อนก็ไม่ตกถึงท้อง หากนางไม่พาลูกมาด้วย นางกลับมีงานเข้ามาและได้รับทานกินจนอิ่มท้อง     เมื่อเด็กน้อยโตขึ้นพอที่จะเดินได้แล้ว หญิงจัณฑาลได้มอบจานกระเบื้องใบหนึ่งแก่ลูกและบอกว่าให้ใช้จานใบนี้รับทานจากโรงทานที่ตั้งอยู่ในกรุงสาวัตถี หรือจากผู้ที่อยากให้ทาน เด็กน้อยจึงยึดอาชีพเป็นขอทานและมุ่งหน้าสู่กรุงสาวัตถี เมื่อเดินผ่านเรือนของมูลสิริเศรษฐีก็จำได้ว่าตนเคยเป็นเจ้าของเรือนนี้เมื่อในอดีตชาติ เมื่อบุตรของอานนทเศรษฐีเห็นเด็กน้อยก็พากันร้องไห้ด้วยความกลัว และขับไล่เด็กน้อยออกไปให้พ้นเรือน พระผู้มีพระภาคเจ้ากำลังบิณฑบาตพร้อมด้วยพระอานนท์ พระองค์ทอดพระเนตรเหตุการณ์ทั้งหมด ทั้งยังทรงเห็นด้วยพระญาณว่าเด็กน้อยคนนี้คืออานนทเศรษฐีผู้ขี้ตระหนี่กลับชาติมาเกิด พระองค์ทรงให้พระอานนท์ไปตามมูลสิริเศรษฐีออกมาจากเรือน เมื่อมูลสิริเศรษฐีมาถึงเบื้องพระพักตร์ของพระผู้มีพระภาคเจ้าจึงทูลถามว่า “พระสมณโคดมให้ข้าพเจ้าลงมาจากเรือนด้วยเรื่องอะไร” พระพุทธองค์ตรัสว่า “ท่านรู้จักเด็กน้อยผู้นี้หรือไม่” มูลสิริเศรษฐีตอบว่า “ไม่รู้จักพระเจ้าข้า” พระพุทธองค์ตรัสต่อว่า “เด็กน้อยผู้นี้คือบิดาของท่านที่กลับชาติมาเกิด” มูลสิริเศรษฐีถึงกับอึ้งไป พระพุทธองค์กล่าวว่า […]

