พระโมคคัลลานะเขย่าวิมานพระอินทร์

พระโมคคัลลานะเขย่า วิมาน พระอินทร์ พระอินทร์สรรเสริญพระธรรมของพระพุทธเจ้า พระเถระอยากทราบว่าพระอินทร์ทรงเข้าใจในธรรมะนั้นจริงหรือไม่ จึงเหาะมุ่งสู่ วิมาน ของพระอินทร์ จนสวรรค์สะเทือน เป็นเหตุการณ์แสดงฤทธิ์ของพระโมคคัลลานะอีกเรื่องที่น่าสนใจ พระอินทร์เข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าเพื่อสดับพระธรรม พระอินทร์สรรเสริญพระธรรมนั้นว่าเป็นสิ่งที่ประเสริฐ พระโมคคัลลานะบังเกิดความสงสัยว่าพระอินทร์เข้าใจในธรรมะนี้จริงหรือไม่ หลังจากพระอินทร์เสด็จกลับวิมานแล้ว พระโมคคัลลานะจึงเหาะติดตามไปจนถึงวิมานของพระอินทร์ พระอินทร์ต้อนรับพระเถระเป็นอย่างดี ทั้งยังพาพระโมคคัลลานะเยื่ยมชมวิมานและสมบัติทิพย์มากมาย พระโมคคัลลานะถามพระอินทร์ถึงธรรมะของพระพุทธเจ้าในวันนี้ พระอินทร์ทรงตอบว่า จำไม่ได้เสียแล้ว เรามีภารกิจมากมาย ฟังมาแล้วก็ลืม เมื่อพระเถระเข้าใจแล้วว่าพระอินทร์ทรงไม่เข้าใจธรรมะที่พระพุทธเจ้าสอน พระเถระต้องการให้พระอินทร์เข้าใจถึงธรรมะที่พระพุทธเจ้าตรัสนั้น ท่านจึงเจริญอาโปกสิณจนทำให้วิมานนี้หวั่นไหว แล้วเหาะขึ้นไปบนยอดของวิมาน ใช้นิ้วเท้าเขย่าจนวิมานไหว เทพบริวารทั้งรวมทั้งพระอินทร์ต่างเหาะออกมาจากวิมาน พระอินทร์เกิดความสลดสังเวชใจทันที ทรัพย์สมบัติที่เกิดจากทิพย์และบุญกุศลของตนยังมีสภาพเช่นนี้ พระอินทร์จึงมีสติไม่ยึดติดในทรัพย์สมบัติอีกต่อไป   ที่มา : หนังสือ พระโมคคัลลานะ มหาสาวกผู้เป็นเลิศในทางฤทธิ์ เรียบเรียงโดย ธรรมจักร ฟักสุวรรณ์ Photo by Jordan Le on Unsplash บทความน่าสนใจ เรื่องเล่าของ พระอินทร์ กับ 7 หลักปฏิบัติของคนดี มงกุฎดอกไม้ทิพย์ของเทวดากับปุโรหิตขี้โกหก ทำไมพุทธทาสภิกขุถึงปฏิเสธนรก-สวรรค์และการเวียนว่ายตายเกิด ลูกสาวบวชไม่ได้ […]

เรื่องเล่าของ พระอินทร์ กับ 7 หลักปฏิบัติของคนดี

เรื่องเล่าของ พระอินทร์ กับ 7 หลักปฏิบัติของคนดี พระอินทร์ หรือนามในคัมภีร์พระพุทธศาสนาเรียกว่า “ท้าวสักกเทวราช” ในคติพระพุทธศาสนาเชื่อว่าพระองค์ทรงเป็นพระราชาแห่งเทวดาบนสวรรค์ชั้นที่สองคือ “ดาวดึงส์” มีความหมายว่า “สามสิบสาม” เพราะสวรรค์ชั้นนี้พระอินทร์ทรงปกครองสวรรค์ร่วมกับเทวดาที่เป็นพระสหายอีก 32 พระองค์ แล้วเวลาเสด็จไปไหนพร้อมกับพระสหายจะประทับบนช้างเอราวัณ ช้างสวรรค์เชือกนี้ไม่ใช่ช้างธรรมดา แต่เป็นเทพบุตรที่จำแลงกายเป็นช้างให้พระอินทร์และพระสหายทรงเวลาเดินทางไปในที่ต่าง ๆ     พระอินทร์มีผิวกายสีเขียวมรกต สถิตในปราสาทนามว่า “ไพชยนตปราสาท” ภายในดินแดนที่พระอินทร์ปกครอง คือ “เมืองสุทัศน์” ประกอบด้วยอุทยาน 6 แห่ง ได้แก่ อุทยานนันทวัน อุทยานปารุสกวัน อุทยานจิตรลดาวัน อุทยานมิสกวัน อุทยานมหาวัน และอุทยานปุณฑริกะ ล้วนแต่เป็นอุทยานที่รื่นรมย์ เป็นที่พักผ่อนหย่อมใจของเหล่าเทวดาและนางฟ้า ทรงมีพระแท่นศิลาเป็นบัลลังก์ชื่อว่า “บัณฑุกัมพลศิลาอาสน์” และมีต้นดอกทิพย์ที่เกิดจากบุญของพระองค์คือ “ต้นปาริชาติ” มีคุณวิเศษคือ หากผู้ใดได้กลิ่นของดอกปาริชาติผู้นั้นจะสามารถระลึกชาติได้ พระองค์ทรงมีพระมเหสีทั้งหมด 4 นาง ได้แก่ สุธรรมา สุจิตรา สุนันทา และสุชาดา ล้วนแต่มีรูปงามไม่แพ้กัน   […]

keyboard_arrow_up