ซีเคร็ตชวนอ่าน : “สิ่งเดียวที่จัดการได้คือใจของเรา” อย่าคร่ำครวญเมื่อปัญหามา แต่ควรใคร่ครวญให้ปัญหากลายเป็นปัญญา

ซีเคร็ตชวนอ่าน : “สิ่งเดียวที่จัดการได้คือใจของเรา” อย่าคร่ำครวญเมื่อปัญหามา แต่ควรใคร่ครวญให้ปัญหา กลายเป็นปัญญา หากธรรมะของพระพุทธเจ้าเปรียบเป็นยา หรือที่เรียกว่า “ธรรมโอสถ” ใช้รักษากิเลสโรคในจิตใจของมนุษย์ หนังสือธรรมะจากสำนักพิมพ์อมรินทร์ธรรมะ เล่มนี้ “สิ่งเดียวที่จัดการได้คือใจของเรา” เป็นหนังสือรวบรวมธรรมบรรยายของพระไพศาล วิสาโล ก็เปรียบเหมือนยาสามัญประจำใจ ที่จะทำให้ปัญหา กลายเป็นปัญญาในฉับพลัน   ถ้าที่บ้านมีตู้ยาสามัญประจำบ้าน หนังสือธรรมะเล่มนี้คือยาสามัญประจำใจ ทุกบ้านคงมีกล่องยาหรือตู้ยาสามัญประจำบ้าน ไว้ใช้ตอนฉุกเฉิน เวลาที่เรามีไข้ตัวร้อนก็จะกินยาพาราเซตามอล อาการตัวร้อนก็จะบรรเทาลง แต่สำหรับหนังสือธรรมะเล่มนี้ เวลาเราโกรธเคือง มีความทุกข์ เมื่อได้อ่านแล้วมันกลับช่วยบรรเทาความโกรธหรือความทุกข์ในปัญหานั้น ๆ เบาบางลงอย่างน่าประหลาด ธรรมะสั้น คม ตรง  สำหรับหนังสือธรรมะ หลายคนอาจส่ายหน้า เพราะเคยมีประสบการณ์ที่ว่า อ่านแล้วเข้าใจยาก อ่านไม่รู้เรื่อง อ่านแล้วง่วง แต่ขอบอกว่า “สิ่งเดียวที่จัดการได้คือใจของเรา” กลับดึงดูดให้เราจดจ่อกับธรรมะที่พระไพศาล วิสาโลบรรยายราวกับมีเวทมนต์ ด้วยคำพูดแสนเรียบง่าย และธรรมะในแต่ละบทของหนังสือเล่มนี้มียาวสุดไม่เกิน  2 หน้า ทำให้อ่านจบในนาทีสั้น ๆ บทที่สั้นสุดก็แค่หนึ่งย่อหน้าเท่านั้นเอง   ยิ่งอ่านยิ่งคลายทุกข์  ความทุกข์ที่แบกไว้เพราะเจอกับปัญหาคาใจกลับคลาย ยิ่งอ่าน […]

3 ข้อดีของโควิด-19 จากพระไพศาล วิสาโล

3 ข้อดีของโควิด-19 จากพระไพศาล วิสาโล ล้อมวงธรรม ณ สวนทำ เป็นกิจกรรมที่จัดขึ้นโดย We Oneness หรือ โครงการขับเคลื่อนสังคมแห่งการตื่นรู้สู่หนึ่งเดียวกัน โดยมูลนิธิสหธรรมิกชน ภายใต้การสนับสนุนของ สํานักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ในแผนระบบสื่อและวิถีสุขภาวะทางปัญญา ที่นำพา ธนญชัย ศรศรีวิชัย หรือ ต่อ ฟีโนมีน่า ผู้กำกับโฆษณาชื่อดัง กับ พระไพศาล วิสาโล มาพบปะเพื่อสนทนาพูดคุย ตอบข้อสงสัยของทางโลกด้วยทางธรรม ส่งต่อข้อคิดดีๆแก่สังคมไทยในวันที่ต้องเผชิญการแพร่ระบาดของโรคทางเดินหายใจโควิด-19 ข้อคิดสำคัญของการสนทนาธรรมครั้งนี้ คือการแสดงให้เห็นถึงข้อดีของโควิด-19 อีกด้านหนึ่งของสถานการณ์อันวิกฤต ที่หลายคนอาจไม่เคยนึกถึง 1. โอกาสเรียนรู้…ยอมรับความเป็นจริง “ข้อดีของโควิด-19 คืออะไรครับ?” ธนญชัย เปิดบทสนทนา พระไพศาล วิสาโล ตอบว่า “แต่ก่อนเราคิดว่าเราเอาชนะโรคติดเชื้อได้แล้ว เพราะเรามียาปฏิชีวนะ เรามีวัคซีน ไข้ทรพิษก็สูญพันธุ์ไปแล้ว ต่อไปโรคอื่นก็จะสูญพันธุ์ไปด้วย เช่น โปลิโอ วัณโรค มาลาเรีย ตอนนี้เราไม่มีความทะเยอทะยานอย่างนั้นแล้ว เรายอมรับความเป็นจริงว่าโรคติดเชื้อมันจะอยู่คู่กับมนุษย์ไปตลอด เพียงแต่ว่ามันจะมาในรูปแบบไหนเท่านั้นเอง” […]