อุทาหรณ์เรื่องการทำบุญที่ควรรู้ ก่อนจะสายเกินไป

อุทาหรณ์เรื่องการทำบุญ ที่ควรรู้ ก่อนจะสายเกินไป ท่าน ว.วชิรเมธีได้เล่าเรื่อง เทวดา 2 องค์ ตอนเป็นมนุษย์ทำทานเหมือนกัน แต่กลับได้ผลต่างกัน ดังนั้นจึงเป็นเรื่องละเอียดอ่อน จึงขอถ่ายทอด เรื่องนี้เป็น อุทาหรณ์เรื่องการทำบุญ ที่ควรรู้ ก่อนที่จะสายเกินไป ครั้งพระอรหันต์รูปหนึ่งชื่อว่า “พระควัมปติ” ซึ่งเป็นพระเถระชั้นผู้ใหญ่ ได้เหาะไปยังสวรรค์ชั้นจาตุงมหาราชิกาด้วยฤทธิ์ และแวะยังเสรีสกวิมาน (วิมานอันว่างเปล่า) พบว่าเจ้าของวิมานคือ ปายาสิเทพบุตร หรือพระเจ้าปายาสิแห่งเมืองเสตัพยะ นั่นเอง ตอนเทพบุตรเป็นมนุษย์ เป็นผู้มีมิจฉาทิฏฐิในเรื่องภพภูมิ จนกระทั่งพระกุมารกัสสปเถระจาริกมายังแคว้นโกศล จนมาถึงเมืองเสตัพยะ ได้โปรดพระเจ้าปายาสิจนมีสัมมาทิฏฐิ เชื่อแล้วว่าภพภูมิมีจริง และมุ่งมั่นประกอบบุญกุศล เมื่อสิ้นพระชนม์แล้วจึงได้เกิดเป็นเทพบุตร พระควัมปติเถระได้สนทนากับเทพบุตรจนทราบว่าในอดีตชาติคือพระเจ้าปายาสิ พระเถระทราบเรื่องราวของพระราชาพระองค์นี้เป็นอย่างดี จึงได้ถามถึงนายอุตระผู้เป็นข้ารับใช้ ว่าตอนนี้ไปเกิดอยู่ที่ใด     ปายาสิเทพบุตรตอบว่า เวลานี้นายอุตระไปเกิดเป็นเทพบุตรอยู่บนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ (สวรรค์ชั้นที่ 2 ในคติพระพุทธศาสนา) เพราะเป็นผู้ทำบุญด้วยความเคารพ ผิดกับพระเจ้าปายาสิที่ทำบุญด้วยความไม่เคารพ คือมักวานให้นายอุตระเป็นผู้ถวายทานแทนพระองค์เป็นประจำ พระองค์จึงไม่ได้ถวายทานแด่พระภิกษุด้วยพระหัตถ์ของพระองค์เอง ด้วยเหตุนี้จึงทำให้นายอุตระได้ทิพยสมบัติอันบริบูรณ์ในสวรรค์ชั้นที่สูงกว่าพระเจ้าปายาสิ ปายาสิเทพบุตรจึงขอร้องให้พระอรหันต์ ช่วยประกาศเรื่องการทำทานด้วยความไม่เคารพของตน เพื่อเป็นอุทาหรณ์แก่ชนทั้งหลาย อย่าได้ประมาทในการทำทาน ผลแห่งทานช่วยให้ไปเกิดในสุคติภูมิได้จริง […]

ภพชาติ…มีจริง บทความจากพระราชญาณกวี (ท่านปิยโสภณ) 

ภพชาติ มีจริง ชีวิตมีอดีต ปัจจุบัน และอนาคต ภพชาติก็มีทั้งอดีต ปัจจุบัน และอนาคต ภพชาติเกิดจากการเดินทางของจิตโดยพลังงานของกรรมที่เกิดจากทำ พูด คิดบรรจุไว้

ชาติหน้ามีจริงหรือไม่ ผ่านมุมมองของ 3 ดาราสาว

ชาติหน้ามีจริงหรือไม่ ผ่านมุมมองของ 3 ดาราสาว ชาติหน้ามีจริงหรือไม่ หรือคำถามต่าง ๆ ที่ถูกตั้งขึ้นด้วยความสงสัยในหลักคำสอนเรื่องภพชาติในพระพุทธศาสนา เชื่อว่าคำถามนี้ยังคงเป็นปัญหาโลกแตกที่ยังถูกตั้งเป็นคำถามอยู่ ในคัมภีร์พุทธศาสนาเล่าถึงอดีตชาติของพระพุทธเจ้าและพระสาวกไว้มากมาย หรือการปฏิบัติจนได้ญาณล่วงรู้อดีตชาติ และอนาคต เราลองมาฟังความเห็นเรื่องชาติหน้ามีจริงหรือไม่ ผ่านมุมมองของ 3 ดาราสาว ได้แก่ เชอร์รี่-เข็มอัปสร สิริสุขะ แพนเค้ก-เขมนิจ จามิกรณ์ และ กิ๊ก – มยุริญ ผ่องผุดพันธ์ กันเถอะ   เข็มอัปสร สิริสุขะ เชอรี่เชื่อว่า เหตุที่คนเราเกิดมาแตกต่างกัน ก็เพราะเราเคยเกิดมาแล้วคนละหมื่น ๆ ชาติ บุญกรรมจากชาติที่ผ่าน ๆ มาจะสั่งสมมาเรื่อย ๆ และมีผลต่อชาติภพเพศอาชีพครอบครัวรวมทั้งนิสัยของเรา อย่างชาตินี้ เชอรี่เกิดเป็นดารา หลายคนอาจจะมองว่ามีบุญ แต่จริง ๆ แล้วเชอรี่ว่าการเกิดมาหน้าตาดีก็เป็นกรรมอย่างหนึ่งเหมือนกัน เพราะมักจะถูกยั่วยุถูกละเมิดความเป็นส่วนตัว ถูกตัดสินด้วยรูปลักษณะก่อนที่จะตัดสินด้วยจิตใจ แต่ชาติที่แล้วเชอรี่คงจะเกิดเป็นคนที่ทําบุญมามากพอสมควร ชาตินี้จึงได้มีโอกาสพบพระพุทธศาสนา ได้เรียนรู้คําสอนของพระพุทธเจ้า คิดว่าชาติหน้าหากไม่ได้เกิดเป็นคนก็คงไม่อยากเกิดอีกแล้ว   เขมนิจ จามิกรณ์ […]

