“น้องปั๊ม” เด็กน้อยยอดกตัญญู หยุดเรียน เพื่อดูแลคุณปู่-คุณย่าที่พิการ 

“น้องปั๊ม” เด็กน้อยยอดกตัญญู หยุดเรียน เพื่อดูแลคุณปู่-คุณย่าที่ พิการ  วันที่ 1 มิถุนายน 2563 ที่ผ่านมา Phitsanulokhotnews รายงานข่าวว่า เด็กชายธีรวัฌ ทองมั่น อายุ 14 ปี หรือ น้องปั๊ม อยู่บ้านเลขที่ 7/2 หมู่ 11 ตำบลนิคมพัฒนา อำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก ทำหน้าที่คอยดูแลคุณปู่และคุณย่า ซึ่งเป็นผู้ พิการ     น้องปั๊มดูแลคุณปู่อายุ 72 ปี และคุณย่าอายุ 62 ปีตามลำพังมา 5 ปีกว่าแล้ว  ท่านทั้งสองมีสุขภาพที่ไม่แข็งแรง น้องปั๊มต้องหยุดเรียน  เพื่อออกมาดูแลอย่างใกล้ชิด และโรงเรียนของน้องอยู่ห่างจากบ้านประมาณ 10 กว่า กิโลเมตร น้องไม่มีค่าใช้จ่ายไปโรงเรียน  และไม่สามารถกลับมาดูแลคุณปู่และคุณย่าได้ในช่วงพักเที่ยง ทำให้น้องตัดสินใจออกจากโรงเรียนมาดูแลคุณปู่และคุณย่าเต็มตัว สาเหตุที่น้องปั๊มต้องอยู่กับคุณปู่และคุณย่า เพราะคุณพ่อและคุณแม่ของน้องแยกทางกัน ตอนแรกน้องปั๊มดูแลคุณย่าคนเดียว  เนื่องจากคุณย่าพิการก่อนคุณปู่เมื่อปี พ.ศ. 2557 […]

แก๊งเพื่อนแท้ คอยช่วยเหลือดูแลเพื่อนที่แขนพิการ โดยไม่รังเกียจ

น้องออกัส หรือ ด.ช. ณัฐกมล หุ่นสิงค์ อายุ 8 ขวบ ถึงแม้โชคร้ายเกิดมาไม่สมประกอบ แต่ก็มี แก๊งเพื่อนแท้ รุ่นราวคราวเดียวกัน 3-4 คนที่คอยดูแลให้ความช่วยเหลือมาตลอด ไม่ว่ามารับไปโรงเรียนหรือพาไปเข้าห้องน้ำ ซึ่งเพื่อน ๆ กลุ่มนี้ทำด้วยความเต็มใจ นอกจากนั้นยังเป็นเด็กมีน้ำใจชักชวนกันไปสมัครเป็นจิตอาสา ทำให้มีโอกาสได้พูดคุยกับเจ้าหน้าที่หลายคน เมื่อกลางเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา นายโอฬาร ธนสัญชัย นายอำเภอคีรีมาศ จ.สุโขทัย พร้อมด้วยเหล่ากาชาดอำเภอ กำนัน และคณะครูโรงเรียนบ้านเนินพยอม ได้เดินทางไปเยี่ยมน้องออกัส ซึ่งพิการแขนด้วนทั้ง 2 ข้างมาตั้งแต่กำเนิด ที่บ้านเลขที่ 63 หมู่ 4 ต.หนองกระดิ่ง อ.คีรีมาศ หลังจากทราบว่าน้องออกัสมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ยากลำบาก นายโอฬาร เปิดเผยว่า ได้พบน้องออกัสมาสมัครจิตอาสาพระราชทานที่อำเภอคีรีมาศ จึงสอบถามเรื่องราวชีวิต ทราบว่าน้องออกัสพักอาศัยอยู่กับทวดและอา ส่วนพ่อแม่ไปทำงานที่กรุงเทพฯ ปัจจุบันเรียนอยู่ชั้น ป. 3 โรงเรียนบ้านเนินพยอม ผลการเรียนอยู่ในเกณฑ์ดี ได้เกรดเฉลี่ย 3 กว่า ๆ และด้วยความที่ไร้แขนตั้งแต่เกิด […]

ไท่ หลี่หัว -ไม่มีอะไรหยุดยั้งความฝันได้… ตราบใดที่หัวใจยังแกร่ง

สิ้นเสียงปรบมือโห่ร้องอย่างกึกก้อง อากัปกิริยาแสดงถึงความชื่นชมของผู้ชมนับพันที่ถึงกับลุกขึ้นยืนเมื่อนักเต้นสาวเลือดมังกร “ไท่ หลี่หัว” แสดงจบ วินาทีนั้นเธอสัมผัสได้ทันทีว่า “นี่แหละฝันที่ฉันตามหา และโชคดีเหลือเกินที่ฉันไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตาเสียก่อน” ราวสี่สิบปีก่อน ครอบครัวเล็ก ๆ ในเมืองอี้ชาง มณฑลหูเป่ย ได้ต้อนรับสมาชิกใหม่หน้าตาจิ้มลิ้มน่ารัก ชื่อว่า เด็กหญิงไท่ หลี่หัว (Tai Lihua) ทารกน้อยคนนี้เกิดมาพร้อมกับน้ำเสียงที่กังวานไพเราะชนิดสะดุดหูทุกคนทันทีที่ได้ยิน (แม้จะเป็นแค่เสียงพูดอ้อ ๆ แอ้ ๆ ก็ตาม!) ยิ่งเมื่อเธอเริ่มร้องเพลงได้…ความโดดเด่นนี้ก็ยิ่งชัดเจนขึ้น ทว่าเพียงสองปีต่อมา ทุกอย่างก็กลายเป็นอดีต เมื่อเด็กหญิงป่วยหนักและมีไข้สูงจนเสี่ยงต่ออาการชักหมดสติ แพทย์จึงจำเป็นต้องฉีดยาปฏิชีวนะให้เธอเพื่อลดไข้อย่างเร่งด่วน แม้ตัวยาจะทำให้ไข้ลดลงก็จริง แต่ไม่มีใครคาดคิดมาก่อนเลยว่า เด็กหญิงไท่จะต้องสูญเสียการได้ยินไปตลอดกาลเพียงเพราะยาเข็มนั้น! เด็กหญิงไท่วัย 2 ขวบใช้ชีวิตในโลกเงียบมาเรื่อย ๆ โดยไม่รู้สึกว่าตนเองผิดปกติแต่อย่างใด จนกระทั่งเข้าเรียนชั้นอนุบาล การได้คลุกคลีอยู่กับเพื่อน ๆ วัยเดียวกันทำให้เธอเริ่มรู้ว่า “เธอแตกต่างจากเพื่อน ๆ หูของเธอใช้งานไม่ได้” เด็กหญิงได้แต่ร้องไห้ด้วยความเสียใจกับความแตกต่างที่เธอเพิ่งสัมผัสเป็นครั้งแรก ห้าปีต่อมา ทางบ้านตัดสินใจส่งเด็กหญิงไท่ไปเรียนที่โรงเรียนสอนคนหูหนวก ที่นี่เองที่เด็กหญิงได้สัมผัสได้ถึงเสน่ห์ของแรงสั่นสะเทือนที่เกิดจากการให้จังหวะ แม้ว่าจังหวะที่เธอสัมผัสได้นั้นจะเป็นเพียงการกระทืบเท้าลงบนพื้นแรง ๆ ซ้ ำ ๆ ของคุณครู […]