นิ่งสงบสยบปัญหา ธรรมะเตือนสติโดย พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล

นิ่งสงบสยบปัญหา ธรรมะเตือนสติโดย พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล มีพุทธประวัติตอนหนึ่ง ทำให้เราเข้าใจสำนวนที่ว่า ‘พูดไปสองไพเบี้ย นิ่งเสียตำลึงทอง’ ครั้งหนึ่งกลุ่มปริพาชกหรือนักบวชนอกศาสนาพุทธ มีความคิดอยากทำลายชื่อเสียงพระพุทธเจ้า จึงส่งนางจิญจมาณวิกา ไปที่วัดเชตวันตอนรุ่งเช้าบ่อยๆ จากนั้นก็ให้นางสรรหาผ้ามาพันท้อง แกล้งว่าท้องทีละนิด เมื่อเวลาผ่านไปท้องของนางก็ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ จนมีคนทักถามว่าเธอท้องกับใคร นางจิญจมาณวิกาจึงตอบไปว่าท้องกับพระพุทธเจ้า เรื่องนี้พระองค์ทรงทราบความจริงดี แต่พระองค์ทรงเงียบเฉย ไม่ชี้แจงอะไร กระทั่งท้องของนางจิญจมาณวิกาขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ จนครบ 9 เดือน นางจิญจมาณวิกา จึงทูลต่อพระพุทธเจ้าหน้าที่ธารกำนัลว่า ทำไมพระพุทธเจ้าทำเธอท้องแล้วไม่ทรงรับผิดชอบ พระพุทธเจ้าทรงได้ยินดังนั้นก็แย้มพระสรวล ก่อนตรัสสั้นๆ ว่า เรื่องนี้มีแค่เธอกับเราเท่านั้นแหละที่รู้ความจริง จากนั้นพระพุทธเจ้าไม่ได้ทรงอธิบายขยายความต่อ นั่นทำให้นางจิญจมาณวิกา โกรธมาก และพยายามโต้เถียงจนผ้าที่พันท้องของนางอยู่หลุดออกมา ความจริงจึงเปิดเผยในที่สุด จากนั้น กรณีเช่นนี้ก็ยังคงเกิดขึ้นอีก เมื่อครั้งที่กลุ่มปริพาชกได้สังหารนางสุนทรีแล้วเอาศพไปทิ้งไว้ใกล้กุฏิของพระพุทธเจ้า เมื่อมีคนมาพบศพนางสุนทรีเข้า ข่าวลือว่าพระพุทธเจ้าทรงอยู่เบื้องหลังการตายของนางก็แพร่สะพัดออกไป พระสงฆ์ทั้งหลายร้อนใจมากจึงได้ทูลให้พระพุทธเจ้าทรงหนีออกจากเมืองนั้นไปเสีย แต่พระองค์ตรัสตอบว่า ขอทุกท่านจงนิ่งสัก 7 วัน เดี๋ยวเรื่องนี้จักเงียบสงบไปเอง เจ็ดวันผ่านไปปรากฏว่าข่าวลือนั้นก็เงียบสงบไปจริงๆ ความจริงปรากฏว่า ฆาตกรที่ฆ่านางสุนทรีเกิดเมาแล้วทะเลาะกับเพื่อน เลยเปิดเผยว่าตนเองเป็นคนฆ่านางสุนทรี จากนั้นเขาถูกจับได้และโดนสำเร็จโทษถึงชีวิต ในบางสถานการณ์ การพูดหรือชี้แจงอาจจะไม่เป็นประโยชน์ เพราะว่าคนส่วนใหญ่ยังอยู่ในอารมณ์ที่รุ่มร้อน […]

