พระโพธิสัตว์กวนอิม ผู้ฟังเสียงทุกข์ของสัตว์โลก

พระโพธิสัตว์กวนอิม ผู้ฟังเสียงทุกข์ของสัตว์โลก พระโพธิสัตว์กวนอิม หรือที่รู้จักกันในอีกนามว่า “พระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์” หมายถึงผู้สดับฟังเสียงของสัตว์โลก หากพระโพธิสัตว์พระองค์นี้ได้ยินเสียงทุกข์ที่ใด จะทรงมุ่งไปช่วยเหลือเจ้าของเสียงให้พ้นจากความทุกข์เข็ญ พระโพธิสัตว์กวนอิมเป็นที่รู้จักมากในนาม “เจ้าแม่กวนอิม” ตามความเชื่อของจีนเล่าสืบต่อกันมาในรูปแบบของนิทานเรื่อง “นิทานเจ้าหญิงเมี่ยวซ่าน” ร่างอวตารของพระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ในปางผู้หญิง มีอยู่ว่า พระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์แบ่งภาคอวตาร มากำเนิดเป็นพระธิดาองค์สุดท้ายของพระราชาแห่งอาณาจักรชิงหลิน ผู้ไม่เลื่อมใสในพระพุทธศาสนามีพระนามว่า “เมี่ยวจวง”     ในคืนที่เจ้าหญิงเมี่ยวซ่านประสูติ พระบิดาทรงจัดงานฉลองอย่างยิ่งใหญ่ แต่พระธิดากลับร่ำไห้ไม่ยอมหยุด สร้างความสงสัยให้พระราชามิใช่น้อย ชายชราเข้ามาถวายคำตอบว่า เหตุที่เจ้าหญิงน้อยกรรแสงไม่ยอมอยู่เป็นเพราะทรงสงสารสัตว์ที่ต้องเสียชีวิตกลายเป็นอาหารในงานฉลองนี้ หลังจากนั้นชายชราปริศนาก็หายตัวไป เหล่าขุนนางเชื่อว่าต้องเป็นพระอรหันต์จำแลงกายมาอย่างแน่นอน เมื่อเจ้าหญิงน้อยเจริญพระวัย ได้ดำเนินอยู่ในพระอุทยาน ทรงเห็นตั๊กแตนกำลังจับจิ้งหรีดเป็นอาหาร เจ้าหญิงทรงพยายามช่วยจิ้งหรีดแต่ทรงกลับถูกตั๊กแตนต่อยเข้าที่พระหัตถ์ ด้วยความตกพระทัยจึงทำให้ทรงหกล้มพระนลาฏ (หน้าผาก) กระทบพื้นจนเป็นแผล พระเจ้าเมี่ยวจวงให้หมอทั่วทั้งอาณาจักรออกตามหาพระโอสถมารักษา แต่ไม่มีใครสามารถหามาถวายได้เลย     เจ้าหญิงเมี่ยวซ่านเจริญพระวัยเป็นเจ้าหญิงผู้มีสิริโฉม พระบิดาปรารถนาให้พระธิดาอภิเษกสมรส แต่เจ้าหญิงทรงปฏิเสธทั้งยังปรารถนาที่จะเสด็จออกผนวชเป็นภิกษุณี พระเจ้าเมี่ยวจวงไม่พอพระทัยจึงทรงลงโทษพระธิดาให้ทรงงานอย่างหนักในพระอุทยาน เทพยดาสงสารเจ้าหญิงก็จำแลงร่างเป็นมนุษย์เข้ามาช่วยเหลือ พระเจ้าเมี่ยวจวงทรงเห็นดังนั้นก็อนุญาตให้เจ้าหญิงผนวชที่วัดนกยูงขาว แต่กลับทรงกำชับให้ภิกษุณีใช้งานเจ้าหญิงจนหนัก แต่ก็ไม่เป็นผลเพราะเทพยดายังติดตามช่วยเหลือเจ้าหญิงมิได้ห่าง สุดท้ายพระราชาทรงสั่งให้เผาวัดนกยูงขาว แต่เจ้าหญิงกลับทรงปลอดภัย พระราชาทรงมีพระบัญชาให้ประหารเจ้าหญิงเมี่ยวซ่าน แต่ดาบกลับทำอะไรพระองค์ไม่ได้ จนกระทั่งเทวดาจำแลงเป็นพญาเสือโคร่งพาเจ้าหญิงไปยังเกาะศักดิ์สิทธิ์     เจ้าหญิงเมี่ยวซ่านประทับอยู่ที่นั่น […]

