พระเนมิราช พระราชาผู้ท่องนรก-สวรรค์

พระเนมิราช พระราชาผู้ท่องนรก-สวรรค์ พระเนมิราช เป็นพระชาติหนึ่งของพระพุทธเจ้า เป็นพระชาติที่ทรงบำเพ็ญอธิษฐานบารมี พระองค์เป็นที่รักของเทวดา พระอินทร์จึงเชิญพระองค์ขึ้นไปยังสวรรค์ แต่ระหว่างเส้นทางที่จะไปสวรรค์ต้องผ่านขุมนรกเสียก่อน กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ยังเมืองมิถิลามีพระราชาพระองค์หนึ่งปกครองนามว่า “เนมิราช” พระองค์ชอบการทำทานมาก ทรงบริจาคทานให้แก่ประชาราษฎร์ พร้อมทั้งแสดงธรรมให้พสกนิกรทำความดี วันหนึ่งพระราชาทรงสงสัยว่า ระหว่างทานกับการรักษาศีล แบบไหนได้อานิสงส์มากกว่ากัน พระอินทร์ทราบดังนั้นจึงเสด็จลงมาพระราชา พระอินทร์ตอบว่า “การให้ทานมีผลเพียงได้สวรรค์ แต่การรักษาศีลหรือออกบวชนั้นสามารถนำไปสู่ความหลุดพ้น แต่การรักษาศีลนั้นเป็นเรื่องยาก ต้องละจากชีวิตปุถุชน แต่อานิสงส์แรงกว่าทาน แม้ทานจะอานิสงส์น้อยแต่ควรปฏิบัติควบคู่กันไปกับการรักษาศีล ” พระอินทร์กลับสวรรค์ เทวดาทั้งหลายทราบว่าพระอินทร์ ราชาแห่งเทวดาเสด็จมาพบพระเนมิราช จึงทูลขอให้พระอินทร์เชิญพระเนมิราชขึ้นมาบนสวรรค์ เพื่อพระองค์เป็นพระอาจารย์ของพวกตน เทวดาเหล่านี้ตอนเป็นมนุษย์เกิดเป็นประชาชนของพระเนมิราช ปฏิบัติตามคำสอนของพระราชา เมื่อสิ้นบุญจึงได้เกิดบนสวรรค์ พระอินทร์โปรดให้มาตุลีเทพบุตรขึ้นราชรถทิพย์ไปรับพระเนมิราชมายังสวรรค์ มาตุลีเทพบุตรขับราชรถมารับพระเนมิราช แล้วประกาศว่าเป็นความประสงค์ของพระอินทร์และเหล่าเทวดาทั้งหลาย ระหว่างทางก่อนไปถึงสวรรค์ ต้องผ่านนรก พระเนมิราชเห็นภาพของความทุกข์ทรมานจากการถูกลงทัณฑ์ พอมาถึงสวรรค์ พระองค์ได้ชมวิมานของเทวดาต่าง ๆ จนมาถึงเทวสภา เทวดาทั้งหลายพากันเข้าพบพระเนมิราช พร้อมบอกว่าตนเคยเป็นประชาชนของพระองค์ และที่ได้เป็นเทวดาเช่นนี้เพราะปฏิบัติตามคำสอนของพระองค์ พระเนมิราชกลับเมืองมิถิลา ทรงเล่าสิ่งที่พบเห็นให้พสกนิกรของพระองค์ฟัง เพื่อให้ตระหนักถึงการมีอยู่จริงของนรกและสวรรค์ ต่อมาพระองค์ทรงยึดมั่นในการทำทานควบคุมไปกับการรักษาศีล จนพระชนมายุมากขึ้น มีพระเกษาขาวปรากฏ พระองค์ละจากราชสมบัติออกบวช แล้วอุบัติยังพรหมโลกหลังจากสวรรคตในเวลาต่อมา […]