แม้เสียขาสองข้าง คุณตาก็ไม่เคยหยุดปลูกป่าเพื่อให้กลับมาเขียวอีกครั้ง

สำนักข่าวซินหัวได้เผยแพร่เรื่องราวน่าประทับใจของคุณตา หม่าซานเสี่ยว ทหารผ่านศึกวัยชรา ซึ่งถึงแม้เสียขาไปทั้งสองข้าง คุณตาก็ยังมุ่งมั่นลุย ปลูกป่า ต่อไปอย่างไม่ย่อท้อ ตลอดหลายปีที่ผ่านมา กิจวัตรประจำวันของคุณตาหม่าคือ คุณตาจะตื่นก่อนตีห้า ลุกขึ้นมาสวม “ขาเทียม” แล้วคว้าจอบเสียมมุ่งหน้าขึ้นเขา เพื่อไปปลูกต้นไม้ในหมู่บ้านห่างไกล ที่อยู่ลึกเข้าไปในทิวเขาของมณฑลเหอเป่ย ซึ่งอยู่ทางตอนเหนือของประเทศจีน คุณตาหม่าเสียขาทั้งสองข้างจากภาวะโลหิตเป็นพิษ ถึงแม้จะกลายเป็นคนพิการ มีร่างกายที่ไม่สมบูรณ์ทำอะไรอย่างคนปกติไม่ได้ แต่คุณตาก็ไม่เคยท้อแท้ หรืออยู่บ้านเฉย ๆ รอให้คนอื่นมาช่วยเหลือ คุณตาหม่าเริ่มลงมือปลูกต้นไม้บนภูเขาแห้งแล้งใกล้บ้านในปี 2001 ช่วงแรกทำเพียงเพราะจะขายต้นไม้หารายได้ เนื่องจากเป็นหนี้ก้อนใหญ่หลังจากตัดขา แต่เมื่ออาการดีขึ้น บวกกับเงินบำนาญของทหารที่เพิ่มมากขึ้น คุณตาหม่าก็ยังปลูกต้นไม้ต่อไป แต่ไม่ได้ปลูกเพื่อขายหารายได้เหมือนเมื่อก่อน คุณตาปล่อยให้ต้นไม้เติบโตต่อไป เพื่อให้ระบบนิเวศบนภูเขาดีขึ้นกว่าเดิม คุณตาหม่ากล่าวทิ้งท้ายกับผู้สื่อข่าวอย่างน่าฟังว่า “ผมปลูกต้นไม้เพื่อให้ภูเขาต่าง ๆ เขียวขจีกว่าเดิม และอย่างที่เห็น ต้นไม้ที่ปลูกเป็นแนวตรงดูเหมือนเป็นทหารแห่งธรรมชาติในชุดสีเขียวเข้าแถวเรียงกัน”   ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก สำนักข่าวซินหัว Secret Magazine (Thailand) บทความน่าสนใจ สามีปลูกต้นไม้นับพันเพื่อรำลึกถึงภรรยาผู้ล่วงลับ 15 ปีต่อมากลายเป็นป่ารูปหัวใจ พาเมลา &  อนิล มัลโฮตรา ซื้อ พื้นที่เสื่อมโทรม […]

เจ้าของร้านรับจำนำใจบุญ แจกจ่ายรถเข็นไฟฟ้า 580 คันให้ผู้พิการฟรี

อดีตทหารผ่านศึกสงครามเวียดนาม ฟิลิป พาโวเน่ (Philip Pavone) เป็น เจ้าของร้านรับจำนำใจบุญ A-Z Pawn Shop ในเมืองนอร์วิช รัฐคอนเนตทิคัต ดังนั้นเขาจึงคุ้นเคยกับการค้นพบของดี ๆ ที่ซุกอยู่ในกองข้าวของรก ๆ ในร้าน ในปี 2009 เขาได้ค้นพบสิ่งที่ไม่เพียงเปลี่ยนแปลงชีวิตของเขาเอง แต่รวมไปถึงคนอีกกว่า 580 ชีวิต เรื่องมีอยู่ว่า วันนั้นฟิลกำลังเคลียร์ข้าวของในห้องเก็บของด้านหลังร้าน ขณะที่กำลังรื้อของอยู่นั้นเขาก็พบรถเข็นไฟฟ้า 2-3 คัน เขาคิดขึ้นมาว่า น่าจะเป็นประโยชน์กับคนอื่นได้ ดังนั้นเขาจึงลงประกาศแจกฟรีในหนังสือพิมพ์ท้องถิ่น ภายในเวลา 2 สัปดาห์เขาก็ได้รับจดหมายจากผู้พิการถึง 60 ฉบับ แจ้งความจำนงขอรับรถเข็นไฟฟ้า ฟิลบอกว่า ในตอนนั้นเขาได้ตระหนักว่ายังมีคนอื่นอีกมากมายที่กำลังทนทุกข์ บางคนเขียนบอกมาในจดหมายว่าไม่ได้ออกจากบ้านมาหลายเดือนแล้ว บางคนก็นานหลายปี และยังมีผู้สูงอายุอีกมากที่ไม่มีคนคอยช่วยเหลือดูแล   หลังจากค้นหาข้อมูลเล็กน้อย ฟิลก็ได้รู้ว่ารถเข็นไฟฟ้ามีราคาตั้งแต่ 4,000 – 40,000 ดอลลาร์ และไม่ครอบคลุมประกัน เขารู้สึกว่าตัวเองได้หยิบยื่นโอกาสและสร้างพันธสัญญาในการช่วยเหลือคนเหล่านั้น ฟิลเขียนความในใจไว้ในเว็บไซต์ของตัวเองว่า เขาเคยป่วยเป็นโรคมะเร็งจึงรู้ดีว่ารถเข็นไฟฟ้าเหล่านี้มีความหมายต่อผู้อื่นอย่างไร มันหมายถึงการได้พึ่งพาตัวเองไม่ต้องอาศัยใคร และมีโอกาสได้ทำสิ่งที่คนปกติทำกัน […]