นั่งสมาธิเป็นเพราะอยากกินเงาะ : หลวงปู่ขาว อนาลโย 

นั่งสมาธิเป็นเพราะอยากกินเงาะ : หลวงปู่ขาว อนาลโย หลวงปู่ขาว อนาลโย เป็นวิปัสสนาจารย์สายหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ที่มีลูกศิษย์ลูกหานับถือมาก โดยเฉพาะในภาคอีสานท่านเป็นพระที่เด็ดเดี่ยวมั่นคงในสมาธิภาวนาจนเป็นที่เลื่องลือ ขณะเดียวกันท่านก็เปี่ยมไปด้วยเมตตาอย่างมาก มีเรื่องเล่าว่า คราวหนึ่งแม่พาเด็กสามขวบมาถวายอาหารเช้าให้หลวงปู่ขาว ในฝาบาตรของหลวงปู่นั้นมีเงาะซึ่งปอกเปลือกเรียบร้อยวางอยู่ใกล้ ๆ เด็กไม่เคยเห็นเงาะก็สนใจ เพราะมันขาวน่ากินดี หลวงปู่จึงถามเด็กน้อยว่าอยากกินหรือเปล่า ถ้าอยากกินต้องแลกกันนะ เด็กตอบประสาซื่อว่าอยากกิน แล้วถามว่าอยากกินต้องทำอย่างไร     หลวงปู่บอกให้นั่งสมาธิ เด็กถามว่านั่งสมาธิทำอย่างไร หลวงปู่จึงแนะนำว่า ให้นั่งขัดสมาธิ ขาขวาทับขาซ้าย มือขวาทับมือซ้าย หลับตา แล้วภาวนาไปด้วย เด็กน้อยถามต่อว่าภาวนาอย่างไร หลวงปู่ขาวก็บอกว่าให้ภาวนา “หมากเงาะ” (ภาษาอีสานเรียกลูกเงาะว่าหมากเงาะ) เด็กก็ทำตาม ทีแรกเด็กนั่งไปก็เลียริมฝีปากไปด้วยเพราะอยากกินมาก แต่พอนั่งสมาธิไปสักพัก จิตก็รวมเป็นหนึ่ง รู้สึกสบาย เพราะว่าจิตไปอยู่ที่คำว่าหมากเงาะ ๆ เด็กรู้สึกสงบเป็นอย่างยิ่ง ไม่นานเด็กก็ได้ยินเสียงระฆัง พอเปิดตาขึ้นมาปรากฏว่า ไม่มีใครอยู่ในศาลาแล้ว มีแต่หลวงปู่ขาวกำลังนั่งสมาธิอยู่ด้วยปรากฏว่าตอนนั้นเป็นเวลาบ่ายสามแล้ว เป็นเวลาที่พระจะต้องออกมาทำกิจส่วนรวม     วันนั้นเด็กน้อยนั่งสมาธินานถึงเจ็ดชั่วโมง ทั้ง ๆ ที่ไม่เคยนั่งสมาธิมาก่อน และไม่ได้สนใจสมาธิด้วย […]

