พระราชินีมีอายุกับปุโรหิตหนุ่ม นิทานธรรมะสะท้อนความเป็นอนิจจัง

พระราชินีมีอายุกับปุโรหิตหนุ่ม นิทานธรรมะสะท้อนความเป็น อนิจจัง ไม่มีใครหนีพ้นจากความเป็น อนิจจัง ไปได้ อย่างสุสีมะ แม้จะยังหนุ่ม แต่ก็ยังเข้าใจและปลงต่อความเป็นอนิจจัง จนกระทั่งแสวงหาความสงบในช่วงวัยหนุ่ม กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว เมื่อพระราชาสวรรคตลง พระราชโอรสนามว่า พรหมทัตกุมาร ขึ้นครองราชสมบัติต่อจากพระบิดา เมื่อพระเจ้าพรหมทัตเสด็จเยี่ยมเยือนราษฎร์ โปรดให้สุสีมะราชปุโรหิตติดตามพระองค์ด้วย เพราะเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เล็ก พระมารดาทอดพระเนตรชมขบวนพระเจ้าพรหมทัตผู้เป็นพระโอรสนั้น ทรงสะดุดสายพระเนตรที่สุสีมะราชปุโรหิต บุรุษรูปงามที่ยังเยาว์วัย พระนางบังเกิดจิตปฏิพัทธ์ต่อปุโรหิตหนุ่ม พระนางไม่เสวยพระกระยาหาร พระเจ้าพรหมทัตทรงเป็นห่วงว่าพระมารดาจะพระประชวร จึงโปรดให้พระมเหสีเสด็จไปดูพระอาการ พระมเหสีทูลถามพระอาการจนทรงทราบแน่ชัดว่า พระมารดาเป็นเช่นนี้เพราะหลงรักสุสีมะราชปุโรหิต เมื่อพระเจ้าพรหมทัตทราบดังนั้น ด้วยความรักพระมารดามาก จึงสละราชบัลลังก์ยกให้สุสีมะ พระสหายรักขึ้นปกครองบ้านเมืองแทน หลายปีผ่านไป พระมารดาเข้าสู่วัยชรา พระองค์เกรงว่าพระสวามีหนุ่มจะเบื่อหน่ายพระนาง วันหนึ่งขณะที่พระนางกำลังลูบพระเศียรของพระสวามี พระนางสวมรอยว่าพบเส้นผมหงอก ซึ่งที่จริงแล้วคือเส้นพระเกษาหงอกของพระนางเอง สุสีมะเห็นดังนั้นถึงกับปลงอนิจจังว่าตนชราภาพแล้วหรือนี้ จึงเปรยกับพระชายาว่า จะสละราชบัลลังก์และออกบวช เพราะตามจริงก็เบื่อหน่ายชีวิตตามโลกแล้ว พระนางจึงตรัสความจริงว่า เส้นผมนี้เป็นของพระนาง พระนางคิดว่าหากพระสวามีมีเส้นผมหงอกเหมือนพระนาง จะไม่ทอดทิ้งพระนางไปหาสตรีสาวอื่น สุสีมะถึงจะทราบความจริงแล้ว แต่ใจที่ปรารถนาความสุขจากภายใน ก็มีใจมุ่งมั่นไปหาความสงบจากการบวชภาวนาอยู่ดี สุดท้ายสุสีมะก็สละราชสมบัติคืนพระเจ้าพรหมทัตตามเดิม ส่วนสุสีมะแล้วก็เดินทางแสวงหาสถานที่สงบ บำเพ็ญภาวนาจนกระทั่งหมดบุญไปบังเกิดยังพรหมโลก   ที่มา : หนังสือเรื่อง […]

keyboard_arrow_up