เธอเดินไม่ได้แต่ใจยังสู้ ยึดอาชีพทำดอกไม้จันทน์ขาย จนสร้างบ้าน ซื้อรถได้

อีกหนึ่งเรื่องราวของคนสู้ชีวิต นางนิตยา เขาหนองบัว อายุ 40 ปี ชาวอำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา เธอพิการเดินไม่ได้ ต้องนั่งรถเข็นมานานกว่า 10 ปี แต่เธอไม่ปล่อยให้ความพิการเป็นอุปสรรค กลับมุ่งมั่นทำงานหารายได้เป็นเสาหลักของครอบครัวด้วยการ ทำดอกไม้จันทน์ขาย แถมยังช่วยสร้างอาชีพให้คนในหมู่บ้านอีกด้วย ความจริงแล้วก่อนหน้านี้เธอมีร่างกายปกติเหมือนคนทั่วไป และทำงานเป็นเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ต่อมาประมาณเดือนตุลาคม ปี 2552 ร่างกายมีอาการผิดปกติ แขนขาเริ่มอ่อนแรง ปวดตามข้อต่างๆ เกิดอาการชัก จนทำให้เส้นประสาทบริเวณกระดูกสันหลังมีปัญหา คุณหมอบอกว่า เธอป่วยเป็นโรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง SLE หรือโรคพุ่มพวง และจะเดินไม่ได้ไปตลอดชีวิต เธอยอมรับกับผู้สื่อข่าวว่า ตอนนั้นรู้สึกเสียใจมากที่จะต้องกลายเป็นคนพิการไปตลอดชีวิต เธอกลายเป็นผู้ป่วยติดเตียงรักษาตัวอยู่นานกว่า 1 ปี เมื่ออาการดีขึ้นจนสามารถนั่งได้เธอก็ไม่อยู่เฉย เริ่มหารายได้ด้วยการซื้อขนมปี๊บมาแพ็คขาย และมีญาติมาสอนทำดอกไม้จันทน์ ช่วงแรกเธอรับจ้างทำดอกไม้จันทน์แล้วนำไปส่งลูกค้า พอมีรายได้มาจุนเจือครอบครัวบ้าง ซึ่งในเวลานั้นเธอต้องรบกวนให้ญาติไปซื้ออุปกรณ์ในการทำมาให้ และนำไปส่งให้ทุกอย่าง จนรู้สึกเกรงใจญาติ จึงศึกษาวิธีการทำอุปกรณ์ต่าง ๆ ในอินเทอร์เน็ตแล้วมาทดลองทำเอง จากนั้นนำรถกระบะคันเก่าไปเข้าไฟแนนซ์ได้เงินมาจำนวนหนึ่ง นำมาลงทุนซื้อเครื่องอัดกระดาษ โดยมีแม่และญาติพี่น้องมาช่วยทำ จนกระทั่งมีลูกค้ามาสั่งอุปกรณ์จากร้านของเธอ โดยที่ไม่ต้องไปซื้อไกลถึงตัวจังหวัดนครราชสีมา ต่อมาในปี พ.ศ. 2559 […]

เจสสิก้า ค็อกซ์ เกิดมาไม่มีแขนแต่ใช้เท้าทำแทนได้ทุกอย่างแม้แต่ขับเครื่องบิน!

เราอาจจะรู้ “ขนาด” หัวใจของตัวเองได้ด้วยวิธีง่าย ๆ อย่างการกำมือเข้าหากัน แต่คงไม่มีใครที่จะล่วงรู้ได้ว่า หัวใจของตัวเองแข็งแกร่งมากน้อยเพียงไหน ตราบเท่าที่เขาคนนั้นยังไม่เคยเผชิญหน้ากับความทุกข์หรืออุปสรรคปัญหาจริง ๆ เรื่องราวของ เจสสิก้า ค็อกซ์ (Jessica Cox) หญิงสาวเชื้อสายฟิลิปปินส์ – อเมริกัน คือแบบอย่างคนหัวใจแกร่งที่น่าชื่นชมเป็นที่สุด เพราะตลอดชีวิตที่ผ่านมา ไม่เคยมีสักครั้งที่เธอจะเอ่ยคำว่า “ทำไม่ได้” แม้ว่าเธอจะเกิดมาโดยปราศจากแขนทั้งสองข้างก็ตาม ย้อนหลังกลับไปราวสามสิบหกปีก่อน ณ เมืองทักสัน รัฐแอริโซนา สหรัฐอเมริกา เจสสิก้าถือกำเนิดขึ้นมาในฐานะลูกคนที่ 2 ของครอบครัวค็อกซ์ พร้อมด้วยความผิดปกติที่แม้แต่แพทย์ก็ยังไม่ทราบสาเหตุ ทว่าสิ่งเหล่านี้กลับไม่เป็นอุปสรรคขวางกั้นความรักและกำลังใจจากครอบครัวที่มีให้เธอแม้แต่น้อย เจสสิก้าเติบโตขึ้นอย่างมีความสุข สดใส ร่าเริงสมวัย จะแตกต่างจากเด็กคนอื่น ๆ บ้างตรงที่เธอมีเพื่อนสนิทเป็น “แขนเทียม” แต่กระนั้นเธอก็ตัดสินใจถอดมันออกขณะอายุได้เพียง 13 ปี เมื่อค้นพบว่า ใช่สิ ถึงเราจะไม่มีแขน ไม่มีมือเหมือนใคร ๆ แต่เราก็ยังมีขาและเท้าอยู่นี่ เมื่อตระหนักว่า “สิ่งที่ขาดหายไป” ไม่สำคัญเท่ากับ “สิ่งที่มีอยู่” จากวันนั้นเป็นต้นมาเธอจึงตั้งอกตั้งใจฝึก “ขาและเท้า” คู่นี้ให้มีความยืดหยุ่นคล่องแคล่ว […]