เลิกเหล้าเพราะนั่งสมาธิ ธรรมะจากหลวงปู่ดู่ พรหมปญฺโญ

เลิกเหล้าเพราะนั่งสมาธิ ธรรมะจาก หลวงปู่ดู่ พรหมปญฺโญ หลวงปู่ดู่ พรหมปญโญ เป็นพระมหาเถระที่มีลูกศิษย์ลูกหาทั่วประเทศ ไม่จำเพาะจังหวัดพระนครศรีอยุธยา อันเป็นบ้านเกิดและที่ตั้งของวัดสะแก อันเป็นสถานพำนักของท่านเท่านั้น ตอนที่ท่านแรกบวช ท่านมิได้ปรารถนามรรคผลนิพพานแต่อย่างใด หากต้องการเรียนรู้วิชาคงกะพันชาตรีและเวทมนตร์ คาถา เพื่อสึกออกไปแก้แค้นโจรที่ปล้นบ้านโยมพ่อโยมแม่ของท่าน ถึงสองครั้งสองครา แต่ต่อมาท่านได้คิด นึกสลดสังเวชใจที่ปล่อยให้ความอาฆาตพยาบาทครอบงำจิตใจนานนับสิบปี ในที่สุดท่านได้ตั้งอโหสิกรรมแก่คนเหล่านั้น แล้วมุ่งเจริญสมณธรรมอย่างจริงจัง ในวัยฉกรรจ์ท่านได้เดินธุดงค์ติดต่อกันเป็นเวลาหลายปี จนในที่สุดได้มาพำนักที่วัดสะแก นับแต่นั้นก็ได้เป็นที่พึ่งทางใจแก่ญาติโยมมาโดยตลอด ต่อมาราว ๆ ปี พ.ศ. 2490 คือเมื่ออายุได้ 43 ปี ท่านตัดสินใจไม่รับกิจนิมนต์นอกวัด ใครที่ตั้งใจมากราบนมัสการหรือฟังธรรมจากท่าน แม้จะเดินทางไกลเพียงใดก็ไม่ผิดหวังเลย เพราะเมื่อมาถึงวัดสะแก จะเห็นท่านนั่งรับแขกหน้ากุฏิตั้งแต่เช้าจรดค่ำ แม้กระทั่งเมื่อท่านชราภาพมากแล้ว มีลูกศิษย์จัดทำป้ายกำหนดเวลารับแขกเพื่อถนอมสุขภาพของท่าน แต่ไม่นานท่านก็ให้นำป้ายออกไป ด้วยความเมตตาที่ท่านมีต่อญาติโยมทัังหลายนั้นเอง ท่านมีวิธีสอนธรรมะแก่ญาติโยมอย่างแยบคาย คราวหนึ่งมีศิษย์มากราบท่านโดยพาเพื่อนซึ่งเป็นนักเลงเหล้าตามมาด้วย เมื่อสนทนากับหลวงปู่ได้พักหนึ่ง ศิษย์ผู้นั้นได้ชักชวนเพื่อนให้สมาทานศีล 5 พร้อมกับทำสมาธิภาวนา นักเลงเหล้าผู้นั้นแย้งต่อหน้าหลวงปู่ว่า “จะให้ผมสมาทานศีลและปฏิบัติยังไง ก็ผมยังกินเหล้าเมายาอยู่นี่ครับ” หลวงปู่ดู่แทนที่จะคาดคั้นหรือคะยั้นคะยอเขา กลับตอบว่า “เอ็งจะกินก็กินไปสิ ข้าไม่ว่า แต่ให้เอ็งปฏิบัติให้ข้าวันละห้านาทีก็พอ” ชายผู้นั้นเห็นว่านั่งสมาธิแค่วันละห้านาทีไม่ใช่เรื่องยาก […]

เวรไม่อาจระงับด้วยการจองเวรก็เพราะเหตุนี้ – พระไพศาล วิสาโล

เวรไม่อาจระงับด้วย การจองเวร ก็เพราะเหตุนี้ – พระไพศาล วิสาโล การจองเวร เกิดขึ้นจากความแค้นผูกพยาบาท ดังพระชาติหนึ่งของพระพุทธเจ้า พระองค์เคยเคียดแค้นคนที่สังหารบิดาและมารดาของท่าน จึงคิดที่จะจองเวรคือฆ่าคนผู้นั้นเพื่อให้สาแก่ใจ แต่คำสอนของบิดาเรื่องการให้เลิกจองเวรผู้อื่นกังวาลขึ้นในใจของพระองค์ ทำให้เกิดสติระงับความคิดที่จะจองเวรผู้นั้นไป พระอาจารย์ไพศาล วิสาโลได้เล่าเรื่องหนึ่งซึ่งน่าจะเป็นอุทาหรณ์เตือนสติในเรื่องของการให้อภัย และไม่คิดจองเวรต่อกันได้เป็นอย่างดี นักธุรกิจไทยผู้หนึ่ง ได้เล่าถึงประสบการณ์ เมื่อครั้งไปเรียนหนังสือในเมืองบอสตันว่า เธอเคยถูกคนผิวดำล็อกคอ และเอามีดจี้ขณะรอสัญญาณไฟเขียว บนเกาะหน้ามหาวิทยาลัย เมื่อโจรพบว่าในกระเป๋าของเธอมีเงินแค่ 20 ดอลลาร์ ก็ไม่พอใจ เขาขุ่นเคืองหนักขึ้น เมื่อพบว่าเธอไม่มีนาฬิกาแหวน และกำไลเลยสักอย่าง เขาจึงถามเธอว่า “เป็นคนเอเชียมาเรียนที่นี่ได้ ก็ต้องรวยไม่ใช่หรือ ?” เธอตอบว่า “สำหรับฉันน่ะไม่ใช่ เพราะได้ทุนมา” แล้วโจรก็ย้อนกลับมาถามถึงเงิน 20 ดอลลาร์ ว่าจะเอาไปทำอะไร เธอตอบว่า “เอาไปซื้อไข่ “ เขาถามเธอว่า “เอาไข่ไปทำอะไร” “เอาไปต้มกินได้ทั้งอาทิตย์” เธอตอบตามความจริง เพราะตอนนั้นการเงินฝืดเคือง ระหว่างที่โต้ตอบกันอยู่นั้น ยามหน้ามหาวิทยาลัยเห็นผิดสังเกต จึงยกหูโทรศัพท์เรียกตำรวจ เธอมองเห็นพอดีก็เลยโบกมือว่า “ไม่ต้อง ๆ เราเป็นเพื่อนกัน” โจรได้ยินเช่นนั้นก็งง […]

