โลกนี้มีแต่ คนบ้า บ้าบอกันไปหมด แล้วใครคือคนที่ไม่บ้า ในมุมมองของท่านพุทธทาสภิกขุ

โลกนี้มีแต่ คนบ้า บ้าบอกันไปหมด แล้วใครคือคนที่ไม่บ้า ในมุมมองของท่านพุทธทาสภิกขุ  โลก ดาวเคราะห์สีน้ำเงินมีรูปทรงเหมือนผลส้มดวงนี้ ทำไมท่านพุทธทาสภิกขุจึงกล่าวว่า มีแต่ คนบ้า โดยปกติแล้ว เราแยกแยะคนธรรมดากับ คนบ้า ออกจากกัน แต่ท่านกลับเหมารวมว่าทุกคนบนโลกล้วนแต่เป็น คนบ้า แล้วใครกันหนาที่ไม่เป็น คนบ้า ในทรรศนะของท่านพุทธทาสภิกขุ ท่านพุทธทาสภิกขุได้เทศนาเรื่อง “ในโลกมีแต่คนบ้า” ขณะนั้นท่านดำรงสมณศักดิ์เป็น พระราชชัยกวี เทศน์เรื่องนี้ที่สวนอุศม กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมสำหรับสตรีอาวุโส เมื่อวันที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2511 จึงขอยกเนื้อหาบางช่วงในเรื่องนี้มาเรียบเรียงและเพื่อแสดงให้เห็นถึงทรรศนะเรื่อง คนบ้า กับ คนไม่บ้า ในมุมมองของท่านว่าเป็นอย่างไร ท่านพุทธทาสภิกขุยกนิทานเซนเรื่อง พระก่วงเคย มาอธิบายประกอบดังนี้   น้ำคือดวงจิต ตะกอนคือกิเลส มีพระที่มีความรู้และชื่อเสียง ได้รับการเคารพนับถืออยู่รูปหนึ่ง ชื่อ “พระก่วงเคย” ท่านเดินทางไกล จนกระทั่งมาถึงที่แห่งหนึ่ง ท่านเกิดหิวน้ำ จึงขอน้ำจากเด็กชายคนหนึ่งที่กำลังตักน้ำจากสะพาน น้ำใส่ถัง เด็กชายจึงพูดขึ้นว่า “ไม่เป็นไร แต่กระผมขอถามพระคุณเจ้าว่า ในน้ำนั้นมีธุลี กี่มากน้อยเพียงใด” […]

ท่านพุทธทาสภิกขุสอนเรื่องครอบครัวในแง่มุมที่คิดไม่ถึงสำหรับ คนเกลียดวัด

ท่านพุทธทาสภิกขุสอนเรื่องครอบครัวในแง่มุมที่คิดไม่ถึงสำหรับ คนเกลียดวัด ท่านพุทธทาสภิกขุสอนเรื่องครอบครัวได้อย่างกินใจ เห็นธรรมะลึกซึ้ง จนตระหนักว่าหากยึดตามคำสอนของท่าน คนเกลียดวัด ที่มองเรื่องครอบครัวเป็นเรื่องทางโลก จะเข้าใจในทันทีว่า หากปฏิบัติตามคำสอนนี้ เรื่องของการมีครอบครัวเป็นเรื่องเดียวกับทางธรรม เรื่องของครอบครัวเป็นกิจของฆราวาส แต่ภิกษุสมัยนี้ก็อยู่กันไม่ต่างจากครอบครัว ผิดกับภิกษุในสมัยพุทธกาลที่ไม่สนใจเรื่องครอบครัว เพราะภิกษุในปัจจุบันยังสนใจกับบุพการี ต้องเลี้ยงดูพ่อแม่ คือยังห่วงเรื่องทางโลกอยู่ทั้งที่ตนมาเป็นภิกษุผู้ละทางโลกแล้ว คำพูดโดยสังเขปของท่านพุทธทาสที่ยกมานี้ แม้ท่านจะกล่าวมานานมากแล้ว ในปัจจุบันก็ยังพบเห็นพระภิกษุมีความกตัญญูกตเวที ดูแลโยมพ่อโยมแม่อย่างที่เห็นตามข่าว ฆราวาสอย่างเรามองว่าเป็นเรื่องที่ดี เพราะพุทธศาสนสุภาษิตบทนี้ที่ว่า “ความกตัญญูกตเวทีเป็นเครื่องหมายของคนดี” แต่ท่านพุทธทาสภิกขุกล่าวว่า ภิกษุผู้ละทางโลกแล้วต้องละให้ได้ เหมือนอย่างภิกษุในสมัยพุทธกาลที่ไม่เลี้ยวหลังไปสนใจครอบครัวอีกเลยหลังจากออกบวช  ทั้งนี้ท่านพุทธทาสภิกขุกล่าวถึงเรื่องการมีครอบครัวของฆราวาสไว้อย่างน่าสนใจว่า     ทำไมฆราวาสมีครอบครัว แต่เราจะพูดกันถึงครอบครัวธรรมดาสามัญของฆราวาสทั้งหลายว่า เขามีครอบครัวกันทำไม ? โดยขนบธรรมเนียมประเพณี เขาจัดให้มีครอบครัวอย่างเป็นระเบียบ เพื่อว่าคนอย่าต้องเบียดเบียนกัน เพราะปัญหาเกี่ยวกับเรื่องนี้ ครั้นมีครอบครัวแล้ว ก็หลงใหลอย่างหลับหูหลับตา ในความหมายของคำว่า “ครอบครัว” มีความรักอย่างโง่เขลาในเรื่องอันเกี่ยวกับครอบครัว จนได้เป็นทุกข์อันเนื่องมาจากครอบครัวนั้นเอง สมน้ำหน้าคนโง่ สมน้ำหน้าคนเกลียดวัด ที่ไม่รู้จักว่าครอบครัวนั้นคือใคร ? และจะต้องมีทำไม ?     ครอบครัวที่แท้จริงคือเพื่อนร่วมเดินทางไปสู่พระนิพพาน ถ้ามองดูด้วยสติปัญญาในเรื่องทางจิตวิญญาณ ควรจะมองเห็นได้ว่า ครอบครัวนั้นคือเพื่อนเดินทางไปนิพพาน […]

