นาย นภัทร รวมพลังคนบันเทิง บรรจุถุงยังชีพ “พอ เพียงพอ ก็ พอเพียง”

นาย นภัทร รวมพลังคนบันเทิง บรรจุถุงยังชีพ “พอ เพียงพอ ก็ พอเพียง” นาย นภัทร เสียงสมบุญ ยังคงช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง โดยรวมพลังคนบันเทิงทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลัง ร่วมบรรจุถุงยังชีพ “พอ เพียงพอ ก็ พอเพียง” ณ มูลนิธิหอธรรมพระบารมี ศูนย์การเจริญสติและหอศิลป์ร่วมสมัย จังหวัดฉะเชิงเทรา ตามโครงการมอบถุงยังชีพ บรรเทาความเดือดร้อนแก่ผู้ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ตามพระราชดำริ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก ครั้งนี้มีเหล่าคนบันเทิงจิตกุศล ได้แก่ นาย นภัทร เสียงสมบุญ, ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก ลือวิเศษไพบูลย์, ออม นรวรรณ เศรษฐรัตนพงศ์, วราพรรณ ทรัพย์ธนะอุดม, นัฏฐา ลอยด์, พิมพ์พกา เสียงสมบุญ, นฤมล พงษ์สุภาพ, นิธิศ วงศ์เหรียญไทย และ สิรภพ สมผล ร่วมกันบรรจุข้าวสารอาหารแห้ง และสิ่งของจำเป็นจำนวน 600 […]

ทำทุกอย่างเพื่อลูก! คุณพ่อหุ่นอวบยอมลดน้ำหนักเพื่อบริจาคตับให้ลูกน้อย

เมื่อถึงเวลาเปลี่ยนแปลงการดำเนินชีวิต คนเราจำเป็นต้องหาสิ่งกระตุ้นสักอย่างเป็นตัวช่วย สำหรับ ฌอน เคลลี่ (Sean Kelley) นั่นคือการช่วยชีวิต หนูน้อยซอว์เยอร์ (Sawyer) ลูกชายวัย 1 ขวบของเขา หลังจากที่ซอว์เยอร์ลงชื่อเข้าคิวรอปลูกถ่ายตับ ฌอนก็ตัดสินใจทำทุกอย่างที่ทำได้เพื่อให้ตัวเองสามารถบริจาคตับส่วนหนึ่งให้ลูกได้ (บริจาคตับให้ลูกน้อย) ในเดือนตุลาคม 2018 หนูน้อยซอว์เยอร์เกิดมาพร้อมกับ Alagille syndrome ซึ่งเป็นความผิดปกติทางพันธุกรรมที่สามารถทำลายอวัยวะอย่างเช่นหัวใจและตับได้ และเคสของซอว์เยอร์มีอาการรุนแรง หากไม่ได้รับการปลูกถ่าย หนูน้อยอาจไม่มีโอกาสฉลองวันเกิดอายุ 2 ขวบก็เป็นได้ คุณหมอบอกฌอนและโจซี่ ผู้เป็นภรรยาว่า หากลูกน้อยยังต้องเข้าคิวในรายชื่อรอปลูกถ่ายอยู่แบบนี้ อาจไม่ได้รับบริจาคตับทันเวลา วิธีที่ดีที่สุดคือหาผู้บริจาคที่มีชีวิต (live donor) ดังนั้นระหว่างที่หนูน้อยซอว์เยอร์อยู่ในรายชื่อเข้าคิวรอรับบริจาค ฌอนจึงเช็คดูว่าตับของเขาสามารถเข้ากับลูกได้ไหม ปรากฏว่าเข้ากันได้ เพียงแต่ว่าเขาต้องลดค่าดัชนีมวลกาย (BMI) โดยลดน้ำหนักลง 40 ปอนด์ (ประมาณ 18.14 กิโลกรัม) จากน้ำหนักเดิม 259.5 ปอนด์ให้เหลือ 220 ปอนด์ ฌอนซึ่งเป็นคุณพ่อลูกเจ็ดจากนิวยอร์กเปิดใจว่า คนเป็นพ่อก็ย่อมต้องการเห็นลูกเจริญเติบโต ต้องการเห็นลูกมีความสุข ต้องการมอบโอกาสทั้งหมดทั้งมวลให้ลูกได้ประสบความสำเร็จในชีวิตเท่าที่พ่อคนหนึ่งสามารถทำได้ และนี่คือโอกาสที่เขาจะได้ทำให้ลูก […]