นิพพานชั่วขณะ…ละวางตัวตน ธรรมะโดย พระไพศาล วิสาโล

นิพพานคือภาวะสงบเย็นที่เกิดจากการหยุดปรุงแต่ง ไม่มีความสำคัญมั่นหมายในตัวตน นิพพานมีหลายระดับ ถ้าเป็นนิพพานที่สมบูรณ์ หรือ สมุจเฉทนิโรธ เกิดขึ้นได้เมื่อหมดกิเลสสิ้นเชิง เพราะมีปัญญาแจ่มแจ้งในพระไตรลักษณ์ จนไม่มีความยึดติดถือมั่นอีกต่อไป ส่วนนิพพานชั่วขณะ หรือ ตทังคนิโรธ จะเกิดขึ้นได้เมื่อเรามีธรรมะมาระงับดับกิเลสเป็นคราว ๆ ไป เช่น มีสติเมื่อผัสสะเกิดขึ้น ก็ไม่ปรุงเป็นตัวตน ไม่เกิดกิเลสขึ้นมา สภาวะเช่นนั้นท่านพุทธทาสเรียกว่า “จิตว่าง” จิตว่างในที่นี้คือว่างจากตัวตน ถือว่าเป็นนิพพานชั่วขณะ นี่แหละคือนิพพาน…ที่นี่…เดี๋ยวนี้ คำว่า “นิพพาน…ที่นี่…เดี๋ยวนี้” ยังหมายความได้อีกว่า ที่นี่และเดี๋ยวนี้ มนุษย์ทุกคนสามารถจะนิพพานได้ เช่น พระสาวกบางรูปบรรลุนิพพานขณะกำลังแสดงกายกรรมอยู่บนเชือก บางท่านบรรลุธรรมตอนจะหมดลมหายใจ บางท่านเกิดดวงตาเห็นธรรมขณะที่กำลังเชือดคอตนเองเพราะผิดหวังในการบวช บางท่านเป็นคนแก่เดินถือไม้เท้าแล้วล้มลง พอเห็นทุกขเวทนาเกิดขึ้นก็บรรลุธรรมเดี๋ยวนั้น บางท่านบรรลุธรรมขณะที่กำลังแสดงธรรมให้คนอื่นฟังอยู่ นี่คือตัวอย่างในสมัยพุทธกาลที่แสดงว่าทุกที่ทุกเวลาเราสามารถบรรลุนิพพานได้ เพราะนิพพานมีอยู่แล้ว นี่เรียกว่า “สมุจเฉทนิโรธ” เป็นนิพพานแบบหมดกิเลสอย่างสิ้นเชิง ซึ่งเป็นนิพพานของพระอรหันต์ แต่นิพพานที่ปุถุชนอย่างเราสามารถสัมผัสได้คือ นิพพานชั่วขณะ เราสัมผัสได้เมื่อมีสติในทุกผัสสะที่เกิดขึ้น เมื่อจิตว่างจากการปรุงแต่งเป็นตัวตนขณะใด ก็ถือว่านิพพานเป็นขณะ ๆ ไป…ซึ่งเกิดได้ทุกที่ทุกเวลาเช่นกัน   ที่มา  นิพพาน…ที่นี่…เดี๋ยวนี้ โดย 4 พระผู้นำทางปัญญาแห่งยุคสมัย […]

