จากวัดร้างตระพังจิกสู่โควิด 19

จากวัดร้างตระพังจิกสู่โควิด 19 นับตั้งแต่มีข่าวการแพร่ระบาดของเชื้อโควิดในจีน จนพบคนไทยติดเชื้อโควิดเป็นรายแรกในช่วงปลายเดือนมกราคม แรกๆ พวกเรายังรู้สึกว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องไกลตัว จนกระทั่งเกิดการแพร่ระบาดรุนแรงที่อิตาลี จนเกิดกรณี Super-spreader จากสนามมวย และผับในไทย ทำให้เมฆหมอกของความกลัวเข้ามาเกาะกุมจิตใจ จนไม่สามารถใช้ชีวิตในที่สาธารณะแบบปกติ จะหยิบจับสัมผัสอะไร ก็ระแวงไปหมดว่า “มีไวรัสเกาะมั้ยเนี่ย?” พร้อมกับคำถามลึกๆ ในใจว่า “เราติดหรือยังนะ?” จนเกิดวลีเด็ดสะท้อนความรู้สึกร่วมของผู้คนในยุคโควิด 19 ที่ว่า “สุขภาพกายโควิด สุขภาพจิตโคม่า” เมื่อสถานการณ์การระบาดในประเทศเลวร้ายขึ้น จนต้อง “อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ” อาการที่สะท้อนระดับความกลัวที่เร่งตัวขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเสพข่าวโควิดจนแทบไม่มีเวลาพิจารณาว่า ข่าวจริงหรือข่าวปลอม หรือการทุ่มซื้อหน้ากากอนามัยจนโรงพยาบาลขาดแคลน และเปิดโอกาสให้คนเก็งกำไรทำให้ราคาพุ่งสูงขึ้นเกือบ 20 เท่า จนมาถึงวันนี้ ที่ดูเหมือนคลื่นลูกแรกของโควิดจะเริ่มคลี่คลาย แต่ไม่มีใครรู้ว่า คลื่นลูกที่ 2 จะกลับมาเมื่อไร จะรุนแรงเพียงใด หรือจะเกิดพัฒนาการของโรคใหม่ก็สุดจะประเมิน ดังนั้น สิ่งสำคัญคงหนีไม่พ้นการเตรียมใจเราพร้อมดีที่สุด     ในโอกาสครบรอบวันคล้ายวันเกิดของท่านอาจารย์พุทธทาสหรือ “วันล้ออายุ” (๒๗ พฤษภาคมนี้) ปีที่ ๑๑๔ พวกเราถือโอกาสไปค้นคว้าประสบการณ์ท่านอาจารย์ที่เคยก้าวข้ามความกลัวในใจตัวเองมาเล่าสู่กันฟัง เพื่อให้ท่านผู้อ่านมีวิธีเตรียมพร้อมจิตใจ   ประสบการณ์ความกลัวของท่านอาจารย์ ในช่วงที่ท่านตั้งใจสร้างสวนโมกข์ (แห่งแรก) ที่วัดตระพังจิก ซึ่งเป็นวัดที่ร้างมาไม่น้อยกว่า ๘๐ ปีขณะนั้น ท่านบันทึกไว้ในหนังสือสิบปีสวนโมกข์ว่า ตลอดเวลา ๒ ปีแรกนั้น ไม่มีใครอาศัยอยู่ในสวนโมกข์เลย มีแต่ฉันอยู่คนเดียว … ทั้งในและนอกพรรษา […]

