เมธี จันทรา กับการภาวนาด้วยขลุ่ยเซน เพื่อไปสู่ความสงบจากข้างใน

เมธี จันทรา กับการภาวนาด้วยขลุ่ยเซน เพื่อไปสู่ความสงบจากข้างใน เมธี จันทรา อดีตสมาชิกวงทีโบน และวงคำภีร์ ผู้หันหลังให้กับวงการดนตรี เพื่อมาทำในสิ่งที่เขารักคือการแสวงหาความรู้ในเรื่องที่เขาสนใจ นั่นคือการเล่นดนตรีเพื่อการภาวนา   นักดนตรีผู้สนใจการภาวนา แต่เดิมผมเล่นกีต้าร์ไฟฟ้า และสนใจเรื่องการปฏิสัมพันธ์ระหว่างเสียงดนตรีกับเสียงความคิดของเราอยู่ก่อนแล้ว จึงเริ่มศึกษาจากกีต้าร์ไฟฟ้าที่ผมเล่นก่อน จนประมาณ ปี พ.ศ.2543 ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดงานวันธรรมคีตาโลกที่จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นงานที่จัดโดยกลุ่มผู้ศรัทธาในองค์ทะไล ลามะ ผมก็ได้มีโอกาสไปเล่นดนตรีในงานนี้ด้วย ระหว่างที่เล่นกีต้าร์ไฟฟ้านาน ๆ ก็รู้สึกว่าน้ำหนักของเครื่องดนตรีเป็นอุปสรรคมาก ยังมีข้อจำกัดอีกหลายอย่าง และพอได้ชมการแสดงขลุ่ยทิเบตของนาวัง เก ช็อก ก็เห็นว่าขลุ่ยเหมาะสำหรับศึกษาเรื่องปฏิสัมพันธ์ระหว่างเสียงดนตรีกับเสียงภายในของเรา กีต้าร์ไฟฟ้าเป็นเครื่องดนตรีที่เล่นแล้วจะเกิดเสียงจากข้างนอกมากกว่าข้างใน เป็นการกระทบกันระหว่างนิ้วมือกับเครื่องดนตรี แต่ขลุ่ยนั้นเสียงจะเกิดขึ้นจากสภาวะข้างในก่อนที่จะถ่ายทอดออกมาข้างนอก จึงเป็นเครื่องดนตรีที่ช่วยในการภาวนาได้เป็นอย่างดี   ลองผิดลองถูก ผมเริ่มต้นจากขลุ่ยไทยก่อน แต่ขลุ่ยไทยยังไม่ตอบโจทย์บางอย่าง จึงเปลี่ยนไปลองเล่นขลุ่ยจีน ก็ยังไม่ตอบโจทย์อยู่ดี เลยเริ่มศึกษาลึกลงไปเรื่อย ๆ จนพบว่าพุทธศาสนามีอีกนิกายหนึ่ง (นิกายเซน) ที่ใช้ขลุ่ยในการภาวนา เลยหันมาศึกษาเรื่องนี้อย่างเอาจริงเอาจัง โดยการประดิษฐ์ขลุ่ยญี่ปุ่นจากท่อพีวีซี แล้วใช้บันไดเสียงแบบดนตรีตะวันตกเป็นการประสมประสานระหว่างดนตรีตะวันออกและตะวันตก ผมเป่าขลุ่ยนี้มาร่วม 10 ปี รู้สึกว่าสภาวะของเสียงยังไม่ตอบโจทย์ลึก ๆ เลยหวนกลับไปคิดว่าน่าจะลองเล่นขลุ่ยเซนที่ทำจากไม้ไผ่ดู […]

งามแท้ เพราะ “ไม่แน่นอน” ปรัชญาธรรมจากแดนอาทิตย์อุทัย โดย ขุนเขา สินธุเสน เขจรบุตร

งามแท้ เพราะ “ไม่แน่นอน” ปรัชญาธรรมจากแดนอาทิตย์อุทัย โดย ขุนเขา สินธุเสน เขจรบุตร ขุนเขา สินธุเสน เขจรบุตร ย่อมไม่พลาดที่จะนำทรรศนะในการมองโลกของผู้คนในพื้นที่ตรงนั้นมาฝาก คราวนี้ไปเที่ยวญี่ปุ่น จะนำทรรศนะอะไรดี ๆ มาฝากเราบ้างหนอ… 0 ผมเพิ่งกลับมาจากประเทศญี่ปุ่นครับ และแม้จะไม่สามารถนํา “ของฝาก” กลับมาให้แฟน ๆ คอลัมน์ได้ เนื่องจากเราไม่มีโอกาสจะได้พบหน้ากัน แต่ผมมี “ความคิดฝาก” ใส่สมองกลับมา ซึ่งรับรองว่ามีค่ายิ่งกว่า “ของฝาก” ราคาแพงหลายเท่าตัว 0 “ความคิดฝาก” ที่ว่านั้นมีชื่อว่า “วะบิ-ซะบิ” (Wabi-sabi) ซึ่งเป็นชื่อของปรัชญาเซนที่ผมชื่นชอบที่สุด เรื่องมีอยู่ว่า วันหนึ่งระหว่างที่ผมกําลังถ่ายรูปอยู่อย่างเพลิดเพลินที่เมืองเกียวโต ผมก็พลาดทําโทรศัพท์หลุดจากมือตกลงสู่พื้นที่ปูด้วยอิฐก้อนโต ๆ เบื้องล่าง เสียงกระทบของหน้าจอกับพื้นหินที่แข็งโป๊กนั้น ทําให้ผมรู้สึกปวดร้าวราวกับว่าใจผมเองเป็นสิ่งที่ตกลงสู่พื้น 0 ผมรีบคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาโดยเร็ว และพบว่าหน้าจอบางส่วนแตกละเอียด ผมอยากจะนั่งสาปแช่งโชคชะตาและก่นด่าตัวเองอยู่ตรงนั้นสักครึ่งวัน ความเครียดและความเซ็งประดังประเดเข้ามาอย่างต่อเนื่อง “ทําไมเราซุ่มซ่ามแบบนี้” “โทรศัพท์เพิ่งจะซื้อมาได้ไม่ถึงครึ่งปี” “ถ้าเราระวังกว่านี้นะ” ฯลฯ ไม่มีพลังวิเศษอะไรที่สามารถหยุดความคิดลบของผมได้ จนกระทั่งผมนึกย้อนไปถึงปรัชญาเซน “วะบิ-ซะบิ” […]

keyboard_arrow_up