ฮีโร่ของฉัน…ปะป๊าสู้สู้

ฮีโร่ของฉัน…ปะป๊าสู้สู้ “ตัวอย่างที่ดีมีค่ามากกว่าคำสอน” เมื่อฉันได้ยินประโยคนี้ครั้งแรก ทำให้ฉันนึกถึงปะป๊าขึ้นมาทันทีทันใด ปะป๊าที่ฉันรู้จักมาตั้งแต่เด็ก ท่านเป็นคนพูดน้อย แต่ทำมาก รักครอบครัว รับผิดชอบ เป็นผู้นำครอบครัวที่ดีมาก ครอบครัวของฉันเคยผ่านช่วงไอเอ็มเอฟเศรษฐกิจตกสะเก็ดมาด้วยกัน ตอนนั้นที่บ้านประสบปัญหาอย่างหนัก ต้องปิดกิจการลง พร้อมกันนั้นก็เป็นปีเดียวกับที่ฉันเอนทรานซ์ไม่ติดด้วย แต่ท้ายที่สุดพวกเราก็ผ่านกันมาได้และทำให้รักกันมากขึ้น แต่ด้วยผลพวงทางเศรษฐกิจครั้งนั้น ทำให้ไม่นานต่อมาปะป๊าก็ตื่นขึ้นมาชงชาดื่มไม่ได้เหมือนอย่างเคย ปะป๊ารินชาหกเพราะกะไม่ถูก ขับรถไม่ได้ เกือบชนประตูบ้าน ปะป๊าเรียกอาหารเหล่านั้นว่า “การเสียศูนย์” ท่านรู้ตัวเองดีว่ามันต้องมีอะไรผิดปกติแน่นอน จึงรีบไปหาหมอ หมอบอกว่า โชคดีที่มาทัน เพราะปะป๊าเป็นเส้นเลือดในสมองตีบ หากมาช้ากว่านี้อีกเพียงสองชั่วโมงอาจเป็นอัมพาตได้ และได้อธิบายให้ปะป๊าทราบว่า ปะป๊ามีปัจจัยเสี่ยงครบทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นอายุ (อายุ 50 – 60 ปีมักเป็นเส้นเลือดในสมองตีบ ตอนนั้นปะป๊าอายุประมาณ 50 ปี) สูบบุหรี่ อ้วน ไม่ออกกำลังกาย และเครียด ปะป๊าเข้าข่ายทุกประการอย่างที่หมอบอก เมื่อปะป๊าได้ยินอย่างนั้น ท่านก็รู้ตัวดี และเนื่องจากท่านรักตัวเองและครอบครัวมาก ท่านไม่อยากให้ลูกหลานลำบากถ้าหากท่านเป็นอะไรไป ปะป๊าจึงตัดสินใจเลิกบุหรี่อย่างเด็ดขาดนับตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา ทั้ง ๆ ที่สูบมานานตั้งแต่วัยรุ่น และทั้ง ๆ ที่ลูก […]