ตอบประเด็นเรื่อง ถ้ำหลวง ในมุมมองของซีเคร็ต โดยพระอาจารย์นวลจันทร์ กิตติปัญโญ

ตอบประเด็นเรื่อง ถ้ำหลวง ในมุมมองของซีเคร็ต โดยพระอาจารย์นวลจันทร์ กิตติปัญโญ จากประเด็นข่าว 13 ชีวิตติด ถ้ำหลวง คนทั้งประเทศติดต่อข่าว และตั้งประเด็นสงสัย วันนี้ซีเคร็ตจะไขความกระจายทุกประเด็นในมุมมองของซีเคร็ตโดยพระอาจารย์นวลจันทร์ กิตติปัญโญ   กรรมส่งผลให้เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นหรือไม่   เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นจากกรรม 2 อย่างคือ กรรมในอดีต และกรรมในปัจจุบัน ทีมหมูป่าเข้าไปในถ้ำหลวงเพราะกรรมในปัจจุบัน ด้วยว่าทีมหมูป่ามีเจตนาที่จะเข้าไปในถ้ำหลวง การที่ทีมหมูป่าติดอยู่ในถ้ำหลวงสามารถอธิบายด้วยเรื่องกรรมในอดีตได้ว่า ครั้งหนึ่งในอดีตเคยสร้างเหตุไม่ดีร่วมกันมา ด้วยการกักขัง ทำให้ผู้อื่นติดขัด สัญจรไม่สะดวก เหตุในครั้งนั้นจึงส่งผลให้ติดอยู่ในถ้ำหลวง การที่มีคนทราบข่าวแล้วขวนขวายเข้ามาให้ความช่วยเหลือกันมากมายขนาดนี้ เป็นผลที่มาจากเหตุดีที่ทีมหมูป่าทำไว้ด้วยการช่วยเหลือผู้อื่นอย่างไม่มีประมาณ เคยช่วยใครไว้ ใคร ๆ ก็อยากเข้ามาช่วย แต่ถ้าไม่เคยช่วยเหลือใครไว้เลย ก็ไม่มีใครให้ความช่วยเหลือ   ในฐานะที่เป็นชาวพุทธ การประกอบพิธีกรรม เพื่อให้เหตุการณ์นี้คลี่คลายเป็นเรื่องสมควรหรือไม่ สิ่งไหนทำไปแล้วดีมีประโยชน์ เกื้อกูลต่อผู้อื่น เป็นเรื่องที่ทำให้กำลังใจ เมื่อทำไปแล้วมีแต่ผลดีตามมา เป็นเครื่องจรรโลงใจ ช่วยให้เกิดความสบายใจ หากเป็นเช่นนี้การประกอบพิธีกรรมจึงเป็นเรื่องที่สมควร  หากติดตามข่าว เราจะเห็นว่า ทุกคนทำด้วยกุศลเจตนาดีที่อยากช่วยเหลือทีมหมูป่า เพียงเท่านี้ก็น่าชื่นชมแล้ว ขออนุโมทนาด้วย แต่ตามเป็นจริงแล้ว แม้ว่าจะประกอบพิธีกรรมอย่างอลังการ […]