น้องต๊อด นักศึกษาช่างยนต์ พิการครึ่งท่อนได้ฝึกงานที่โตโยต้านครพิงค์เชียงใหม่

น้องต๊อด นักศึกษาช่างยนต์ พิการครึ่งท่อนได้ฝึกงานที่โตโยต้านครพิงค์เชียงใหม่ ซีเคร็ตเชื่อว่ามีหลายคนที่กำลังลุ้นและคอยให้กำลังใจ น้องต๊อด หรือนายชาตรี กรวัชรธาดา นักศึกษาช่างยนต์ วิทยาลัยสารพัดช่างเชียงใหม่ที่พิการครึ่งท่อนได้โพสต์หาที่ฝึกงานลงในเพจ “หางานเชียงใหม่”  อยู่ว่าน้องต๊อดจะได้ฝึกงานที่ไหน ล่าสุดเมื่อวันที่ 29 กันยายน 2562 ที่ผ่านมา นับว่าเป็นข่าวดีมากเมื่อนางธนาภรณ์ พรมสุวรรณ อธิบดีกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ (พก.) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) พาน้องต๊อดมายังบริษัท โตโยต้านครพิงค์เชียงใหม่ จำกัด ซึ่งมีความยินดีให้น้องต๊อดเข้ารับการฝึกงานที่ตรงตามความต้องการ ทั้งนี้น้องต๊อดได้กรอกใบสมัครเข้าเป็นเจ้าหน้าที่ฝึกงานของบริษัทเป็นที่เรียบร้อยแล้ว       คุณธนาภรณ์ กล่าวว่า หลังจากได้พูดคุยและหารือกับน้องต๊อด ถึงการตัดสินใจในการเลือกสถานที่ฝึกงาน น้องต๊อดได้พิจารณาเลือกแล้วว่าเลือกฝึกงานที่บริษัท โตโยต้านครพิงค์เชียงใหม่ จำกัด และวันนี้น้องต๊อดได้กรอกใบสมัครเพื่อเข้าเป็นเจ้าหน้าที่ฝึกงานของที่นี่อย่างเป็นทางการ พร้อมร่วมลงเยี่ยมชมและทดลองการฝึกปฏิบัติงานจริง  โดยมีนายอำนาจ เกียรติรุ่งวิไลกุล ผู้จัดการฝ่ายบริการ บริษัท โตโยต้านครพิงค์เชียงใหม่ จำกัด เป็นผู้ให้คำแนะนำวิธีและขั้นตอนการทำงานของที่นี่โดยภาพรวม ก่อนน้องต๊อดจะเริ่มฝึกงานจริงในช่วงกลางเดือนตุลาคมที่จะถึงนี้ โดยมีระยะเวลาการฝึกงานทั้งหมด 1 ปี นายเกรียงไกร พิทักษ์ชัชวาล กรรมการผู้จัดการบริษัท โตโยต้านครพิงค์เชียงใหม่ จำกัดเผยว่า […]

โมนีค ฟาน เดอ ฟอร์ส ปาฏิหาริย์นักกีฬาพิการกลับมาเดินได้อีกครั้ง

โมนีค ฟาน เดอ ฟอร์ส (Monique van der Vorst) เป็นนักกีฬาจักรยานมือหมุนที่เก่งที่สุดคนหนึ่งของโลก เธอเป็นเจ้าของสองเหรียญเงินพาราลิมปิกที่ปักกิ่งในปี 2008 เป็นแชมป์โลกสามสมัย แชมป์ยุโรปหกสมัย และเป็นนักกีฬาหญิงคนแรกที่ได้เข้าร่วมการแข่งขันรายการไอรอนแมนหรือคนเหล็ก 2009 และเป็นผู้คว้าแชมป์โดยทำสถิติใหม่คือ 11 ชั่วโมง 10 นาที 38 วินาที ฯลฯ (ไอรอนแมนเป็นการแข่งขันที่ว่ากันว่าโหดที่สุดสำหรับคนที่มีร่างกายปกติ ผู้เข้าแข่งขันจะต้องแข่งไตรกรีฑาคือ ว่ายน้ำ ขี่จักรยาน และวิ่งมาราธอน) อันที่จริงโมนีคไม่ได้พิการมาตั้งแต่เกิด เธอเติบโตขึ้นโดยมีร่างกายเหมือนเด็กปกติทั่วไปในหมู่บ้านเนียวเวอร์เคิร์ก อาน เดอ อิสเซล ใกล้กับเมืองรอทเทอร์ดาม ประเทศเนเธอร์แลนด์ โมนีคเป็นเด็กที่ชอบเล่นกีฬามากและเล่นได้ดีทุกประเภท อย่างไรก็ตาม ตอนอายุ 13 จู่ๆ โมนีคก็มีปัญหาเกี่ยวกับการเดิน แพทย์วินิจฉัยว่าเธอเป็นโรคเกี่ยวกับเส้นเอ็น และได้ทำการผ่าตัดกระดูกออกส่วนหนึ่ง หลังผ่าตัดเธอก็กลับมาเดินได้ตามปกติ ทว่าไม่นาน ปัญหาที่เลวร้ายกว่าเดิมก็ตามมา แพทย์ตรวจพบว่าโมนีคเป็นโรคกล้ามเนื้อลีบ (Dystrophy) ซึ่งนอกจากจะทำลายเซลล์ประสาทและสร้างความเจ็บปวดให้อย่างมากแล้ว ขาข้างซ้ายของเธอก็ยังบวมคั่งด้วยของเหลว โมนีคต้องเข้าศูนย์กายภาพบำบัดเพื่อฝึกเดินใหม่ ทว่าหลังจากสู้กับโรคนี้นานสองปี เธอก็ไม่สามารถใช้ขาทั้งสองข้างได้อีกต่อไป และต้องเปลี่ยนมานั่งรถเข็น   […]