ทำอย่างไรจึงจะพ้นจากความกำหนัดแห่งกามคุณได้ : ท่านพุทธทาสภิกขุ

ทำอย่างไรจึงจะพ้นจาก ความกำหนัด แห่งกามคุณได้ : ท่านพุทธทาสภิกขุ ความกำหนัด ในทางภาษาบาลีจึงมีใจความกว้างหมายถึง ความมีจิตใจแนบแน่นถอนไม่ได้ในสิ่งต่าง ๆ ที่ตนพอใจ เพราะฉะนั้นผู้ที่จะปฏิบัติจึงจำเป็นที่จะต้องถอนจิตใจออกมาจากสิ่งที่จะปฏิบัติจึงจำเป็นที่จะต้องถอนจิตใจออกมาจากสิ่งที่จิตใจหลงติด จะเป็นสมบัติพัสถานแก้วแหวนเงินทอง หรือจะเป็นยศศักดิ์บริวาร กับสังขารอันเป็นที่รักเหล่าใดเหล่าหนึ่งก็ตาม พึงถอนความติดแน่นออกมาเสียเป็นผู้ก้าวล่วงอำนาจของความติดแน่นนั้นเสีย ไม่มีอะไรเป็นที่ตั้งแห่งความหลงใหลกำหนัดอีกต่อไป จิตใจก็จะมีความสงบสุขขึ้นมาอีกชั้นหนึ่งโดยแน่นอน     แต่พอเราพิจารณาดูคนในโลกในสมัยนี้ จะเห็นว่าเขายิ่งฝังใจให้กำหนัดติดแน่นในสิ่งต่าง ๆ เขาฝังใจอยู่แต่ที่จะได้ความสุขทางวัตถุ หรือปัจจัยเกื้อกูลความสุขทางวัตถุไม่มีสร่าง ประดิษฐ์สิ่งต่าง ๆ ขึ้นมาให้มากสำหรับให้จิตใจมัวเมาหลงใหล ในทางประดับตกแต่งร่างกายก็ประดิษฐ์ประดอยกันขึ้นมาอย่างไม่สิ้นสุด ในการกินการบริโภคก็ประดิษฐ์สิ่งต่าง ๆ ขึ้นมา อย่าให้รู้จักเบื่อในการเล่นเพื่อความสนุกสนาน เพลิดเพลิน ในการดู ในการฟัง และการเป็นอยู่อย่างอื่น ๆ ก็ยิ่งประดิษฐ์สิ่งต่าง ๆ ขึ้นมา ไปเป็นเครื่องจับจิตใจฝังแน่นขึ้นไป ไม่มีที่สิ้นสุด       คนในโลกจึงตกอยู่ใต้อำนาจของกามคุณไม่มีที่สิ้นสุด คือยิ่งกว่าที่ตนจะรู้สึกได้ไ ม่มีเวลาอิ่ม ไม่มีเวลาเบื่อ ไม่มีเวลาหน่าย ไม่มีเวลาที่จะพินิจพิจารณา ให้เห็นเป็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตาของสิ่งใดเลย ก็แต่มีเวลาจะประกอบความสนุกสนานเอร็ดอร่อยทางเนื้อทางหนังที่เกิดขึ้นจากสิ่งเหล่านั้น […]