ภพชาติและการพลัดพราก | เรื่องมหัศจรรย์และสิ่งลี้ลับ

ภพชาติและการพลัดพราก | เรื่องมหัศจรรย์และสิ่งลี้ลับ มันเป็นเรื่องของ ภพชาติ สมัยหนุ่มๆ ผมเคยคิดว่า  ผู้ชายที่สูงวัยแต่ยังไม่แต่งงานไม่มีครอบครัว  น่าจะเป็นผู้ชายที่มีความเบี่ยงเบนทางเพศหรือพูดภาษาชาวบ้านคือเป็นเกย์  เป็นตุ๊ด อะไรทำนองนี้แต่แล้วปัญหาก็กลับเกิดกับตัวผมเอง  ทั้งๆ ที่ผมเป็นชายแท้ 100 เปอร์เซ็นต์ ถามว่า  ผมเคยผ่านการมีครอบครัวมาหรือไม่  ถ้าหากยึดองค์ประกอบของความเป็นครอบครัวที่สมบูรณ์  ผมไม่น่าจะจัดอยู่ในกลุ่มนี้ได้  เพราะมันเป็นเพียงแค่การคบหากันในระยะเวลาสั้น ๆ แล้วก็แยกกันไปทางใครทางมัน  ครั้งสุดท้ายที่ได้คบหากันก็เป็นเวลา 22 ปีมาแล้ว  คิดดูว่านานแค่ไหน สำหรับผู้ชายคนหนึ่งที่ “ไม่มีใคร” จนเมื่อความเหงาเข้ามาครอบงำมากขึ้นทำให้ผมคิดหาทางว่า ทำอย่างไรชีวิตถึงจะมี “ใครสักคน”  ผมพยายามค้นหาข้อมูลจากอินเทอร์เน็ตเกี่ยวกับวิธีการหาคู่  ซึ่งผมทำหลายวิถีทาง  ทั้งไปบนบานศาลกล่าวไว้หลายต่อหลายแห่ง  จนตอนนี้จำไม่ได้แล้วว่าบนไว้ที่ไหนบ้าง  ถ้าหากมีใครสักคนขึ้นมาจริง ๆ  ผมก็ยังไม่รู้เลยว่าจะแก้บนที่ไหนยังไงบ้าง กระทั่งวันหนึ่งผมไปปรึกษาเพื่อนสนิทเพื่อนได้แนะนำให้ผมท่องคาถาที่มันบอกว่าได้ผลมาหลายรายแล้ว  ทีแรกผมก็เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง  แต่ความที่ผมลองมาหลายทางแล้ว  ลองดูอีกสักทีก็ไม่น่าจะเสียหายอะไร วันนั้นหลังจากปฏิบัติภารกิจประจำวันเสร็จแล้ว  ตกค่ำผมก็นำคาถานี้มาท่องตามที่เพื่อนบอก สัพพัง  อะปะราธัง ขะมะถะเม………………..หากข้าพเจ้าจงใจหรือประมาท พลาดพลั้ง  ล่วงเกินบิดา  มารดา  ครูอาจารย์…ข้าพเจ้าขอถอนคำสาบานที่จะติดตามคู่ในอดีต  ขอให้ต่างฝ่ายต่างเป็นอิสระต่อกัน… ผมค่อย ๆ บริกรรมคาถาด้วยความละเอียด  รอบคอบ  และทำด้วยความตั้งใจจริงอย่างที่สุด  จากนั้นก็เข้านอนด้วยความหวังว่าอะไร ๆ ในชีวิตจะดีขึ้น  ผมอาจได้เจอใครสักคน  ถึงแม้มันอาจจะนานไปหน่อย  แต่ก็ยังดีกว่าไม่มีใครเลย คืนแรกผ่านไปอย่างเงียบสงบ  ผมใช้ชีวิตในวันรุ่งขึ้นด้วยความคาดหวังว่าจะมีความเปลี่ยนแปลงในชีวิต  ได้พบเจอใครสักคนจริง ๆ  และไม่ว่าใครเข้ามาพูดคุยหรือผมได้รู้จักคนใหม่ ๆ  