ซีเคร็ตรีวิว : 4 หนังสือธรรมะน่าอ่าน ที่คุณไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวงใน งานมหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 24

ซีเคร็ตรีวิว : 4 หนังสือธรรมะน่าอ่าน ที่คุณไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวงในงาน มหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 24 เชื่อว่าตอนนี้บรรดาหนอนหนังสือคงกำลังตรวจตราเงินในกระเป๋าสตางค์ของตนเองกันอยู่แน่นอน แถมยังครุ่นคิดอยู่ด้วยว่า งาน มหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 24  ปีนี้ ฉันต้องหมดตัวไปเท่าไหร่กับหนังสือเล่มโปรด ซีเคร็ตอยากให้ลองมาสัมผัสกับหนังสือธรรมะน่าอ่าน 4 เล่ม ที่คุณไม่ควรพลาดอย่างยิ่ง ในงานมหกรรมหนังสือระดับชาติครั้งนี้ พระพุทธเจ้าตรัสไว้ในสติสูตรว่า “คนมีสติเท่ากับมีสิ่งนำโชคอยู่ตลอดเวลา” ซีเคร็ตเห็นด้วยอย่างยิ่ง เพราะการที่เรามีสติอยู่กับตัว สามารถช่วยให้เราผ่านพ้นเหตุการณ์ที่เลวร้ายไปได้ด้วยดี สำนักพิมพ์อมรินทร์ธรรมะ ได้ตีพิมพ์หนังสือธรรมะเกี่ยวกับการเจริญสติออกมาด้วยกัน 2 เล่ม มั่นใจว่าถูกใจวัยรุ่นอย่างแน่นอนด้วยการออกแบบปกและรูปเล่มที่ดูน่ารัก ในขนาดกะทัดรัด     มาเริ่มกันที่เล่มแรก ฝึกสติ 10 วินาที ชีวิตดีขึ้นแน่ เป็นผลงานของจิตแพทย์ชาวญี่ปุ่นที่มีชื่อว่า “ฟุจิอิ ฮิเดะโอะ” คุณหมอท่านนี้เป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านการเจริญสติ เขานำประสบการณ์ของตนเองมาแชร์ และกลายเป็นหนังสือเล่มนี้ เขาบอกว่าตนเองอยู่กับการเจริญสติมาร่วม 40 ปี เขามาจากศาสตร์ตะวันตก (จิตวิทยา) เมื่อมาศึกษาและปฏิบัติการเจริญสติ ซึ่งเป็นศาสตร์ตะวันออก (พระพุทธศาสนา) ทำให้เห็นว่าการเจริญสติช่วยเรื่องของจิตใจได้หลายอย่าง หนังสือเล่มนี้ได้บอกอย่างละเอียด […]