โรคทางกายเกิดขึ้นเพราะจิตที่พิรุธ : ท่านพุทธทาสภิกขุ

โรคทางกาย เกิดขึ้นเพราะจิตที่พิรุธ : ท่านพุทธทาสภิกขุ ทีนี้ก็จะต้องดูต่อไปว่า ที่พูดมาแล้วตั้งยืดยาวนี่ มันเป็นเรื่องทางจิตทั้งนั้น จะดูคล้าย ๆ กับว่าเป็นเรื่องโรคทางจิตไปเสียหมด แล้วมันก็ต้องพูดอย่างนั้นมันไม่มีทางพูดอย่างอื่นหรอก เพราะ โรคทางกาย มันรู้ได้ทางจิต โรคทางกายเกิดขึ้นมันเจ็บป่วยที่จิต เพราะนั้นก็เป็นโรคที่เนื่องอยู่กับจิตน่ะ แต่ว่ามันยังมีความลับอะไรอีกอย่างหนึ่งว่า ไอ้โรคทางกายนี่มันขึ้นอยู่กับจิต หรือว่าโรคอะไรก็ตามใจ มันขึ้นอยู่กับจิต มันใน 2 ความหมาย ทว่าไม่มีจิตก็ไม่รู้สึกต่อโรคนี้อย่างหนึ่ง เพราะนั้นไอ้โรคมันรู้สึกขึ้นมาเพราะมีจิต เพราะนั้นจึงต้องเป็นโรคที่เนื่องจากจิต แต่ว่าที่ควรจะเห็นมากไปกว่านั้นอีกนั่นก็คือว่า ถ้าคนเรามีจิตดีนะมันจะแทบจะไม่มีโรคทางกาย นี้ทุกคนคงไม่เชื่อ แต่อาตมายิ่งมองทุกวันแล้วก็ยิ่งเชื่อ     ถ้ามีจิตถูกต้องแล้วก็โรคทางกายยากที่จะเกิด ให้มีสภาพจิตที่ถูกต้องโรคทางกายยากที่จะเกิด ไอ้โรคที่มันเนื่องกับระบบประสาทหรือจิตอยู่มาก ๆ นั้นเห็นชัดนะ เรามีสภาพจิตไม่ดีนี่ เราในไม่กี่เดือนนี่เราจะเป็นโรคกระเพาะพิรุธชำรุดนี่ เราจะเป็นโรคความดันสูง เป็นโรคนอนไม่หลับ ได้โอกาสหนึ่งก็เป็นโรคอัมพาต อย่างนี้เป็นต้น เหล่านี้เป็นโรคทางกายทั้งนั้น แต่มูลรากแท้จริงมาจากโรคทางจิต คือมีจิตผิดสภาพปกติ หยุด หยุดไม่ได้ หยุดพักไม่ได้ มีความทรมานในทางจิตโดยไม่รู้สึกตัวอยู่ เราจึงเป็นโรคชนิดโรคทางกายนี่เสียตั้ง 50 เปอร์เซ็นต์แล้ว โรคความดันสูง โรคกระเพาะไม่เป็นไปตามธรรมชาติ […]

สูตรยาระงับสรรพทุกข์ สร้างสรรค์สูตรโดย ท่านพุทธทาสภิกขุ

คำเตือน: ยาขนานนี้ผสมสูตรจากคำสอน ท่านพุทธทาสภิกขุ โปรดอ่านสรรพคุณให้ดีก่อนนำไปใช้ เครื่องยา : สามารถหาได้กาย วาจา ใจของตัวเอง

โลกนี้มีแต่ คนบ้า บ้าบอกันไปหมด แล้วใครคือคนที่ไม่บ้า ในมุมมองของท่านพุทธทาสภิกขุ

โลกนี้มีแต่ คนบ้า บ้าบอกันไปหมด แล้วใครคือคนที่ไม่บ้า ในมุมมองของท่านพุทธทาสภิกขุ  โลก ดาวเคราะห์สีน้ำเงินมีรูปทรงเหมือนผลส้มดวงนี้ ทำไมท่านพุทธทาสภิกขุจึงกล่าวว่า มีแต่ คนบ้า โดยปกติแล้ว เราแยกแยะคนธรรมดากับ คนบ้า ออกจากกัน แต่ท่านกลับเหมารวมว่าทุกคนบนโลกล้วนแต่เป็น คนบ้า แล้วใครกันหนาที่ไม่เป็น คนบ้า ในทรรศนะของท่านพุทธทาสภิกขุ ท่านพุทธทาสภิกขุได้เทศนาเรื่อง “ในโลกมีแต่คนบ้า” ขณะนั้นท่านดำรงสมณศักดิ์เป็น พระราชชัยกวี เทศน์เรื่องนี้ที่สวนอุศม กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมสำหรับสตรีอาวุโส เมื่อวันที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2511 จึงขอยกเนื้อหาบางช่วงในเรื่องนี้มาเรียบเรียงและเพื่อแสดงให้เห็นถึงทรรศนะเรื่อง คนบ้า กับ คนไม่บ้า ในมุมมองของท่านว่าเป็นอย่างไร ท่านพุทธทาสภิกขุยกนิทานเซนเรื่อง พระก่วงเคย มาอธิบายประกอบดังนี้   น้ำคือดวงจิต ตะกอนคือกิเลส มีพระที่มีความรู้และชื่อเสียง ได้รับการเคารพนับถืออยู่รูปหนึ่ง ชื่อ “พระก่วงเคย” ท่านเดินทางไกล จนกระทั่งมาถึงที่แห่งหนึ่ง ท่านเกิดหิวน้ำ จึงขอน้ำจากเด็กชายคนหนึ่งที่กำลังตักน้ำจากสะพาน น้ำใส่ถัง เด็กชายจึงพูดขึ้นว่า “ไม่เป็นไร แต่กระผมขอถามพระคุณเจ้าว่า ในน้ำนั้นมีธุลี กี่มากน้อยเพียงใด” […]