ผมก็คาดว่า  นั่นคือคนที่ใช่สำหรับผม  แต่นั่นก็เป็นเพียงวิมานในอากาศ  ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง  จนกระทั่งอีก 2 – 3 วันต่อมา  คืนหนึ่งผมฝันแปลกมาก  ซึ่งไม่น่าเชื่อว่านี่คือตัวเองในวันนี้ ในความฝัน  ผมได้พบกับผู้ชายสูงอายุคนหนึ่ง  ผมถามเขาว่า  “คุณรู้มั้ย…ทำอย่างไรผมจึงจะมีคู่เหมือนกับคนอื่น ๆ เขา”  ชายคนนั้นจ้องผมตาเขม็ง  แล้วบอกว่า… “ท่านรู้มั้ย  ทำไมฉันจึงได้มาเกิดเป็นคนในชาตินี้  ฉันจะบอกให้ หลายสิบปีก่อนฉันเกิดเป็นกบ  ฉันมีครอบครัว  มีลูก  มีเมีย  และเป็นครอบครัวใหญ่  เราไปไหนมาไหนด้วยกัน  ออกหากินกันตามสัญชาต-ญาณของความเป็นกบ  อยู่มาวันหนึ่งฝนตกหนัก  พวกเราก็ออกไปเล่นน้ำฝนออกไปหาสัตว์เล็ก ๆ กินตามธรรมชาติพวกเรามีความสุขมาก… “…แต่ความสุขนั้นอยู่ได้ไม่นาน  ฉันก็รู้สึกว่ามีมือของมนุษย์มาจับที่ตัวฉันอย่างแรง  ฉันพยายามดิ้นให้หลุด  แต่ก็ทำไม่ได้มือนั้นยิ่งบีบแรงขึ้น  ทันใดนั้นฉันก็รู้สึกได้ถึงความเจ็บปวด  ขาของฉันถูกฉีกออกทีละข้าง  ฉันเจ็บปวดทุกข์ทรมานแสนสาหัสมนุษย์คนนั้นฉีกขาฉันทีละข้าง  แล้วโยนฉันลงพื้น  มันยิ่งเจ็บปวดทุรนทุราย  แต่ที่เจ็บปวดยิ่งกว่าคือ ฉันเห็นภาพแห่งความทรมาน  เมียฉัน  ลูก ๆ ของฉัน  รวมทั้งพี่น้องกบของฉันอีกหลายตัวต้องตกอยู่ในชะตากรรมเดียวกัน  พวกเขาร้องด้วยความเจ็บปวด  โดยที่ฉันไม่สามารถทำอะไรได้เลย “นี่เป็นโศกนาฏกรรมแห่งชีวิตของพวกเรา  ความเจ็บปวด  ความทุกข์ทรมานที่พวกเราไม่เคยลืม  ฉันคิดว่า  พวกเราทั้งหมดคงจะตายเพราะความเจ็บปวดทรมานท่ามกลางสายฝนนั่น  แต่กว่าจะตาย  พวกเราต้องทนทรมานอยู่นาน  แต่ด้วยอานิสงส์ของความดีที่ฉันทำมาในอดีตชาติ  ทำให้ชาตินี้ฉันได้มาเกิดเป็นมนุษย์  ฉันไม่ได้คิดจะแก้แค้นใครในสิ่งที่ฉันกับพี่น้องและครอบครัวได้รับ “เพียงแต่สิ่งที่ฉันจะบอกกับท่านก็คือเหตุที่ท่านไม่มีคู่เป็นเพราะท่านได้ก่อกรรมกับพวกเราไว้ในอดีตชาติของพวกเรา  แต่เป็นภพชาติปัจจุบันของท่าน  ทำให้ท่านต้องรับกรรม  กรรมที่ท่านพรากลูก  พรากเมียพรากพี่น้องของพวกเรา  ทำให้ท่านต้องพลัดพรากจากคู่ในชาตินี้  แม้ฟ้าจะลิขิตให้ท่านมีคู่ครอง  แต่กรรมที่ท่านก่อไว้ทำให้คู่ครองของท่านไม่มีโอกาสโคจรมาพบกันได้ในชาตินี้  