กายพิการแต่ใจไม่พิการ หนุ่มจีนไร้แขน ดูแลแม่ด้วยสองเท้าของตัวเอง

หนุ่มจีนไร้แขน ยอดกตัญญูมีชื่อว่า เฉินจือฟาง (Chen Zifang) เขาเป็นชายหนุ่มวัย 29 ปี เกิดมาไร้แขน แต่เขาเฝ้าปรนนิบัติดูแลมารดาของตัวเองที่นอนป่วยอยู่ในโรงพยาบาลได้เป็นอย่างดี อาจจะดีกว่าคนปกติทั่วไปบางรายด้วยซ้ำ เฉินจือฟางลืมตาดูโลกในปี 1989 ณ หมู่บ้านสุยเจียวาน เมืองเอินซือ มณฑลหูเป่ย ทางตอนกลางของประเทศจีน โชคร้ายที่เขาเกิดมาในสภาพไร้แขนทั้งสองข้าง พออายุได้เพียง 9 เดือน พ่อของเขาก็เสียชีวิตจากอาการป่วยด้วยโรคร้ายแรง ตั้งแต่นั้นมาแม่ของเขาก็ต้องทำงานหนักเพียงลำพังเพื่อเลี้ยงดูเขาและพี่ชาย และด้วยความที่แม่ของเขาเป็นคนที่มีทัศนคติในแง่บวกอยู่ตลอดเวลา จึงทำให้เฉินกลายเป็นคนที่ไม่ยอมแพ้ในการทำให้ชีวิตตัวเองดีขึ้นกว่าเดิม ถึงแม้จะมีสภาพร่างกายที่ไม่สมบูรณ์เหมือนคนทั่วไป แต่เขาก็มีความมุมานะโดยไม่เคยเสียกำลังใจ พออายุได้ 4 ขวบ เฉินเริ่มหัดลุกขึ้นยืนเองตอนที่ไม่มีใครอยู่บ้าน แต่เป็นเรื่องยากหนักหนาสำหรับเด็กอายุเพียงเท่านี้ เพราะการพยายามรักษาสมดุลย์ให้ได้โดยไม่มีแขนคอยช่วยนั้นไม่ง่ายเลย ทำให้เขาล้มแล้วล้มอีกจนได้แผลฟกช้ำมากมาย เมื่อเด็กชายเฉินโตขึ้นมาอีกหน่อย เขาไม่อยากคอยให้ใครมาทำอะไรให้อีกต่อไปแล้ว ด้วยพลังใจที่ไม่ยอมแพ้อะไรง่าย ๆ ทำให้เฉินหัดทำสิ่งต่างๆ ด้วยตัวเอง เขาหัดทำงานบ้านง่าย ๆ ด้วยเท้าก่อน และค่อย ๆ หัดทำสิ่งที่ยากขึ้นเรื่อย ๆ จนกระทั่งพี่ชายของเขาแต่งงานและออกไปสร้างครอบครัว เฉินจึงกลายเป็นผู้ดูแลแม่อย่างเต็มตัวเพียงผู้เดียว ตอนนี้แม่ของเฉินนอนพักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล เฉินจึงตามมาปรนนิบัติดูแลแม่อยู่ไม่ห่าง       […]

มาร์ลี แมตลิน ชีวิตที่อยู่เหนือขีดจำกัดทางกาย

คนส่วนใหญ่มักคิดว่าผู้บกพร่องทางการได้ยิน ต้องอาศัยอยู่ในโลกที่เงียบงัน ไม่สามารถติดต่อสื่อสารกับคนอื่นได้ดั่งใจหวัง และประสบความสำเร็จในชีวิตได้ยาก แต่ไม่ใช่สำหรับ มาร์ลี แมตลิน (Marlee Matlin) ดาราเจ้าบทบาทชาวอเมริกันผู้นี้ มาร์ลี เบท แมตลิน เกิดในครอบครัวชาวยิว ณ เมืองมอร์ตันโกรฟ รัฐอิลลินอยส์ ประเทศสหรัฐอเมริกา ในปี ค.ศ. 1965 เมื่ออายุได้ 1 ปีครึ่ง มาร์ลีต้องสูญเสียการ ได้ยินเนื่องจากโรคทางพันธุกรรม ทำให้อวัยวะรูปหอยโข่งในช่องหูผิดรูป ส่งผลให้หูข้างขวาของเธอหนวกสนิท และหูข้างซ้ายรับเสียงได้เพียงร้อยละ 20 เท่านั้น ถึงแม้จะเป็นโรคทางพันธุกรรม แต่เธอเป็นสมาชิกในครอบครัวเพียงคนเดียวที่ประสบปัญหานี้ กระนั้นเด็กหญิงก็ยังคงมุมานะศึกษาการออกเสียงภาษาฮีบรูเพื่อจะอ่านคัมภีร์โทราห์ คัมภีร์ของศาสนายิวในพิธีฉลองอายุ ครบ 13 ปีของชาวยิว เนื่องจากมีใบหน้าที่สะสวยและความสามารถที่เปล่งประกายทำให้มาร์ลีในวัย 7 ปี ได้รับเลือกให้แสดงเป็นโดโรธี ในเรื่อง The Wizard of Oz ของ International Center on Deafness and the Arts […]