ในหลวง รัชกาลที่ 9 ทรงเป็นพระโพธิสัตว์

ในหลวง รัชกาลที่ 9 ทรงเป็นพระโพธิสัตว์ พระมหากษัตริย์ไทยในอดีตหลายพระองค์มีพระราชดำริถึงพระพุทธภูมิ ทรงยึดหลักทศพิธราชธรรมในการบริหารบ้านเมือง มีพระอาจารย์หลายรูปกล่าวว่า พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ทรงเป็นพระโพธิสัตว์     พระภิกษุพระยานรรัตนราชมานิต (ธมมฺวิตกโกภิกขุ) หรือ เจ้าคุณนรฯ แห่งวัดเทพศิรินทราวาส กล่าวว่า “ในหลวงพระองค์นี้ ท่านเป็นพระโพธิสัตว์นะ” สำหรับเหตุที่ทำให้ท่านเจ้าคุณนรฯ กล่าวเช่นนี้ ก็เนื่องจากการที่กล่าวเตือนญาติโยมบางรายที่ไปนมัสการท่านว่า “การที่คุณเอาธนบัตรที่มีรูปในหลวงไปใส่ไว้ในกระเป๋ากางเกงนั้นไม่ดีเลย เพราะในหลวงท่านเป็นพระโพธิสัตว์ การเอาพระรูปของท่านไปไว้ที่ต่ำอย่างนั้นย่อมบังเกิดโทษเป็นอันมาก ทีหลังอย่าพากันทำ” ยังมีพระอาจารย์อีกหลายรูปกล่าวว่าพระองค์ทรงเป็นพระโพธิสัตว์ เช่น     เจ้าคุณพระญาณสิทธาจารย์ (สิม พุทธฺาจาโร) หรือ หลวงปู่สิม พุทธฺาจาโร แห่งสำนักสงฆ์ถ้ำผาปล่อง จังหวัดเชียงใหม่ กล่าวไว้ว่า “ครูบาขาวปี วัดพระพุทธบาทผาหนามเคยเป็นช้างนาฬาคิริง ส่วนในหลวง รัชกาลที่ 9 ทรงเป็นช่้างป่าเลไลยก์นะ”     ช้างป่าเลไลยก์เป็นช้างที่คอยอุปัฏฐากดูแลพระพุทธเจ้า (พระสมณโคดมพุทธเจ้า) ในครั้งที่ทรงปลีกวิเวก เพราะพระภิกษุชาวโกสัมพีวิวาทกัน ตอนนั้นช้างป่าเลไลยก์และลิง 1 […]

มาปฏิบัติตาม จริยธรรมของพระโพธิสัตว์ 10 ประการกันเถอะ

พระโพธิสัตว์ ผู้บำเพ็ญบารมีเพื่อให้ได้ตรัสรู้เป็นพระอรหันต์สัมมาสัมพุทธเจ้าทุกพระองค์นั้น มีจริยธรรมที่ยึดถือไว้ 10 ประการ

” คติพระโพธิสัตว์ ” ความเชื่อที่เริ่มจะกลาย ความหมายที่เริ่มจะกลืน

พระโพธิสัตว์ แปลว่า “ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการตรัสรู้” หรือ “ผู้ที่จะมาตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า” หมายถึง ผู้ที่กำลังบำเพ็ญบารมีอย่างยิ่งยวดเพื่อบรรลุพระโพธิญาณ

keyboard_arrow_up