เจริญมรณสติ วิถีสู่นิพพาน โดย พระไพศาล วิสาโล

เจริญมรณสติ วิถีสู่นิพพาน โดย พระไพศาล วิสาโล ภาษิตทิเบตบทหนึ่งกล่าวไว้ว่า “ระหว่างวันพรุ่งนี้กับชาติหน้า ไม่มีใครรู้หรอกว่าอะไรจะมาถึงก่อน” นี่คือความจริงที่เราต้องตระหนักว่า เราต้องตายอย่างแน่นอน อาจจะเป็นคืนนี้ วันนี้ หรือเดี๋ยวนี้…ชีวิตเราอาจจะไม่มีวันพรุ่งนี้ก็ได้  เจริญมรณสติ การเจริญมรณสติอยู่เสมอมีส่วนเกื้อกูลให้บรรลุนิพพานได้ทางหนึ่ง เพราะการเจริญมรณสติทำให้เราไม่ประมาท แทนที่จะเพลิดเพลินในความสุข ลุ่มหลงในการทำงานหาเงินหาทอง ยึดติดในทรัพย์สมบัติ ชื่อเสียงเกียรติยศ ก็จะหันมาใส่ใจสิ่งอื่นที่สำคัญกับชีวิตมากกว่า คำว่าสิ่งอื่นในที่นี้หมายถึงการทำบุญกุศล การทำความดี การทำหน้าที่ต่อคนที่เรารักและผูกพัน เช่น พ่อแม่ ลูกหลาน ตลอดจนผู้คนในชีวิต ที่เรามักละเลยเพราะมัวแต่คิดว่าตอนนี้ฉันขอทำงานก่อน ขอหาเงินก่อน ขอสนุกก่อน มรณสติจะทำให้เราหันมาสนใจคนเหล่านี้ ใส่ใจในหน้าที่ของเรา รวมทั้งหันมาใส่ใจกับการภาวนาเพื่อฝึกฝนจิตใจให้พร้อมรับความตายที่จะต้องมาถึงอย่างแน่นอน ในแง่หนึ่งหมายถึงความพร้อมที่จะปล่อยวางทุกสิ่ง เพราะนอกจากจะเอาอะไรไปไม่ได้สักอย่างแล้ว มันยังสามารถหน่วงเหนี่ยวจิตใจให้เป็นทุกข์จนอาจทำให้ตายอย่างทุรนทุรายหากยึดติดถือมั่นจนปล่อยวางไม่ได้ สำหรับคนที่มุ่งปฏิบัติธรรมเพื่อการพ้นทุกข์ มรณสติจะช่วยให้เราจดจ่อแน่วแน่อยู่กับการปฏิบัติ ไม่มัวสาละวนกับสิ่งอื่นจนลืมตัว เช่น พระบางรูปอาจวุ่นอยู่กับการสร้างวัดสร้างโบสถ์จนไม่มีเวลาปฏิบัติธรรม พอเจริญมรณสติก็คิดขึ้นมาได้ว่า “เอ…เราจะตายเมื่อไรก็ไม่รู้ ฉะนั้นต้องหันมาขวนขวายปฏิบัติธรรมเพื่อความพ้นทุกข์ให้จริงจังมากขึ้น” มรณสติจะคอยเตือนสติไม่ให้เราเพลินกับสิ่งอื่น ช่วยให้เราแน่วแน่และตั้งมั่นในความเพียรพยายาม พระพุทธเจ้าทรงเตือนพระสาวกอยู่เนือง ๆ ว่าให้หมั่นพิจารณามรณสติเพื่อความไม่ประมาท เพราะโลกมีสิ่งดึงดูดความสนใจให้เผลอไผลได้มากมายเหลือเกิน ฉะนั้นจึงต้องหมั่นเจริญมรณสติเตือนตนอยู่เสมอ ให้ตระหนักว่า ความตายนั้นอยู่ใกล้ตัวมาก ชนิดที่ว่าเราเคี้ยวอาหารอีกเพียง […]

เมื่อเกิด ” รักสามเส้า ” เราจะก้าวต่อไปอย่างไร ธรรมะดับทุกข์โดย พระไพศาล

ปัญหานอกใจ รักสามเส้า จัดเป็นปัญหาใหญ่ที่หลายคนกำลังพบเจอ หลายครั้งปัญหานี้จบลงด้วยน้ำตา อีกหลายคราจบลงด้วยชีวิต พระไพศาล มีคำแนะนำดีๆ มาฝาก

” เป็นสุขเมื่อมองสิ่งที่มี ” บทความดี ๆ จาก พระไพศาล วิสาโล

หวาง เหม่ยเหลียน เป็นโรคสมองพิการแต่กำเนิดนอกจากมีปัญหาในการเคลื่อนไหวแล้ว เธอยังพูดไม่ได้ แต่เธอก็ไม่ย่อท้อ…บทความดี ๆ จากพระไพศาล