ความสุขที่แท้จริงตามหลัก ท่านพุทธทาส

ความสุขที่แท้จริง หมายถึงความสุขที่ไม่หลอกลวง ความสุขที่หลอกลวงเป็นของกิเลสของความโง่ ถ้ามีความโง่ก็ต้องไปหลงเอาของที่ไม่ใช่ความสุขมาเป็นความสุขเสมอ เขาเรียกกันมาแต่โบราณว่าเห็นกงจักรเป็นดอกบัว มีอยู่เป็นอันมาก

“ พุทธทาส จักไม่ตาย ” ตามรอยพระอรหันต์ พระธรรมโกศาจารย์ (เงื่อม อินฺทปญฺโญ)

แม้ว่ากาลเวลาจะผ่านมาเนิ่นนาน แต่เรื่องราวและผลงานด้านการเผยแผ่พระพุทธศาสนาของท่าน พุทธทาส ยังคงโลดแล่นอยู่ในการสดับรับรู้ของคนทุกเพศทุกวัยจากรุ่นสู่รุ่น

จะรู้ได้อย่างไร ว่าที่ทำไป ” ได้บุญ ” แน่แล้วหรือ ?

ในวันหยุดอย่างนี้ หลายคนนิยมเข้าวัด ทำบุญ เพื่อเสริมความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต Secret จึงชวนคุณมาลองเช็คดูซิว่า ที่ทำไป ได้บุญ จริงหรือไม่

ทำไมพุทธทาสภิกขุถึงปฏิเสธนรก-สวรรค์และการเวียนว่ายตายเกิด

ทำไม พุทธทาสภิกขุ ถึงปฏิเสธนรก-สวรรค์และการเวียนว่ายตายเกิด พุทธทาสภิกขุ อาจเป็นพระประเภทสุขวิปัสสโก คือผู้บรรลุธรรมด้วยสมาธิขั้นพื้นฐาน เจริญปัญญาโดยไม่มีอิทธิฤทธิ์ ปาฏิหาริย์ ไม่มีคุณวิเศษอื่นนอกจากหมดกิเลส จึงปฏิเสธนรก-สวรรค์และการเวียนว่ายตายเกิด เคยมีลูกศิษย์เรียนถามท่านตรง ๆ ว่า “เขากล่าวหาท่านว่าสอนเรื่องไม่มีนรก ไม่มีสวรรค์ หรือแม้เรื่องหลังความตายจริงหรือ” ท่านตอบคำถามนี้ไว้ชัดเจนว่า “เราไม่ได้พูดว่าไม่มีนรก ไม่มีสวรรค์ หรือแม้แต่หลังจากตายแล้ว เราว่ามีทั้งสองอย่าง นรกสวรรค์ต่อตายแล้วก็ว่าไปตามเดิม ไม่ไปแตะต้องขา นรกสวรรค์ที่นี่และเดี๋ยวนี้ นี่ยืนยันมากใต้ตรงตามพุทธประสงค์ นรกสวรรค์อยู่ที่อายตนะทั้ง 6 คือ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ เป็นอันว่ามันมีนรกชนิดนี้ก็มี นรกสวรรค์ต่อตายแล้วไม่ได้ไปแตะต้องเขา ไม่ได้ไปวิพากษ์วิจารณ์เขา ขอให้เก็บไว้ แต่ควบคุมได้ โดยที่จัดนรกสวรรค์เดี๋ยวนี้ให้ถูกต้อง มันควบคุมถึงไปได้ถึงสวรรค์ต่อตายแล้ว เป็นอันว่ามีนรกสวรรค์ทั้งสองชนิด ทั้งสองประเภท ไม่ได้ยกเลิกชนิดไหนเลย” ข้อมูลจาก : ๑๐๐ พระสงฆ์ ๑๐๐ เรื่องเล่า ๑๐๐ คำสอน ผู้เขียน : สันติ […]

keyboard_arrow_up