หนูน้อยส่งจดหมายถึงพ่อบนสวรรค์ ไปรษณีย์อังกฤษตอบจดหมายกลับมาอย่างน่ารัก

หนูน้อยส่งจดหมายถึงพ่อบนสวรรค์ ไปรษณีย์อังกฤษตอบจดหมายกลับมาอย่างน่ารัก เจส ไฮด์แมน (Jase Hyndman) หนูน้อยวัย 7 ขวบชาวสกอตแลนด์ ขอให้ไปรษณีย์ช่วยส่งการ์ดวันเกิดไปให้คุณพ่อที่อยู่บนสวรรค์ เจมส์ ไฮด์แมน เสียชีวิตในปี 2014 ด้วยอายุเพียง 28 ปี เจสบอกแม่ของเขา เทรี่ ว่า เขาต้องการส่งการ์ดให้พ่อ เพราะทุกคนควรได้รับการ์ดอวยพรในวันเกิด ถึงแม้จะไม่ได้รับของขวัญก็ตาม หลังจากเขียนการ์ดถึงพ่อเสร็จ หนูน้อยก็จ่าหน้าซองด้วยข้อความชวนเศร้าว่า “คุณไปรษณีย์ครับ ช่วยส่งจดหมายฉบับนี้ไปสวรรค์ในวันเกิดของพ่อผมด้วยครับ ขอบคุณครับ”   หลังจากนั้นไม่กี่วัน เจสก็ต้องเซอร์ไพรซ์สุด ๆ เมื่อได้รับจดหมายตอบจาก รอยัล เมล ไปรษณีย์สหราชอาณาจักรว่า “ในระหว่างดำเนินการส่งจดหมายให้คุณก็พบเรื่องน่ากังวลบางประการ จึงถือโอกาสติดต่อมาเพื่อแจ้งให้ทราบว่าได้ส่งจดหมายให้แก่คุณพ่อของคุณบนสวรรค์เรียบร้อยแล้ว “เราต้องเผชิญอุปสรรคต่าง ๆ ทั้งการหลบหลีกดวงดาวและวัตถุต่าง ๆ ในอวกาศบนเส้นทางไปยังสวรรค์ อย่างไรก็ตามได้โปรดมั่นใจว่าจดหมายสำคัญได้ส่งถึงผู้รับเรียบร้อยแล้ว สิ่งสำคัญอันดับหนึ่งของรอยัล เมล คือ ต้องส่งจดหมายถึงปลายทางอย่างปลอดภัย เรารู้ว่าจดหมายนั้นสำคัญกับคุณเพียงใด เราจะทำทุกอย่างเพื่อให้มั่นใจว่าจดหมายได้ส่งถึงสวรรค์อย่างปลอดภัย” ท้ายจดหมายลงชื่อ ฌอน มิลลิแกน ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายจัดส่ง เทรี่ […]

ดิ๊ก ฮอยต์ พ่อที่แกร่งที่สุดในโลก

ดิ๊ก ฮอยต์ พ่อที่แกร่งที่สุดในโลก คุณคิดว่าความรักของพ่อยิ่งใหญ่ขนาดไหน… ลองติดตามเรื่องราวของพ่อวัยชราผู้ป่วยด้วยโรคหัวใจ แต่ยังคงมุ่งมั่นพาลูกชายที่พูดและขยับเขยื้อนร่างกายไม่ได้ลงแข่งวิ่งมาราธอนและคนเหล็กไตรกีฬาในนาม ทีมฮอยต์ (TeamHoyt) คนนี้ดู ย้อนไปเมื่อประมาณ 56 ปีที่แล้ว ดิ๊ก และ จูดี้ ฮอยต์ ได้ให้กำเนิดริก ฮอยต์ ทารกเพศชายผู้โชคร้ายถูกรกพันคอ ทำให้สมองขาดออกซิเจนนานจนบางส่วนตาย เขาจึงไม่สามารถควบคุมส่วนต่างๆ ของร่างกายได้ แพทย์แนะนำให้ทิ้งหนูน้อยไว้ที่โรงพยาบาลดีกว่าพากลับไปเลี้ยงในสภาพที่ไม่ต่างจาก“ผักไปตลอดชีวิต แต่ครอบครัวฮอยต์ยืนกรานที่จะพาลูกชายกลับบ้าน และตั้งใจจะเลี้ยงดูไม่ให้ต่างจากคนปกติ   ผู้เป็นพ่อพาเด็กน้อยไปรับการทดสอบเพื่อหาทางให้เขาสามารถสื่อสารกับผู้อื่นได้ แต่คำตอบคือ “”ไม่มีทาง”” แต่กระนั้นดิ๊กก็ไม่เลิกล้มความตั้งใจ ท้าให้เจ้าหน้าที่ผู้ทดสอบลองเล่าเรื่องตลกให้ลูกชายฟัง ผลคือหนุ่มน้อยวัย 11 ขวบสะอึกหัวเราะออกมา เหตุการณ์ในวันนั้นจึงเป็นที่มาของการพัฒนาเครื่องมือสะกดคำด้วยการใช้ศีรษะสัมผัสปุ่มทำให้ริกสามารถสื่อสารกับคนรอบตัวได้เป็นครั้งแรก แต่แทนที่ประโยคแรกที่ริกสื่อสารจะเป็น“ “พ่อครับ แม่ครับ สวัสดีครับ”” กลับเป็น ““(บอสตัน) บรูอินส ์ สู ้ สู้!” ” นั่นทำให้ครอบครัวรู้ว่า ริกชอบกีฬาแถมยังติดตามความเคลื่อนไหววงการฮอกกี้ไม่ต่างจากคนปกติด้วย ความชื่นชอบในเกมการแข่งขันทำให้ริกใฝ่ฝันอยากลงแข่งวิ่งมาราธอน เพื่อหาทุนช่วยเพื่อนร่วมชั้นไฮสกูลที่ประสบอุบัติเหตุเป็นอัมพาต คำขอนี้อาจจะฟังดูเหมือนเรื่องตลก แต่ดิ๊กกลับไม่คิดอย่างนั้น ดิ๊กผู้เรียกตัวเองว่า ““หมูอ้วนที่ไม่เคยวิ่งได้เกินหนึ่งไมล์”” […]