5 วิธีอินกับความตาย เข้าใกล้นิพพาน โดย พระไพศาล วิสาโล

5 วิธีอินกับความตาย เข้าใกล้นิพพาน โดย พระไพศาล วิสาโล พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล ได้แนะนำ วิธีอินกับความตาย ซึ่งเป็นการซ้อมตายในโอกาสต่าง ๆ ฝึกใจให้ละวางตัวตน หลุดพ้นจากความหลง ไว้ดังนี้ 1. ซ้อมตายก่อนนอน ก่อนนอนทุกคืนทำใจให้ผ่อนคลาย จินตนาการว่าคืนนี้อาจเป็นคืนสุดท้ายในชีวิตของเรา ลมหายใจของเรากำลังจะหมด ร่างกายแน่นิ่งขยับเขยื้อนไม่ได้ ตัวเริ่มเย็นและแข็ง ใช่แต่เท่านั้น เรายังต้องสูญเสียทุกอย่าง ไม่ว่าคนรัก พ่อแม่ ลูกหลาน ชื่อเสียง ทรัพย์สมบัติ ฯลฯ จากนั้นถามตัวเองว่า “เราพร้อมไหมที่จะไปในคืนนี้…ถ้าไม่พร้อมแล้วทำอย่างไรถึงจะพร้อม” การพิจารณาดังกล่าวจะทำให้เราตื่นขึ้นมาในวันรุ่งขึ้นด้วยความไม่ประมาท และไม่รีรอที่จะสะสางเรื่องราวที่คั่งค้าง เพื่อเตรียมตัวให้พร้อมตายในทุกวินาทีของชีวิต 2. ซ้อมตายก่อนเดินทาง เวลาเดินทางหรือนั่งอยู่ในยวดยานพาหนะ ให้นึกว่าเราอาจประสบอุบัติเหตุกลางทาง ออกจากบ้านแล้วอาจจะไม่ได้กลับเข้ามาอีกก็เป็นได้ นี่อาจเป็นการเดินทางครั้งสุดท้ายของเรา จากนั้นถามใจตัวเองว่า ถ้าเกิดเหตุเครื่องบินตก รถชน หรือพลิกคว่ำ ในช่วงเวลาไม่กี่วินาทีสุดท้ายของชีวิต เราจะรู้สึกอย่างไร จะวางใจอย่างไร จะตระหนกตกใจไหม จะกังวลถึงคนข้างหลังหรือไม่… ถ้าคำตอบคือ ตระหนกตกใจ ห่วงหน้าพะวงหลังและยังไม่พร้อมจะตาย เราต้องให้ความสำคัญกับการเตรียมตัวเตรียมใจ เพื่อเผชิญความตายอย่างสงบให้จริงจังมากขึ้น […]

“ไม่เป็นอะไรกับอะไร” เรื่องเล่าช่วงเวลาก่อน หลวงพ่อคำเขียน สุวัณโณ มรณภาพ

แม้จะยังไปไม่ถึงจุดหมายดังกล่าว เพียงแค่อยู่ระหว่างทางการตายอย่างสงบก็ไม่เหลือวิสัย ขอเพียงแต่ลงมือปฏิบัติเสียแต่เดี๋ยวนี้

ลบ ดึงดูด ลบ บทความสำหรับ คนชอบคิดลบ โดยพระไพศาล วิสาโล

ถ้าคิดลบ เห็นลบ รู้สึกลบ ก็ย่อมทำลบ ซึ่งเท่ากับกระตุ้นให้คนอื่นเกิดปฏิกิริยาที่เป็นลบ และส่งผลลบแก่เรา ในทางตรงข้าม ถ้าปรารถนาบวกก็ต้องเริ่มต้นจากการคิดบวก

เติมเต็มชีวิต ในเวลาน้อยนิด บทความดีๆ จากพระไพศาล วิสาโล

เราไม่สามารถใช้เวลาทั้งหมดที่มีเพื่อหาวัตถุมาสนองความปรารถนาจนเต็มอิ่มได้ แต่เวลาน้อยนิดที่มีอยู่นั้น มากพอที่จะแสวงหาความดีงามมา เติมเต็มชีวิต จิตใจจนอิ่ม

เติบโตเพราะจากพราก บทความดีๆ จาก พระไพศาล วิสาโล

การเติบโต กับการ จากพราก คือสิ่งที่มิอาจแยกจากกันได้ ไม่มีการเติบโตที่ไร้การจากพราก แม้ว่าการจากพรากจะก่อให้เกิดความเจ็บปวด แต่ก็เป็นสิ่งจำเป็น

เราต้องเป็นเรา อย่าให้เรากลายเป็นของมัน – ธรรมะเพื่อการปล่อยวางจากพระไพศาล

เราต้องเป็นเรา พระไพศาล วิสาโล เล่าว่า เงินนั้นมีไว้ใช้ แต่เมื่อใดที่เผลอใจกลายเป็นของมันไป มันก็สามารถทำร้ายจนถึงแก่ชีวิตได้

เมื่อสิ่งสามัญ กลายเป็นความอัศจรรย์ บทความจาก พระไพศาล  วิสาโล  

พระไพศาล เล่าถึง ภิกษุฟับดัง ธรรมาจารย์แห่งหมู่บ้านพลัมว่า ท่านไม่คาดคิดมาก่อนว่าตนจะเป็นมะเร็ง จนกระทั่งวันหนึ่ง หมอยืนยันว่านั่นคือสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น

keyboard_arrow_up