สุวรรณสาม ดาบสน้อยยอดกตัญญู นิทานธรรมะสอนใจบุตรธิดา

สุวรรณสาม ดาบสน้อยยอดกตัญญู นิทานธรรมะสอนใจบุตรธิดา นิทานธรรมะที่จะเล่าต่อไปนี้ เป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นว่า ความกตัญญูกตเวทีต่อบุพการีเป็นเครื่องกันจากภัยทั้งปวงของบุตร สุวรรณสาม ดาบสน้อยยอดกตัญญู กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ยังมีครอบครัวดาบสครอบครัวหนึ่ง มีสามพ่อแม่ลูก อาศัยอยู่ในป่าเชิงเขาหิมพานต์ วันหนึ่งพ่อและแม่ออกไปหาผลไม้ในป่าลึก ระหว่างเดินทางกลับบ้าน ฝนตกหนัก ดาบสทั้งสองจึงหลบฝนใต้ร่มไม้ใกล้จอมปลอก แต่หารู้ไม่ว่าจอมปลอกนั้นเป็นรูของงูพิษ งูพิษที่กำลังหลับได้กลิ่นมนุษย์จึงเลื้อยจากรู แล้วพ่นพิษใส่ที่ดวงตาของดาบสสองสามีภรรยาจนตาบอดสนิท ดาบสน้อยนามว่า “สุวรรณสาม” เห็นพ่อแม่หายไปนาน ก็ออกตามหาจนมาพบพ่อแม่นอนนิ่งใต้ต้นไม้ พ่อแม่ยังไม่ตาย เพียงแต่สลบไปเพราะพิษของงูพิษตัวนั้น เมื่อทั้งสองฟื้นก็พบว่าตนไม่สามารถมองเห็นใบหน้าของลูกน้อยได้ พ่อแม่ตาบอดเสียแล้ว สุวรรณสามฉีกผ้าให้พ่อแม่จับเพื่อพาพ่อแม่เดินกลับบ้าน ตอนนี้สุวรรณสามกลายเป็นไม้เท้าที่นำทางให้กับพ่อแม่ที่ตาบอด สุวรรณสามจากเด็กน้อยที่เอาแต่เล่นกับสัตว์ในป่าหิมพานต์ ต้องเลี้ยงดูพ่อแม่ตาบอด หาผลไม้ พาพ่อแม่ไปอาบน้ำ ตักน้ำมาใส่โอ่ง สุวรรณสามทำแบบนี้ทุกวันจนเป็นกิจวัตร วันหนึ่งมีพระราชาพระองค์หนึ่งเสด็จประพาสป่า เห็นสุวรรณสามแต่ไกลก็เห็นว่าเป็นอสูร จึงยิงธนูไปปักที่อกของสุวรรณสาม พระราชาเข้าไปใกล้จึงได้ทราบว่า ที่แท้คือมนุษย์หาใช่อสูรไม่ สุวรรณสามเทศนาพระราชาพระองค์นั้น ในการเป็นพระราชาที่ดี และขอร้องให้พระราชาช่วยดูแลพ่อแม่ที่ตาบอดแทนตน เมื่อสุวรรณสามสิ้นลม พระราชาจึงเสด็จไปยังอาศรมแล้วสวนรวมเป็นสุวรรณสามเลี้ยงดูดาบสทั้งสอง นางฟ้านางหนึ่งทราบเรื่องราวทั้งหมด จึงมายังอาศรมแล้วแจ้งข่าวการตายของสุวรรณสาม แล้วขอให้ดาบสทั้งสองพูดความจริงเรื่องสุวรรณสาม เพื่อให้อานิสงส์แห่งการประกาศความจริงช่วยให้สุวรรณสามฟื้น ดาบสทั้งสองมาถึงยังศพของสุวรรณสาม ต่างกล่าวถึงคุณงามความดีที่ลูกน้อยมีต่อตน จากนั้นดวงตาที่มึนบอดกลับมามองเห็นอีกครั้ง สุวรรณสามฟื้นจากความตาย พระราชาเห็นดังนั้นระลึกถึงคุณของสุวรรณสาม แล้วปฏิญาณจะเป็นพระราชาที่ดี […]

keyboard_arrow_up