ท่านจะต้องอยู่คนเดียวไปจนสิ้นอายุขัย  และยังตอบไม่ได้ว่า  หากชาติหน้าท่านได้กลับมาเกิดเป็นมนุษย์อีก  ท่านจะมีโอกาสได้มีคู่ครองหรือไม่  เพราะเคราะห์กรรมที่ท่านทำไว้กับพวกเรานั้นมันหนักหนาสาหัสจริง ๆ”  หลังจบประโยคนี้  ภาพของชายสูงอายุก็ค่อย ๆ เลือนหายไป เมื่อตื่นขึ้นมาผมเฝ้าทบทวนเหตุการณ์ในความฝัน  ซึ่งทำให้ผมนึกไปถึงเมื่อสมัยผมเป็นเด็ก  อายุประมาณ 5 - 6 ขวบ  ตอนนั้นด้วยความซุกซน  ทุกครั้งที่ฝนตกผมจะออกไปเล่นน้ำฝน  และด้วยความคะนองผมจะจับกบที่ออกมาเล่นน้ำฝน แล้วจับขาพวกมันฉีกด้วยความสนุกสนาน เป็นอย่างนี้หลายครั้งและทุกครั้งก็จะถูกพ่อตีด้วยสายยาง  จำได้ว่ามันเจ็บมาก  แต่ก็ไม่เคยเข็ด  เป็นอย่างนี้เป็นเวลานานมาก… นี่หรือคือผลกรรมที่ผมพรากลูกพรากเมียพวกเขา  ทำให้ผมต้องถูกพรากจากคู่ครองในชาตินี้ หลังจากนั้นหากมีโอกาสผมจะซื้อกบจากตลาดสดไปปล่อยครั้งละ 5 - 10 ตัว  เพราะกบพวกนี้รอคอยความตาย  ผมปล่อยกบไปจำนวนมาก  จำไม่ได้ว่าเท่าไร  แต่รู้ว่ามากทีเดียว  ถึงกระนั้นผมคิดว่าจำนวนชีวิตที่ผมปล่อยคงไม่เท่ากับชีวิตที่ผมทำลายไป  จึงทำให้อานิสงส์นั้นยังไม่ส่งให้ผมได้พบกับคู่ครองในชาตินี้  ซึ่งก็ยังไม่รู้เลยว่า จะอีกกี่ชาติถึงจะได้พบ นี่เป็นบทเรียนอันยิ่งใหญ่ที่ผมทำลายชีวิตหลายชีวิต  ก่อกรรมทำเข็ญกับสัตว์ตัวเล็ก ๆ  แต่กลับส่งผลเป็นความทุกข์อันยิ่งใหญ่ที่ผมต้องได้รับในชาตินี้  ไม่ต้องรอถึงชาติหน้า  แต่ผมก็จะขอทำทาน ด้วยการซื้อกบมาปล่อยให้มากที่สุด เท่าที่จะทำได้ เผื่อว่าจะได้ไถ่บาปกรรมที่ผมทำเอาไว้ในภพนี้  ไม่ต้องตามไปถึงภพหน้า เรื่อง จิระ  ณ ราษฎร์บูรณะ   ภาพ รุจิกร  ธงชัยขาวสอาด หมายเหตุ : ขอเชิญร่วมแบ่งปันเรื่องลี้ลับมหัศจรรย์และเรื่องผลของกรรมเช่นนี้ได้ โดยส่งมาที่ [email protected] บทความน่าสนใจ ภพชาติมีจริง บทความจากพระราชญาณกวี (ท่านปิยโสภณ)  Dhamma Daily : กฏแรงดึงดูด ในทางพระพุทธศาสนาทำงานอย่างไร บุพเพสันนิวาสเป็นอะไรที่มากกว่า…เรื่องของคู่ครอง พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต กล่าวถึงบุพเพสันนิวาสในทางพระพุทธศาสนา ตั้งโปรแกรมจิต เลือกภพก่อนตาย ทำได้จริงหรือไม่?      

keyboard_arrow_up