ท่านพุทธทาสภิกขุระงับ โรคหัวใจวาย และน้ำท่วมปอดด้วยธรรมโอสถของพระพุทธเจ้า

เหตุการณ์ท่านพุทธทาสภิกขุอาพาธด้วย โรคหัวใจวาย และน้ำท่วมปอดนี้ เป็นอีกเหตุการณ์หนึ่งที่ชาวพุทธจะได้เรียนรู้วิธีการระงับโรคภัยด้วยธรรมะของพระพุทธเจ้า หมู่นี้สังเกตได้ว่าผู้คนหันมาสนใจเรื่องขอบสุขภาพกันมากขึ้น อาจเรียกว่าเป็นเทรนด์ หรือ กระแส ดังนั้นการนำพระพุทธศาสนา หรือธรรมะเข้ามาในกระแสที่กำลังนิยม น่าจะช่วยทำให้ธรรมะของพระพุทธเจ้าเป็นที่สนใจมากขึ้น จึงเห็นควรว่าถ้านำเหตุการณ์ของพระสงฆ์อาพาธที่เป็นที่รู้จักของคนไทย มาบอกเล่าสู่กันฟัง น่าจะทำให้เราเข้าใจถึงธรรมะของพระพุทธเจ้าที่สามารถช่วยเรื่องของสุขภาพได้เป็นอย่างดี จึงขอยกเหตุการณ์อาพาธของท่านพุทธทาสภิกขุ ซึ่งในขณะนั้นท่านอาพาธเป็นโรคหัวใจวายและน้ำท่วมปวด     ครั้งท่านพุทธทาสภิกขุอาพาธด้วยโรคหัวใจวายและน้ำท่วมปอด นายแพทย์ประเวศ วะสีนิมนต์ท่านพุทธทาสภิกขุไปรักษาที่โรงพยาบาลศิริราช แต่ท่านว่าท่านไม่ถูกกับกรุงเทพฯ ไปอยู่ทีไรมีอันต้องเจ็บต้องป่วยทุกที จนสุดท้ายแล้วท่านได้เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลสุราษฏร์ธานี บทสนทนาระหว่างท่านพุทธทาสภิกขุกับนายแพทย์ประเวศ วะสี ที่คัดมานี้ ทำให้เราเห็นถึงสัจธรรมความจริงของมนุษย์ ที่ไม่สามารถหนีพ้นจากความทุกข์ ที่มาในรูปลักษณ์ของโรคภัยเบียดเบียนได้ แต่มีวิธีเดียวคือการพิจารณาและเข้าใจในความทุกข์นั้น และยาที่จะรักษาโรคทางกายนี้ให้หายได้คือธรรมะของพระพุทธเจ้า ซึ่งท่านพุทธทาสภิกขุได้สอดแทรกไว้ในบทสนทนาที่คัดมานี้     ท่านพุทธทาสภิกขุกล่าวว่า อาตมาก็คิดอยู่ว่า ถือเป็นหลักแต่ไหนแต่ไรแล้ว ให้ธรรมชาติรักษา ธรรมะรักษา คุณหมอช่วยผดุงชีวิตให้มันโมเม โมเมไปได้ อย่าให้ตายเสียก่อน แล้วธรรมชาติก็จะรักษาโรคต่าง ๆ ได้เอง ได้เท่าไรก็เอาเท่านั้น ไม่ต้องการมากกว่านั้น ที่จริงมันควร (หัวเราะ) ไม่ควรจะมีอายุมากกว่าพระพุทธเจ้า เมื่อต้องเป็นอย่างนี้ก็ศึกษาปัญหามันก็มีว่าจะทำอย่างไร ให้มันอยู่ได้โดยมีชีวิตมากกว่าพระพุทธเจ้า แต่ไม่เป็นปัญหา โดยหลักธรรมชาติ […]