“วิ่ง” แม้ไม่เห็นเส้นชัย แรงบันดาลใจจากผู้พิการทางสายตา มาร์ลา รันยัน

หลายคนยอมแพ้ต่อโชคชะตา เพราะมองว่าข้อบกพร่องทางร่างกายคืออุปสรรคของความสําเร็จ แต่ มาร์ลา รันยัน (Marla Lee Runyan) ชาวแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา ไม่เป็นเช่นนั้น 1 มาร์ลาเกิดมาเหมือนเด็กหญิงทั่วไป เริ่มเล่นกีฬาตั้งแต่อายุได้เพียง 3 ปี เช่น ยิมนาสติก ว่ายน้ํา และฟุตบอล กระทั่งอายุได้ 9 ปี มาร์ลากลับป่วยเป็นโรคจอประสาทตาเสื่อม (Stargardt Disease) ซึ่งเกิดจากความผิดปกติของกล้ามเนื้อตาในวัยเด็ก ผู้ป่วยโรคนี้จะค่อย ๆ มองเห็นน้อยลงจนบอดสนิท ซึ่งพบได้เพียง 1 ใน 10,000 คนเท่านั้น ครอบครัวของมาร์ลาและแพทย์ต่างคิดว่าอนาคตของมาร์ลาคงริบหรี่เสียแล้ว เพราะโรคนี้ไม่มีทางรักษา มีแต่จะทรุดหนักยิ่งขึ้น แต่เด็กหญิงมาร์ลาก็ไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตา เธอพยายามใช้ชีวิตเช่นคนทั่วไปและบอกครอบครัวอยู่เสมอว่า อาการของเธอไม่ได้น่าเป็นห่วงอย่างที่ทุกคนหวาดกลัว 2 ยิ่งนานวันอาการยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้น มาร์ลามองเห็นเลือนรางจนมองไม่เห็นลูกฟุตบอล แม้ต้องเลิกเล่นกีฬาที่เธอรัก แต่ความผิดปกติทางสายตาก็ไม่ทําให้เธอย่อท้อ เธอหันมาทุ่มเทให้การวิ่งแทน และฝึกซ้อมอย่างหนักจนได้รับรางวัลจากการแข่งขันระดับชาติหลายรายการ ในที่สุดมาร์ลา รันยัน ก็ได้รับเลือกให้เป็นผู้พิการทางสายตาคนแรกในประวัติศาสตร์ของประเทศสหรัฐอเมริกาที่ได้ลงแข่งโอลิมปิกเกมส์ปี 2000 สนามเดียวกับนักวิ่งปกติ ปัจจุบันมาร์ลาผันตัวเองมาเป็นนักอรรถบําบัด ช่วยบําบัดรักษาผู้ป่วยที่มีความผิดปกติด้านการพูด […]

จอห์น ฮ็อกเคนเบอร์รี่ ผู้สื่อข่าวสงคราม บนวีลแชร์

จอห์น ฮ็อกเคนเบอร์รี่ ผู้สื่อข่าวสงคราม บนวีลแชร์ เมื่อพูดถึงผู้ป่วยอัมพาต คนส่วนใหญ่มักนึกถึงผู้ป่วยที่นอนอยู่บนเตียง เพื่อรอความช่วยเหลือจากผู้อื่น แต่ไม่ใช่ จอห์น ฮ็อกเคนเบอร์รี่ (John Hockenberry) ชายผู้นี้ได้พลิกหน้าประวัติศาสตร์วงการสื่อมวลชน ด้วยการเป็น ผู้สื่อข่าวสงคราม ที่ลงพื้นที่มาแล้วนับไม่ถ้วน 0 จอห์น ฮ็อกเคนเบอร์รี่ เกิดเมื่อปี ค.ศ. 1956 ณ เมืองเดย์ตัน รัฐโอไฮโอ ประเทศสหรัฐอเมริกา แต่มาเติบโตและเรียนหนังสือในกรุงนิวยอร์กและรัฐมิชิแกน จอห์นเรียนจบชั้นมัธยมศึกษาจากรัฐมิชิแกนปี ค.ศ. 1976 แต่แล้วในปีนั้นเอง ขณะที่เด็กหนุ่มวัย 19 ปีผู้นี้กําลังเดินทางท่องเที่ยวในรัฐเพนซิลเวเนีย ก็มีรถยนต์ที่คนขับหลับในพุ่งเข้ามาชนจนกระทั่งเขาได้รับบาดเจ็บสาหัส จอห์นบาดเจ็บที่ไขสันหลัง ส่งผลให้ร่างกายส่วนล่างตั้งแต่หน้าอกลงไปไร้ความรู้สึก และไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ จอห์นจึงต้องใช้ชีวิตบนรถเข็นตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา ถึงกระนั้นจอห์นก็ไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตา เขาหมั่นเพียรจนกระทั่งสําเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยออริกอน 1 จอห์นเริ่มต้นอาชีพบนเส้นทางสายสื่อสารมวลชนด้วยการเป็นอาสาสมัครในสถานีวิทยุ National Public Radio (NPR) และที่แห่งนี้เองที่ทําให้เขาได้ท้าทายข้อจํากัดของตนเอง และกลายมาเป็นผู้สื่อข่าวสายสงครามที่ต้องลงพื้นที่ไปทําข่าวเกี่ยวกับสงครามอ่าวเปอร์เซียในปี ค.ศ. 1990 – 1991 ในปี ค.ศ. […]