เฟร็ด วอทัวร์ แรงกายนี้เพื่อการศึกษาของลูก

เฟร็ด วอทัวร์ (Fred Vautour) วัย 63 ปี เติบโตมาในครอบครัวที่แตกแยก เมื่อเขาแต่งงานมีครอบครัวจึงต้องการเป็นพ่อที่ดีคอยอยู่เคียงข้างลูก ดังนั้นแทนที่จะทำงานที่ได้ค่าตอบแทนสูงกว่านี้ ในปี 1994 เขาตัดสินใจทำงานเป็นภารโรงที่วิทยาลัยบอสตัน

เพื่อลูกรัก พ่อยอมเป็นคนไร้บ้าน ขอแค่ให้ได้อยู่ใกล้ลูกก็พอ

เพื่อลูกรัก พ่อยอมเป็นคนไร้บ้าน ขอแค่ให้ได้อยู่ใกล้ลูกก็พอ ความรักของพ่อแม่เป็นความรักที่ไม่มีเงื่อนไข เมื่อเห็นลูกมีความทุกข์พ่อแม่ก็พร้อมช่วยเหลือและทำทุกอย่าง เพื่อลูกรัก อย่าง พอล ดิจิอาโคโม (Paul DiGiacomo) ยอมทุ่มสุดตัวเพื่อช่วยลูกสาว เมแกน (Meghan) ซึ่งติดเฮโรอีนและใช้ชีวิตอยู่บนท้องถนนย่านดาวน์ทาวน์ในบอสตัน สหรัฐอเมริกา เธอกางเต็นท์ที่พักอยู่ใกล้คลินิกบำบัดยาเสพติดก็จริง แต่ขาดแรงจูงใจให้เข้าไปบำบัด ทั้ง ๆ ที่แฟนหนุ่มของเมแกนก็เพิ่งเสียชีวิตเนื่องจากใช้ยาเกินขนาดเมื่อปีที่แล้ว เมแกนประสบปัญหาติดยาเสพติดมานานนับสิบปี เธอเริ่มจากยาระงับปวดตอนอายุ 19 จากนั้นก็เสพมาเรื่อย จนสุดท้ายมาลงเอยกลายเป็นเสพเฮโรอีน เร่ร่อนใช้ชีวิตกินนอนอยู่ข้างถนน แล้ววันหนึ่งรายการ Anderson Cooper 360° ของ CNN ก็มาสัมภาษณ์เมแกนกับผู้ติดยาเสพติดอีกคนชื่อ บิลลี่ โดโนแวน เกี่ยวกับประสบการณ์ชีวิตในย่านดาวน์ทาวน์ตอนใต้ของบอสตันซึ่งมีชื่อเสียงดังกระฉ่อนในแง่ของมีผู้ใช้ยาเสพติดอยู่เยอะ ซึ่งทั้งคู่ต่างก็เล่าเรื่องตัวเองว่า เริ่มจากยาระงับปวดสาระพัดชนิด ก่อนจะเปลี่ยนมาเป็นเฮโรอีนเพราะราคาถูกกว่า Man addicted to opioids: 'I know I'm going to die' “I’ve been shooting heroin for […]

keyboard_arrow_up