ความสุขที่แท้จริงตามหลัก ท่านพุทธทาส

ความสุขที่แท้จริง หมายถึงความสุขที่ไม่หลอกลวง ความสุขที่หลอกลวงเป็นของกิเลสของความโง่ ถ้ามีความโง่ก็ต้องไปหลงเอาของที่ไม่ใช่ความสุขมาเป็นความสุขเสมอ เขาเรียกกันมาแต่โบราณว่าเห็นกงจักรเป็นดอกบัว มีอยู่เป็นอันมาก

“ พุทธทาส จักไม่ตาย ” ตามรอยพระอรหันต์ พระธรรมโกศาจารย์ (เงื่อม อินฺทปญฺโญ)

แม้ว่ากาลเวลาจะผ่านมาเนิ่นนาน แต่เรื่องราวและผลงานด้านการเผยแผ่พระพุทธศาสนาของท่าน พุทธทาส ยังคงโลดแล่นอยู่ในการสดับรับรู้ของคนทุกเพศทุกวัยจากรุ่นสู่รุ่น

จะรู้ได้อย่างไร ว่าที่ทำไป ” ได้บุญ ” แน่แล้วหรือ ?

ในวันหยุดอย่างนี้ หลายคนนิยมเข้าวัด ทำบุญ เพื่อเสริมความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต Secret จึงชวนคุณมาลองเช็คดูซิว่า ที่ทำไป ได้บุญ จริงหรือไม่

ทำไมพุทธทาสภิกขุถึงปฏิเสธนรก-สวรรค์และการเวียนว่ายตายเกิด

ทำไม พุทธทาสภิกขุ ถึงปฏิเสธนรก-สวรรค์และการเวียนว่ายตายเกิด พุทธทาสภิกขุ อาจเป็นพระประเภทสุขวิปัสสโก คือผู้บรรลุธรรมด้วยสมาธิขั้นพื้นฐาน เจริญปัญญาโดยไม่มีอิทธิฤทธิ์ ปาฏิหาริย์ ไม่มีคุณวิเศษอื่นนอกจากหมดกิเลส จึงปฏิเสธนรก-สวรรค์และการเวียนว่ายตายเกิด เคยมีลูกศิษย์เรียนถามท่านตรง ๆ ว่า “เขากล่าวหาท่านว่าสอนเรื่องไม่มีนรก ไม่มีสวรรค์ หรือแม้เรื่องหลังความตายจริงหรือ” ท่านตอบคำถามนี้ไว้ชัดเจนว่า “เราไม่ได้พูดว่าไม่มีนรก ไม่มีสวรรค์ หรือแม้แต่หลังจากตายแล้ว เราว่ามีทั้งสองอย่าง นรกสวรรค์ต่อตายแล้วก็ว่าไปตามเดิม ไม่ไปแตะต้องขา นรกสวรรค์ที่นี่และเดี๋ยวนี้ นี่ยืนยันมากใต้ตรงตามพุทธประสงค์ นรกสวรรค์อยู่ที่อายตนะทั้ง 6 คือ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ เป็นอันว่ามันมีนรกชนิดนี้ก็มี นรกสวรรค์ต่อตายแล้วไม่ได้ไปแตะต้องเขา ไม่ได้ไปวิพากษ์วิจารณ์เขา ขอให้เก็บไว้ แต่ควบคุมได้ โดยที่จัดนรกสวรรค์เดี๋ยวนี้ให้ถูกต้อง มันควบคุมถึงไปได้ถึงสวรรค์ต่อตายแล้ว เป็นอันว่ามีนรกสวรรค์ทั้งสองชนิด ทั้งสองประเภท ไม่ได้ยกเลิกชนิดไหนเลย” ข้อมูลจาก : ๑๐๐ พระสงฆ์ ๑๐๐ เรื่องเล่า ๑๐๐ คำสอน ผู้เขียน : สันติ […]

สูตรยาระงับสรรพทุกข์ สร้างสรรค์สูตรโดย ท่านพุทธทาสภิกขุ

คำเตือน: ยาขนานนี้ผสมสูตรจากคำสอน ท่านพุทธทาสภิกขุ โปรดอ่านสรรพคุณให้ดีก่อนนำไปใช้ เครื่องยา : สามารถหาได้กาย วาจา ใจของตัวเอง

keyboard_arrow_up