เจสสิก้า ค็อกซ์ นักบิน ไร้แขน คนแรกของโลก

เจสสิก้า ค็อกซ์ นักบิน ไร้แขน คนแรกของโลก เจสสิก้า ค็อกซ์ (Jessica Cox) เกิดมา ไร้แขน ซึ่งเป็นความพิการตั้งแต่กำเนิด เธอเกิดที่รัฐแอริโซนา ประเทศสหรัฐอเมริกา เวลานั้นผู้คนต่างพากันสงสัยว่าเธอจะใช้ชีวิตแบบปกติได้อย่างไร พ่อของเจสสิก้าไม่เคยเสียน้ำตาเมื่อเห็นลูกเกิดมาในสภาพนี้ แต่กลับเชื่อมั่นอย่างเต็มเปี่ยมในศักยภาพของลูกสาว ด้วยแรงสนับสนุนจากพ่อแม่และครอบครัว เจสสิก้าจึงมีความเชื่อมั่นในตัวเองพอ ๆ กับผู้ใหญ่และออกไปผจญโลกกว้างด้วยเท้าของเธอ ตอนเป็นเด็กเจสสิก้าเรียนเต้นรำในบ้านเกิด เมื่อขึ้นเวทีแสดงครั้งแรก เธอขอไปยืนแถวหลัง แต่ครูสอนเต้นรำบอกว่าไม่มีแถวหลัง เธอจึงต้องยืนแถวหน้ากระดานเพื่อเต้นไปพร้อมกับเพื่อน ๆ เมื่อแสดงจบเสียงปรบมือเกรียวกราวจากผู้ชมช่วยสร้างกำลังใจและความเชื่อมั่นให้เธอเรียนเต้นรำต่อไปนานถึง 14 ปี นอกจากเต้นรำแล้ว พ่อแม่ของเจสสิก้ายังไปพบครูสอนเทควันโด เมื่อครูทราบถึงสภาพร่างกายของเจสสิก้าก็บอกว่าไม่มีปัญหา อยู่ที่ใจของเธอต่างหากว่าจะกล้าเรียนมั้ย เจสสิก้าได้สายดำครั้งแรกจากสหพันธ์เทควันโดอเมริกันเมื่ออายุ 14 เจสสิก้าจบปริญญาตรีด้านจิตวิทยาจากมหาวิทยาลัยแอริโซนา ระหว่างเรียนเธอได้ก่อตั้งสมาคมศิลปะต่อสู้ป้องกันตัวเป็นที่ฝึกฝนกีฬาเทควันโด โดยครูประยุกต์รูปแบบการฝึกโดยเฉพาะขึ้นมาเพื่อนำไปใช้สอนนักเรียนไร้แขนรายอื่นในวันข้างหน้าอีกด้วย เจสสิก้าใช้เท้าทำทุกอย่างเหมือนที่คนปกติใช้มือทำ ทั้งกินข้าว แต่งหน้า ขับรถ พิมพ์คีย์บอร์ด เติมน้ำมันรถ ถอดคอนแท็คท์เลนส์ และดำน้ำ แต่สิ่งที่สร้างชื่อเสียงให้เธอมากที่สุดคือการเรียนขับเครื่องบิน ซึ่งต้องค้นหาถึงสามรัฐเครื่องบินสี่ลำ ครูสอนบินสองคน และใช้เวลาถึง 1 ปีกว่าจะเจอเครื่องบินที่ใช่ ซึ่งก็คือรุ่น 1946 […]

อัลลัน เฮนเนสซี ผู้ลี้ภัยตาบอด คว้าเกียรตินิยมอันดับหนึ่งจากเคมบริดจ์

อัลลัน เฮนเนสซี ผู้ลี้ภัยตาบอด คว้าเกียรตินิยมอันดับหนึ่งจากเคมบริดจ์ อัลลัน เฮนเนสซี (Allan Hennessy) ผู้ลี้ภัยตาบอด ซึ่งพิการทางสายตาตั้งแต่กำเนิด เขาเกิดมาในครอบครัวชนชั้นกลางชาวอิรัก พ่อของเขายอมขายทุกสิ่งทุกอย่างทั้งบ้านและที่ดินเพื่อรักษาดวงตาของลูกชาย ดังนั้นเมื่อต้องอพยพมายังอังกฤษในช่วงหลังสงครามอ่าวสิ้นสุดลง ครอบครัวของอัลลันจึงมีทรัพย์สินติดตัวมาเพียงเล็กน้อย อัลลันมีโอกาสผ่าตัดดวงตาข้างซ้ายให้มองเห็นได้เพียงบางส่วน แต่เขาก็พยายามทำสิ่งต่าง ๆ ด้วยตัวเอง ในฐานะผู้ลี้ภัยชาวอิรัก อัลลันเติบโตมาในแฟลตที่รัฐบาลจัดไว้ให้ผู้มีรายได้น้อย แต่อัลลันไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตา ไม่สนใจเสียงวิพากษ์วิจารณ์ เขามุ่งมั่นตั้งใจเรียนจนในที่สุดสามารถคว้าเกียรตินิยมอันดับหนึ่งด้านกฎหมายจากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำของโลก ตอนนี้อัลลันอายุ 22 ปีแล้ว เขาเป็นคนมั่นใจในตัวเอง ขี้เล่น สนุกสนาน ชอบเข้าสังคม เขาบอกว่าเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง ด้านกฎหมายจากเคมบริดจ์ถือเป็นการวางรากฐานให้ชีวิต แต่ในฐานะผู้ลี้ภัยมุสลิมตาบอดที่อาศัยในอังกฤษ ณ วันนี้เขายังต้องทำอะไรอีกเยอะ การเดินทางเพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น ใครที่กำลังท้อแท้ท้อถอยขอให้ดูอัลลันเป็นตัวอย่างนะคะ   ที่มา : นิตยสาร Secret  ฉบับที่ 222 เรียบเรียง : ชนาฉัตร ภาพ : bbc.com บทความน่าสนใจ สงสัยไหม คนตาบอดอ่าน-เขียนหนังสือได้อย่างไร เช็ก […]

อาชแมด ซัลการ์นาอิน เกิดมาไร้แขนขา มุ่งมั่นจนได้เป็น ช่างภาพ มืออาชีพ

อาชแมด ซัลการ์นาอิน เกิดมาไร้แขนขา มุ่งมั่นจนได้เป็น ช่างภาพ มืออาชีพ หากได้เห็นผลงานภาพถ่ายอันสวยงามก่อนที่จะได้เจอ ช่างภาพ คนนี้ รับรองว่าคงไม่มีใครเชื่อว่า นี่เป็นผลงานของช่างภาพมืออาชีพที่เกิดมาไร้แขนและขา อาชแมด ซัลการ์นาอิน (Achmad Zulkarnain) คือชายหนุ่มชาวอินโดนีเซียวัย 24 ที่เกิดมาไร้แขนขา แต่ไม่เคยย่อท้อต่อโชคชะตา อาชแมดเริ่มสนใจการถ่ายภาพขณะทำงานอยู่ที่ร้านอินเทอร์เน็ตคาเฟ่ที่มีบริการถ่ายภาพ เขาตัดสินใจซื้อกล้องและเริ่มหัดใช้ด้วยตัวเอง ในที่สุดเขาก็ค้นพบวิธีใช้กล้องถ่ายรูปในแบบของเขา ด้วยการยกกล้องขึ้นมาแนบกับใบหน้าเพื่อเปลี่ยนค่า ISO โฟกัส และซูม ใช้ปากเปิด – ปิดกล้อง และกดชัตเตอร์ด้วยผิวหนังบริเวณแขน ด้วยความมุ่งมั่นพยายามเรียนรู้และพัฒนาในการถ่ายภาพอยู่เสมอ ในที่สุดอาชแมดก็เริ่มเป็นที่รู้จักในฐานะช่างภาพ นักแต่งภาพ และยังเป็นครูสอนถ่ายภาพอีกด้วย เขาตั้งบริษัทชื่อ DZOEL และยังก่อตั้งโรงเรียนสอนถ่ายภาพ เขาไปไหนมาไหนด้วยการขับรถยนต์ที่เพื่อน ๆ และครอบครัวออกแบบและสร้างให้เขา นอกจากการคิดสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ ทุกวันแล้ว อาชแมดยังมีแผนจะกลับไปเรียนเพื่อคว้าปริญญาด้านกฎหมายให้ได้สักใบ ติดตามผลงานสวย ๆ ของเขาได้ในเฟซบุ๊ก  BANG DZOEL และอินสตาแกรม  @bangdzoel_ ได้เลย ใครที่กำลังท้อแท้ลองมองดูอาชแมด แล้วจะรู้สึกว่าตัวเองโชคดีแค่ไหนที่เกิดมาครบ 32 […]

อิสเมล ซัลฟิค เด็กพิการ แขนขาวัย 6 ขวบคว้าแชมป์ว่ายน้ำ

อิสเมล ซัลฟิค เด็กพิการ แขนขาวัย 6 ขวบคว้าแชมป์ว่ายน้ำ หนูน้อย อิสเมล ซัลฟิค (Ismail Zulfic) เด็กพิการ ชาวบอสเนียวัย 6 ขวบ เกิดมาไร้แขนทั้งสองข้างและเท้าผิดรูปหนึ่งข้าง เขากลัวน้ำมาก เพราะเคยประสบอุบัติเหตุในสระยางครั้งหนึ่ง     คุณพ่อคุณแม่ซึ่งไม่เคยท้อถอยในการหาวิธีรักษาลูกน้อย พาอิสเมลไปเรียนว่ายน้ำกับองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร Swim Strong Foundation องค์กรนี้มีจุดประสงค์หลักเพื่อฝึกสอนให้เด็กที่เกิดมาพร้อมความผิดปกติกล้าตัดสินใจและใช้ชีวิตในสังคมอีกครั้ง     ผลปรากฏว่า หนูน้อยอิสเมลมีความสุขกับการว่ายน้ำมาก จากที่เคยกลัวไม่กล้าแม้แต่จะลงน้ำ ก็กลายเป็นว่า เขาชอบว่ายน้ำเป็นชีวิตจิตใจ แถมยังได้เหรียญทองในการแข่งขันว่ายน้ำ สมกับการทุ่มเทของคุณพ่อคุณแม่ที่อุตส่าห์ขับรถเป็นระยะทาง 70 กิโลเมตร สัปดาห์ละสองครั้ง เพื่อพาอิสเมลไปเรียนว่ายน้ำ พ่อแม่หายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้งเลยละ   ที่มา : นิตยสาร Secret  ฉบับที่ 217 ผู้เขียน/แต่ง : ชนาฉัตร ภาพ : metro.co.uk Secret Magazine […]

ดีเร็ก ราเบโล นักเซิร์ฟ มืออาชีพตาบอด หนึ่งเดียวในโลก

ดีเร็ก ราเบโล นักเซิร์ฟ มืออาชีพตาบอด หนึ่งเดียวในโลก ดีเร็ก ราเบโล (Derek Rabelo) นักเซิร์ฟ ชาวบราซิล เป็นต้อหินตั้งแต่กำเนิด ทำให้เขาตาบอดสนิท เออร์เนสโต้ พ่อของดีเร็กชื่นชอบกีฬาเซิร์ฟมาก ถึงขนาดตั้งชื่อลูกชายตาม ดีเร็ก โฮ (Derek Ho) แชมป์โลกโต้คลื่นชาวฮาวายคนแรก ดีเร็กยังมีลุงคนหนึ่งที่เป็นนักกีฬาเซิร์ฟมืออาชีพ เออร์เนสโต้ซึ่งเป็นนักโต้คลื่นเช่นกันมีความฝันอยากให้ลูกชายเป็นนักเซิร์ฟที่เก่งกาจเหมือนลุง และเขาเชื่อว่าไม่มีอะไรมาหยุดยั้งหนทางสู่การเป็นนักเซิร์ฟของลูกได้ แม้ว่าดวงตาของดีเร็กจะบอดสนิทก็ตาม เมื่ออายุ 2 ขวบ ดีเร็กได้จับกระดานโต้คลื่นเป็นครั้งแรก นับแต่นั้นชายหาด Guarapari ในบราซิลก็กลายเป็นสวนหลังบ้านของเขาไปเลย ดีเร็กมีความสุขเมื่ออยู่ในน้ำ เขาเริ่มโต้คลื่นจริงจังเมื่ออายุ 17 ปี โดยพ่อสอนพื้นฐานต่าง ๆ ให้ พร้อมทั้งคอยกระตุ้นให้เขาฝึกซ้อมโดยพาลูกชายไปฝึกโต้คลื่นในมหาสมุทรทุกเช้า ต่อมาเขาไปเข้าโรงเรียนสอนโต้คลื่น ถึงแม้ดีเร็กจะมองไม่เห็น แต่ใช้การฟังเสียงคลื่นและใช้มือสัมผัสคลื่น ทำให้รู้ว่าคลื่นจะไปทางไหน ปัจจุบันดีเร็กอายุ 24 ปีแล้ว เขาสามารถพิชิตคลื่นยักษ์อันตรายที่มีชื่อเสียงของฮาวายได้ และก้าวขึ้นเป็นนักเซิร์ฟอาชีพ เรื่องราวของเขาถูกนำไปทำสารคดีโดยบิลลาบอง (Billabong) เป็นสปอนเซอร์ออกค่าใช้จ่ายให้ดีเร็กเดินทางทั่วโลกไปโชว์การโต้คลื่นเจ๋ง ๆ และสร้างแรงบันดาลใจเรื่องความมุ่งมั่นเพื่อไปสู่จุดหมายของชีวิต ความเพียรคือปัจจัยสำคัญที่เปลี่ยนเรื่องที่ดูเป็นไปไม่ได้ให้เป็นไปได้ […]

keyboard_arrow_up